<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอลุ้นแก้รายมาตรา ‘ชวน’ฟันธงรธน.จบแล้ว-สว.เตือนโหวตสวนศาลจ่อรับกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; บอกแก้ไขรัฐธรรมนูญจบแล้ว ไปลุ้นแก้รายมาตราสมัยประชุมหน้า &amp;ldquo;สภาสูง&amp;rdquo; เตือนผู้โหวตสวนศาลเตรียมรับบ่วงกรรม &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยันไม่ใช่เรื่องหักหลัง แค่ปล่อยฟรีโหวต โวพร้อมแก้ไข รธน. แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ ลั่นไม่เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล &amp;ldquo;อนุทิน-จุรินทร์&amp;rdquo; ประสานเสียงเมินถอนยวง บอกคนละส่วนกัน &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; ลั่นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลไคฟง ต้องปฏิบัติตาม รับต้องอดทนเดี๋ยวไดโนเสาร์ก็ไป ร่อนแถลงการณ์ขอโทษประชาชนไม่ทันเกมปลิ้นปล้อน ฝ่ายค้านได้ทีกระทุ้ง 2 พรรคถอนยวง &amp;ldquo;ทอน&amp;rdquo; ฟุ้งเดินสายปลุกแก้ รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากการลงมติในวาระ 3 การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระด่วนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่มีเสียงเห็นชอบ 208 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง งดออกเสียง 94 เสียง และไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง ซึ่งเสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา หรือ 369 เสียง ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวตกไป
โดยจากการตรวจสอบการลงมติพบว่า คะแนนเห็นชอบ 208 เสียงเป็นของ ส.ส. 206 คน ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่วนอีก 2 เสียงเป็นของ ส.ว. ส่วนเสียงไม่เห็นชอบ 4 เสียงนั้น เป็นของ ส.ว.ทั้งหมด ขณะที่การงดออกเสียง 94 เสียง เป็น ส.ส. 10 เสียง และ ส.ว. 84 เสียง โดย ส.ส.ที่งดออกเสียงส่วนใหญ่เป็นของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขณะที่ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียงนั้น เป็นของ ส.ส. 9 เสียง และ ส.ว. 127 เสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมไม่ร่วมลงมติวาระ 3 แล้ว ยังพบว่ามี ส.ส.อีกกว่า 200 คน และ ส.ว.อีก 33 คน ที่ไม่ขานมติลงประชุมใดๆ เลย โดยในส่วน ส.ส.นั้นก็มีทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ถึง 26 คน 3 ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งเป็น ส.ส.งูเห่าในพรรค และ ส.ส.พรรค ปชป. ในขณะที่ ส.ว.นั้นพบว่า 5 ส.ว.โดยตำแหน่งก็ไม่มีการลงมติใดๆ เลย
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ประธานว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ถือว่าเป็นเหตุการณ์พิเศษที่นานๆ จะปรากฏสักครั้ง อยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ เดินหน้าก็ไม่ได้ แล้วจะให้ทำอย่างไร เราก็รู้ว่าคำวินิจฉัยมีผลผูกพันกับรัฐสภา ถ้ามีการกระทำขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยก็มีความผิด
&amp;ldquo;ผมขอถามว่าจะมีผู้นำองค์กรที่ไหนพาลูกน้องไปตาย ประธานชวนก็เปิดกว้างรับฟังทุกญัตติเกือบ 40 คนที่ได้แสดงความคิดเห็น ส่วนใครจะเจ็บหรือต้องเจออะไรบ้างนั้น คือทางออกที่ท่านเลือกกันเอง และประชาชนจะได้เห็นว่า ส.ส.ที่ท่านเลือกมาเป็นอย่างไร แต่ยืนยันสิ่งที่ประธานชวนทำคือทางเลือกที่ดีสุด และเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องที่สุด&amp;rdquo; นพ.สุกิจกล่าว
แก้รายมาตราสมัยหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ถือว่าเรื่องนี้จบไปแล้ว ส่วนการเสนอแก้รายมาตรานั้นคงต้องเสนอในสมัยประชุมหน้า ซึ่งต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญเขียนเพื่อไม่ให้แก้ไข หลักๆ คือเขียนเพื่อให้แก้ยากที่สุด ฉะนั้นไม่ง่ายตั้งแต่ต้น ก็เห็นใจคนที่คิดจะแก้ไข เพราะเราจะเห็นว่าการแก้มันยากมาก เงื่อนไขต่างๆ เช่น การลงคะแนนเสียงของสมาชิกต้องไม่น้อยกว่าเท่าไหร่ เสียงของวุฒิสภาต้องไม่น้อยกว่าเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคือไม่ต้องการให้แก้ แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นแก้ไม่ได้เลย หากมีการแก้รายมาตราอาจง่ายกว่า แต่กรณีนี้ผู้ที่เสนอญัตติก็คิดว่าการแก้รายมาตรา แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปตีความว่าการแก้จะมีผลกระทบต่อรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการลงมติในวาระ 3 ว่าสมาชิกคนใดที่ลงมติเห็นด้วยก็ต้องรับผิดชอบ หากมีคนฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณา จะเห็นได้ว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ลงมติไม่ประสงค์ขอลงคะแนน เพราะไม่อยากยุ่ง เนื่องจากรู้ว่าผิดและขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้แต่สมาชิกที่งดออกเสียงอาจไม่ผิด แต่หากมีการยื่นร้อง ป.ป.ช. สามารถเรียกสมาชิกที่งดออกเสียงไปเป็นพยานก็ได้
&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ทุกเวลาโดยรัฐสภา คือแก้ไขเป็นรายมาตรา ตรงไหนสถานการณ์ไม่เหมาะสมอยากเสนอแก้ไขก็เสนอมาได้ตลอดเวลา แต่ถ้าจะรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ทำไม่ได้ และหากเสนอเป็นรายมาตราเข้ามา ถ้าจะแก้ได้ทันทีทันใด วันนี้หรือพรุ่งนี้ ส.ว.ก็พร้อมสนับสนุน&amp;rdquo; พล.อ.สิงห์ศึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี? ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่รู้ ส่วนต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เชื่อว่าไม่มีอะไร ไม่มีผลกับการร่วมรัฐบาล? เพราะเราปล่อยให้ฟรีโหวต
