<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.สั่งทุกจว.เข้ม&#039;เคนมผง&#039; สืบหาแหล่งค้ายาในโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มท.สั่งศูนย์อำนวยการป้องกันยาเสพติดจังหวัด-อำเภอทั่วประเทศปราบปราม &amp;quot;เคนมผง&amp;quot; เข้มในทุกพื้นที่ วอน ปชช.แจ้งเบาะแสสายด่วน 1567 และ 1386 ส่วน สทอ.ขยายผลสืบหาแหล่งค้ายาในโลกโซเชียล พบใช้ในกลุ่มคนมีฐานะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 ม.ค. นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ด้วยปรากฏข่าวสารการแพร่ระบาดของยาเสพติดเคนมผง ซึ่งมีส่วนผสมของคีตามีนและสารเสพติดชนิดต่างๆ เช่น ไดอะซีแพม (Diazepam) ไอซ์ เฮโรอีน ยาอีโคเคน ทำให้ออกฤทธิ์รุนแรงเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายผู้เสพ และเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิต ในเบื้องต้นพบการแพร่ระบาดของเคนมผงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงมหาดไทย (ศอ.ปส.มท.) ได้แจ้งให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอทั่วประเทศ กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเคนมผงอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญและบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นต่อเนื่องในทุกพื้นที่ หากประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับเคนมผงและยาเสพติดอื่นในพื้นที่ สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 หรือสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมบริหาร ตร. ครั้งที่ 1/2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ในการสืบสวนจับกุมมีความคืบหน้า แต่ในภาพรวมได้มอบให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. ติดตามสืบสวนแหล่งขายยาเสพติดในโลกออนไลน์ด้วย ปัจจุบันมีการขายโฆษณาผ่านทางโซเชียล จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสืบหาข้อมูลที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบช.ภ.1 นายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการบังคับใช้กฎหมายสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 และตำรวจ บช.ภ.1 ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดระหว่างวันที่ 13-18 มกราคม 2564 มีผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติด 6 เครือข่าย จับกุมผู้ต้องหา 592 คน ตามหมายจับยาเสพติด 8 คน สมคบ สนับสนุน 1 คน ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่า 8,644,825 บาท ของกลางยาบ้า 220,808 เม็ด ไอซ์ 2,175.34 กรัม กัญชา 977 กิโลกรัม เคตามีน 9.41 กรัม กระท่อม น้ำกระท่อม ยาอี อาวุธปืน 5 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า บช.ภ.1 ได้เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติด สืบเนื่องจากที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับยาเสพติดชนิดใหม่ &amp;ldquo;ยาเคนมผง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ทะเลทราย&amp;rdquo; ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากการเสพ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ตนจึงได้สั่งการให้หน่วยในสังกัดบูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 ทำการระดมกวาดล้างยาเสพติด เน้นให้มีการสืบสวนขยายผลทุกรายเพื่อนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดในห้วงระหว่างวันที่ 13-18 ม.ค. ส่วนของกลางยาเสพติด แบ่งเป็นยาบ้าจำนวน 220,808 เม็ด, ยาไอซ์ 2,175.34 กรัม, กัญชา 977 กิโลกรัม 1,348.90 กรัม, พืชกระท่อม 1,800 ใบ 532.70 กรัม, น้ำกระท่อม 442.35 ลิตร, เคตามีน 9.41 กรัม, ยาอี 3 เม็ด ของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน อาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก ตรวจยึดทรัพย์มูลค่าทรัพย์สิน 8,644,825 บาท, เงินสด/ในบัญชี 200,175 บาท, รถยนต์ 14 คัน มูลค่า 6,784,700 บาท, รถจักรยานยนต์ 21 คัน มูลค่า 1,310,690 บาท, ทองรูปพรรณ มูลค่า 286,800 บาท, โทรศัพท์ 10 เครื่อง มูลค่า 62,460 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลกล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมยาเคนมผงในพื้นที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี &amp;nbsp;เป็นการขยายผลการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่สายไหม ยังคงต้องสืบสวนขยายผลไปถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป เบื้องต้นมี 1-2 กลุ่มที่เฝ้าจับตาอยู่ แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มมิคาโดะที่เป็นผู้ค้าในกรุงเทพฯ ส่วนที่ ผบ.