<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;คาดเปิดศึกซักฟอกปลายส.ค.-ต้นก.ย. ถกงบ65ยันเที่ยงคืน3วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ที่รัฐสภา&amp;nbsp; นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วาระ 2-3 ว่า ได้ตกลงกันว่า จะพิจารณา 3 วัน ระหว่างวันที่18 - 20 ส.ค. จนถึงเวลา 24.00 น. ของแต่ละวัน เพื่อให้การประชุมงบประมาณเสร็จภายในเวลาที่กำหนด 3 วัน หากให้เลิกประชุมก่อน 24.00 น. ในแต่ละวัน การพิจารณางบรายจ่ายปี2565จะยืดเวลาออกไป ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แม้จะเลยเวลา 21.00 น. ที่เป็นช่วงเคอร์ฟิว แต่ได้ประสานขออนุญาตเรื่องการเดินทางจากเจ้าหน้าที่ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการตรวจเชื้อโควิดส.ส.ที่จะมาร่วมประชุมนั้น จะไม่บังคับ ขึ้นอยู่กับความประสงค์แต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ยังกล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่า หลังจากที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว สภาฯ จะใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ 7 วัน ถ้าไม่มีความผิดพลาดจะบรรจุเป็นญัตติด่วน เรียกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี มาหารือกัน เพื่อกำหนดวันเวลาที่เหมาะสมร่วมกัน คาดว่าจะอยู่ช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113443</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี65, ชวน หลีกภัย, ซักฟอก, สภาฯ, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9495d02597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ที่ปรึกษาชวน&#039;บี้&#039;ณัฐชา&#039;พูดให้ชัด ติดโควิดจากใครในสภาฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวกรณี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ทราบผลตรวจเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ว่าเป็นบวก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝากความห่วงใยขอให้อาการดีขึ้น และหายจากอาการป่วย จากการให้สัมภาษณ์บางส่วนของนายณัฐชามั่นใจว่าติดเชื้อจากคนในสภาฯ มีการพาดพิงและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือต่อมาตรการด้านสาธารณสุขของสภาฯ จึงขอให้นายณัฐชา ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าติดมาจากใคร เพื่อทางสภาฯ จะได้เข้าไปดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายณัฐชา ต้องอธิบายกับสังคมให้ได้ว่าติดมาจากใคร เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อในสภาแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาซึ่งทำงานในอาคารสถานี ที่ห่างออกไป ห่างจากนายณัฐชา จึงไม่มีการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ในวันที่ 13 ก.ค. สำนักงานฯ ได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักกรรมาธิการ 2 จำนวน 18 คน ที่มีความเสี่ยงเนื่องจากประชุมร่วมกับนายณัฐชา ทำการตรวจหาเชื้อ (swap) และสำนักงานฯ ได้แจ้งข่าวไปยังสมาชิกฯ ทุกคนที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับนายณัฐชา ในระยะน้อยกว่า 2 เมตร นานเกิน 15 นาที ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ให้สังเกตอาการ และกักตัวเป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีความประสงค์จะเข้ารับการตรวจขอให้ติดต่อมายังสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา เพื่อจะได้ประสานงานให้ต่อไป&amp;quot; นพ.สุกิจ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ณัฐชา, นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, ส.ส.ก้าวไกล, สภาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebd46eecfd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ยันเดินหน้าประชุมสภาฯ ขอส.ส.อย่าซ้ำเติมสถานการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้เลื่อนการประชุมสภาฯ หลังจากที่พบว่ามี ส.ว.ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามายังพื้นที่รัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของการกระจายเชื้อโรคว่า&amp;nbsp; ได้ออกระเบียบวาระประชุมสภาฯ แล้ว จึงไม่สามารถทำได้ ส่วนกรณีที่มี ส.ว.ติดเชื้อ ได้สอบถามข้อเท็จจริงพบว่า ส.ว.คนดังกล่าวไม่ได้เข้าไปในห้องประชุม ส่วนคนขับรถไม่ได้เข้าพื้นที่เช่นกัน ทั้งนี้มาตรการของสภาฯ ซึ่งป้องกันเข้มงวดและทำต่อเนื่องนั้นได้ผล และยอมรับว่ามีหลายคนรู้สึกกังวล แต่ตนมองว่ายังสามารถประชุมได้ตามปกติ แต่หากได้รับความไม่สะดวกอาจต้องพิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวถึงประกาศของ ศบค. และ กทม. ฉบับใหม่ว่าด้วยการล็อคดาวน์ 10 จังหวัด ว่า ก่อนหน้านี้สภาฯ เคยทำเรื่องสอบถาม และได้รับอนุมัติให้สามารถเปิดประชุมได้ตลอดสมัยการประชุม แม้ระเบียบและประกาศใหม่ที่ออกมาระบุห้ามรวมตัวเกิน 20 คน ถือว่าไม่มีผลต่อการประชุมสภาฯ เพราะได้รับการอนุมัติล่วงหน้าแล้ว ส่วนมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายนั้น เข้าใจว่าใช้กับผู้ใช้แรงงาน ไม่กักตัวประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่ามี ส.