&amp;ldquo;ไม่รู้? ไม่เกี่ยว? เราปล่อยฟรีโหวต ยืนยันเราตั้งใจจะแก้? เราแก้อยู่แล้ว แต่จะแก้อย่างไร? ต้องแก้ให้ถูกระเบียบตามที่มีอำนาจ&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำเมื่อถามว่าเรื่องนี้ไม่กระทบการทำงานพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้? เรายังไม่รู้? ยังไม่มีประชุม ส่วนจะประชุมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้? จะไปรู้ได้อย่างไร เดี๋ยวสื่อจะมาบอกว่าไม่รู้ๆ ก็ไม่รู้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย ระบุพรรค พปชร.หักหลัง พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า หักหลังเรื่องอะไร? ก็บอกว่าฟรีโหวต จะไปหักหลังอย่างไร คงเห็นว่าดึกแล้วก็เลยเสนอให้ลงมติ? แต่ยืนยันว่าเราปล่อยฟรีโหวตอยู่แล้ว ยืนยันไม่มีหักหลัง? ไม่มีหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการวอล์กเอาต์ของพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร? ก็ต้องไปถามเขาเอง ส่วนที่หลายคนมองว่าเรื่องนี้จะเป็นรอยร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ไม่มี ไม่มีหรอก เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรค ปชป.และ ภท.จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร? สื่อก็ไปถามเขาดู ตอนนี้ก็เห็นยังดีกับตนอยู่
ถามถึงความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;ต้องแก้ไข ผมพูดตั้งหลายทีแล้ว ส่วนจะเริ่มได้เมื่อไหร่ยังไม่รู้ ถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่นี่&amp;rdquo; ส่วนจะได้แก้เมื่อไหร่ จะไปรู้ได้อย่างไร เดี๋ยวรอประชุมก่อน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่าได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 โดยจะนำร่างแก้ไขรายมาตราเสนอต่อพรรค พปชร. พิจารณาเห็นชอบต่อไป โดยคาดว่าจะเสนอได้ในสมัยการประชุมหน้า
ร่วมรัฐบาลคนละเรื่อง
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล กรณี ส.ส.พรรควอล์กเอาต์ในการโหวตวาระ 3 ว่าไม่เกี่ยวอะไรกัน นี่เป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องมีเอกสิทธิ์ มีความเชื่อในมิติของตัวเอง ส่วนกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงนั้น นายชาดาคงมีอารมณ์ เพราะผ่านมา 2 วาระแล้ว ทำไมจึงไม่ดันไปให้ครบถ้วน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นเรื่องรัฐสภา และในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร เป็นเรื่องของการบริหารงาน เป็นคนละหมวดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยืนยันว่า พรรคต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด เมื่อวันที่ 17 มี.ค. พรรคพยายามจะรักษารัฐธรรมนูญเอาไว้ แต่ต้องไม่ทำผิดคำวินิจฉัยของศาล ฉะนั้นจะให้พรรคไปโหวตก็ไม่ได้ เพราะวันนี้ก็มีคนไปร้องต่อศาลแล้ว เราต้องการความชัดเจน ถ้าตีความกันเองแล้วตีความผิดจะวุ่นวาย หลายคนอาจบอกว่าไม่ผิด แต่คนที่บอกเป็นนักกฎหมาย ไม่ใช่ศาล เราจึงต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลที่ออกมาชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยของศาลผูกพันทุกองค์กร พรรคพูดมาตั้งแต่ตอนหาเสียงว่าจะเคารพกฎหมายและอยู่ในกติกา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าการวอล์กเอาต์เป็นการเลี่ยงเพื่อไม่ให้ถูกร้องศาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ใช่วอล์กเอาต์ เพราะนายชาดาลุกขึ้นแสดงความเห็นแล้วเดินออก ซึ่งนายชาดาเป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อเดินออก พรรคที่มีวินัยดีอยู่แล้วจึงเดินตาม เมื่อถามย้ำว่าการวอล์กเอาต์เป็นการเซฟตัวเองไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรามีเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่าจะไม่ลงมติ เพราะขัดคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะนำไปสู่การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายอนุทินได้ชี้นิ้วไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมระบุว่า ต้องไปถามคนบนตึกไทยฯ ถามตรงนี้ได้อย่างไร ยุบได้หรือไม่ ถามต่อว่าถ้าถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล จะทำให้มีการยุบสภาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีถ้า อยู่ เพราะคนละเรื่องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญคือเรื่องของสภา แต่นี่คือเรื่องของรัฐบาล เรื่องการบริหารประเทศ มันไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
เมื่อถามว่า หากยุบสภาจริงพร้อมเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ายุบสภาก็ต้องเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องพร้อม เจอยุบสภามา 4-5 ครั้งแล้ว ยุบก็ยุบ เราเป็นของประชาชนอยู่แล้ว ให้ประชาชนตัดสิน ชีวิต ส.ส.มันแค่นี้
เมื่อถามว่า ขั้นตอนหลังจากนี้พรรคจะสนับสนุนให้แก้รายมาตราหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญบอกแล้วว่าต้องทำประชามติ จนกว่ามีอะไรมาเปลี่ยนแปลงตรงนั้น เราต้องเดินตามขั้นตอน ในเรื่องที่จะร่างใหม่ทั้งฉบับหรือแก้เป็นรายมาตรา ก็ต้องถามประชาชน อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับเสียงประชามติมาเท่าไหร่ ถ้าจะมีการปรับปรุงแก้ไขอะไรจะต้องกลับไปถามเจ้าของประเทศ มันก็แฟร์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะอธิบายให้ประชาชนอย่างไรว่าพรรคไม่ได้หลอก นายอนุทินกล่าวว่า หลอกตรงไหน ไม่มี เราต้องรักษาระบบ ไม่ให้มีความวุ่นวาย รัฐธรรมนูญถ้าจะมีการแก้ไขเรายินดีให้ไปตามกระบวนการ คือให้ประชาชนเป็นคนกำหนด