ตร.สั่งการให้เฝ้าระวังเรื่องยาเคตัวนี้ ยืนยันว่าได้เฝ้าระวังทุกจังหวัด ไม่เฉพาะจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรีเท่านั้น ซึ่งผู้ค้ายา หรือวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ถูกสอบสวน ยอมรับว่าไม่รู้จักยาตัวนี้มาก่อน ตั้งข้อสังเกตว่า ยาเคนมผงหรือเคทะเลทราย เป็นยาเสพติดที่ใช้ในกลุ่มผู้มีฐานะ พบนำไปใช้ตามงานสังสรรค์ อ้างเพื่อความสนุก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90359</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สมคิด จันทมฤก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006c954685b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลปลดล็อกช่วยแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดคลังแจงตัดสิทธิ์ผู้ไม่เข้าเกณฑ์ 5,000 บาท 12 ล้านราย &amp;ldquo;ครม.&amp;rdquo; เคาะแล้วมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนตามที่แรงงานเสนอ หากปิดกิจการจ่าย 62% ของค่าจ้าง 3 เดือน ส่วนผู้ถูกเลิกจ้างได้สิทธิ์ 70% เป็นเวลา 200 วัน &amp;ldquo;พม.&amp;rdquo; เพิ่มเงินผู้พิการ-ผู้สูงอายุ พลังงานตรึงค่าไฟที่ 3.60 บาทต่อหน่วยยาวถึง มิ.ย. อึ้ง! แม้วส่งเงินให้ ส.ส.เพื่อไทยจัดซื้อแอลกอฮอล์แจก คณาจารย์ มธ.เสนอจ่าย 3 พันบาทให้ผู้มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไปทุกราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ได้ให้ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจแถลงถึงมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการไปแล้วและจะดำเนินการในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 วงเงิน 5,000 บาท ว่ามีประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com แล้วกว่า &amp;nbsp;27 ล้านคน ซึ่งได้ทยอยจ่ายเงินให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์แล้วกว่า 3 ล้านคน และจะทยอยจ่ายเงินให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนประมาณ 12 ล้านคนที่ถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่เข้าข่าย ขณะที่มีประชาชนที่อยู่ระหว่างขอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 6 ล้านคนเศษ โดยส่วนนี้ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามา 1.9 ล้านคน ยังเหลืออีกประมาณ &amp;nbsp;4 ล้านคนเศษ ซึ่งสามารถเข้าไปใน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อขอทบทวนสิทธิ์ได้ โดยเปิดให้ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.นี้ ส่วนประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดจะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์เข้ามา หากข้อมูลถูกต้องจะเร่งอนุมัติเงินเยียวยา 5,000 บาทให้ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์โดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินมาตรการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น นายประสงค์กล่าวว่า ส่วนแรกจะมาจากการใช้งบกลางปี 2563 และการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ในการใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จำเป็น อีกส่วนจะมาจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด &amp;nbsp;(พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ในส่วนเยียวยา 5,000 บาท และมาตรการเยียวยาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประมาณ 5.55 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทตามบัญชีครัวเรือน เนื่องจากบางครัวเรือนไม่ได้รับผลกระทบจริง ตรงนี้ยอมรับว่าเป็นประเด็นและเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน &amp;nbsp;เพราะบางครัวเรือนเป็นเจ้าสัว บางครัวเรือนเป็นข้าราชการ การดำเนินการต้องทำตามกฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน เพราะเป็นการกู้เงิน ต้องจ่ายให้ตรงตัวผู้ที่ประสบความเดือดร้อน ถ้าจ่ายไม่ตรงตัวไม่ตรงจุดผู้จ่ายต้องรับผิดชอบ ทำให้ต้องมีการตรวจสอบตามหลังเสมอ เพราะเป็นเงินของประเทศชาติ เงินกู้ที่กู้มาประชาชนทุกคนต้องร่วมใช้หนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แก้ไขกฎกระทรวงแรงงานเพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในสถานประกอบการที่ปิดตัวลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แก่ สถานประกอบการที่ต้องปิดเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนจะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้างเป็นเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือน, กลุ่มที่ต้องกักตัวเอง 14 วัน รวมถึงที่ติดเชื้อโควิด-19 และกลุ่มที่ถูกทางการปิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม 62% ของค่าจ้าง, กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งผู้ประกันตนที่ต้องลาออกและถูกเลิกจ้าง โดยผู้ที่ลาออกเองจะได้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 45% เป็นเวลา 90 วัน ส่วนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น &amp;nbsp;70% เป็นเวลา 200 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลัง ครม.มีมติเราจะเร่งออกกฎกระทรวงให้เสร็จในสัปดาห์นี้ และจะพยายามเบิกจ่ายให้ผู้ประกันตนให้เร็วที่สุด หากมีปัญหาใดให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในแต่ละจังหวัด โดยผู้ประกันตนที่ยื่นเอกสารไปที่สำนักงานประกันสังคมแล้วไม่ต้องยื่นผ่านออนไลน์ซ้ำ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นสามารถยื่นผ่านออนไลน์ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือของ &amp;nbsp;กษ.มีการลดหนี้ ธ.ก.ส.และกองทุนต่างๆ มีการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย สร้างรายได้ให้ประชาชน ซึ่งกรมชลประทานได้ให้ประชาชนที่ตกงานเข้ามาช่วยงานดูแลเรื่องชลประทาน รวมถึงการหาตลาดสินค้าเกษตรให้เกษตรกร และในระยะที่ 3 จะมีมาตรการออกมาดูแลชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่ ม.ค.ได้ให้สถานธนานุเคราะห์ขยายอายุตั๋วจำนำจาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 4 เดือน 120 วัน หรือประมาณ 8 เดือน เพื่อให้มีสภาพคล่อง นอกจากนั้น พม.ได้รับเงินกู้จากกระทรวงการคลังประมาณ &amp;nbsp;2,000 ล้านบาท เพื่อลดดอกเบี้ยเป็นพิเศษให้ผู้ใช้บริการสถานธนานุเคราะห์เป็น 0.125% ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;nbsp;เม.ย. ซึ่งคาดว่ามีผู้ได้รับประโยชน์หลายแสนราย ขณะที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) มีมาตรการพักชำระหนี้ ผู้เช่าซื้อ ผ่อน ผ่อนดาวน์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน ขณะที่ผู้เช่าอาคาร สถานที่ร้านค้ากับ กคช.จะยกเว้นค่าเช่าให้ เช่นเดียวกับผู้ค้าตามแผง ในพลาซาที่อยู่ในพื้นที่ของ กคช.จะเจรจาลดค่าเช่าแผง 50% &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมกลุ่มลูกค้าประมาณ 3 แสนคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มคนพิการมีมาตรการที่เริ่มไว้ก่อนไวรัสโควิด-19 จะแพร่ระบาด คือเพิ่มเงินรายเดือนจาก 800 &amp;nbsp;บาท เป็น 1,000 บาท คาดว่าจะได้รับเงินในเดือน พ.ค. รวมถึงมีการพักหนี้ผู้สูงอายุด้วยเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มผู้เดือดร้อน คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน และคนตกงาน พม.จะมีสถานที่ให้พักชั่วคราว และจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจว่ามีปัญหาหรือความต้องการอะไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า นอกจากภารกิจที่ทำร่วมกันกับกระทรวงอื่นๆ แล้ว ในส่วนของ มท.ยังมีภารกิจช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งมีการลดค่าไฟฟ้า 3% &amp;nbsp;เป็นเวลา 3 เดือนระหว่าง เม.ย.-มิ.