<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. รวมพลังปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติฯ สร้างแนวป้องกันคลื่น ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (25 กรกฎาคม 2562) พลตรี ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ นายเดชบุญ มาประเสริฐ และ นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ กรรมการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการฯ และคณะผู้บริหาร กฟน. นำเหล่าพนักงานอาสา ร่วมดำเนินกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ กิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าชายเลน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ พร้อมฟื้นฟูสภาพแวดล้อมบริเวณป่าชายเลน ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ กองทัพเรือ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก นาวาโท ศุภณัฐ วรรณดี รองผู้บังคับป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ ในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนและกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าชายเลนในครั้งนี้ เป็นการร่วมใจของพนักงานการไฟฟ้านครหลวงและเจ้าหน้าที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยการไฟฟ้านครหลวง ร่วมกับฐานทัพเรือกรุงเทพ นำเหล่าพนักงานอาสา จำนวนกว่า 300 คน ร่วมกันปลูกกล้าไม้โกงกาง จำนวน 6,700 ต้น ในพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณบ้านแหลมสิงห์ อ. พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ (พื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า) เพื่อเป็นกำแพงลดความรุนแรงของคลื่น ช่วยชะลอความเร็วของลมพายุให้ลดลงก่อนที่จะขึ้นสู่ฝั่งไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ทั้งยังเป็นการสร้างระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่อนุบาลที่สำคัญของสัตว์น้ำในระยะตัวอ่อน นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าชายเลน โดยการร่วมเก็บขยะเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบริเวณป่าชายเลนดังกล่าว โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนเกิดจิตสำนึกการอนุรักษ์ป่าชายเลน และนำความรู้ที่ได้รับมาขยายผลต่อประชาชน และผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณรอบชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ช่วยผู้ว่าการฯ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา กฟน. ได้ทำแนวกันคลื่นจากเสาไฟฟ้าชำรุด MEA&amp;rsquo;s Model ในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า โดยนำเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานและยางรถยนต์เก่า นำมาทำเป็นแนวกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นระยะทาง 1,700 เมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณการปลูกป่าชายเลนและบำรุงรักษาป่าชายเลนในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2565 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท (ส่งมอบรายปี ปีละ 400,000 บาท) รวมถึงสนับสนุนเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนจากโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ใช้แล้ว อีกทั้งให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อดำเนินการปักเสาเพื่อใช้เป็นแนวป้องกันคลื่นทะเลในบริเวณพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า ให้เสร็จสมบูรณ์และมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41947</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ, จาตุรงค์ สุริยาศศิน, ปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ, พลตรี ปรัชญา เฉลิมวัฒน์, สภาพแวดล้อม, เดชบุญ มาประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3989adedbdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงครามขยะ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณประชากรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อม และที่หนีไม่พ้นคือขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในปี 2560 ปริมาณขยะมูลฝอยทั่วประเทศมี 27.40 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มี 27.06 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 1.26 หรือ 120,000 ตัน ขณะที่อัตราการเกิดขยะมูลฝอยต่อคนลดลงจาก 1.14 กิโลกรัม/คน/วัน ในปี 2559 แต่ปี 2560 ลดลง อยู่ที่ 1.13 กิโลกรัม/คน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะกรุงเทพมหานครเมืองเดียว และยังเป็นเมืองหลวงของประเทศ พบว่า มีขยะถูกทิ้งต่อวันถึง 4.2 ล้านตัน ซึ่งติด 1 ใน 5 จังหวัดที่มีขยะที่มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นต่อวันมากที่สุด รองลงมาคือ ชลบุรี นครราชสีมา สมุทรปราการ ขอนแก่น ปัจจุบันคนไทยสร้างขยะเฉลี่ย 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน หรือคิดเป็น 74,130 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่ายิ่งเมืองมีการเติบโตเท่าไหร่ ขยะก็จะมีปริมาณมากขึ้น ดังนั้นการกำกัดขยะจึงมีความสำคัญ ซึ่งในประเทศได้เริ่มหันมาใช้วิธีการกำจัดขยะโดยการก่อสร้างโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า เพราะนอกจากจะใช้พื้นที่น้อยยังสามารถลดมลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าการฝังกลบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทยขณะนี้ได้มีหลายพื้นที่เริ่มให้ความสนใจที่จะก่อสร้างโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า ตัวอย่างที่เห็นกันชัดเจนก็คือ โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หนองแขม ของ บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) ซึ่งได้ก่อสร้างเป็นเตาเผาขนาด 500 ตันต่อวัน บนพื้นที่ภายในศูนย์จัดเก็บมูลฝอยหนองแขมซึ่งเป็นที่ดินของ กทม. โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโรงงานและบริหารจัดการ ระยะเวลาต่อเนื่อง 20 ปี และ กทม.จะว่าจ้างการเผากำจัดขยะในราคาตันละ 970 บาท ด้วยการเผาเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า และในอนาคตมีแผนที่จะก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง คือ ศูนย์กำจัดขยะหนองแขมเพิ่มอีก 1 เตา และที่ศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช 1 เตา ในขนาดเตาละ 1,000 ตัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลจากการสร้างโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยทั่วไปด้วยระบบเตาเผาเป็นที่แรกของ กทม. ซึ่งผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าได้วันละ 7-9.8 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 200,000 ยูนิตต่อวัน โดยพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้เป็นพลังงานภายในโรงกำจัดขยะ และส่วนที่เหลือจะขายแก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การกำจัดขยะโดยวิธีการดังกล่าวนั้น มีหลายพื้นที่ให้ความสนใจจะนำไปดำเนินการ แต่ก็ไม่สามารถที่จะจัดตั้งได้ นอกจากกจะได้รับการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ เพราะกลัวในเรื่องของมลพิษทั้งกลิ่น และยังเป็นแหล่งบ่มเพาะให้เกิดเชื้อโรค ทำให้โครงการหลายโครงการต้องพับไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งภาคธุรกิจที่ให้ความสนใจต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าขยะ ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้นั้น ปัจจัยหลักๆ มาจากความไม่ชัดเจนของนโยบายภาครัฐในการส่งเสริม ทั้งในด้านของแผนงาน ขั้นตอนการดำเนินงาน เป้าหมายการลงทุน หรือแม้กระทั่งนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐที่ไม่จริงจัง ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนทำงาน&amp;nbsp; ท้องถิ่นต่างคนต่างศึกษา สะเปะสะปะมั่วไปหมด ยังไม่รวมถึงทุจริต ดึงโครงการให้พวกพ้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนทุกวันนี้เกิดปัญหาแกร่งแย่งกันที่เพื่อกำจัดขยะ แต่ถามว่าไอ้ที่กำจัดทุกวันนี้ถูกต้องตามหลักอนามัยกันหรือเปล่า และที่แย่งชิงกันราวกับทำสงครามกันเพื่ออะไร เพื่อตัวเองหรือประเทศชาติ เพราะถ้ายังคงแย่งชิง สาดโคลนใส่กันแบบนี้ ปัญหาขยะก็ยังคงมีความรุนแรงมากขึ้น สุดท้ายก็ล้นเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น นอกจากภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดหันมาส่งเสริมการลงทุนอย่างจริงจังแล้ว ต้องหันมาสนใจที่จะมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค การบริหารจัดการขยะ และต้องจัดโซนนิ่งเพื่อการกำจัดขยะ แก้ปัญหาประชาชนต่อต้านการสร้างโรงงานแปรรูปขยะอย่างจริงจังเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องรณรงค์การคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องยอมรับว่าที่ประเทศไทยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะไม่ได้ปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย ทำได้เพียงแค่การกระตุ้นจิตสำนึกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รัฐบาลเองก็ต้องมุ่งสร้างจิตสำนึกของหน่วยงานเช่นกัน ว่าต้องทำงานอย่างโปร่งใส ไม่ทุจริต&amp;nbsp; ทำงานต้องจริงจังไม่สักแต่ทำๆ ไปวันๆ เหมือนที่ผ่านมา การรณรงค์ลดอุบัติเหตุ การใช้ถนนอย่างปลอดภัย จะมีการกระตือรือร้นกันก็แค่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอหลังหมดเทศกาลทุกอย่างเหมือนเดิม บอกกันได้เลยว่านอกเทศกาล บาดเจ็บล้มตายกันมากกว่าตอนเทศกาลเสียอีก ถ้าเป็นไปได้อยากให้ไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่มันต้องทุกคนทั้งราชการ เอกชน ประชาชนร่วมกันสร้างจิตสำนึก ลดการสร้างขยะเพื่อลดการก่อเกิดมลพิษให้กับโลกสีเขียวของเราจะดีกว่าไหม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9176</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นทุกปี, บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย), บุญช่วย  ค้ายาดี, ลดการก่อเกิดมลพิษให้กับโลกสีเขียว, ลดการสร้างขยะ, สภาพแวดล้อม, โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