&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่ศาลไคฟง ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ไปทำประชามติ พรรคภูมิใจไทยทำตามนั้น ยังไม่ชัดอีกหรือ ใครไม่ชัดไม่เป็นไร แต่พรรคฟังแล้วชัด พรรคทำตามนั้นทุกอย่าง แล้วตรงไหนที่หลอกประชาชน ไม่มี ทำตามระเบียบตามกฎ ไม่ทำตามใจ ต้องเคารพคำสั่งศาล ประเทศต้องไปอย่างนี้&amp;rdquo; นายอนุทินย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเลือกตั้งคราวหน้าจะชูเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แก้เป็นบางส่วนที่พรรคเห็นว่าสมควรแก้ แต่เรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ไม่ต้องพูด ส่วนเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติที่รุนแรง นอกจากไม่แก้แล้วควรทำให้แน่นยิ่งกว่าเดิมด้วย แต่เรื่องอื่นที่ไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่ เช่นที่มา ส.ว. ไม่เห็นด้วย แต่ก็ทนเอา อย่างมากก็ 5 ปี เมื่อบทเฉพาะกาลหมดก็หมด มันไม่ใช่เป็นปัญหา แล้วเราจะชักใบให้เรือเสียทำไม ไดโนเสาร์มันก็ไปเอง ไม่มีใครไปทำลายเขาได้
ภท.รับเสียใจไม่ทันเกม
เมื่อถามย้ำว่าใครคือไดโนเสาร์ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้ และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินได้ออกแถลงการณ์ของพรรค ภท. โดยได้แสดงความเสียใจที่ทำให้ร่าง รธน.ตกไป พร้อมระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับในเบื้องต้นก่อนเปิดประชุมรัฐสภา พอประเมินได้ว่าหากมีการลงมติวาระ 3 ร่างที่ผ่านมา 2 วาระต้องตกแน่ พรรคจึงเลือกแนวทางรักษาร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อน ด้วยการชะลอเวลา แล้วไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราทำไม่สำเร็จ และสุดท้ายก็มีการลงมติวาระ 3 ซึ่งผลก็เป็นไปตามที่ได้ประเมินไว้ คือร่างรัฐธรรมนูญที่ทำกันไว้ตก การไม่ลงมติคือการแสดงออกให้เห็นว่าพรรคไม่ขอร่วมกระทำการที่เรียกได้ว่าไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกประการ เพราะเราพลาดจริงๆ ที่ตามเกมการเมืองของผู้ที่จ้องจะล้มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทัน เนื่องจากเราคิดไม่ถึงว่าจะมีการพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงกันตลอดทั้งวัน เป็นการเล่นเกมเอาชนะกันโดยไม่สนใจความรู้สึกประชาชนที่จับตาดูการประชุม และเฝ้ารอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคต้องขอโทษที่ไม่สามารถรักษาร่างรัฐธรรมนูญให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า พรรคได้ทำหน้าที่สุดทาง สุดความสามารถแล้วในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่าพรรคจะยืนอยู่จุดเดิมต้องการให้รัฐธรรมนูญและประเทศเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้ที่คิดได้แบบเร็วๆ อย่างน้อยเราต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งการยื่นแก้ไขมาตราดังกล่าวก็ต้องหารืออีกครั้งในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ต่อไป เพราะ ปชป.พรรคเดียวเสียงไม่เพียงพอที่จะยื่นแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการทบทวนท่าทีของพรรคในการร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่เปลี่ยนนโยบายที่แถลงต่อสภา ปชป.ก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ร่วมประชุมหารือ และให้สัมภาษณ์ว่า เราเสียใจและผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างจริงจังสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ร่างประชามติให้ลุล่วงไปด้วยดี
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. ในฐานะเลขาธิการพรรค กล่าวว่า ผิดหวังผลการลงมติ จึงขอให้พรรคร่วมรัฐบาลและรัฐสภาอย่าเล่นเกมการเมือง และรักษาอำนาจด้วยการหลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ผิดหวังที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรควอล์กเอาต์ และให้ความเห็นกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านว่าเดินหน้าโหวตวาระ 3 ไม่จริงใจให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะถูกคว่ำโดย ส.ว. ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันจุดยืนนี้มาตลอด และแสดงความมุ่งมั่น ที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนในการผลักดันให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. เรื่องนี้เป็นที่ชัดเจนว่าฝ่ายที่ต้องการล้มกระบวนการจัดตั้ง ส.ส.ร.คือ ส.ส.รัฐบาล โดยเฉพาะพรรค พปชร.ร่วมมือกับ ส.ว.ไม่จริงใจให้มี ส.ส.ร.เป็นการเล่นเกม ยื้อเวลาหลอกลวงประชาชน วันนี้ชัดเจน ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการพิจารณาวาระ 3 ต่อ ส.ว.และ ส.ส.พรรค พปชร.ก็คว่ำร่างรัฐธรรมนูญอยู่ดี ทุกฝ่ายต้องหยุดเล่นละครหลอกลวงประชาชนได้แล้ว
จี้ &amp;ldquo;ภท.-ปชป.&amp;rdquo; ถอนยวง
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มีการกล่าวหาว่าการเดินหน้าโหวตของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่จริงใจ ถามว่าถ้าไม่มีทางนี้จะเป็นทางใด การเดินหน้าโหวตวาระ 3 เท่านั้นที่เป็นความหวัง และวันหน้าค่อยทำใหม่ ไม่คิดว่าวันนี้มันจะตก แต่คิดเพียงแค่ว่าจะผ่านได้ยาก หวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะโหวต แต่ก็ผิดหวัง และยืนยันว่าเรื่องนี้เราเดินตามแนวทางรัฐธรรมนูญ ขอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร เพราะร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำไปจาก ส.ส.รัฐบาลและ ส.ว.
