<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานกี่ทอผ้า เป็นปฐมฤกษ์ให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและเป็นตัวแทนมอบกี่พระราชทานจำนวน 4 หลัง แก่กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย โดยมีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน (พช.) ในการนี้ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดอนกอยโมเดล ด้วยการสร้างแบรนด์ การพัฒนาลายผ้า จากสำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและสมาชิกให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร และร่วมปลูกต้นอินทนิลรอบหนองน้ำสาธารณะ จากนั้น ร่วมปลูกต้นคราม ณ พื้นที่สร้างศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และเยี่ยมชมป่าชุมชน เพื่อต่อยอดเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ รักษาภูมิปัญญาและอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นต่อไป โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย ทรงพระราชทานแบบลายผ้าชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ รวมถึงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 คราวเสด็จเยี่ยมกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย หมู่ที่ 2 ตำบลสว่าง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงมีพระราชวินิจฉัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอย ให้มีความทันสมัย สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน ที่สำคัญที่สุดทรงได้ออกแบบโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์ของดอนกอยที่มีอัตลักษณ์ สื่อความหมายลึกซึ้ง ในการใช้ภาพหัวใจ ที่ประกอบขึ้นจากใจด้าย เปรียบเสมือน เส้นสายของคนดอนกอยที่นำมามัดร้อยรวมกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี ความปรารถนาดีต่อชุมชน อีกทั้ง ทรงมีพระดำริให้พัฒนาผ้าทอชุมชน เป็นชุมชนต้นแบบ เพื่อเป็นปฐมบทแห่งการพัฒนาในโครงการที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ดอนกอยโมเดล&amp;rdquo; จากการออกแบบ รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน ภูมิปัญญาด้านการทอผ้า การย้อมคราม และการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นใยจากชุมชนบ้านดอนกอย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นสากล สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้แก่กลุ่มทอผ้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าลายขอเจ้าฝ้าสิริวัณณวรีฯ พบว่า มียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาท และลายต่างๆ อีก 270 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะนำโมเดลนี้ไปพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำแก่กรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงของการสืบสาน รักษา และต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าครามและผ้าทออื่นๆ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติ ไม่ใช้สีเคมี ก่อให้เกิดศูนย์เรียนรู้ วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมเอาช่างทอและภูมิปัญญาเรื่องลายผ้าต่างๆ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดอีกจำนวนนับร้อย โดยได้รับความกรุณาจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนดอนกอยที่ได้เสียสละพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์ฝึกและปฏิบัติงานของกลุ่มบ้านดอนกอยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรติรส&amp;nbsp; ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย กล่าวว่า ในนามรองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มีความประทับใจกับชุมชนดอนกอย จังหวัดสกลนคร เป็นอย่างมาก ในเรื่องของกิจกรรมของกลุ่มการย้อมครามและการทอผ้า พระองค์มีพระทัยแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด ของสมเด็จย่าให้มีความทันสมัยให้เข้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง พระองค์ทรงมุ่งมั่น ต่อยอดพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าและมีความทันสมัย พระองค์ทรงมีรับสั่งเสมอว่า ผ้าครามของชุมชนดอนกอย มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะถิ่น จึงขอให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นในฝีมือการทอผ้า และพัฒนาลวดลายต่างๆ ให้มีคุณภาพ จนสามารถเเข่งขันเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านดอนกอย โดยทรงพระราชทานกี่ทอผ้า จำนวน 4 หลัง ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการมอบให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย จำนวน 4 กลุ่ม ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย 1) กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย 2) กลุ่มสร้างเสริมอาชีพบ้านดอนกอย 3) กลุ่มเยาวชนบ้านดอนกอย&amp;nbsp; 4) กลุ่มทอผ้าบ้านคำประมง เพื่อเป็นเครื่องมือในการทอผ้า ทำให้เส้นไหมคมชัด และสวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สามารถส่งผ่านเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาลายผ้า ออกแบบ การย้อมคราม และสีธรรมชาติอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเพิ่มมากขึ้น จากฝีมือของช่างทอผ้าทุกท่าน เพื่อเป็นต้นแบบและทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทยให้ดำรงไว้ในแผ่นดิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116374</URL_LINK>
