<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอสโชว์Q3โกย 4.1 หมื่นล้านประกาศทุ่มงบลุย 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า &amp;ldquo;การปรับตัวของภาคเศรษฐกิจไทยในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาเราได้เห็นถึงทิศทางในการปรับตัวสู้กับภาวะวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าในหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในทุกระดับ คือการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับเอไอเอส มองว่า เทคโนโลยี 5G เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและเป็นฟันเฟืองที่จำเป็นต่อการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;

เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา เอไอเอส ได้เปิดตัวบริการ 5G อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้คนไทยทุกพื้นที่ ได้รับประสบการณ์ครบถ้วน จากแพ็กเกจและดิจิทัลคอนเทนต์ ประกอบด้วย แพ็กเกจ AIS 5G Max Speed แพ็กเกจ 5G แรกของไทย ด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตถึง 1 Gbps เมื่อใช้งานผ่านเครือข่าย AIS 5G รวมถึง AIS 5G Application อย่าง AIS 5G PLAY AR, AIS 5G PLAY VR และ AIS 5G Cloud Game
ให้ลูกค้าเอไอเอสได้สัมผัสประสบการณ์ 5G ได้ตามแบบไลฟ์สไตล์ของตัวเอง&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในไตรมาส 3 เอไอเอส มีรายได้รวม 41,715 ล้านบาท ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอไอเอส ยังคงมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือสูงที่สุดในตลาดที่ 40.9 ล้านเลขหมาย เป็นลูกค้าระบบรายเดือน จำนวน 9.7 ล้านราย เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ จำนวน 235,000 ราย และมีลูกค้าระบบเติมเงินอยู่ที่ 31.2 ล้านราย ลดลง 313,000 ราย โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ไตรมาสแรก
ของปี และส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจต่อเนื่องมายังไตรมาส 3 ส่วนการใช้งานดาต้าเฉลี่ยอยู่ที่ 17.2 กิกะไบต์ต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 1.3% และสัดส่วนลูกค้าที่ใช้ 4G ยังเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเป็น 76% ของฐานลูกค้าทั้งหมด

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ด้วยจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 53,000 ราย ส่งผลให้มีลูกค้ารวม 1.26 ล้านราย และมีรายได้จากธุรกิจเน็ตบ้าน 1,785 ล้านบาท เติบโตขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยคาดว่าจะมีลูกค้ารวมไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ด้านธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรเติบโตสูงต่อเนื่องจากความต้องการใช้บริการ Cloud, Data Center และ IT Solution ที่เพิ่มขึ้นด้วยความต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และเดินหน้าสร้างโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรด้วยขีดความสามารถโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยปัจจัยลบทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังภาคธุรกิจไทยในภาพรวม ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนตัว และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรสำหรับการเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้
เอไอเอส มีกำไรสุทธิ 6,764 ล้านบาทลดลง 6.5 % เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยหากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ผลกำไรสุทธิทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้ เอไอเอสยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีการกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เพียงพอต่อการลงทุนขยายโครงข่าย ทั้งบริการ 5G และ 4G รวมทั้งค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ ซึ่งบริษัทยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกรวม 65,000 ล้านบาท และคงงบลงทุนทั้งปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท


&amp;ldquo;การลงทุนเครือข่าย โดยเฉพาะ 5G ในปีนี้ เราไม่ได้มองเห็นแค่ผลประโยชน์ในระยะสั้น แต่ความมุ่งหวังของเอไอเอส คือการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศไทย ที่จะดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติได้ ขณะที่ ในระดับ Mass Scale อาจต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี ถึงจะเห็นประโยชน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากการนำไปใช้งานจริง นอกจากคุณภาพของเครือข่ายแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้อีก 2 อย่าง คือการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับการใช้งานในราคาที่เหมาะสม รวมทั้ง การสร้างแอปพลิเคชันเฉพาะด้านที่จะเกิดประโยชน์กับกลุ่มผู้ใช้งานที่ชัดเจน สุดท้ายนี้ เราเชื่อมั่นว่า ด้วยคุณภาพของเครือข่าย งานบริการที่ประทับใจและตอบโจทย์ความต้องการ เทคโนโลยีล้ำสมัย สิทธิพิเศษที่ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ และการบริหารองค์กรด้วยสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเอไอเอสมาตลอด 30 ปี ที่ผ่านมา ในฐานะองค์กรของไทยที่พร้อมเติบโตและอยู่เคียงข้างคนไทยทุกคนตลอดไป&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าวสรุป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลประกอบการ, สมชัย เลิศสุทธิวงค์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3e3ed0437a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอสรายได้Q2ตกเพราะพิษโควิดลุยทุ่มงบ3.5หมื่นล้านลงทุน5Gต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค. 2563 นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า &amp;ldquo;ในภาพรวมของผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจโทรคมนาคมได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวและการปิดบริการชั่วคราว AIS Shop, Serenade Club และ AIS Telewiz&amp;nbsp;