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดประตูบานแรกของการพัฒนาประเทศ ซึ่งประชาชนต้องถือโอกาสนี้ถามไปยังพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ว่า ในเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกอ้างว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล ถึงกับบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วน นี่ก็ย่อมถึงเวลาแล้วที่พรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ต้องตอบประชาชนว่ายังคงจะร่วมรัฐบาลต่อไปอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า ขอเสนอทางออกว่ารัฐสภาควรแก้ไขรายมาตราเฉพาะประเด็นที่ทำให้รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย คือแก้ไขบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ไม่ให้ ส.ว.ที่ คสช.แต่งตั้งร่วมลงมติเลือกนายกฯ ซึ่งการแก้ไขมาตรานี้ไม่ต้องเปลืองงบ เปลืองเวลา เพราะไม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติตาม และน่าจะได้เสียงตอบรับจากทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ ส.ว.หลายคน
ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า การคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภา แสดงให้เห็นแล้วว่าชนชั้นนำ, กองทัพ, รัฐบาล, พรรคการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน, ศาลรัฐธรรมนูญ และสมาชิกวุฒิสภา ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเขาต้องการยึดอำนาจไว้กับพวกพ้อง โดยไม่สนใจอนาคตของประเทศ ซึ่งเมื่อแก้ทั้งฉบับทำไม่ได้ เราจะรณรงค์เพื่อให้เกิดการแก้ไขรายมาตราเร็วๆ นี้ ปลดเสาค้ำยันอำนาจของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนด้วยการยกเลิก ส.ว., คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ, ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงแก้ไขที่มาของกรรมการองค์กรอิสระ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96532</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ปล่อยฟรีโหวต, สภาสูง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_605369271a1b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สภาสูง&#039;เอาแน่!ลุยโหวตสกัดตั้งสภาร่างรธน.9ก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาระหว่างส.ส.และสว. ในวันอังคารที่ 9 ก.พ. ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้บรรจุระเบียบวาระเรื่อง ญัตติด่วน เรื่อง ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 เพื่อขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2)ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.ระบบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เป็นเรื่องด่วนเรื่องแรก ในระเบียบวาระการประชุม รวมถึงร่างพรบ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกบรรจุเป็นเรื่องด่วน &amp;nbsp;โดยญัตติขอให้รัฐสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว เป็นการเคลื่อนไหวของส.ส.พรรคพลังประชารัฐและสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันลงชื่อรวม 73 ชื่อเสนอญัตติเพื่อขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการแก้ไขรธน.มาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างแก้ไขรธน.วาระสอง ในช่วงวันที่ 24-25 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาและหนึ่งใน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ ของรัฐสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในสว.ที่ร่วมลงชื่อในญัตติเพื่อเสนอคำร้องให้ศาลรธน.วินิจฉัยดังกล่าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะมีการพิจารณาญัตติดังกล่าวในวันที่ 9 ก.พ. นี้ อย่างไรก็ตาม การจะส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะลงมติอย่างไร เพราะขณะนี้ก็มีสว.บางส่วนมีความคิดเห็นว่า การแก้ไขรธน.มาตรา 256 เพื่อมาร่างรธน.ฉบับใหม่ อาจจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราหลักการในญัตติที่ขอแก้ไขมาตรา 256 ที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นการทำเพื่อให้มีการยกร่างรธน.ฉบับใหม่ อันมีความหมายว่าให้แก้ทั้งฉบับแต่หมวดแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 น่าจะมีเจตนาเพียงให้แก้เป็นรายมาตราไม่ได้มีเจตนาให้ยกร่างรธน.ฉบับใหม่ จึงยังมีมุมมองที่เห็นว่าไม่น่าทำได้ โดยหากสุดท้าย ที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติเสียงข้างมากโหวตส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ก็ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แต่หากเป็นมติของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะรับคำร้องไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เคยมีบรรทัดฐานคำวินิฉัยเดิมเมื่อปี 2555 อยู่ก่อนแล้ว ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราเดียวเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่อาจทำได้ เพราะประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนญ ประชาชนย่อมใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ประชาชนจึงย่อมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรธน.ฉบับใหม่ได้ หากประชาชนมีมติยอมรับ ซึ่งถึงตอนนี้ก็คิดว่า สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนก็มีคำตอบอยู่แล้วว่า วันอังคารนี้ จะโหวตให้ส่งหรือไม่ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนืองกันมาหลายเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับผมแน่นอนว่า จะโหวตเพื่อให้ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพราะผมเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาทีร่วมลงชื่อด้วย แต่ก็มีสว.อีกหลายคนเหมือนกัน ที่เขาก็เห็นว่า การแก้ไขรธน.