<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ดขาด!ประหารชีวิต &#039;แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย&#039; ฆาตกรต่อเนื่อง ไม่สำนึกในการกระทำความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลจังหวัดขอนแก่น ได้เผยแพร่เอกสารข่าวคดี&amp;nbsp;นายสมคิด พุ่มพวง หรือ &amp;quot;แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย&amp;quot; ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมรัดคอหญิงหม้ายอายุ 51 ปี ชาว อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อปลายปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอกสารดังกล่าว ระบุว่าเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อ่านคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 87/2564 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายสมคิด พุ่มพวง จำเลย โดยคดีนี้ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) (5) มาตรา 199 และ มาตรา 334 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทวิ วรรคสอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยการกระทำทารุณโหดร้าย ลงโทษประหารชีวิต ฐานลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือสาเหตุแห่งการตาย และฐานเป็นการกระทำใดๆ ต่อศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 เดือน ฐานลักทรัพย์เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 3 ปี ฐานเป็นการกระทำใดๆ ต่อศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 16 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย เนื่องจากศาลลงโทษประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุดแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในครั้งแรกเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ คำรับสารภาพดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเพียงกลวิธีในการต่อสู้คดีของจำเลยเพื่อให้ศาลพิจารณาลดโทษให้เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประกอบกับพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยได้กระทำต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันรวมคดีนี้ด้วยถึง 6 คดี หลังจากจำเลยพ้นโทษจากคดีทั้งห้าคดีก่อนนั้นเป็นเวลาเพียง 6 เดือนเศษ ทั้งไม่สำนึกในการกระทำความผิด ขาดความเมตตาปราณี สร้างความสูญเสียแก่สุจริตชนและเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นของจำเลยมารวมได้อีก คงให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว และ ริบของกลาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ธ.ค.2562 &amp;nbsp;โดยมีผู้พบศพนางรัศมี มุลิจันทร์ &amp;nbsp;หรือฝ้าย อายุ 51 ปี เจ้าของบ้านตายในสภาพถูกห่อด้วยผ้าห่ม ท่อนล่างเปลือย ส่วนท่อนบนสวมเพียงเสื้อยืด บริเวณลำคอถูกพันด้วยเทปใสและสายไฟ ที่ข้อเท้าถูกมัดด้วยสายชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ &amp;nbsp;เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง ร่างกายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และไม่มีร่องรอยการรื้อค้นสิ่งของในบ้าน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายสมคิด ได้ขณะนั่งรถไฟหลบหนีที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และคุมตัวมาดำเนินคดีที่ขอนแก่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลจังหวัดขอนแก่น, สมคิด พุ่มพวง, แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066ac36d24f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกย่องน้องเรย์&#039;บิ๊กแดง&#039;ชวนเป็นทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหล่าทัพมอบเกียรติบัตรชื่นชม &amp;ldquo;น้องเรย์&amp;rdquo; คนดีแจ้งเบาะแสจับ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ฆาตกรต่อเนื่อง ขณะที่ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; อ้าแขนรับเป็นทหารรับใช้ชาติ ตอบแทนทำความดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร ที่มี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม และการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่มี พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุม ทางกองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบเกียรติบัตรชื่นชมให้แก่นายกษิเดช เลิศอุดมธรรม หรือน้องเรย์ พลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแสนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมตัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เมืองไทยไม่สิ้นคนดี ซึ่งน้องเรย์มีอายุน้อย แต่การตัดสินใจและไหวพริบปฏิภาณเกินตัว สนใจในเรื่องที่ยิ่งใหญ่และมีผลดีต่อส่วนร่วม ต้องขอขอบคุณครอบครัวที่อบรมดูแล