ย. ขยายเวลาชำระค่าไฟฟ้าและคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า โดยส่วนนี้จะใช้งบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าน้ำจะลดค่าน้ำ 3% ในกรอบเวลา 3 เดือนเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;และขยายเวลาชำระค่าน้ำ 3 เดือน และคืนเงินประกันค่าประปา รวมวงเงินที่จะใช้ 3 พันล้านบาท ส่วนที่มีประชาชนเรียกร้องให้ลดค่าไฟเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่จะเป็นผู้พิจารณา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงได้ตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ระดับ 3.60 บาทต่อหน่วย จนถึงเดือน มิ.ย.63 รวมทั้งได้ผ่อนผันให้โรงงาน กิจการเอสเอ็มอี โรงแรม เป็นต้น ที่เดิมต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราคงที่ที่กำหนดให้จ่ายตามใช้จริง รวมทั้งลดค่าไฟฟ้า 30% ให้โรงแรม หอพักที่ผันตัวเองเป็นโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วย สังเกตอาการ หรือเป็นโรงพยาบาลสนามด้วย&amp;nbsp;
&amp;#39;แม้ว&amp;#39; แจกแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของนักการเมืองนั้น นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;(พท.) ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่าน ส.ส.พรรคทั่วประเทศ โดยให้จัดหาแอลกอฮอล์มาแจกจ่ายประชาชนพื้นที่ละ 100-200 ขวด ซึ่งในภาคอีสานนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรค รวมทั้งนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค และตนเองได้ร่วมกันสมทบเงินอีกจำนวนหนึ่ง โดยทยอยแจกไปแล้วใน 3 &amp;nbsp;จังหวัด คือ อุบลราชธานี, ยโสธร และอำนาจเจริญ จังหวัดละ 15,000 ขวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แอลกอฮอล์ที่แจกให้ประชาชนนั้นบรรจุในขวดใสเป็นแอลกอฮอล์ 75% โดยมีภาพของนายทักษิณพร้อมกับระบุข้อความว่า &amp;ldquo;เป็นห่วงพี่น้องชาวไทย จากใจทักษิณ ชินวัตร นายกฯ คนที่ 23&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พท.กล่าวว่า พรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่าถูกระบบคัดกรองปฏิเสธสิทธิ์ ทำให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ทั้งที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐโดยตรง ซึ่งแม้รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ผู้เดือดร้อนได้อุทธรณ์สิทธิ์ในสัปดาห์หน้า แต่เป็นห่วงว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือที่ล่าช้าเกือบเดือนตั้งแต่ประชาชนขาดรายได้ จะทำให้บางครอบครัวอยู่ไม่รอดถึงวันรับเงิน จึงอยากเร่งรัดรัฐบาลให้แก้ปัญหานี้เป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเจอด้วยตัวเองหลายเคส เช่นแม่ลูกสามที่เกือบใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายหมู่ ถ้าไม่เจอก่อนป่านนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ซึ่ง ส.ส.หลายคนก็เจอแบบเดียวกัน จึงอยากวิงวอนรัฐบาลอีกครั้งให้จ่ายเงินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มโดยเร็ว ก่อนที่เหตุการณ์ต่างๆ จะย่ำแย่ไปกว่านี้&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวและว่า ต้องฝากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ให้เข้าไปดูแลเรื่องการตรึงราคาด้วย เพราะพบว่ามีการขึ้นราคาจำนวนมากนอกเหนือจากไข่ไก่
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวเช่นกันว่า ภาพที่ประชาชนบุกกระทรวงการคลังเพื่อทวงเงินเยียวยา 5,000 บาทนั้น อธิบายสถานการณ์ความรับผิดชอบของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากระบบเอไอที่นำมาใช้คัดกรองไร้ประสิทธิภาพก็ต้องทบทวนปรับปรุง ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก อย่ามัวแต่ไปแนะนำประชาชนตากแดดฆ่าเชื้อโรค เงินมีแล้ว ยิงศรให้ตรงเป้า จ่ายเงินเยียวยาให้ถูกคน ไหนบอกว่าเราไม่ทิ้งกัน แต่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้มีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังจำนวนมาก
ชงจ่าย 3 พันอายุ 18 ปีขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พร้อมคณะได้ไปยื่นเรื่องที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนแนวทางดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั้งนอกระบบและในระบบ เพราะหากเยียวยารายละ 5,000 บาทให้แรงงาน &amp;nbsp;14.5 ล้านคนเป็นเวลา 3 เดือน จะใช้งบประมาณ 217,500 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จัดสรรได้ ทั้งนี้พรรคจะเปิดเว็บไซต์ www.ทำไมไม่ได้5พัน.com เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและนำเข้าสู่กระบวนการกลไกของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นปากเสียงให้ประชาชนได้รับสิทธิ์อันชอบธรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สื่ออิสระ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 ระบุว่า ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเป็นคนไร้ราก คนจรหมอนหมิ่น ซึ่งไม่เคยอยู่ในทะเบียนหรือสารบบใดๆ ที่คาดว่ามีจำนวนนับพันคน จึงอยากให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าไปดูแล และใช้วิกฤติไวรัสระบาดเป็นโอกาสจัดระเบียบคนไร้รากเหล่านี้
ขณะเดียวกัน คณาจารย์ 18 รายจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมลงนามในแถลงการณ์หัวข้อ &amp;ldquo;หากไม่มีเสรีภาพจากความอดอยากและความทุกข์ทน (Freedom from &amp;nbsp;hunger and miseries) ย่อมไม่มีสุขภาพที่ดี&amp;rdquo; โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปรับการเยียวยา 5,000 บาทที่มีปัญหา มาเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือประมาณ 3,000 บาทต่อคนต่อเดือนให้แก่ประชากรทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ยกเว้นบุคลากรของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา &amp;nbsp;33 โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 440,000 ล้านบาทในเวลา 3 เดือน รวมทั้งจัดให้แจกจ่ายอาหารและปัจจัยเพื่อการดำรงชีพโดยตรงแก่กลุ่มคนเปราะบางทุกกลุ่ม ซึ่งงบประมาณที่ใช้สำหรับถุงยังชีพ 2 &amp;nbsp;ล้านคน 3 เดือนจะคิดเป็นเงิน 7,800 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราขอเรียกร้องต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ให้ยุติการเก็บค่าเช่าทั้งต่อที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการขนาดเล็ก และขอเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินยุติการคำนวณดอกเบี้ยในสินเชื่อคงค้างของบุคคลและนิติบุคคลขนาดเล็กในตลอดช่วงเวลาวิกฤติครั้งนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63259</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.เราไม่ทิ้งกัน.com, กุลิศ สมบัติศิริ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, บุญเลิศ คชายุทธเดช, ปรเมธี วิมลศิริ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สมคิด จันทมฤก, สุทธิ สุโกศล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ สุวรรณรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970d1101ec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวจ.สมุทรสาครสั่งปิด 160 โรงเรียนทั่วจังหวัดหนีฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยหลังเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสาธารณสุข เพื่อการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน โดยมีผู้แทนจากทั้งภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp; ว่าในส่วนของโรงเรียนนั้น หลังจากที่มีหนังสือจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) แจ้งมาแล้วว่า ให้โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหยุดการเรียนตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อที่จะลดผลกระทบในเรื่องสุขภาพของนักเรียนนั้น ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้ประกาศให้โรงเรียนทั่วจังหวัดซึ่งมีอยู่ 160 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบไปด้วย โรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 103 แห่ง, โรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา 11 แห่ง, สถานบันการอาชีวศึกษา 3 แห่ง, โรงเรียนเอกชน 23 แห่ง และโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 20 แห่ง หยุดการเรียนในช่วงดังกล่าวทั้งหมด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27915</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสาคร, ปิดโรงเรียน, ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, ฝุ่นละออง, สมคิด จันทมฤก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51ab2a5bc40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งส่องตปท.