มาตรา 256 ตอนนี้น่าจะทำได้ไม่มีปัญหา เพราะเขามองว่า ยังไง สุดท้ายแล้ว พอสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมา ก็ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติถามประชาชนอยู่แล้ว ทำให้จนถึงตอนนี้ เรื่องนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ แต่ผมก็อยากให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความชัดเจนไปเลยว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้ทำได้หรือไม่ได้ เพราะหากส่งไป มันไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไรส่วนหากส่งไปแล้ว ยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมาก่อนโหวตวาระสองและวาระสามก็ไม่เป็นไร ก็เดินไปด้วยกันได้กับการพิจารณาของรัฐสภา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจนถึงขณะนี้คิดว่า มีสมาชิกวุฒิสภาเอาด้วยกับการจะลงมติให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน นพ.เจตน์กล่าวว่า ก็มีเยอะ แต่ก็กะจำนวนไม่ได้เพราะการส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงเห็นชอบด้วยเกินกึ่งหนึ่งของสองสภารวมกัน แต่หากพรรคพลังประชารัฐเอาด้วยหมด มันก็เป็นไปได้ที่จะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง &amp;nbsp;แต่สำหรับสว. ก็คิดว่าน่าจะมีคนเห็นด้วยให้สงคำร้องไปศาลรธน.มากกว่าไม่เห็นด้วยที่จะส่ง แต่ก็ประเมินยากอยู่ ส่วนส.ส.ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย คงไม่โหวตให้ส่ง เช่นเดียวกับฝ่ายค้านทั้งหมด ก็คงไม่เอาด้วย ก็ยืนยันว่า การที่เห็นควรต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนเพราะกระบวนการดังกล่าวไม่ได้ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานี้ล่าช้าอะไร เพราะในเมื่อยังมีความคิดเห็นที่ยังแตกแยกกันอยู่ว่าการแก้ไขรธน.ตอนนี้ ทำได้หรือไม่ ก็ควรทำให้เกิดความชัดเจน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92262</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐสภา, ร่างรธน., ศาลรัฐธรรมนูญ, สภาสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb3288071f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.-พปชร.ส่งศาลสกัดตั้งสสร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แก้ รธน.ส่อระอุ พปชร.ตีสองหน้า! 25 ส.ส.ร่วมสังฆกรรม 48 ส.ว.ซื้อเวลาแก้ รธน. ดันเสนอญัตติขอมติที่ประชุมรัฐสภาส่งศาล รธน.สกัดตั้งสภาร่าง รธน.-ขวางลำร่างฉบับประชาชน ยกปมสงสัย &amp;quot;ไอลอว์&amp;quot; รับเงินต่างประเทศมาป่วนการเมืองไทย สภาสูงลั่นไม่หวั่นเติมเชื้อไฟม็อบสามนิ้ว วิปรัฐบาลสั่งเดินหน้าลุยโหวต 17-18 พ.ย. &amp;quot;คำนูณ&amp;quot; ข้องใจร่างประชาชนเปิดช่องนิรโทษกรรมคดีโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวก่อนถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้า 17-18 พ.ย. หลังมีกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเข้าชื่อร่วมกันเสนอญัตติต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอมติเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า&amp;nbsp; คณะ ส.ว.ประมาณ 40 คนได้เข้าชื่อเพื่อยื่นถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างแก้ไขที่เสนอโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) 2.ร่างแก้ไขที่เสนอโดย ส.ส.ฝ่ายค้าน และ 3.ร่างแก้ไขที่เสนอโดยกลุ่มภาคประชาชน นำโดยไอลอว์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ อาจทำให้มีประเด็นทางกฎหมายว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญ 2560 มาจากการทำประชามติของประชาชน จึงมีข้อสงสัยว่าในการแก้ไขจะต้องทำประชามติก่อนหรือไม่ ยืนยันว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นการประวิงเวลาหรือคัดค้านท่าทีของนายกรัฐมนตรี แต่ ส.ว.ต้องการให้เกิดความรอบคอบ และต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้กลุ่ม ส.ว.ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างแก้ไขของไอลอว์ โดยเฉพาะสถานะทางกฎหมายของไอลอว์ ว่าเป็นองค์กรที่มีหน้าที่มารวบรวมรายชื่อประชาชนเสนอมายังสภาได้หรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าไอลอว์รับเงินสนับสนุนมาจากต่างประเทศ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการรับเงินจากต่างประเทศเข้ามาสร้างความวุ่นวายในประเทศไทยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่นี่ประเทศไทย ต้องแก้โดยคนไทยเท่านั้น หากองค์กรที่รับเงินมาจากต่างชาติแล้วมาสร้างความวุ่นวายในประเทศ ผมคิดว่ายอมไม่ได้เด็ดขาด จะแสนชื่อหรือกี่ล้านชื่อก็ไม่ว่ากัน แต่ให้เปิดตัวมาว่าผู้นำเป็นใคร ประชาชนถามผมมาเยอะว่ามีพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรคใช่หรือไม่อยู่เบื้องหลังไอลอว์&amp;nbsp; ดังนั้นเปิดหน้ามาเลยจะได้มาคุยกัน ว่าท่านทำถูกต้องหรือไม่&amp;quot; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญของ ส.ว.จะมีผลทำให้เพิ่มแรงกดดันในการชุมนุมหรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ม็อบทุกม็อบมีสิทธิ์ชุมนุมตามที่กฎหมายกำหนด แต่การชุมนุมดังกล่าวจะต้องไม่ใช้เสรีภาพอย่างเลยเถิด ประชาธิปไตยจะต้องมีขอบเขต จะละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่ายังมีอีกฝ่ายที่มีจำนวนมหาศาลติดตามอยู่ ไม่อยากเห็นคนไทยต้องฆ่ากันเอง แต่อยากให้คนไทยหันหน้าเข้ามาเจรจากัน