รวมถึงสถานศึกษาที่ได้บ่มเพาะน้องเรย์จนมีดุลพินิจที่เหมาะสม อีกทั้งต้องขอบคุณกองทัพบกและหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เนื่องจากน้องเรย์เป็นนักศึกษาวิชาทหารปี 5 ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้น้องเรย์เป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคม ในฐานะที่ตนเป็นตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ และคนไทยทุกคน ขอขอบคุณน้องเรย์ที่ทำให้เกิดจุดพลิกผันและมีผลดีต่อส่วนรวม เป็นแบบอย่างของเยาวชน หากคิดดีทำดี ทั้งนี้ทราบว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มีความประสงค์ที่จะรับน้องเรย์เข้ารับราชการเป็นทหารหากศึกษาจบปริญญาตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นการแสดงความยินดีที่น้องเรย์ทำคุณงามความดีให้กับส่วนราชการและเป็นพลเมืองดี มีความกล้าตัดสินใจแจ้งเบาะแส จึงขอเชิดชูและยกย่องน้องเรย์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคม ส่วนที่มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของน้องนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกษิเดชกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ได้มอบประกาศนียบัตรและยกย่องตน ซึ่งการตัดสินใจแจ้งเบาะแสในวันนั้น เพื่อต้องการให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาขน อีกทั้งเราจะต้องปกป้องประชาชน ตนไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงตนเองว่าจะตกเป็นเหยื่อ แต่ห่วงว่าจะมีใครตกเป็นเหยื่อรายต่อไปอีก ส่วนที่ตนเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารนั้น ก็ได้เรื่องความกล้าหาญและปกป้องประชาชน และได้ทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ ซึ่งยอมรับว่าตอนแรกที่เลือกเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร เพราะไม่อยากเป็นทหาร คิดว่า 2 ปีเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและสนุก ตนอยากเรียนให้จบปี 5 ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีการเปิดรับกำลังสำรองให้เป็นทหารชั่วคราว 4 ปี แต่ในส่วนของตนยังเรียนไม่จบปริญญาตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53264</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษิเดช เลิศอุดมธรรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, สมคิด พุ่มพวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e036345dae2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขัง‘สมคิด’นอนคุกยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สมคิด เดอะริปเปอร์&amp;quot; คอตกไม่ได้ประกัน ศาลอนุญาตฝากขังผลัดแรก 12 วัน ระหว่างไปศาลชาวบ้านรุมสาปแช่ง ด่าทอ อัยการมอบเสื้อคนดีที่เรายกย่องพร้อมของที่ระลึกจากสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา แก่พลเมืองดีหลังชี้เบาะแสให้ตำรวจจนนำไปสู่การจับกุมสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.2562 ที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงศ์ราช ผกก.สภ.กระนวน พร้อมพนักงานสอบสวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ฉายา คิด เดอะริปเปอร์ ซึ่งลงมือก่อเหตุฆ่ารัดคอนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เสียชีวิตในบ้านผู้ตาย ที่บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ออกจากห้องคุมขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะที่ควบคุมตัวนั้น นายสมคิดมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สดชื่นแจ่มใส นิ่งเฉย ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำเพิ่มเติมประมาณกว่า 30 นาที จึงควบคุมตัวนายสมคิดขึ้นรถตู้ของ สภ.กระนวน ส่งศาลจังหวัดขอนแก่นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถนั้น ปรากฏว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมร้อยคนมายืนรอและหวังจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา แต่ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาทำให้ไม่มีเหตุการณ์บานปลายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต่างด่าทอสาปแช่งนายสมคิดตลอดเวลาด้วยความโกรธแค้นแทนผู้เสียชีวิตและญาติผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์เผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและรวบรวมหลักฐานขอหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมตัวนายสมคิดได้ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. และนำตัวมาสอบสวน รับสารภาพว่าฆ่าผู้ตายจริง แต่เป็นการพลั้งมือ ขณะทะเลาะกับผู้ตาย จากนั้นได้ขึ้นรถโดยสารจาก อ.กระนวนไปในเมืองขอนแก่น เพื่อเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ใน รพ.