ส. ส่วนหนึ่งกังวลเรื่องนี้ แต่เข้าใจ และขออย่าซ้ำเติมเหตุการณ์ ผมไม่อยากให้สภาฯ เป็นแห่งผู้ติดเชื้อ ถึงได้เข้มงวดเรื่องมาตรการ และวันหยุดที่ผ่านมาทำความสะอาดแล้ว&amp;nbsp; ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สภาฯ ส่วนใหญ่ทำงานอยู่บ้าน เพื่อลดจำนวนคนในสภาฯ และขณะนี้ผมเป็นห่วงประชาชนที่ไม่มีเงินเดือน ส่วนคนที่มีเงินเดือน มีหลักประกัน ข้าราชการที่ไม่มีปัญหา ขอให้ทำงานเพื่อส่วนรวม ทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่าท้อแท้ปัญหาที่มี คนอื่นเดือดร้อนยิ่งกว่า&amp;rdquo; นายชวน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการทบทวนการเปิดประชุมหรือการขอความร่วมมือการประชุมกรรมาธิการประจำสัปดาห์ นายชวน กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์ตลอด สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งเตียงพยาบาลไม่พอ เพราะห้องมีจำกัด สิ่งสำคัญคือต้องรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนป้องกันตัวเองให้มาก สวมหน้ากากผ้า เพื่อแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนัก คือ ต้องลดคนติดเชื้อ สำหรับสภาฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น การทำงานของกรรมาธิการฯ ไม่มีปัญหาเพราะขยายเวลาได้ แต่เข้าใจว่าอาจจะหยุดประชุมแค่ 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะกลับมาประชุมต่อ เพราะยังไงไวรัสโควิด-19 ยังไม่หมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอให้ ส.ส.และข้าราชการลดเงินเดือนตัวเองนั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;การไม่คอร์รัปชั่น ถือว่าดีที่สุด เพียงแค่ทุกคนไม่ทุจริต เราจะมีงบประมาณจำนวนมาก&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ส.ว., สภาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9495d02597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ตกใจส.ส.ด่านายกฯโง่! ที่แท้โกงไม่เป็นเหมือน&#039;นายใหญ่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp; โง่&amp;nbsp; โกงไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ยิน ส.ส.อภิปรายในสภาฯ กล่าวหาว่า นายกฯตู่&amp;nbsp; โง่แต่ขยัน&amp;nbsp; ตกใจ&amp;nbsp; นักการเมืองกล่าวหากันรุนแรงขนาดนี้เลยหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็อาจจะจริงนะ&amp;nbsp; ลุงตู่โง่&amp;nbsp; ที่ไม่รู้จักโกงกิน ไม่เหมือนนายใหญ่ของนักการเมืองคนนั้น&amp;nbsp; ที่โกงภาษี โกงงบประมาณ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องหอบเงินหนีไปเสพสุขต่างประเทศ&amp;nbsp; ทิ้งลูกน้องให้ติดคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการเมืองก็แปลก เรียกร้องให้ก้าวพ้นทักษิณ&amp;nbsp; แต่กลับวนเวียนอวดความเก่ง&amp;nbsp; ขยันโชว์ความฉลาดของนายใหญ่&amp;nbsp; แต่เปิดแผลให้ถูกตอกกลับให้เจ็บใจทุกที&amp;nbsp; หรือจะแอบยืมมือฝ่ายตรงข้ามช่วยตอกย้ำขยี้แผลเก่าของนายใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยหน้าลุงตู่จะได้เป็นนายกฯ อีกหรือเปล่าไม่รู้&amp;nbsp; แต่นายใหญ่ของนักการเมืองคงหมดโอกาส&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106215</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, นันทิวัฒน์ สามารถ, นายกฯ, นายใหญ่, บิ๊กตู่, ส.ส., สภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5154ed3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ไม่รู้เรื่องฝ่ายค้านข้องใจงบลับ โยนสำนักงบฯแจง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - เมื่อเวลา 12.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านออกมาตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละหน่วยงานของรัฐบาลตั้งงบลับจำนวนมาก ว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่ทราบเรื่อง ขอให้ถามทางสำนักงบประมาณจะดีกว่า และไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ละหน่วยงานสามารถตั้งงบประมาณลับของตัวเองได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอตอบ เพราะไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่านายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีความสงสัยในเรื่องนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็อ่านอยู่เหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 มิ.ย.นี้ ต้องซักซ้อมความพร้อมให้ ครม.ก่อนที่จะชี้แจงพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ที่จะเข้าอภิปรายในสภาฯ วันที่ 9 มิ.ย.นี้หรือไม่ อย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เป็นเรื่องของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ที่จะไปชี้แจง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105551</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ฝ่ายค้าน, พ.ร.ก.เงินกู้5แสนล้าน, วิษณุ เครืองาม, สภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdbaf8229b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;นำทีมถกงบปี65วงเงิน3.1ล้านล้าน คาดศก.