ชี้ไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้น นายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ร่วมกันเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อที่ 31 ให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาได้มีการยื่นญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในวาระที่ 1 และประชาชนเข้าชื่อยื่นญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 1 ฉบับ ซึ่งอยู่ในระหว่างประธานรัฐสภาเตรียมบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม โดยปรากฏว่าญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 3 ฉบับ ได้มีหลักการและเหตุผลให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญัตติดังกล่าวระบุว่า โดยเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติให้มีหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมาตรา 256/1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ เห็นว่าตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น ตามหลักกฎหมายมหาชน &amp;quot;ไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ&amp;quot; หมายความว่าหากไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจไว้จะกระทำมิได้ รัฐสภาจึงไม่มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภามีอำนาจเฉพาะที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 คือ ให้มีแต่อำนาจแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น การกระทำใดๆ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ การกระทำดังกล่าวเป็นอันใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนในการเสนอญัตติดังกล่าวมีทั้งสิ้น 73 คน แบ่งเป็น ส.ว.&amp;nbsp; 48 คน ที่น่าในใจมี ส.ส. 25 คน มาจากพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด ประกอบด้วย 1.นายสมพงษ์ โสภณ&amp;nbsp; ส.ส.ระยอง 2.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 3.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส 4.นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย 5.นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ 6.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 7.นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี 8.นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. 9.นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 10.พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ 12.นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ 13.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 14.นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย 15.นางพิชชารัตน์&amp;nbsp; เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16.นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช 17.นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา 18.นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี 19.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 20.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี 21.นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช 22.นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 23.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 24.น.ส.กานต์กนิษฐ์&amp;nbsp; แห้วสันตติ ส.ส.กทม. และ 25.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์
รบ.-พปชร.ตีมึนยื่นศาล รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถ้าหากมีการยื่นตีความก็จะทำให้การพิจารณาของสภาล่าช้า ซึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วตีตกก็ไม่มีผล แต่ถ้าศาลรับไว้พิจารณาหรือวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องไปดูรายละเอียด และยังไม่รู้ว่าจะยื่นตีความในประเด็นใดเพราะยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมรัฐสภา จึงนึกไม่ออกว่าจะร้องในประเด็นใด แต่ถ้าสภาพิจารณารับหลักการแล้วยื่นตีความสามารถทำได้ แต่กรณีนี้ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวหลังสื่อถามเรื่องนี้เพียงว่า &amp;quot; ยังไม่รู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 พ.ย.นี้ วันเดียวอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะต้องมีการประชุมถึง 2 วัน ระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย. ขณะเดียวกันก็มีประเด็นปัญหาถกเถียงกัน เนื่องจากมีร่างของกลุ่มไอลอว์เข้าสู่การพิจารณาด้วย ดังนั้นประธานรัฐสภาจึงจะมีการเรียกวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายค้าน รัฐบาล และ ส.ว.หารือร่วมกัน เพื่อกำหนดกรอบเวลา แนวทางการพิจารณาและลงมติว่าจะต้องมีการพิจารณาร่างไอลอว์ก่อนแล้วค่อยลงมติ หรือลงมติญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่างไปก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาร่างของไอลอว์ รวมถึงหารือถึงประเด็นที่ ส.ว.เข้าชื่อกันเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 3 ญัตติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า เชื่อว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะไม่ทำให้การพิจารณาของรัฐสภาสะดุด เพราะสามารถทำพร้อมกันได้เลย ส่วนที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ส่งไปตามระบบ ส่วนที่พิจารณาก็พิจารณาตามกระบวนการขั้นตอน มั่นใจว่าวันที่ 17-18 พ.ย.นี้จะแล้วเสร็จในวาระแรกแน่นอน อีกทั้งมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเสร็จสิ้นก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณาวาระ 3 และมั่นใจว่าจะไม่ถือเป็นความผิดใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า เป็นสิทธิที่ผู้เกี่ยวข้องจะทำได้ แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ให้มีการตั้ง&amp;nbsp; ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะหมวด 1 กับหมวด 2 ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งก่อนที่จะได้มีการพิจารณายื่นนั้น ถือว่าได้มีการพิจารณาตรวจสอบโดยรอบคอบแล้วว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งประชาธิปัตย์เป็นส่วนหนึ่งในนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้กังวลในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนท่าทีจากพรรคฝ่ายค้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นการยื่นเร็วไป ตามกระบวนการทำได้หลังโหวตผ่านวาระ 3 ส่วนจะทำให้กระบวนการแก้ไขล่าช้าออกไปหรือไม่ คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่ เพราะญัตติเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว&amp;nbsp; และคำร้องที่ยื่นไปนั้นที่ ส.ว.เห็นว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ร่างที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่อาจเพราะภาษาพูดที่อาจสื่อความหมายว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่ แต่คงไม่ใช่ประเด็นอะไร