ขอนแก่น ขี่หลบไปไปยังจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพื่อขึ้นรถไปหลบหนีกระทั่งถูกจับกุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. ภายหลังจากที่ พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ควบคุมตัวนายสมคิดทำการขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขังผลัดแรก โดยในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นตำรวจได้คัดค้านการประกันตัว ซึ่งทันทีที่นายสมคิดเดินทางมาถึงศาลจังหวัดขอนแก่นด้วยรถยนต์ควบคุมตัวผู้ต้องหาของ สภ.กระนวน ได้ถูกส่งไปทำการควบคุมที่ชั้น 1 ของศาลจังหวัดขอนแก่นทันที ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน เพื่อทำการสอบสวนทางคดี โดยศาลจังหวัดขอนแก่นได้รับคำร้องดังกล่าวก่อนมีคำสั่ีงรับฟ้องและไม่อนุญาตให้ประกันในชั้นศาล ก่อนที่เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่นจะทำการส่งรถมารับตัวนายสมคิดไปทำการควบคุมพลัดแรก ตามคำสั่งของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อกล่าวหากับนายสมคิดทั้งหมด 3 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ และลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่าผู้อื่น และปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาและไตร่ตรอง ส่วนข้อหาอื่นๆ ให้การปฏิเสธทั้งหมด อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะเร่งทำการสอบสวน และเก็บข้อมูลต่างๆ ด้วยพยานหลักฐาน และทำการส่งสำนวนให้กับอัยการ จ.ขอนแก่น เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า นายสุริยะ แบ่งส่วน รองอัยการสูงสุด และตนเองในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ต้อนรับนาย ร. และแฟนสาว (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) โดยมอบเสื้อคนดีที่เรายกย่อง พร้อมของที่ระลึกจากสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด แก่นาย ร. และแฟนสาว พลเมืองดีทั้งสองที่ไม่เพิกเฉย พบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ ช่างสังเกต ตรวจสอบหมายจับ แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ขณะโดยสารรถไฟจาก จ.บุรีรัมย์ มุ่งหน้าไป จ.พระนครศรีอยุธยา ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวต่อไปว่า ในขณะที่นาย ร. โดยสารอยู่บนรถไฟ แฟนสาวที่เดินทางไปด้วยกันสังเกตเห็นว่า ชายที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันนั้นมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายนายสมคิด พุ่มพวง ที่ฆ่าคนตายใน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น มีหมายจับและตำรวจกำลังต้องการตัว จึงหาข้อมูลในโซเชียลฯ ว่าชายคนดังกล่าวใช่นายสมคิดตามหมายจับหรือไม่ โดยนาย ร.ได้พยายามมองหน้าให้ชัดอีกครั้ง ซึ่งนายสมคิดจับหมวกและดึงลงตลอดเวลาเพื่อปิดบังใบหน้าและมองไปทางอื่น เมื่อดูจนแน่ใจว่าใช่นายสมคิดแน่นอน เพราะจำรูปหน้าและแผลเป็นที่คิ้วข้างซ้ายได้ นาย ร. จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกับตำรวจ สภ.กระนวน พร้อมส่งภาพถ่ายคนร้ายและโลเกชั่นให้ตำรวจ กระทั่งตำรวจเดินทางไปถึงและจับกุมตัวนายสมคิดไว้ได้ ถ้านาย ร. เพิกเฉย ไม่สนใจ เหยื่อรายต่อไปอาจเป็นคนที่คุณรู้จัก ความสูญเสียย่อมเกิดขึ้นอีก ไม่เพิกเฉยต่อเหตุร้ายเหตุอาชญากรรม จึงเป็นคนดีที่เรายกย่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการในพระดำริฯ จะได้นำเรื่องเข้าคณะกรรมการเพื่อเสนอเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรคนดีที่เรายกย่อง จากสมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ต่อไป&amp;quot;นายโกศลวัฒน์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52941</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิด เดอะริปเปอร์, ฆาตกรต่อเนื่อง, สมคิด พุ่มพวง, สมคิด เดอะริปเปอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcc11769787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิด เดอะริปเปอร์&#039;มีเฮ!&#039;ป้าธิดา&#039;ฟันเปรี้ยง&#039;รัฐประหารต่อเนื่อง&#039;ร้ายกาจ รุนแรง ยิ่งกว่า&#039;ฆาตกรต่อเนื่อง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค. 62 &amp;nbsp;- เฟซบุ๊กเพจยูดีดีนิวส์ของแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เผยแพร่คำกล่าวของนางธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp;ที่ปรึกษานปช. โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ธิดากล่าวว่า เราได้ยินคำว่า &amp;quot;ฆาตกรต่อเนื่อง&amp;quot; แน่นอนว่ามันน่ากลัว ประชาชนก็ชูป้ายว่าให้ประหารชีวิตเพราะฆ่าคนมา 6 คนแล้ว แต่ในทัศนะของดิฉัน เราอยู่ในสถานการณ์ของการทำรัฐประหารต่อเนื่องจาก 2549 มาจนถึงปัจจุบัน 13 ปีมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันอยากจะถามทุกท่านว่า &amp;quot;รัฐประหารต่อเนื่อง&amp;quot; กับ &amp;quot;ฆาตกรต่อเนื่อง&amp;quot; อันไหนมันรุนแรงและร้ายกาจ ส่งผลสะเทือนที่เลวร้ายต่อประชาชน ต่อสังคมมากกว่า ในขณะที่เรากำลังตื่นเต้นกับนายสมคิด พุ่มพวง ดิฉันอยากให้มองภาพใหญ่ ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจฆาตกรต่อเนื่อง แต่เราต้องสนใจการทำ &amp;quot;รัฐประหารต่อเนื่อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจจะไม่ใช่เป็นการทำลายชีวิต แต่ว่าการทำลายเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของคนหมู่มากในประเทศไทย รวมทั้งการทำลายอนาคตประเทศไทย ถ้าถามดิฉัน มันรุนแรงและหนักหน่วงกว่าฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งฆ่าทีละคน สร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปรากฏการณ์รัฐประหารต่อเนื่อง 13 ปี ดิฉันอยากจะให้พวกเรามองให้เห็นภาพ แน่นอนว่าเรามีรัฐบาล ซึ่งในทัศนะของดิฉันมันเป็นเหมือนโรงละครจอมปลอมของระบอบประชาธิปไตย มันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตจจริง เป็นการแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการทำรัฐประหารต่อเนื่องนั่นก็คือ แม้นมีรัฐสภา แม้นมีการเขียนรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ แม้นมีวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งแล้วมายกมือให้นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นคณะผู้ทำรัฐประหาร เพียงแค่นี้มันก็เห็นชัดเจนว่า มันเป็นการทำรัฐประหารต่อเนื่อง ก็คือคงอำนาจที่ต่อเนื่องของคณะรัฐประหาร แค่ประเด็นวุฒิสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่ต้องพูดถึงองค์กรอิสระ!
ยังไม่ต้องพูดถึงศาลรัฐธรรมนูญ!
ยังไม่ต้องพูดกลไกอื่น ๆ แม้กระทั่งกองทัพ!
ในการที่จะทำให้หนุนเนื่องการทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็คือจาก 2557 มาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แต่ว่าเราไม่รู้สึกแตกต่างเลย โดยเฉพาะดิฉัน ยังรู้สึกว่าเราเหมือนกับอยู่ในการทำรัฐประหาร ก็ง่าย ๆ คือวันที่เราไปจัดงานมิตติ้งแฟนเพจ ปรากฎว่ายังมีคณะซึ่งพยายามที่จะเข้าไปรับฟัง ไปอัดเทป สอดแนม ดิฉันก็ถามว่าใช้กฎหมายฉบับไหน จนกระทั่งมีรัฐบาลประชาธิปไตยแม้จะปลอม ๆ แล้วก็ตาม แต่การใช้อำนาจยังเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะเห็นว่าแม้กระทั่งในการโหวตคณะกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะเอาผิดตรวจสอบการใช้อำนาจมาตรา 44 ตรวจสอบผลจากประกาศคำสั่ง คสช. ที่โหวตแพ้ไปแล้วก็ยังโหวตใหม่จนได้ นี่แสดงให้เห็นถึงการปกป้องการใช้อำนาจของ คสช. เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบทอดแสดงให้เห็นในรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นปรากฏการณ์ของการที่หัวหน้า คสช. มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยแบบเก๊ ๆ ก็ยังแสดงความต่อเนื่องของอำนาจโดยการที่พยายามที่จะปกป้องไม่ให้ตัวนายกรัฐมนตรีมีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งการถวายสัตย์ ก็ไม่ไปมันดื้อ ๆ นั่นแหละ ในคณะกรรมาธิการที่ปราบปรามทุจริตที่ต้องการให้ท่านไปตรวจสอบ และการตรวจสอบอำนาจ คสช. กลัวแพ้ ก็โหวตใหม่ดื้อ ๆ เพราะฉะนั้นความพยายามที่จะปกป้องมันชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการทำรัฐประหารต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดการตั้งกรรมาธิการในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือโหมดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ทำไม่ได้ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ยอม ยังไงก็ต้องทำ! แต่จะทำอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเรามาดูตัวแสดงว่าเขาส่งใครไป ส่งตัวเอ้เลยอย่าง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้ซึ่งทำเนชั่น ที่พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าผมเป็นแฟนคลับทั้งพิธีการ ทั้งรายการต่าง ๆ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่พูดอย่างนี้ แล้วไม่มีนายสนธิญาณไป เราก็ยังไม่เข้าใจชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอดีในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตรงไปตรงมาอย่างหนึ่งคือ เวลาไปถวายสัตย์ฯ ก็ไม่พูดเรื่องจะปกป้องรัฐธรรมนูญ แล้วก็เป็นแฟนคลับเนชั่น ก็พูดตรง ๆ แล้วก็ส่งนายสนธิญาณเข้ามาเป็นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน, มีนายอุดม รัฐอมฤต, นายสิระ เจนจาคะ, นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่ดูรายชื่อเหล่านี้เราก็จะเห็นว่า จริงใจที่จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญนี้ทำให้คณะรัฐประหารสามารถอยู่ได้ต่อเนื่อง และเมื่อท่านต้องการที่จะอยู่ยาว มันไม่มีเหตุผลที่ท่านจะไปทำลายรัฐธรรมนูญ ซึ่งกว่าจะได้มาแทบตาย ดังนั้นไม่ใช่ง่าย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอท่านตั้งนายสนธิญาณและท่านบอกท่านเป็นแฟนคลับ มันเป็นอะไรที่มันสะท้อนบอกมาชัด ๆ ว่าสถานการณ์การเมืองและความคิดของคณะ คสช. และรัฐบาลปัจจุบันนี้ ขึ้นมายังจุดที่พีคของการต่อต้าน คือระดับของการต่อต้านฝ่ายที่เห็นต่างขึ้นมาอยู่ในระดับสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล้าที่จะบอกว่าเป็นแฟนคลับของเนชั่นทีวี!!!
