<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;สวน&#039;ก้าวไกล&#039;เลิกจุ้นเรื่องพปชร. ยก&#039;สมคิด-อุตตม&#039;ทองแท้ไม่กลัวไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พาดพิงถึงปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ และกล่าวหาการบริหารด้านเศรษฐกิจล้มเหลวว่า ปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐเป็นเรื่องภายในพรรค ไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคก้าวไกล อยากให้นายวิโรจน์ดูแลพรรคตัวเองให้ดีก่อน จะได้ไม่เหมือนพรรคเก่าที่เคยอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐนั้น เชื่อว่าเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ภายในพรรคทำความเข้าใจกันทุกอย่างก็จบ ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีนั้นเป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพียงผู้เดียว ไม่มีใครแทรกแซงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการบริหารด้านเศรษกิจก็ไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่นายวิโรจน์กล่าวหา หลายโครงการได้รับคำชื่นชมจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการชิมช้อปใช้ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเราไม่ทิ้งกันจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท นายวิโรจน์ มีอคติเกินไปหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมบ้าง อย่าพูดเอามันด้วยอารมณ์อย่างเดียว เพราะถ้าจะวิจารณ์แบบนั้นไม่ต้องใช้สมองก็ยังได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกรณีที่ระบุว่า กลุ่ม 4 กุมารเหมือนทองที่เริ่มลอก ประชาชนไม่ซื้อแล้วนั้น นายวิโรจน์คงเข้าใจผิด ทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นทองแท้ ไม่กลัวไฟลน ผิดกับคนของพรรคนายวิโรจน์บางคน ที่เป็นแค่ทองคำเปลว ยังไม่ทันโชว์ลีลาทองก็หลุดร่อนเสียก่อน ทั้งนี้ นโยบายทางด้านเศรษฐกิจเดินมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเพื่อช่วยประชาชนช่วงโควิด-19 รวมถึงการเตรียมการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปแล้ว หรือเพราะเกรงกลัวมือเศรษฐกิจอย่าง นายสมคิด และ นายอุตตม จึงพยายามดิสเครดิตทุกวิถีทาง&amp;quot; นายธนกร ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร  วังบุญคงชนะ, ปรับครม., พปชร., พรรคก้าวไกล, สมคิด-อุตตม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b77ee42235fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขข้อข้องใจ พรก.หุ้นกู้ 4แสนล้าน ทำไมถูกโวย &quot;อุ้มคนรวยล้นฟ้า&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 2563 เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท &amp;nbsp;จัดตั้งกองทุนระดมทุนในตราสารหนี้ของเอกชนที่ครบกำหนดไถ่ถอนภายในปี 2563 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้ความรับผิดชอบของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้ายุทธศาสตร์เศรษฐกิจของรัฐบาล และนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ซึ่งกำลังพิจารณาขอความเห็นชอบจากสภาอยู่เวลานี้ (27-31 พ.ค.) และต่อเนื่องวุฒิสภาในวันที่ 1 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉบับนี้ถือเป็น 1 ใน 3 พ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก จากนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน นักการเงิน นักการเงิน ภาคประชาชนว่าจะออกมา &amp;ldquo;อุ้มเจ้าสัว&amp;rdquo; ที่ใกล้ชิดรัฐบาลหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากก่อนหน้านี้มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก &amp;ldquo;นวพร เรืองสกุล&amp;rdquo; ผู้มีประสบการณ์การเงินและเคยทำงานในแบงก์ชาติ &amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลมี 15 บริษัทแรกที่หุ้นกู้จะครบกำหนดในปี 2563 &amp;nbsp;มูลค่า 214,699 ล้านบาท โดย 15 บริษัทแรกมีเจ้าสัวรวยอันดับ 1 และ 2 ของประเทศ รวมอยู่ในบัญชีดังกล่าวด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าสัวรวยอันดับ 1 คือกลุ่มซีพีกลุ่มเดียว มีบริษัทในเครือมากถึง 4 บริษัท รวมมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย ทรูมูฟ เอช 17,800 ล้านบาท, เจริญโภคภัณฑ์อาหาร 16,260 ล้านบาท, ซีพี ออลล์ 12,231 ล้านบาท, ทรูคอร์ปอเรชั่น 12,231 ล้านบาท และเจ้าสัวรวยอันดับสอง คือกลุ่มเจ้าสัวน้ำเมา คือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) 17,920 ล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยข้อมูลเช่นนี้ จึงเกิดกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวางเช่น นายคำนูณ สิทธิสมาน วุฒิสภา ออกมาตีปลาหน้าไซว่า &amp;nbsp;หากตัวเองเป็นบริษัทมหาเศรษฐี จะไม่ขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื่องจากมีศักยภาพทางการเงินที่มั่นคงอยู่แล้ว สามารถใช้แนวทางอื่นๆ หาเงินได้ และหากมหาเศรษฐีไม่เข้าร่วมมาตรการนี้ ยังช่วยลดแรงเสียดทานทางการเมืองให้แก่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายค้านได้ดาหน้าออกถล่ม พร้อมสาดวาทกรรมพ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้าน คือการ &amp;ldquo;อุ้มเจ้าสัว&amp;rdquo; สุดท้ายอาจซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ที่เอาเงินไปช่วยหรือสถาบันการเงินต่างๆ &amp;nbsp;ต่อมาถูกชักดาบกลายเป็นหนี้เอ็นพีแอล &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื่องจาก ธปท.