ข้องใจร่างไอลอว์ล้างคดีทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีความเห็นต่อร่างแก้ไข รธน.เพิ่มเติมที่เป็นร่างฉบับประชาชนหรือร่างไอลอว์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภาเช่นกัน โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ร่างของไอลอว์มีบางประเด็นจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงเป็นสถานการณ์อันน่าวิตกของบ้านเมือง ได้ยกประเด็นมาตั้งข้อสังเกตไว้หลักๆ โดยเน้นไปที่ว่าร่างดังกล่าว ที่ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับสิ้นผลไป นิรโทษคดีทุจริต หลักการจะมีผลต่อกระบวนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและคดีทุจริตประพฤติมิชอบอื่นๆ แน่นอน เพราะการไปกำหนดให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่เป็นฐานกำหนดความผิดโดยตรงมีอันสิ้นผลไป หรือพูดง่ายๆ ว่ายกเลิกนั้น จะมีผลเสมือนเป็นการนิรโทษกรรมคดีทุจริตในทางปฏิบัติ ตามหลักกฎหมายอาญาที่ว่ากฎหมายมีผลย้อนหลังได้หากเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลข้างเคียงเบิ้มๆ ที่เป็นเสมือนการนิรโทษคดีทุจริตและปล่อยให้บ้านเมืองตกอยู่ในสุญญากาศไร้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตครึ่งค่อนปี ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และจะโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 3 ฉบับแน่นอน แต่ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายที่เสมือนเป็นการนิรโทษคดีทุจริต และยิ่งไม่เห็นด้วยกับการทำให้บ้านเมืองตกอยู่ในสุญญากาศไร้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตครึ่งค่อนปี&amp;quot; ส.ว.คำนูณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า ไอลอว์ต้องการจะแก้ไขเรื่องที่มาขององค์กรอิสระ แต่เนื่องจากมีเขียนในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก เราก็ต้องเสนอแก้ไข โดยอำนาจของประชาชนจะเสนอแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญรายมาตราไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิค เรามีเจตนาเพียงแค่ยืนยันว่าเราต้องการที่มาขององค์กรอิสระที่ปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาล เมื่อเขียนอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เราจึงเสนอยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญด้วย ไม่มีเจตนาที่จะยกเลิกคดีทุจริต มันอาจจะกระทบคดีทุจริตบางคดีบ้าง ก็ขอให้ไปว่ากันในรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการวาระที่ 2-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า การให้กฎหมายดังกล่าวสิ้นผลไปก่อนจะมีผลต่อคดีทุจริตจริงหรือไม่ นายยิ่งชีพ&amp;nbsp; กล่าวว่า ก็มีระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้มีทั้งหมด คนที่ถูกดำเนินคดีทุจริตมีทั้งข้อหาตามกฎหมาย ป.ป.ช. หรือประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับเขาไปทำอะไรมา กฎหมายฉบับอื่นยังมีอยู่ ความผิดทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นความผิดหลักในประมวลกฎหมายอาญาไม่ถูกยกเลิกไป คดีทุกคดีที่ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาจะต้องดำเนินต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83327</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิปรัฐบาล, สภาสูง, สสร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa9437146247.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;จี้สปิริตส.ว.โดยตำแหน่งรับเงินเดือนหลายทาง เขาให้มาเสียสละเพื่อชาติ ไม่รับเงินเดือนทำได้ไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่าประชาชนยต่อต้านการคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบ๊กแฟนเพจ Veera Somkwamkid ระบุว่า &amp;quot;เอาเปรียบประเทศชาติและประชาชนผู้เสียภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้ามาเป็นสว. เพราะเขียนกฎหมายฯเอื้อกันเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารใหญ่บางคนรับเงินเดือนและผลตอบแทนหลายทาง(เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ) ไม่ใช่แค่ 2 ทาง ทหารใหญ่ที่ยังรับราชการอยู่ ได้รับเงินเดือนในตำแหน่งหน้าที่ทางราชการอยู่แล้ว ตำแหน่งสว. เขาให้มาเสียสละเพื่อชาติและประชาชน ดังนั้นไม่สมควรจะมารับเงินเดือน สว.อีก ทำได้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศมาเลเซีย หลังนายกฯมหาเธร์ชนะเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง นอกจากไม่ขึ้นเงินเดือนหรือให้คนในรัฐบาลรับเงินหลายทางแล้ว ยังสั่งให้ลดเงินเดือนของคณะรัฐมนตรีลงด้วย แต่ของไทย รองนายกฯฝ่ายกฎหมายกลับออกมารับรองว่าสามารถรับเงินได้หลายทาง ทั้งที่ประเทศไทยยังมีหนี้สินจำนวนมหาศาล คุณภาพของผู้นำไทยและของผู้นำมาเลย์ มันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน ถามจริงๆ ไม่รู้จักอายประเทศมาเลย์เขาบ้างหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกคุณไม่รู้จักอาย แต่ประชาชนอายเขานะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36143</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., วีระ สมความคิด, สภาสูง, สมาชิกวุฒิสภา, เงินเดือนส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่อง! &#039;ประยุทธ์&#039; รับคุมส.