กล้าที่จะแต่งตั้งคนเหล่านี้มาเป็นกรรมาธิการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ!!!
กล้าที่จะปฏิเสธและกล้าที่จะปกป้องตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งคุณปารีณา เมื่อเช้านี้ดูข่าวก็ทราบมาว่าคดีรุกป่า ตำรวจในพื้นที่ทำคดีไม่ได้แล้ว ต้องกลายเป็นว่ามาส่งให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ซึ่งไม่รู้ว่าจะเอามาดองกันท่าไหน นี่ก็คือความพยายามที่จะปกป้อง ทั้งตัวพล.อ.ประยุทธ์, ทั้งตัวคุณปารีณาซึ่งกลายเป็นคนมีความสำคัญ คือมีลักษณะกล้าชนก็จะถูกเชิดชู ถูกนำเอามาใช้ในการที่จะปะทะกับฝ่ายตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเรามามองในกลุ่มของเครือข่าย &amp;quot;สถาบันทิศทางไทย&amp;quot; ซึ่งมี นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, ดร.สุวินัย ภรณวลัย, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, นายฉาย บุญนาค คนเหล่านี้เป็นจำนวนมากซึ่งเคยร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ มาก่อน พูดตรง ๆ ว่าพยายามจะตั้งสถาบันเพื่อเป็นฝ่ายวิชาการหัวหอกของพวกสุดโต่ง นอกจากนั้นก็มีค่ายเนชั่นทีวี แล้วก็ลุงกำนัน ซึ่งหนีบหมอวรงค์ในการที่จะเดินสายปลุกม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมความทั้งหมดมันเป็นปรากฏการณ์ซึ่งจะเรียกว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ มันต้องเกิดขึ้นมาจากการที่มีการตระเตรียม แน่นอน...ยุทธศาสตร์ ก็คือยังไม่พร้อมที่จะคืนอำนาจ และยังไม่พร้อมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าตัวเป้าหมายยุทธศาสตร์ตัวใหม่ที่ดิฉันเคยพูดไปแล้วก็คือพรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธร แต่ไม่ได้ทิ้งเป้าหมายเก่านะ ทั้งคุณยิ่งลักษณ์ - ดร.ทักษิณ, พรรคไทยรักไทย, นปช. คนเสื้อแดง ทั้งหมดนี้ยังเป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์เก่า ไม่ทิ้ง! อย่านึกว่าเขาไปโฟกัสที่คุณธนาธรแล้วพรรคเพื่อไทยจะสบาย ไม่ใช่ค่ะ เขากลัวว่ามันจะบวกกันแล้วจะยิ่งหนักเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเป้าหมายยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นมา เขาจึงต้องตระเตรียมตัวแสดงมากขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่เตรียมไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ในองค์กรอิสระ มันไม่เพียงพอ จึงต้องเตรียมจัดม็อบ เตรียมมีสถาบันทิศทางไทย แล้วใช้ตัวเอ้ ๆ เข้ามาประกบและป่วน ไม่ให้รัฐสภา ไม่ให้กรรมาธิการสามารถเดินหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้แสดงออกถึงธาตุแท้ ดังที่ดิฉันบอกก็คือ คงไว้ซึ่งยุทธศาสตร์ ไม่คืนอำนาจให้กับประชาชนและประชาธิปไตยจอมปลอมแบบไทย ๆ ทั้งหมดนี้เป็นละครการแสดง แต่หัวใจสำคัญก็คือการทำรัฐประหารทั้งแต่ปี 2549 แต่ไม่สามารถจัดการเป้าหมาย คือ ดร.ทักษิณ และคณะได้ จึงมีการทำรัฐประหารในปี 2557 แต่เครื่องไม้เครื่องมือของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ทำเอาไว้ตั้งแต่รัฐประหารรอบก่อนและรอบนี้ ยังคงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันจึงของใช้คำว่า &amp;quot;รัฐประหารต่อเนื่อง&amp;quot; ร้ายกาจ รุนแรง สร้างความเสียหายยิ่งกว่าฆาตกรต่อเนื่องค่ะ อ.ธิดากล่าวในที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรต่อเนื่อง, ธิดา ถาวรเศรษฐ์, นปช., รัฐประหาร, สมคิด พุ่มพวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d65ed882bc22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัว&#039;คิด เดอะริปเปอร์&#039;ส่งศาลฝากขังผลัดแรกเอาผิด3ข้อหาหนักคัดค้านประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.62 - เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงศ์ราช ผกก.สภ.กระนวน พร้อมพนักงานสอบสวน คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง อายุ 55 ปี ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ ฉายา คิด เดอะริปเปอร์ ซึ่งลงมือก่อเหตุฆ่ารัดคอนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เสียชีวิตในบ้านผู้ตาย ที่ บ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวออกจากห้องคุมขังมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยขณะที่ควบคุมตัวนั้น นายสมคิดมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม สดชื่อแจ่มใส นิ่งเฉย ไม่มีท่าทีสะสะท้านแต่อย่างใด ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำเพิ่มเติมประมาณ กว่า 30 นาที จึงควบคุมตัวนายสมคิด ขึ้นรถตู้ของสภ.