<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รากเลือด!ลุ้นประชุมสภาพรุ่งนี้ วิปรัฐบาลคุมเสียงปริ่มน้ำ 1 ต่อ 6 หวั่นทำ&#039;แฮตทริก&#039;ล่มอีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 4 ธ.ค.นี้ จะมีวาระสำคัญคือ การพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ซึ่งที่ผ่านมาการพิจารณาญัตติดังกล่าวเกิดเหตุองค์ประชุมล่มมาแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นการประชุมสภาฯในวันที่ 4 ธ.ค.จึงได้รับการจับตามองว่า จะเกิดเหตุสภาฯล่มเป็นครั้งที่3หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้จำนวนส.ส.ในสภาฯมีทั้งสิ้น 498 คน จากจำนวน 500 คน โดย 2คนที่ขาดไปคือ 1.นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก คดีจ้างวานฆ่า และ2.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา คดีทุจริตการเลือกตั้ง ต้องถูกหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;ฉะนั้น องค์ประชุมที่จะทำให้การประชุมสภาฯดำเนินการได้ จะต้องมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ 249 คน ดังนั้นจำนวนส.ส.ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องระดมเข้าประชุม เพื่อไม่ให้องค์ประชุมฯล่มคือ 249 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม เสียงส.ส.ฝั่งรัฐบาลมี 254 เสียง แต่มีแนวโน้มว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอาจจะขาดหายไป 4เสียงได้แก่ 1.นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ป่วยอยู่ &amp;nbsp;2.นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังบายพาสหัวใจ 3.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ และ4.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เสียงฝั่งรัฐบาลเหลือสูงสุดแค่ 250 เสียง เกินองค์ประชุม 249 เสียง มาแค่คะแนนเดียว ดังนั้นวิปรัฐบาลจึงเช็กเสียงอย่างเข้มข้น และกำชับส.ส.ทุกคน ตลอดจนรัฐมนตรีที่เป็นส.ส. ห้ามขาดประชุมสภาฯในวันที่ 4 ธ.ค.เด็ดขาด เพราะมีเสียงหมิ่นเหม่สุ่มเสี่ยงต่อเหตุสภาฯล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในการประชุมของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)วันที่ 2ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้วางแนวทางป้องกันเหตุองค์ประชุมล่มไว้ในเบื้องต้น โดยเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล แทนการเสียบบัตรลงคะแนน &amp;nbsp;เพื่อให้ส.ส.ที่ติดภารกิจประชุมทั้งคณะกรรมาธิการสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี2563 สามารถมาแสดงตนเป็นองค์ประชุมได้ทัน รวมถึงป้องกันกรณีบัตรประจำตัวส.ส.ขัดข้องในการเสียบบัตรแสดงตน เพราะมีส.ส.หลายคนแจ้งมายังวิปรัฐบาลว่า การประชุมสภาฯหลายครั้งที่ผ่านมาได้เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่ปรากฏว่าระบบไม่ขึ้นชื่อว่าร่วมเป็นองค์ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังกำหนดให้วิปรัฐบาล1คน ทำหน้าที่ประสานงานส.ส.6 คน โดยเฉพาะในส่วนส.ส.พลังประชารัฐได้กำหนดขั้นตอนว่า วิปรัฐบาลคนใดติดต่อส.ส.ที่อยู่ในกลุ่มตนเองไปแล้ว แต่ส.ส.คนดังกล่าวไม่ติดต่อกลับมา ขอให้แจ้งต่อกรรมการบริหารพรรค หรือส.ส.อาวุโสให้เป็นผู้ประสานงานติดต่อส.ส.คนดังกล่าวแทน &amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมามีเหตุการณ์วิปรัฐบาลประสานงานติดต่อส.ส.หลายครั้ง แต่ส.ส.บางคนไม่ให้ความร่วมมือ เช่น อ่านไลน์แล้วไม่ตอบกลับ หรือโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ในวันประชุม จึงต้องให้กรรมการบริหารพรรคหรือส.ส.อาวุโสมาช่วยเคลียร์ เพื่อให้ส.ส.เหล่านี้เกิดความเกรงใจให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, วิปรัฐบาล, สภา่ลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfc09d61436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