ในพื้นที่ตามประกาศของภาครัฐ รวมถึง การสนับสนุนมาตรการของกสทช.เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้ใช้บริการ ทั้งการมอบดาต้าและค่าโทรฟรีในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลต่อรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ในส่วนธุรกิจเน็ตบ้านได้รับผลเชิงบวกจากการที่ลูกค้าต้องทำงานหรือเรียนหนังสือจากบ้าน ทำให้มีความต้องการติดเน็ตบ้านสูงขึ้นมาก ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 บริษัทมุ่งเน้นที่จะบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อคงความแข็งแรงของกระแสเงินสดให้สามารถลงทุนในธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุน 5G เพื่อการเติบโตในระยะยาว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในไตรมาส 2 เอไอเอสมีรายได้รวม 42,256 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอไอเอสยังคงมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือสูงที่สุดในตลาดที่ 41 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นลูกค้าระบบรายเดือน จำนวน 9.5 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 395,600 ราย ในไตรมาสนี้ และมีลูกค้าระบบเติมเงินอยู่ที่ 31.4 ล้านราย ซึ่งลดลงจำนวน 531,900 &amp;nbsp;ราย โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขาย Sim2Fly ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดของการเดินทางระหว่างประเทศ ในขณะที่รายได้ต่อเลขหมายเฉลี่ยเท่ากับ 239 บาท/เลขหมาย/เดือน จากสภาพการแข่งขันในตลาดที่ยังคงสูงจากแพ็กเกจประเภท Fixed Speed Unlimited ซึ่งยังมีให้บริการในทุกโอเปอร์เรเตอร์ ขณะที่ COVID-19 ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป ทั้งการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเรียนที่บ้าน (Learn from Home) ส่งผลให้การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 15% เทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่เฉลี่ย 17 กิกะไบต์ต่อเดือน และสัดส่วนลูกค้าที่ใช้ 4G ยังเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง 75%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ จากความต้องการติดเน็ตบ้านในช่วงโควิด ส่งผลให้มีลูกค้ารวม 1.2 ล้านราย และมีรายได้จากธุรกิจเน็ตบ้าน 1,683 ล้านบาท เติบโต 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนธุรกิจลูกค้าองค์กรก็ยังคงเติบโตจากความต้องการใช้บริการโซลูชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Cloud และ ICT solution เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าธุรกิจจะได้รับผลกระทบในเชิงรายได้ บริษัทมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกิจกรรมทางการตลาดที่น้อยลงในช่วงสถานการณ์โควิด ส่งผลให้เอไอเอสมีกำไรสุทธิ 7,235 ล้านบาท* ลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เติบโต 3.3% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงมีการบริหารจัดการกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการลงทุนขยายโครงข่ายทั้งบริการ 5G และ 4G เพื่อรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรกรวม 42,328 ล้านบาท และคงงบลงทุนทั้งปี 2563 ประมาณ 35,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการประมูลคลื่น 5G ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เอไอเอสได้ขยายเครือข่าย 5G ครบ 77 จังหวัด และครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% นิคมอุตสาหกรรมใน EEC แล้ว ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น ประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเครือข่าย 5G ให้บริการเต็มพื้นที่ 100% ในนิคมอุตสาหกรรม ยกระดับ ไทยสู่ผู้นำเครือข่าย 5G ในระดับภูมิภาค พร้อมดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC โดยเอไอเอสได้ประกาศวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;AIS 5G &amp;ndash; Forging Thailand&amp;rsquo;s Recovery&amp;rdquo; นำ 5G ร่วมฟื้นฟูประเทศไทยในทุกมิติ ภายใต้การผนึกกำลังกับผู้นำอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ดังเช่น &amp;nbsp;ร่วมกับบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI บริษัทในเครือสหพัฒน์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;บริษัท สห แอดวานซ์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ SAN ให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) และ ICT Infrastructure ภายในสวนอุตสาหกรรมของ SPI ทั้ง 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี, ปราจีนบุรี, ลำพูน และตาก &amp;nbsp;ร่วมกับอมตะซิตี้ นำเทคโนโลยี 5G และโครงข่ายดิจิทัล เข้าไปยกระดับการทำงานในอมตะซิตี้ ชลบุรี สู่ Smart City เมืองอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;บริษัท อมตะ เน็ทเวอร์ค จำกัด&amp;rdquo; ตลอดจนการพัฒนา 5G Immersive Experience ผ่านเทคโนโลยี AR/VR สร้างคอนเทนต์สนับสนุนการท่องเที่ยว และพลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านการศึกษา