<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำนาญฟ้องคืนกราวรูด สืบพงษ์อ่วมเจอพ่วง157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชำนาญ&amp;rdquo; จัดหนักเอาคืนแล้ว ส่งทนายฟ้องกราวรูด 6 ข้อหาหมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ &amp;ldquo;สืบพงษ์&amp;rdquo; รับคนเดียวผิดมาตรา 157 ชี้หากใช้อำนาจบาตรใหญ่จริงต้องโดนละเมิดอำนาจไปแล้ว รับมีส่วนได้เสียเพราะฟ้องเรื่องทรัพย์มรดกที่ภรรยาเอี่ยว เพราะมูลค่าสูง 2,000 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ในฐานะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ชั้นฎีกา ซึ่งผู้พิพากษา 1,735 คน เข้าชื่อเสนอถอดถอนออกจาก ก.ต. ด้วยข้อกล่าวหาส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย คุณธรรมและจริยธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวโทษนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี &amp;nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และร้องทุกข์กล่าวโทษนายสืบพงษ์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญกล่าวว่า ที่ต้องมาดำเนินคดีเพื่อต้องการปราบปรามการกระทำของผู้พิพากษากลุ่มหนึ่ง ที่ชอบแอบอ้างความถูกต้องเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนในการทำอะไรไม่ถูกต้อง จึงต้องให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินว่าสิ่งที่พวกท่านทำนั้นถูกต้องหรือไม่ &amp;nbsp;และเพื่อพิสูจน์ว่าการที่นายสืบพงษ์กล่าวหาใช้อิทธิพลข่มขู่แทรกแซงการพิจารณาคดีของผู้พิพากษาในวันที่ 2 ก.ค.2561 นั้น ไม่เป็นความจริงเลย เป็นเพียงการสร้างเรื่องปกปิดการกระทำของผู้พิพากษาในวันนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 22 มิ.ย.2561 ที่ตนเองร้องเรียนว่าไม่บันทึกคำเบิกความจำเลยที่ตอบคำถามค้าน ซึ่งเป็นประเด็นและเกี่ยวเนื่องกับประเด็นแห่งคดี และบันทึกไม่ตรงกับที่จำเลยเบิกความ ทั้งยังบันทึกแบบอมความ และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปกปิดการกระทำของนายสืบพงษ์กับพวก ที่กระทำในวันที่ 3 ส.ค.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อกล่าวหาต่างๆ ของนายสืบพงษ์ เป็นไปไม่ได้ หากผมมีอำนาจเหนือผู้พิพากษาจริง โต้แย้งให้ผู้พิพากษาบันทึกได้ตามใจ ทนายโจทก์คงไม่ขอถอนตัวเฉพาะคดีนี้ หรือที่กล่าวหาว่าขอคุยกับหัวหน้าศาลนอกห้องพิจารณาก็เป็นไปไม่ได้ แต่ละเรื่องที่กล่าวหาร้ายแรงทั้งนั้น หากเกิดขึ้นจริงต้องลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลทันที หรืออย่างน้อยท่านต้องรายงานหัวหน้าศาล หัวหน้าศาลต้องรายงานอธิบดี และอธิบดีต้องรายงานประธานศาลฎีกาในทันทีว่ามีผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ ไม่มีทางที่จะปล่อยไว้เป็น 10 วัน เพราะเป็นการหมิ่นเกียรติยศของผู้พิพากษาอย่างร้ายแรง&amp;quot; นายชำนาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญยืนยันว่า ตลอดชีวิตราชการไม่กระทำเช่นนั้นเด็ดขาด ส่วนที่กล่าวหาว่าไม่ใช่คู่ความ แต่ไปแนะนำให้คำปรึกษานั้น นายสืบพงษ์กับพวกก็ทราบดีว่าคดีนี้เป็นคดีฟ้องยักยอกทรัพย์มรดกเพื่อเรียกคืนทรัพย์มรดกเข้าสู่กองมรดก โจทก์-จำเลย และภรรยาตนเองเป็นพี่น้องกัน จึงมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง คดีนี้มูลค่าทรัพย์ 2,000 ล้านบาท จึงให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และสมัยที่เป็น ก.ต.ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็เคยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร้องเรียนเกี่ยวกับที่ศาลนี้เป็นคดีสำคัญที่ประธานศาลฎีกาหลายท่านรับรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีผู้พิพากษาระดับสูงซึ่งเป็นผู้บริหารศาล นำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของจำเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ผู้พิพากษาโดยไม่เกรงกลัวต่อความผิดหรือความไม่สมควร ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นของจำเลยในคดี แต่มาอยู่ที่ผู้พิพากษาและนำออกเผยแพร่ได้อย่างไร การกระทำแบบนี้คนเป็นผู้พิพากษาไม่ทำกัน&amp;rdquo; นายชำนาญระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญกล่าวอีกว่า ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานแผนกคดีล้มละลายฯ และฐานะ ก.ต.ชั้นฎีกา เพราะกระบวนการที่กล่าวหายังไม่ได้สรุปข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติ ซึ่งในส่วนของการเสนอถอดถอนตนให้พ้นจาก ก.ต.นั้น กระบวนการอยู่ระหว่างการตรวจสอบความสมบูรณ์รายชื่อที่ยื่น ซึ่งจะครบกำหนดเวลาในวันที่ 17 ก.ย. โดยก็เตรียมทำคำชี้แจงภายใน 7 วันตามขั้นตอน ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยในวันนี้ และข้อมูลที่ได้แจ้งความ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำคำชี้แจงด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ในคำชี้แจงที่ปิดไว้หน้าศาลทั่วประเทศเร็วๆ นี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, สมชาติ ธัญญาวินิชกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียรติพงศ์ อมาตยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e58ea68e17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