กระนวน ส่งศาล จ.ขอนแก่น ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขึ้นรถนั้นปรากฏว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ร่วมร้อยคนมายืนรอและหวังจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา แต่ด้วยกำบังเจ้าหนเาที่ได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ทำให้ไม่มีเหตุการณ์บานปลายแต่อย่างใด ซึ่งตลอดที่ควบคุมตัวออกจากห้องสอบสวนไปขึ้นรถตู้นั้น ชาวบ้านต่างด่าทอ สาปแช่งนายสมคิด ตลอดเวลาด้วยความโกรธแค้นแทนผู้เสียชีวิตและญาติผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์&amp;nbsp; วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและรวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมตัวนายสมคิดได้ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.และนำตัวมาสอบสวน&amp;nbsp; รับสารภาพว่าฆ่าผู้ตายจริงแต่เป็นการพลั้งมือ ขณะทะเลาะกับผู้ตาย จากนั้นได้ขึ้นรถโดยสารจากอ.กระนวนไปในเมืองขอนแก่น เพื่อเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ในรพ.ขอนแก่น ขับขี่หลบไปไปยังจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพื่อขึ้นรถไปหลบหนีกระทั่งถูกจับกุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมาจากเดิมที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่เกิดเหตุ แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอม โดยปฏิเสธว่า ไม่ได้เจตนาฆ่า จึงไม่ยอมไปทำแผนในบ้านแต่จะพาไปชี้จุดที่เข้าพัก ตามเส้นทางที่หลบหนี&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดแรกจุดที่ผู้ต้องหามารอรถโดยสายขึ้นรถเข้าไปเอารถในเมืองขอนแก่น จุดจุดที่ 2 โรงจอดรถ จยย. โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขี่รถ จยย.มาจอดทิ้งไว้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. จุดที่ 3 ลานจอดรถด้านหลัง รพ.มหาสารคาม จุดที่ 4 ร้านสะดวกซื้อหน้า รพ.มหาสารคาม จุดที่ 5 โรงแรมสายทิพย์ จ.ร้อยเอ็ด เ จุดที่ 6 ร้านขายเสื้อผ้า หน้า รพ.ร้อยเอ็ด จุดสุดท้ายที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ เป็นจุดที่ซื้อตั๋วรถไฟเพื่อหลบหนี&amp;nbsp; เมื่อสิ้นสุดการชี้จุดจึงนำตัวนายสมคิด มาคุมขังที่สภ.กระนวน ในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา&amp;quot;
ผกก.สภ.กระนวน กล่าวอีกว่า หลังพบศพคนตาย ได้ขอศาลอกหมายจับผู้ต้องหา ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย แต่หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหา จนนำมาสู่การสอบสวน และผู้ต้องหานำชี้จุดพักตามเส้นทางที่หลบหนี จึงได้แจ้งข้อหาเพิ่ม เป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่าผู้อื่น และปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาและไตร่ตรอง ส่วนข้อหาอื่นๆ ก็ให้การปฏิเสธเช่นกัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การวกวน ตอนแรกที่ถูกสอบสวนจะยอมรับสารภาพแต่ตอนหลังให้การปฏิเสธ ไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย อ้างว่า เหตุการณ์เกิดจากการทะเลาะวิวาท โดยผู้ตายไม่พอใจที่หายจากบ้านแล้วไม่ไปรับผู้ตายจากที่ทำงานกลับบ้านและเมื่อผู้ต้องหากลับมาที่บ้าน กลับมาด้วยรถจักรยานยนต์คันอื่น ผู้ตายจึงหึงหวง ทะเลาะกันในช่วงเย็นวันที 14 ธ.ค. ด้วยสาเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันที่ 15 ธ.ค. ขณะที่ผู้ต้องหาลุกจากที่นอน เพื่อไปหุงหาอาหาร ผู้ตายได้ลุกขึ้นกระชากแขน ข่วนหน้า และกัดนิ้วมือ ถอดกางเกงในปาใส่หน้า&amp;nbsp; จึงโมโห ผลักผู้ตายล้มลงใส่ที่นอน บีบคอ ช่วงเวลาดังกล่าวผู้ตายยังมีสติเรียกให้เพื่อนบ้านช่วย กลัวชาวบ้านมาจับตัว ทุกอย่างจึงเลยเถิด คว้าเอาสายไปในบ้าน เทปกาวรัดคอผู้ตายจนขาดใจตายคามือ ทั้งหมดนี้เป็นคำให้การของผู้ต้องหา และให้การปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย ซึ่งผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่จากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตายของนางรัศมีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอย่ารอบคอบแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาดังกล่าว และรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ส่งตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาชี้ภาพถ่ายยืนยันตัวตนว่า ภาพบุคคลที่ชี้จุดต่างๆตามเส้นทางที่หลบหนีนั้นเป็นตัวตนของตัวเองหรือไม่ ซึ่งนายสมคิดยืนยันว่าเป็นตัวเองทุกภาพ และการชี้ภาพถ่ายนั้น ทำต่อหน้าทนายความอาสาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดหาให้ เพื่อแสดงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกขั้นตอนด้วยความยุติธรรม โปร่งใส่ ในขณะเดียวกันผู้ต้องหาได้ร้องขอดูทรัพย์สินที่ติดตัวไปก่อนจะถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำมาให้ดู เมื่อขั้นตอนต่างๆในภาพรวมถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน&amp;quot;ผกก.