และความบันเทิงเป็นครั้งแรกของเมืองไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ภายในประเทศเริ่มผ่อนคลายด้วยมาตรการด้านสาธารณสุขที่แข็งแกร่งของไทย ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถกลับมาเปิดให้บริการ ประชาชนมีการปรับตัวใช้ชีวิตบนวิถีใหม่ หน้าที่ของเอไอเอส คือการนำ Digital Infrastructure ร่วมสนับสนุนและผลักดันให้คนไทย ภาคธุรกิจ และสังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกัน &amp;rdquo; นายสมชัย กล่าวสรุป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73623</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ผลประกอบการไตรมาส 2, สมชัย เลิศสุทธิวงค์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2beb3f98184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอไอเอสควักจ่ายค่าคลื่น 900 MHz อีก 2.3 หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2563 นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ &amp;nbsp;อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz (895 &amp;ndash; 905 MHz / 940 &amp;ndash; 950 MHz) ในมูลค่า 75,654 ล้านบาท นำเงินไปชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz งวดที่ 5 เป็นเงินจำนวน 23,269,290,000 บาท (สองหมื่นสามพันสองร้อยหกสิบเก้าล้านสองแสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยมี พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ พร้อมนำส่งหนังสือค้ำประกันใหม่ ให้ตรงกับจำนวนเงินประมูลที่เหลือ งวดที่ 6 -10 เพื่อนำส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดิน ในการนำไปสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมี 5G เป็นเครือข่ายที่เพิ่มขีดความสามารถและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำระค่าคลื่น 900 MHz, สมชัย เลิศสุทธิวงค์, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fd8210bdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AIS  ฟันกำไรไตรมาสแรก 8,037 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาสก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมต่อยอดธุรกิจดิจิทัลร่วมลงทุนใน Rabbit LINE Pay&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งสินค้าและบริการ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2561 AIS ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ตามวิสัยทัศน์สู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย เห็นได้จากการลงทุนร่วมกับ Rabbit LINE Pay ในสัดส่วน 33.33% หรือคิดเป็นมูลค่า 788 ล้านบาท เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม e-Money ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นกลไลสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ AIS ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเติบโตของลูกค้าองค์กร ด้วยการผนวกธุรกิจของซีเอส ล็อกอินโฟร์ รวมถึงยังได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์และสัญญาใช้บริการข้ามโครงข่ายบนคลื่น 2100 MHz กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;
สำหรับภาพรวมในไตรมาส 1/2561 AIS มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้หลักจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน และ 2.5% จากไตรมาสก่อน จากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre โดยมีผู้ใช้งานมือถือ 4G คิดเป็นสัดส่วน 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 40.1 ล้านเลขหมาย การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 6.7 กิกะไบต์ต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากความนิยมในการรับชมวิดีโอคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ได้เน้นการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ตัวเมือง 50 จังหวัด และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 571,800 ราย ขณะที่รายได้จาก AIS Fibre เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 85% จากปีก่อนและ 6.0% จากไตรมาสก่อน สำหรับดิจิทัลคอนเทนต์ นอกจากพรีเมียมคอนเทนต์และฟรีทีวีกว่า 100 ช่องแล้ว AIS ได้เพิ่มช่องใหม่ ได้แก่ ช่อง CNN และช่อง Cartoon Network เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและข่าวสารรอบโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอป AIS PLAY บนมือถือ และ AIS PLAYBOX ทางทีวี ทั้งนี้ จากการควบคุมต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% จากทั้งปีก่อนและ 4.4% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 8,037 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในภาพรวมปี 2561 AIS ได้คงคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่ 7-8 % และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ที่ 45-47% พร้อมจัดสรรงบลงทุนมูลค่า 35,000&amp;ndash;38,000 ล้านบาท ในการพัฒนาคุณภาพและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;AIS ยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย และการบริการที่ดีที่สุด เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและเสริมขีดความสามารถให้แก่คนไทย รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าวสรุป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลประกอบการ, สมชัย เลิศสุทธิวงค์, เอไอเอส, แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, ไตรมาส 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a73de675757e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