จะเอาเงินตัวเอง 4 แสนล้านบาทไปใช้แก้ปัญหาชีวิตบริษัทเอกชนใหญ่ๆ ทั้งหลายที่ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ แต่พอถึงคิวที่จะต้องไถ่ถอนหุ้นกู้ปี 63 มีเหตุต้องสะดุด... ธปท.อธิบายว่าเป็นมาตรการจำเป็นเพื่อใช้ประคองตลาดไม่ให้เกิดวิกฤติล้มเป็นโดมิโน ทำแบบนี้เท่ากับ ธปท.ขุดหลุมฝังตัวเอง รวมทั้งยังไม่เห็นด้วยกับแบงก์ชาติ ดำเนินการด้วยตัวเองขัดหลักความเป็นกลาง อาจทำให้ถูกเอกชนฟ้องร้อง &amp;nbsp;ทั้งที่ควรทำผ่านธนาคารต่างๆ ของรัฐ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญมากกว่า&amp;rdquo; ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกฯ เคยตั้งข้อสังเกต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเสียงสะท้อนออกไป ทำให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยฯ &amp;nbsp;และโตโยต้า ลีสซิ่ง ซึ่งหุ้นกู้จะครบกำหนดในปี 63 นี้เป็นอันดับ 2 (มูลค่า 25,000 ล้านบาท) และ 3 (มูลค่า 20,720 ล้านบาท) ประกาศไม่เข้าร่วมมาตรการ พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้านบาทของแบงก์ชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 2 บริษัทดังกล่าวนับเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี และกลุ่มเครือไทยเบฟเวอเรจ ที่กำลังมีหุ้นกู้ครบกำหนดในปี 63 ไม่ควรขอรับการเข้าร่วมใช้เงินตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว สอดรับกับกระแส 20 มหาเศรษฐีที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งหนังสือเชิญชวนเพื่อช่วยเหลือประเทศในช่วงวิกฤติโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากข้อเรียกร้องนี้ออกไป มีรายงานว่า 2 บริษัทของเจ้าสัวรวยอับดับ 1 และ 2 เริ่มขยับตัวด้วยการออกข่าวว่าจะขายหุ้นกู้รอบใหม่รวมมูลค่า 4.3 หมื่นล้าน แบ่งเป็นเฉพาะบริษัท ซีพีเอฟ 2.5 หมื่นล้านบาท และ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ &amp;nbsp;1.8 หมื่นล้านบาท ระดมทุนนำคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 63 และนำมาใช้หมุนเวียนในองค์กรอีกด้วย หากเป็นความจริงก็ถือเป็นผลดี อาจไม่ต้องพึ่งพางบประมาณของชาติก็เป็นได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มองต่างออกไป ด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ให้ ธปท.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่ออุ้มคนรวยนั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 172 ประกอบมาตรา 140 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การออก พ.ร.ก.รับซื้อหุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท เป็นเสมือนการลักไก่ อาศัยสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 เอาความเสี่ยงและฐานะทางการคลังของประเทศเข้าไปอุ้มเอกชนที่รวยล้นฟ้าแบบไม่ละอาย และถ้าเกิดความเสียหายขึ้น กระทรวงการคลังต้องนำเงินภาษีไปชดเชยความเสียหายให้แก่ ธปท.วงเงินไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ความจริงเอกชนต่างๆ สามารถที่จะหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินของรัฐบาลเช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ และหรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯลฯ ได้อยู่แล้ว&amp;rdquo; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.หุ้นกู้ 4 แสนล้านบาท และผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไป แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับเอกชนที่รวยล้นฟ้ารายอื่นๆ จะมีแสดงสปิริต ไม่ขอรับประโยชน์จากรัฐบาลเพิ่มขึ้นหรือไม่ เปิดทางให้ผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง สามารถเข้าถึงสิทธิ์ดังกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสือดำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67119</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวพร เรืองสกุล, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมคิด อุตตม, เกษมราษฎร์, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece672647973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