สภ.กระนวน. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิด เดอะริปเปอร์, ฆาตกรต่อเนื่อง, พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์  วงษ์ราช, สมคิด พุ่มพวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc5caf5f233.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนได้! &#039;สภาโจ๊กต่อเนื่อง&#039; โยง &#039;ฆาตกรต่อเนื่อง&#039; ไม่รอดสายตาประชาชน &#039;ยึดอำนาจต่อเนื่อง&#039; ก็เช่นกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.62 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จกการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ล้วงคองูเห่า คงอ้วกออกมาเป็นกล้วย วงจรอุบาทว์การเมืองไทย ไม่ยึดอำนาจก็ไม่อุบาทว์ ฆาตกรต่อเนื่องไม่รอดสายตาประชาชน ยึดอำนาจต่อเนื่องก็เช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นปช., รัฐประหาร, สมคิด พุ่มพวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc55bfb1af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกชกสมคิดทำแผน เรียกร้องประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมคิด&amp;quot; พลิ้ว ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายไม่ไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุฆ่ารัดคอเหยื่อรายที่ 6 อ้างเพลีย เครียด ความดันขึ้น ตำรวจต้องตัดตอนพาไปทำแผน 2 จุดหลังก่อเหตุ ชาวบ้านนับร้อยฮือล้อมโรงพักชูป้าย &amp;quot;ประหาร&amp;quot; พร้อมด่าทอฆาตกรเลือดเย็น ผบช.ภ.4 ต้องเข้าเจรจา ไม่วายถูกชายคนหนึ่งแหวกการ์ดทุบหัวไอ้คิดเต็มแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง 6 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมคิดไว้ที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น โดยมีการสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 02.00 น. และ 07.00 น. วันที่ 19 ธันวาคมนี้ เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวนายสมคิดจากห้องขังไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยระหว่างการสอบปากคำ นายสมคิดให้การในลักษณะมีความรู้ทางกฎหมาย นอกจากนี้ได้แจ้งว่าตนเองมีอาการอ่อนเพลียและเครียด ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูง พร้อมร้องขอให้แพทย์ตรวจร่างกาย ก่อนที่ตำรวจจะนำยาลดความดันมาให้ จากนั้นนายสมคิดก็ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ขอไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่ตนเองก่อเหตุฆาตกรรมนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เหยื่อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้า สภ.กระนวนตั้งแต่เช้า ได้มีประชาชนทั้งจากในพื้นที่และต่างพื้นที่เดินทางไปชุมนุมหนาตาขึ้นทุกขณะ หลังได้ข่าวจะมีการนำนายสมคิดออกไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และหน่วยควบคุมฝูงชนกว่า 200 นาย คอยควบคุมพื้นที่อย่างแน่นหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ น.ส.ศศิธร อาจศักดิ์ น้าของนางรัศมี ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 20 คน ได้เดินทางมาที่หน้าโรงพักพร้อมชูป้ายเรียกร้องขอให้ประหารชีวิตนายสมคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศศิธรกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอให้ประหารชีวิตนายสมคิดอย่างเดียว เพราะปล่อยตัวออกมาก็เป็นภัยสังคม นางรัศมีไปทำอะไรให้ ทำไมต้องไปฆ่าเขา ส่วนเรื่องที่นายสมคิดบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่านั้น ทางครอบครัวไม่เชื่อเลย นายสมคิดต้องมีการวางแผนมาก่อนแน่นอน ดูจากการนำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลขอนแก่นก่อนเกิดเหตุ และดูจากเส้นทางการหลบหนีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 300 นาย เข้าควบคุมดูแลความเรียบร้อย ในการนำตัวนายสมคิดไปชี้จุดที่ขึ้นรถในเขตเทศบาลตำบลหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เนื่องจากมีประชาชนนุมนุมกันหนาแน่นนับร้อยคน พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตนายสมคิด จนทำให้การนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมมาที่รถตู้ซึ่งจอดอยู่หน้าโรงพัก เป็นไปด้วยความโกลาหล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเหตุการณ์ส่อตึงเครียด พล.ต.ท.