                <HASHTAG>Premium OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย, การอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ชุมชนบ้านดอนกอย, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ดอนกอยโมเดล, นางสาวรติรส  ภู่วิภาดาวรรธน์, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พช., สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, สำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน, สืบสาน รักษา ต่อยอด, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c6e731e1c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พช. สุดปลื้มปิติ! เผยโฉมเหรียญรางวัลพระราชทาน ประกวด &quot;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&quot; เกียรติยศแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ สรรพศิลป์ผ้าไทยก้าวไกลสู่สากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17 สิงหาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วยนายสำราญ เมืองนิล ผู้อำนวยการกองกษาปณ์ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ รองประธานกรรมการและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการนิตยสารโว้ก ประเทศไทย และนางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เข้าร่วมการมอบเหรียญรางวัลพระราชทาน การประกวดผ้าลายพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ระดับประเทศ&amp;nbsp; ณ โรงกษาปณ์ ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp; ทรงพระราชทานแบบลายผ้าแก่ช่างทอผ้า ชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; ด้วยพระดำริที่ชัดเจนในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป โดยได้พระราชทานพระอนุญาตให้ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการประกวดลายผ้าพระราชทาน &amp;quot;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;quot; ภายใต้โครงการส่งเสริม&amp;nbsp; ภูมิปัญญาและพัฒนาศักยภาพผ้าไทย ในการประกวดผ้าครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเผยแพร่พระอัจริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอ และการอนุรักษ์ผ้าไทยให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนเพื่อพัฒนาศักยภาพผ้าไทยให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสพิเศษเดือนมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานลายผ้า &amp;ldquo;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย รับพระดำริจัดโครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;กว่า 3,000 ราย จากระยะเวลาเพียง 8 เดือนที่มีการเริ่มดำเนินกิจกรรม ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก่อให้เกิดรายได้แก่กลุ่มทอผ้า โดยเฉพาะผ้าลายขอมากถึง 300 ล้านบาท และกระตุ้นยอดขายแก่ผ้าลวดลายต่างๆ เป็นอย่างมาก อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยตามพระราชปณิธานของพระพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ การประกวดระดับภาค สำเร็จลุล่วงเป็นไปด้วยดี มีผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 50 ราย และในวันที่ 30 ตุลาคม 2564 สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงพระกรุณารับเป็นองค์ประธานตัดสินการประกวดระดับประเทศ และถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ช่างทอผ้าต่างรอคอย รางวัลอันทรงเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจของผู้ชนะเลิศที่จะได้รับเหรียญพระราชทานรางวัล ซึ่งประกอบด้วย เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดให้ นายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินผู้มีชื่อเสียงด้านประติมากร ออกแบบเหรียญสำหรับพระราชทาน โดยเหรียญเป็นพระพักตร์ด้านข้าง พระเกศาทัดบุปผาราชินี &amp;ldquo;ดอกแคทลียาควีนสิริกิติ์&amp;rdquo; อันมีความหมายถึง พระราชปณิธานอันแรงกล้าของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่รับสนองแนวพระราชดำริและแนวพระราชเสาวนีย์จากสมเด็จย่าของพระองค์ท่านที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติด้านการทอผ้า ซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูงของไทยที่สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงหวงแหน เพื่อตอบแทนความตั้งใจ และความตั้งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดของช่างทอผ้า ถือเป็นเครื่องกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาฝีมือ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปวัฒนธรรมผ้าไทย ให้ก้าวไกลสู่สากล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นโอกาสและความโชคดีของชาวไทยทุกท่านที่วันนี้สมบัติทางวัฒนธรรมการทอผ้ามีทูลกระหม่อมฯ ทรงรักษาและสืบสานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม และกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขอสนองแนวพระดำริพระองค์ท่าน โดยการทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดินสืบไป อธิบดีพช.กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กองกษาปณ์, ดอกแคทลียาควีนสิริกิติ์, ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย สิ่งทอ, ตามพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, นายสำราญ เมืองนิล, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, บรรณาธิการนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พระอัจริยภาพ, สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bc5e0db257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ พช. - กลุ่ม OTOP 14 จังหวัดภาคใต้ ชื่นชมพระปรีชาชาญ สืบสานยกระดับคุณค่าหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาถิ่นไทย ก้าวไกลสู่ระดับสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ณ อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และพัฒนาการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดจนผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคใต้ เฝ้ารับเสด็จฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรการจัดแสดงและสาธิตผลิตภัณฑ์ผ้าทอประจำถิ่นลวดลายต่างๆ และหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ 14 จังหวัด จำนวน 71 กลุ่ม อันประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ผ้า และเครื่องแต่งกาย 53 กลุ่ม และงานหัตถกรรม 18 กลุ่ม ทั้งนี้ ทรงมีพระปฏิสันถารกับผู้ประกอบการ ที่เฝ้ารับเสด็จฯ และพระวินิจฉัยแนะแนวทางการพัฒนากรรมวิธี คุณภาพ ลวดลาย เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป ด้วยทรงเล็งเห็นถึงการอนุรักษ์หัตถกรรมศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าที่สะท้อนถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้วยพระดำริแห่งการคงวิถีความเป็นอัตลักษณ์ผสานกับการยกระดับให้ร่วมสมัยสู่สากล นำความปลาบปลื้มและภาคภูมิใจอย่างที่สุดแก่ผู้เฝ้ารับเสด็จฯ ที่ได้รับโอกาสอันดี ในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เป็นมิ่งมงคลของกรมการพัฒนาชุมชน พี่น้องผู้ประกอบการ OTOP 14 จังหวัดภาคใต้ ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาเสด็จทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ในครั้งนี้ ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นบ้านไทย ที่สืบทอดงานศิลปะเป็นเอกลักษณ์ของไทย ที่ทรงมีพระราชดำริจะอนุรักษ์ และฟื้นฟูงานศิลปะเหล่านั้นให้ดำรงอยู่ยั่งยืน นับเนื่องจากพระองค์ทรงมีโอกาสเสด็จฯไปทรงเยี่ยมชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน 3 ภูมิภาค โดยทรงมีพระราชวินิจฉัยแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรมชุมชน จำนวนกว่า 195 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในการเสด็จดำเนินเยือนกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวภูไทย อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร อันเป็นที่มาของพระดำริ &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; และมีพระกรุณาธิคุณประทานแบบลายผ้า ชื่อลาย&amp;quot;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และสื่อความหมาย ถึงการส่งมอบความรักและความสุขให้แก่ ชาวไทยทุกคน ไปสู่กลุ่มช่างฝีมือ กลุ่มทอผ้า ทั่วทุกภูมิภาค สร้างปรากฏการณ์ปลุกกระแสกลุ่มทอผ้า 4 ภาค และวงการผ้าไทยให้เกิดความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ที่ทรงห่วงใยพี่น้องทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีพระประสงค์มาทรงงานที่จังหวัดนราธิวาส โดยการเสด็จเยือนพื้นที่ภาคใต้ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 สืบเนื่องจากการเสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และทรงเยี่ยมประชาชน ทอดพระเนตรการทอผ้า ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ผ้าพื้นเมือง