โต4-5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.40 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระรับหลักการ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เสนอร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายประจำปี 65 ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.5 - 3.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ตามความคืบหน้าของการอนุมัติและการกระจายวัคซีนให้กับประชาชนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก และผลจากการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม&amp;nbsp; ทั้งด้านการเงินและการคลังที่มีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการกลับมาขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนรวม รวมทั้งการปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ในปี 2564 ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่มีความรุนแรงและยืดเยื้อมากกว่าที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp; จนนำไปสู่การดำเนินมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น แนวโน้มความล่าช้าในการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp; เงื่อนไขด้านฐานะการเงินของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจท่ามกลางตลาดแรงงานและกิจกรรมทางธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้ง และความผันผวนของ เศรษฐกิจและระบบการเงินโลก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงร้อยละ 1.0 &amp;ndash; 2.0&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 4.0 - 5.0 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวดีขึ้นของอุปสงค์ภาคต่างประเทศตามแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ดี ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศภายหลังการเดินทางระหว่างประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ภายใต้เงื่อนไขของการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงและนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของหลายประเทศที่เป็นต้นทางของนักท่องเที่ยวนับตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2564 สำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในปี 2565 ยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.7 - 1.7&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 มี.ค. 2564 มีจำนวน 8.47ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 โดยหนี้สาธารณะที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาล ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 30 เม.ย. 2564 มีจำนวน 3.72 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมามีการผ่อนคลายต่อเนื่อง&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2564 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับต่ำ ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ แต่ภาคธุรกิจและครัวเรือนมีความเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้นตัวจากการระบาดระลอกแรกและได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการระบาดระลอกใหม่&amp;nbsp; ทำให้รายได้และความสามารถในการชำระหนี้ลดลง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในเดือนก.พ. และมี.ค. 2564 ที่ร้อยละ 0.5&amp;nbsp; เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมมีความผ่อนคลาย&amp;nbsp; สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงการช่วยดูแลภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้และเอื้อให้ต้นทุนทางการเงินของการปรับโครงสร้างหนี้อยู่ในระดับต่ำ&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า งบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นการดำเนินนโยบายแบบขาดดุล โดยกำหนดรายได้สุทธิ 2.4 ล้านล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 7 แสนล้านบาท วงเงินงบประมาณดังกล่าวจำแนกเป็นรายจ่ายประจำ จำนวน 2.36 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 76.1 รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน&amp;nbsp; 5.96 ร้อยล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.02รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย จำนวน&amp;nbsp; 2.49 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.8 รายจ่ายลงทุน จำนวน 6.24 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.1 และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน&amp;nbsp; 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.2 ทั้งนี้ รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้เป็นรายจ่ายลงทุนกรณีการกู้เพื่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน10.5 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; ส่งผลให้ประมาณการการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีจำนวน&amp;nbsp; ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564&amp;nbsp; จำนวน 1.85 