ว.ไม่ได้ อาจมีแตกแถวโหวตนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนว่า เรื่องนี้ขออย่ากังวล นี่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็ต้องให้ส.ว.ชุดนี้ทำงานไปก่อน เมื่อถึงเวลาก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ในวันข้างหน้า ซึ่งวันนี้ก็เดินหน้าไปได้มากแล้ว ส่วนที่มีหลายฝ่ายโจมตีว่าส.ว.ต้องรับเงินสองทางนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้แล้ว และผ่านการทำประชามติ ดังนั้นอะไรที่เป็นกฎหมายอย่าไปรื้อกันอีกเลย ขณะที่ฝ่ายกฎหมายก็ดำเนินการอยู่แล้ว ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ หากไม่มีกฎหมายรองรับ บางเรื่องจะทำได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส.ว.ทั้ง 250 จะแตกแถวหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน จะไปคุมอะไรเขาได้ แต่ตนทำได้อย่างเดียว ทำความดี และประพฤติตนเป็นเยี่ยงอย่างเท่านั้น สุดแล้วแต่ว่าเขาจะเชื่อมั่นมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการมองว่า มีส.ว.250 คน เป็นต้นทุนอยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมไม่มอง ส.ว.เขาก็มีสมอง อย่าลืมว่า ผมไม่ใช่เป็นคนเลือก แต่มีการคัดสรรเข้ามา&amp;rdquo; โดยนายกฯกล่าวติดตลกด้วยว่า&amp;rdquo; นี่เธอกำลังซักฟอกฉันอยู่หรือเปล่า&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า มีหลายคนเป็นห่วงว่าวันข้างหน้าหากพล.อ.ประยุทธ์ ถูกซักฟอกในสภาจะควบคุมตัวเองได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า &amp;ldquo;อะไร เธอหาว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้หรือ มันเป็นธรรมดา ช่วงไหนที่วุ่นวายฉันก็เครียด จะตัดสินใจอะไรมันจะดีพอหรือไม่ จะถูกหรือเปล่า และอะไรที่ทำไปแล้วมันติดขัดตรงไหน ก็ย้อนกลับไปไม่มีจบ นี่คืองานของนายกฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะปรับตัวในการทำงานอย่างไร เมื่อเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกันให้มากขึ้น และให้เกียรติคนที่ทำงาน ไม่เช่นนั้นหลายๆประเทศจะยอมรับเราหรือ วันนี้ต่างประเทศรออย่างเดียว คือขอให้ตั้งรัฐบาลเสร็จ เพราะทุกอย่างได้ถูกปูไว้หมดแล้ว เมื่อได้นายกฯและรัฐบาลใหม่ ที่เป็นใครก็ได้เขาก็พร้อมจะร่วมมือ เพราะเราได้ปูทางไว้หมดแล้ว ซึ่งไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ แต่ประชาชนและประเทศชาติต้องได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า มองอย่างไรกับคำว่าสืบทอดอำนาจ นายกฯกล่าวว่า อำนาจใคร คสช.มีอำนาจตรงไหน มาตรา44 ก็ไม่มี ย้ายใครก็ไม่ได้ ที่ผ่านมาใช้เพื่อการปลดล็อก ปรับปรุงประสิทธิภาพของราชการ และการลงโทษในกรณีมีความผิด ซึ่งหากไม่มีความผิดก็คืนตำแหน่งให้หมดแล้ว เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะแอ่นอกได้มากขึ้นหรือไม่ เพราะลดปมว่ามาจากรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนถือว่าไม่มีปม ใครจะคิดอย่างไรก็คิดไป แต่ตนเข้ามาด้วยความจำเป็นทางสถานการณ์การเมืองในวันนั้น และวันนี้เข้ามาอย่างไร ก็ตนมีความเป็นตัวเอง โดยยึดชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน ไม่มีอย่างอื่น ส่วนหากจะเกิดอะไรขึ้นมาก็มีกลไกตั้งมากมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบ และที่ผ่านมาตนก็โดนฟ้องจำนวนมาก อย่าคิดว่ามีอำนาจแล้วจะไม่โดน &amp;nbsp;โดนเต็มไปหมดในฐานะนายกฯ แต่ก็ขึ้นอยู่ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนก็ระวังทุกอย่าง ใครจะอยากติดคุก ยืนยันว่าไม่ต้องการผลประโยชน์ และชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36101</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., บิ๊กตู่นั่งนายกฯ, พลเอกประยุทธ์, ส.ว.เลือกนายกฯ, ส.ว.แตกแถว, สภาสูง, สมาชิกวุฒิสภา, เลือกนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde662e0a373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ถวิล เปลี่ยนศรี&#039;ขอบคุณเลือกให้เป็นส.ว. ลั่นไม่ขอมีสิทธิ์พิเศษอะไรมากไปกว่าพี่น้องคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.62 - นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ผมต้องขอบพระคุณทุกท่าน ที่มีเมตตาแสดงความยินดี. ในโอกาสที่ผมได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นสมาชิกวุฒิสภา ผมจะทำหน้าที่อันสำคัญนี้ให้ดีที่สุด. ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตน หรือประโยชน์ใคร แต่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ไม่ขอมีสิทธิ์พิเศษอะไร มากไปกว่าที่พี่น้องคนไทยมี. แต่ขอทำหน้าที่ที่ได้รับ อย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถที่มี ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35953</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ส.ว., ถวิล เปลี่ยนศรี, สภาสูง, สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd8447d9b71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชกตรงเป้า!ดร.อาทิตย์ตอกส.ว.คนกันเอง ยังต้องหาเรื่องผลาญเงิน1,300ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.62 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 250 คน โดยระบุว่า &amp;quot;เลือกคนกันเองแล้ว ยังต้องหาเรื่องผลาญเงิน 1300 ล้านบาทอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35920</URL_LINK>
                <HASHTAG>1300ล้านบาท, 250ส.ว., งบประมาณเลือกส.ว., ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, วุฒิสภา, สภาสูง, เลือกส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd274c6d9a71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