แก้ฝุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สั่งกองทัพ-ตร.ศึกษาวิธีต่างประเทศแก้ฝุ่นพิษ ลุยติดเครื่องพ่นน้ำบนอาคารสูง นักวิชาการแนะลอกจีนสเปรย์น้ำตึกสูง 100 เมตรได้ผล คพ.แจงธาตุมะเร็งที่มากับฝุ่น เร่งทำบัญชีระบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มกราคม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศว่า กองทัพยังคงให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อลดมลภาวะจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่วิกฤติของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือน ม.ค. โดยได้ประสานกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมแก้ปัญหาเร่งด่วนในเขตพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การสนับสนุนกำลังพลและรถบรรทุกน้ำ ทำความสะอาดถนน การจัดอากาศยานบินโปรยละอองน้ำระยะสูงตามห้วงเวลา ควบคู่กับการสนับสนุนทำฝนเทียม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หามาตรการเร่งระบายการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน และแก้ปัญหาการชะลอตัวของรถในเส้นทางหลักให้เป็นผลอย่างจริงจัง เพื่อช่วยลดมลภาวะจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงบนท้องถนน พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกเหล่าทัพศึกษาการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากต่างประเทศ พัฒนาปรับใช้กับทรัพยากรของกองทัพที่มีอยู่ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหา โดยประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้กองทัพอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องพ่นละอองน้ำติดตั้งบนอาคาร และการพิจารณานำอากาศยานไร้คนขับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะสามารถทยอยติดตั้งบนอาคารสูงของภาคเอกชนและปฏิบัติงานได้ในเร็ววันนี้ เพื่อร่วมกันลดมลภาวะจากฝุ่นละอองดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เวลา 15.00 น. ว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ในช่วงบ่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลมพัดแรง ยังคงไม่มีฝนตก ทำให้เจือจางฝุ่นละอองได้บางส่วน โดยบริเวณพื้นที่ริมถนน มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 3 สถานี ส่วนพื้นที่ทั่วไป มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) อยู่ 3 สถานี คาดการณ์ในวันที่ 28 ม.ค. จากการพยากรณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา อากาศลอยตัวได้ดี แต่ลมพัดอ่อนลง ประกอบกับเป็นการทำงานวันแรกของสัปดาห์ที่มักมีการจราจรหนาแน่น ส่งผลทำให้ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 มีโอกาสสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คพ.ได้ประสานงานกรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. กองบังคับการจราจร &amp;nbsp;ขนส่ง กองทัพ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม และผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัด ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ดังนี้ กทม.ล้างถนนทุกวันทุกสาย และได้มีการฉีดพ่นละอองน้ำที่เขตบางรักและเขตสาทร ทั้งนี้ ยังคงขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียง งดการเผาในที่โล่งทุกประเภทอย่างเด็ดขาด และงดการใช้รถยนต์ที่มีควันดำอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาป้องกันและจัดการภัยพิบัติ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลวิจัยที่เกี่ยวกับโลหะหนักในฝุ่นละออง PM 2.5 ที่วัดได้ในชั้นบรรยากาศทั่ว กทม. &amp;nbsp;มีประเด็นผลวิจัยเป็นเวลา 1 ปี พบธาตุทางเคมีที่เป็นโลหะหนัก ก่อมะเร็งปะปนอยู่ในอากาศระดับต้องเฝ้าระวังอยู่ถึง 3 ชนิด คือ สารหนู, ซีลีเนียม และแคดเมียม โดยเกิดจากการเผาไหม้ของอุตสาหกรรมและยานพาหนะ และคณะวิจัยฯ ได้เก็บค่าระดับความเข้มข้นของโลหะหนักในฝุ่น PM 2.5 จากสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลา 2 ปี พบธาตุโลหะหนักเพิ่มอีก 2 ชนิดคือ ทังสเตนและแคดเมียม ธาตุ 2 ชนิดนี้พบในส่วนผสมของโลหะดิสก์เบรกยานยนต์ ซึ่งปริมาณโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอากาศขณะนี้ทั้งหมดมีฤทธิ์ก่อมะเร็งในร่างกายได้ หากสะสมไว้ปริมาณมากนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชี้แจงว่า ปริมาณฝุ่น รวมทั้งองค์ประกอบของฝุ่นจะมีความแตกต่างกันตามฤดูกาลและกิจกรรมในบริเวณใกล้เคียง การวิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่นสามารถใช้เพื่อศึกษาแหล่งกำเนิดของฝุ่นได้ เช่น โปแตสเซียม เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผาไม้ สังกะสี เป็นองค์ประกอบจากแหล่งกำเนิดการเผามูลฝอย อะลูมิเนียม เหล็ก แมงกานีส แคลเซียม เป็นองค์ประกอบของฝุ่นในเมืองหรือฝุ่นฟุ้งกระจายจากถนน และสารหนู แคดเมียม เป็นองค์ประกอบของฝุ่นจากอุตสาหกรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมากในหลายประการ เช่น ความแข็งแรงของร่างกาย โรคประจำตัว อุปนิสัย เป็นต้น การพิจารณาผลกระทบจากปริมาณฝุ่นและองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นที่บุคคลได้รับ ในประเด็นนี้ต้องพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลองกล่าวว่า ปัจจุบันหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้มีการกำหนดค่ามาตรฐานสำหรับองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่นบางชนิดเป็นค่ามาตรฐานแล้ว เช่น กำหนดค่ามาตรฐานของตะกั่วซึ่งเป็นองค์ประกอบของฝุ่นมาตั้งแต่ปี 2538 (ค่ามาตรฐานตะกั่วในบรรยากาศ เฉลี่ย 1 เดือน ไม่เกิน 1.5 มคก.ต่อ ลบ.ม.) นอกจากนี้ คพ.มีโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ด้านการจัดการคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยและกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศญี่ปุ่น &amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดทำบัญชีการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และการพัฒนานโยบายมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองสำหรับประเทศไทย โดยมีระยะเวลาดำเนินการอย่างน้อย 2 ปี (2561-2563) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการแก้ฝุ่นพิษในประเทศจีนว่า มหาวิทยาลัยในประเทศจีนได้ทำวิจัยเพื่อต่อสู้กับปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอนในช่วงฤดูหนาว โดยสังเกตว่าในช่วงที่ฝนตกหนักมากจะทำให้ PM 2.5 ลดลงจาก 220 มคก./ลบ.ม. เหลือเพียง 30มคก./ลบ.ม. จึงมีแนวคิดติดตั้งหัวกระจายน้ำเป็นฝอยบนหลังคาตึกสูงหรือติดตั้งบนเสาสูงเหมือนเสาส่งสัญญาณ CCTV (Skyscraper sprinkler system)โดยต้องสเปรย์น้ำเป็นฝอยให้มีขนาดอนุภาคของน้ำ 0.1-3.0 ไมครอน ไปในบรรยากาศให้มีความสูงอย่างน้อย 100 เมตร หรือความสูงตึก 25-30 ชั้น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที-2 ชั่วโมงในช่วงเช้าและเย็น เพื่อจับกับฝุ่น 2.5 ไมครอน ซึ่งจะสามารถลดปริมาณฝุ่นในบรรยากาศจาก 100 มคก./ลบ.ม. เหลือ 35 มคก./ลบ.ม. ได้ในบางช่วงในบริเวณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรัฐบาลจีนขอความร่วมมือให้ตึกสูงที่ตั้งอยู่ในเมืองทุกแห่งติดตั้ง Skyscraper sprinkler system ที่ได้ออกแบบมาดังกล่าวและช่วยพ่นละอองฝอยของน้ำไปในบรรยากาศในวันที่มี PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้จีนได้ผลิตปืนใหญ่ฉีดน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้พ่นน้ำเป็นละอองฝอยขึ้นไปในอากาศได้สูงถึง 2,000 ฟุต เพื่อช่วยลด PM 2.5 ในวันที่อากาศปิดและมีค่าฝุ่นสูง ทั้งนี้ กรุงเทพฯ และเมืองต่างๆ ของไทยในเวลานี้ โดยเฉพาะที่มหาชัย แม่กลอง กำลังประสบปัญหา PM 2.5 อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก ซึ่งหน่วยราชการลองพิจารณาเอาแนวคิดของจีนมาจัดการอย่างน้อยเขาก็ทำมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถนนพระราม 2 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ติดถนนพระราม 2 และล้างถนนสายหลักและสายรองเพื่อลดฝุ่นบนถนนไม่ให้ฟุ้งกระจาย ทั้งนี้ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ลดลงมาอยู่ที่ระดับสีส้ม อยู่ที่ 64 มคก.ลบ.ม. จากเดิมที่อยู่ในระดับสีแดง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สนธิ คชวัฒน์, สมคิด จันทมฤก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4db5aee6e31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