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับรายจ่ายลงทุนที่ต้องดำเนินการ รัฐบาลได้มีมาตรการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุนมีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลงบประมาณ โดยการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี&amp;nbsp; เพื่อนำมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ได้แก่ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership : PPP)&amp;nbsp; โดยเร่งรัดการดำเนินโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนที่จะดำเนินการในปี 2565 เร่งรัดการลงทุนของหน่วยงาน ตามแผนการใช้จ่ายจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) รวมทั้งการลงทุนโดยใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตามมาตรา 22 แห่งพ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลังดำเนินมาตรการภายใต้ร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อรักษาระดับการจ้างงานของผู้ประกอบการและกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคในระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณรายจ่ายฯ จำแนกตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3.87 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.5 ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3.38 แสนล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 10.9 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp; 5.48 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.7&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 7.33 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23.7 ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1.19 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9&amp;nbsp; และยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5.59 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยืนยันรัฐบาลได้กลั่นกรองการใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ จะเข้มงวด กวดขันป้องกันทุจริตการใช้งบประมาณ พร้อมให้องค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบ รวมถึงประชาชนก็แจ้งข้อมูลมาได้ จะใช้งบประมาณอย่างสร้างสรรค์ ให้เกิดความโปร่งใส&amp;nbsp; ทำเพื่อประชาชน&amp;nbsp; เพื่ออนาคตของลูกหลาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้ใช้เวลาชี้แจงต่อสภาฯ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104770</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, พ.ร.บ.งบ65, รัฐบาล, สภาฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b46b69c9464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;สะกิดส.ส.หยิบปัญหา&#039;เงินคนแก่&#039;พูดในสภาฯบ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.64-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;เงินคนแก่(2)&amp;quot; ระบุว่า สิทธิของมนุษย์บางเรื่องมันเป็นสิทธิตามธรรมชาติ มันติดตัวมาไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหนสิทธินั้นก็ติดตามตัว &amp;nbsp;ความแก่ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าคุณอยู่เมืองไทย หรืออเมริกา ถ้าคุณอายุ 60 มันก็ 60 อยู่นั่นแหละ เงินผู้สูงอายุ มันเป็นเงินที่ได้ตามสิทธิเพราะคุณเป็นคนแก่ พอคุณแก่รัฐก็ให้เงินตอบแทนความแก่คุณเดือนละ 600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า สมมุติว่า คนแก่นั้นอายุ 62 ปี ได้เงินคนแก่มาแล้ว 2 ปี แต่ต่อมาลูกตายในสงคราม คนแก่นั้นก็ได้รับเงินสงเคราะห์ที่เกิดจากความตายของลูกในหน้าที่ราชการ สมมุติว่าได้เดือนละ 5,000 บาท แต่พอได้เงินจากความตายของลูกเดือนละ 5,000 บาท กลับไปตัดเงินคนแก่ที่เขาเคยได้มาเดือนละ 600 บาท ทั้งที่สิทธิในการรับเงินมันคนละสิทธิกัน ผมสมมุติใหม่ ถ้าข้าราชการเกษียณแล้ว ได้บำนาญเดือนละ 40,000 บาท แต่ข้าราชการคนนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นส.ว. ได้เงินเดือนอีกเดือนละ 100,000 บาท เข้าไปในสภานั่งหลับๆตื่นๆ เขาก็รับเงินเดือน 2 ทางนะครับ รัฐไม่ได้ตัดบำนาญเขา แต่พอคนแก่ได้เงินสงเคราะห์เดือนละ 600 พอลูกตายในหน้าที่ ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐสมมุติว่าเดือนละ 5,000 บาท กลับไปตัดเงินคนแก่เขาเดือนละ 600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โถๆๆๆ วิธีการคิดอย่างนี้ นี่แหละครับ คือการคิดของระบบราชการ ท่านส.ส.นอกจากไปงานบวช งานศพ งานแต่งแล้ว ก็ควรทำ ควรพูด เรื่องอย่างนี้ด้วย ผมนี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาหรอก วันนี้ขอเสือกเรื่องของส.ส.ท่านหน่อย ท่านส.ส.อย่าด่าผมก็แล้วกัน เพราะผมยังไม่ได้ยินท่านส.ส.คนไหนพูดเรื่องนี้ในสภาเลยสักคน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91535</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ส.ส., สภาฯ, เงินคนแก่, เบี้ยคนชรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_60164e736fe04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
