<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯด่าเละบิดข้อมูลPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ระบุไม่มีประเทศไหนแก้ PM 2.5 ได้ 100% &amp;nbsp;แต่แก้ไขให้ลดลง 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศภายนอก ขอประชาชนช่วยเหลือตัวเองกันบ้าง จวกยับพวกเล่นการเมือง เลวบิดเบือน ทำให้เกิดปัญหา ขณะที่ &amp;quot;ป้อม-ป๊อก&amp;quot; เผยรัฐมนตรี-ผวจ. กระตือรือร้นหลังถูกคาดโทษปรับออกจากตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ &amp;nbsp;4 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหา PM 2.5 ว่าการที่จะให้รัฐบาลทำโน่นนี่ให้เต็มที่ ประชาชนจะมั่นใจหรือไม่ ถ้ารัฐบาลทำไป 100% แล้วจะแก้ได้ 100% ตนไม่เห็นประเทศไหนแก้ได้ 100% มีแต่แก้ไขให้ลดลง 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศภายนอกด้วย ขอให้เข้าใจตรงนี้ อากาศจากภายนอกเพื่อนบ้านเข้ามาครอบมันก็สะสมฝุ่นละออง เราก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่ให้ความสำคัญ รัฐบาลให้ความสำคัญทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แต่ต้องเข้าใจว่าการทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากเกิดผลกระทบกับคนจำนวนมากจะต้องทำอย่างไรในมาตรการที่เหมาะสม ใครที่ช่วยเหลือตัวเองได้ก็ช่วยเหลือตัวเองบ้าง ถ้ามีสตางค์ก็ช่วยซื้อกันเองบ้าง ข้อสำคัญ หน้ากากที่ใช้อย่าทิ้งส่งเดช เพราะมันเป็นขยะติดเชื้อ ไม่รู้ว่าเชื้ออะไรบ้าง ต้องถูกทำลาย ต้องเข้าใจและคิดให้รอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การให้ความรู้ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลทำ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนเลวๆ ชอบไปบิดเบือน ชอบทำให้เกิดปัญหา ผมคิดว่าต้องทำงานสร้างสรรค์ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ วันนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาอยู่ ท่านก็จะเล่นการเมืองกันอยู่แบบเดียว ผมว่ามันไม่ถูก เพราะนี่คือประเทศของท่านด้วยหรือไม่ใช่ประเทศของฝ่ายค้าน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ขู่จะปรับรองนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดออก หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ ว่าให้ทำไม่ได้เสียก่อน ตอนนี้เราก็ทำไปตามขั้นตอน ส่วนที่ปริมาณฝุ่นเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่นั้น เกิดจากความกดอากาศต่ำ ทำให้ฝุ่นไม่กระจาย เมื่อถามว่านายกฯ คาดโทษเช่นนี้จะทำให้ทุกคนกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกคนมีความตั้งใจทำงานและมีความกระตือรือร้นอยู่แล้ว เพราะเราทำให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหา PM.2.5 ว่านัยของ พล.อ.ประยุทธ์คือการกำชับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. และสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติงานที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบด้านอื่นตามมา จะต้องทำงานอย่างเต็มที่ บังคับใช้กฎหมายให้มากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ที่สุดของพื้นที่ต่างจังหวัด คือการเผาในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต้องสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ซึ่งที่กำลังประสบปัญหาคือ การเผาทางการเกษตร เช่น การเผาอ้อย เพราะไม่สามารถเข้าไปตัดอ้อยโดยใช้เครื่องมือได้ จึงใช้วิธีการเผาแทน โดยในปีต่อไปเกษตรจะต้องวิธีการปลูกอ้อยให้รถตัดสามารถเข้าไปตัดอ้อยได้ เมื่อถามว่านายกฯ มีการคาดโทษ ใครปล่อยให้มีปัญหาฝุ่นจะพิจารณาการทำหน้าที่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องตั้งใจทำงาน หากตั้งใจแล้วคงจะไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการเผาทางการเกษตร จนทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ว่า หัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาขณะนี้คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าวต้องมีความเข้มงวด แม้ช่วงเวลาที่มีการเผาอ้อยสิ้นสุดแล้ว ส่วนเรื่องการเผาหญ้าและซังข้าว ทางผู้ว่าฯ จะต้องประสานกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรจังหวัดและเกษตรอำเภอ ต้องเข้มงวดการเผาพืชผลทางการเกษตร จังหวัด ต้องพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อทำความเข้าใจเรื่องกระจายการเผา ไม่ให้เผาพร้อมกันในทุกพื้นที่ หรือในจังหวัดเดียวเผาพร้อมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ กทม. ทางผู้ว่าฯ กทม.จะต้องพิจารณามาตรการให้เข้มงวดในช่วงที่มีปัญหาค่าฝุ่นละอองเพิ่มมากขึ้น ทางกระทรวง ทส.พร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลให้กับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาหมอกควันยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ คือหมอกควันที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านที่พัดมาตามลม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ระบุว่าหากผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องใดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อาจถูกพิจารณาการทำงานและปรับออกจากตำแหน่ง นายวราวุธกล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ ถ้าใครทำงานไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกฯ เราไม่ควรคิดว่าจะอยู่ในตำแหน่งได้นานแค่ไหน แต่ควรคิดว่าจะแก้ปัญหาที่มีได้อย่างไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56310</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, ปัญหาฝุ่นพิษ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาวะอากาศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e398a461966f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ปริมณฑลยังวิกฤติ ค่าฝุ่นพุ่งสูงทุกจุดเป็นสีส้ม อุตุฯคาดเริ่มคลี่คลายช่วงตรุษจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 08.00 น. กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลพบว่า มีความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้น ตามสถานีจุดตรวจสอบสภาพอากาศ ตรวจสอบพื้นที่ริมถนนและพื้นที่ทั่วไป ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นทุกจุดเป็นสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และบางพื้นที่อยู่ในระดับสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) จำนวน 3 แห่งได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ , พื้นที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และ&amp;nbsp;ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 61 - 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.คลองหนึ่งอ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.ตลาด อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.บางเสาธงอ.บางเสาธง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร, ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองพุ่งสูงขึ้นในหลายพื้นที่ จนบางช่วงมีฝุ่นปกคลุมหนาแน่นจนมองไม่เห็นตึกเห็นตึกอาคารสูงในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลสภาวะอากาศสนับสนุนการเฝ้าระวัง PM 2.5 บริเวณกทม.และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - 5 ก.พ. 62 โดยช่วงวันที่ 31 ม.ค. - 3 ก.พ. 62 ลมอ่อน ไม่มีฝน ฝุ่นละอองเคลื่อนตัวได้น้อย ส่วนวันที่ 4 - 5 ก.พ. 62 ลมแรงขึ้น มีฝนเล็กน้อย สถานการณ์ฝุ่นเริ่มจะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27948</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, คุณภาพอากาศ, ค่าฝุ่นละออง, สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5, สภาวะอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5257b384642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปภ.กำชับ 59 จังหวัดทั่วปท.เตรียมรับมือน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.61- &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหลายจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ปภ. จึงได้ประสาน 59 จังหวัดทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14352</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, ปภ., สภาวะอากาศ, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, เตือนภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5e87d6df2e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