และงานศิลปหัตถกรรมภาคใต้ ณ โรงละคร สนามหน้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 โดยในคราวนั้นทรงพระดำรัสแนะนำ ในการปรับปรุงต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จวบจนปัจจุบันผลิตภัณฑ์ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อเกิดการเพิ่มพูนรายได้ และคุณภาพ ได้อย่างดียิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวต่อไปว่า &amp;ldquo;สำหรับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้า เครื่องแต่งกายและหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ในครั้งนี้ ได้รวบรวมสุดยอดฝีมือ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับ 4 &amp;ndash; 5 ดาว ทั้งหมด 71 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ แยกเป็นผลิตภัณฑ์ผ้า 53 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์หัตถกรรม 18 กลุ่ม/ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนการจัดนิทรรศการ และส่วนกิจกรรมการสาธิต โดยมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ โดดเด่น อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้ายกเมืองนคร กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย นางวิไล จิตเวช ผ้ายกเมืองนคร ผ้าพื้นเมืองเอกลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช สวยงามแบบอย่างผ้าชั้นดีในหมู่คนชั้นสูง อัตลักษณ์สำคัญ คือ ดอกผ้าจะยกนูนขึ้นเห็นลายชัดเจน และมีความละเอียดประณีต กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค เดิมทอผ้าฝ้าย ขนาด 2 หลา จำหน่ายในราคา 4,000 บาท เมื่อได้รับคำวินิจฉัยให้ทอสลับดิ้นเงิน ดิ้นทอง เปลี่ยนเส้นผ้าฝ้ายใช้เส้นนิ่ม และให้ใช้เส้นยืนสีดำ เส้นพุ่งสีน้ำเงินสลับดิ้นเงิน เมื่อนำออกจำหน่ายทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด จำหน่ายผ้าขนาด 2 หลา ราคาผืนละ 10,000 บาท ยอดจำหน่ายตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึง เดือนมีนาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 880,000 บาท (55,000 ต่อเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มกระจูด บ้านทอนอามาน จังหวัดนราธิวาส โดย นางพัชรินทร์ บินเจ๊ะมิง และกลุ่มกระจูด บ้านโคกพะยอม จังหวัดนราธิวาส โดย นางเจ๊ะเสาะ แวฮูลู โดยการรับสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกระเป๋ากระจูดที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระดำริให้จักสานกระเป๋าใบใหญ่ๆ ลายเล็กๆ ซึ่งทางกลุ่มก็ได้จักสานให้เป็นกระเป๋าแฟชั่นมากยิ่งขึ้น ใช้ได้ทุกวัยคงทนสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส โดย พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้เครื่องปั้นดินเผาเป็นอาชีพเสริมแก่ราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ ปี 2528 โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เน้นการนำทรัพยากรธรรมชาติ วัสดุและแรงงานในท้องถิ่นเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าบาติก กลุ่มเยาวชนบ้านค่าย จังหวัดนราธิวาส โดย นางสาวคอยรุนนีซาอ์ งานฝีมือที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการในการวาด เป็นผ้าเก่าแก่ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ยาวนาน เผยแพร่หลายในประเทศไทยตอนล่างมาหลายร้อยปี ปัจจุบันยังคงรักษาเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาและมีการพัฒนาสานต่อให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มผ้าปักบ้านบือแรง จังหวัดนราธิวาส โดย นางสิติมา ดุรอแม ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มทั้งสิ้น 50 คน โดดเด่นด้วยการใช้ด้ายไหมที่สมาชิกย้อมสีเอง ฝีปักที่ละเอียดอ่อนประณีต และหลากหลายแบบ อาทิ งานลายธรรมชาติและงานฉายที่แสดงออกถึงเรื่องราว วัฒนธรรม ประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้ายกดอกจันทน์กะพ้อ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกาหลง จังหวัดนราธิวาส โดย นางอำไพ โพธ์พันธุ์ โดดเด่นด้วยกรรมวิธีโบราณจำนวน 24 ตะกอโดยการยกเขาเก็บตะกอลายเพื่อคัดยกเส้นยืนบางเส้นขึ้นข่มบางเส้นลง และทอสอดเส้นด้ายพุ่ง ระหว่างกลางซ่องที่เปิดอ้าก่อเกิดเป็นลวดลายดอกจันทน์กะพ้อที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกจันทน์กะพ้อ พัฒนาเป็นลวดลายผ้ายก โดยใช้กระบวนการย้อมเส้นใยด้วยสีธรรมชาติทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าเกาะล้วงทางช้าง บ้านสายบน ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสายบน จังหวัดนราธิวาส โดย นางวรรณณี แสงมณี ผ้าฝ้ายทอสองตะกอทอลายขัดธรรมดาใช้ด้ายพุ่งสลับสีเป็นช่วงๆ พุ่งสอดเกาะเกี่ยวกับเส้นยืนให้เป็นเกิดลวดลาย สร้างสรรค์เป็นลวดลายผ้าทอที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตของคนในชุมชน เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางที่มีลักษณะสูงชันคดเคี้ยวซิกแซกในการสัญจร ขึ้น-ลง บ้านสายบนเส้นทางดังกล่าวนี้เรียกกันว่า &amp;ldquo;ทางช้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มศิลปาชีพย่านลิเภา จังหวัดนราธิวาส โดย นายยะโกะ สามาเต๊ะ จากพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระประสงค์ให้พสกนิกรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีรายได้มีงานทำพร้อมกับสืบสานงานศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่ จึงได้มีพระราชดำรัสให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2519&amp;nbsp; เข้ามาส่งเสริมอาชีพการผลิตย่านลิเภาและพัฒนาฝีมือของตนเองจนได้เป็นครูศิลปาชีพเมื่อปี 2524&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าไหมยกดอกลายดาวล้อมเดือน กลุ่มทอผ้า บ้านท่ากระจาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย นางอะ คชสวัสดิ์ กลุ่มทอผ้าของชุมชนชาวมุสลิม ปัจจุบันมีการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย&amp;nbsp; ซึ่งมีผ้ายกดอกลายดาวล้อมเดือน ลายดอกเครือวัลย์ ราชวัตรโดม ดอกพิกุลล้อม เป็นผ้าพื้น ผ้าขาวม้า ผ้าทอที่นี่ยังคงทอด้วยกี่พื้นเมือง หรือกี่กระทบมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ศิวะนาฎกนกไทย จังหวัดพัทลุง โดย นายยุทธพล ซุ่นเซ่ง ผ้าย้อมสีธรรมชาติชัยบุรี เมืองพัทลุง อันมีขั้นตอนที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ก่อนจะเริ่มพิมพ์ลายผ้าแต่ละครั้ง จะต้องมีการไหว้ครูเพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีรูปแบบการวางลายและแบบผ้า ที่มีรูปแบบเฉพาะ เหมือนตำรายันต์พิชัยสงครามหรือรูปแบบการจัดทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าฝ้ายมัดหมี่ ย้อมสีธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนทอผ้าบ้านสะพานพลา จังหวัดสงขลา โดย นางสุวรรณี รักวิจิต ปัจจุบันมีสมาชิก 12 คน ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่ม คือ ผ้าฝ้ายและผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติจากพืชในท้องถิ่น ทางกลุ่มได้ผลิตเป็นผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมสี หินลูกรัง ซึ่งจะได้สีโอรสที่สวยงาม ซึ่งเป็นสีที่ทางกลุ่มยึดเป็นสีหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มผ้าทอ นิคมกือลอง จังหวัดยะลา โดย นางหนูเตียน ผันผ่อน เป็นกลุ่มแรกกลุ่มเดียวในจังหวัดยะลา ที่มีความพิเศษในการใช้เทคนิคการย้อมสีธรรมชาติจากท้องถิ่นอำเภอบันนังสตา 100% สู่การประยุกต์ลงบนผืนผ้าทอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าปะลางิง ศรียะลาบาติก จังหวัดยะลา โดย นายปิยะ สุวรรณพฤกษ์ ผ้าทอมือพิมพ์ลายด้วยบล็อกไม้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบเห็นผ้าชนิดนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ.2472 ในขบวนรับเสด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คราที่เสด็จประพาสที่รัฐปัตตานี จากนั้นผ้ามรดกเมืองใต้นี้ก็สูญหายไป พร้อมกับการเลิกเลี้ยงไหมในภาคใต้ กลุ่มศรียะลาบาติก สืบสานภูมิปัญญาผ้าปะลางิง ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสคุณค่ามรดกสิ่งทอจากปักษ์ใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าทอจวนตานี กลุ่มทอผ้าบ้านตรัง จังหวัดปัตตานี โดย นางสาวสิริอร ทับนิล ด้วยการสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพเสริมด้วยการทอผ้า ผ้าทอลายจวนตานี หัตถศิลป์บนผืนผ้าที่บอกเล่าเรื่องราวตำนานเส้นสาย มี 5 ลาย ได้แก่ ลายกอซัง ลายก้นหอย ลายปักเป้า ลายดอกศรีตรัง และลายโคมไฟ แต่ละลายมีแถบสีคั้นอยู่ 7 สี 7 เส้น ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบ้านตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาถิ่นใต้ ซึ่งหลากหลายผลิตภัณฑ์มีลักษณะพิเศษเฉพาะที่ไม่สามารถผลิตได้ในโรงงานอุตสาหกรรม หากแต่ต้องใช้ฝีมืออันประณีต ควรค่าต่อการพัฒนาต่อยอดให้ภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าโด่งดังไกลสู่สากล สมดังพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานอันแน่วแน่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์แห่งหัตถศิลป์ไทย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีความยินดียิ่งในการน้อมนำแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทยที่ทั้ง 2 พระองค์ทรงพระราชทาน ส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97005</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ชมรมแม่บ้านกรมการพัฒนาชุมชน, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059aad230cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