เจริญวิทย์จึงกล่าวขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อจับกุมผู้ต้องหาแล้วก็จะต้องมีการนำตัวไปชี้จุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีหลังก่อเหตุ ในส่วนของการรับโทษที่ผู้ต้องหาก่อเหตุนั้น อยู่ที่ศาลจะเป็นผู้พิจารณา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และด้วยพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่สามารถเอาผิดผู้ต้องหาและส่งตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยหลังจากผู้ต้องหาพาชี้จุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีแล้ว ก็จะนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคำชี้แจง กลุ่มผู้ชุมนุมก็มีท่าทีอ่อนลง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายสมคิดออกจากห้องคุมขังบน สภ.กระนวน โดยสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าและศีรษะ ใส่เสื้อเกราะ และให้ก้มหน้า โน้มตัวลงต่ำกว่าเจ้าหน้าที่ที่คุมตัวมาขึ้นรถตู้เพื่อป้องกันการถูกทำร้าย กระนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็พากันตะโกนสาปแช่ง ดาทอต่างๆ นานา รวมทั้งปาสิ่งของใส่ผู้ต้องหาเฉียดศีรษะผู้ต้องหาไปเพียงนิดเดียว ก่อนที่จะพากันเข้ารุมล้อมเพื่อจะประชาทัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัวนายสมคิดไปขึ้นรถตู้พาไปยังจุดที่ขึ้นรถโดยสาร ซึ่งเป็นจุดที่นายสมคิดได้เดินเท้าหลบหนีภายหลังจากฆ่านางรัศมี และขึ้นรถโดยสารหลบหนีไปที่โรงพยาบาลขอนแก่น ที่นายสมคิดนำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปจอดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในจุดดังกล่าวก็มีประชาชนนับร้อยรออยู่ โดยหลังจากนายสมคิดชี้จุดเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนำตัวเดินขึ้นรถตู้ของตำรวจ ก็ถูกชาวบ้านซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ใช้กำปั้นทุบที่ศีรษะของผู้ต้องหาอย่างจัง โดยมีเสียงชาวบ้านคนอื่นๆ ตะโกนด่าบุพการีของผู้ต้องหา ตามด้วยคำหยาบอื่นๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายสมคิดขึ้นรถตู้เดินทางไปชี้จุดที่ 2 ที่ รพ.ขอนแก่น ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำแผนจุดที่ 2 นายสมคิดได้ชี้จุดที่นำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายมาจอดทิ้งไว้ที่โรงจอดรถจักรยานยนต์ของ รพ.ขอนแก่น ก่อนที่นายสมคิดจะกลับไปที่อำเภอกระนวนและสังหารผู้ตายจนเสียชีวิต จากนั้นก็กลับมาเอารถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่จอดไว้ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายสมคิดไปยัง รพ.มหาสารคาม โดยหลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจาก รพ.ขอนแก่น ก็มาจอดรถบริเวณด้านหลัง รพ.มหาสารคาม ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกองศรี แหม่งปัง อายุ 75 ปี อยู่อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 5 บ้านโพนสวรรค์ ต.สระใคร อ.สระใคร จ.หนองคาย ผู้เป็นพ่อของนางสาวสมใจ หรือพรตะวัน ปังคะบุตร หมอนวดสาวที่ถูกนายสมคิดฆ่าเป็นรายที่ 4 กล่าวว่า พอทราบข่าวว่านายสมคิดถูกจับก็โล่งใจ โดยได้บอกกับรูปถ่ายลูกสาวว่านายสมคิดถูกจับได้แล้ว และตนขออโหสิกรรมให้กับนายสมคิด แต่ขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาให้นายสมคิดได้รับโทษที่เหมาะสม หากไม่ถูกประหารชีวิตก็ขออย่าได้ปล่อยตัวออกจากเรือนจำอีก ขอให้อยู่ในวงจำกัดแคบๆ ในเรือนจำในที่ถูกคุมขัง จะได้ไม่มาสร้างปัญหา ก่อเหตุรุนแรงกับคนอื่นอีก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุพรรษา รัตนติสร้อย นักพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย ชี้แจงข่าวกรณีเมื่อครั้งนายสมคิดพ้นโทษจากเรือนจำแล้วมาติดต่อขอเงินจากสำนักงาน ว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 นายสมคิดได้มาที่สำนักงานพร้อมเอกสารการปล่อยตัวจากเรือนจำจังหวัดหนองคาย และเอกสารหลายอย่างที่เกี่ยวกับคดีของนายสมคิด โดยนายสมคิดบอกว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำแนะนำให้มาที่สำนักงานพัฒนาสังคมฯ เพื่อมาขอรับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่พูดคุยก็ได้สอบถามนายสมคิดว่าติดคุกคดีอะไร นายสมคิดบอกด้วยท่าทีเรียบเฉยว่า คดีฆ่าข่มขืน เหตุที่ฆ่าเพราะผู้หญิงพูดไม่รู้เรื่องก็เลยฆ่าทิ้ง และบอกว่าอยากได้เงินเป็นค่ารถเพื่อจะเดินทางไปหาแฟนที่จังหวัดขอนแก่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพรรษากล่าวว่า หลังจากสอบถามแล้ว ตนได้ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อจะตรวจสอบเลขประจำตัว 13 หลักตามระเบียบ แต่นายสมคิดไม่มีบัตรประชาชน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรก็ไม่ปรากฏว่ามีนายสมคิดอยู่ในฐานข้อมูล ดังนั้นจึงไม่สามารถให้เงินช่วยเหลือตามระเบียบได้ นอกจากเรี่ยไรช่วยเหลือกันเองตามสมควร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองศรี แหม่งปัง, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รัศมี มุลิจันทร์, ศศิธร อาจศักดิ์, สมคิด พุ่มพวง, สุพรรษา รัตนติสร้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7a96b7e93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
