<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>686องค์กรฟ้อง สุริยะมติมิชอบ ยื้อแบนสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; แจงกระทู้ ส.ว.เตรียมรับมือแบนสารพิษไว้แล้ว โบ้ยอำนาจยกเลิกอยู่ที่ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; &amp;nbsp;หมอระวีแนะ 3 พรรคเร่งเคลียร์ปัญหา หาข้อสรุปที่ลงตัว 686 องค์กรจ่อฟ้องศาลปกครอง-ศาลอาญาทุจริต เอาผิด &amp;quot;รมว.อุตสาหกรรม&amp;quot; ออกมติ 27 พ.ย.โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร &amp;nbsp;รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามของ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล ส.ว. เรื่องรัฐบาลมีแผนยกเลิกการใช้วัตถุอันตราย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายการ ได้แก่ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต อย่างไร และหากไม่มีการยกเลิก รัฐบาลมีข้อมูลเหตุผลใดรองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ประชุมเมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่มีผลทางกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่ประกาศลงนามโดย รมว.อุตสาหกรรม จึงไม่อาจคาดการณ์และนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติได้ แต่สำหรับกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอห้ามใช้วัตถุอันตรายไปแล้ว&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ชนิด แต่การประกาศยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าวต้องอาศัยอำนาจตามมาตรา&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายที่มี รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งคณะทำงานโดยมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน เพื่อรองรับการดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งการจำกัดการใช้จะเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ หากตนยังได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตรอยู่ ซึ่งขอบคุณ ส.ว.ที่มีความห่วงใยสุขภาพของประชาชน เนื่องจากสารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดนี้หลายประเทศได้ยกเลิกการใช้แล้วเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นจะดำเนินการเร่งรัดในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเลื่อนแบนสารเคมี 2 ชนิดคือ พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ส่วนไกลโฟเซตให้ใช้ได้ตามประกาศควบคุม ว่าเป็นความเห็นต่างใน 3 พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ จึงกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชน 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายที่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมีกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวว่า สิ่งที่ควรเร่งให้เกิดขึ้นคือ พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคต้องเร่งเดินหน้าพูดคุยกันให้ชัดเจน ว่าจะมีมาตรการใดในช่วง 6 เดือนที่เลื่อนแบนสารเคมี หากฝ่ายการเมืองยังไม่มีข้อสรุปลงตัวชัดเจน สิ่งที่น่าห่วงคือจะเกิดความขัดแย้งในภาคประชาชน เพราะฝ่ายที่อยากให้แบนก็ต้องสู้ต่อ ส่วนฝ่ายเกษตรกรที่ไม่อยากให้แบนก็สู้ต่อเช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีอาจจะตัดสินใจเรียกทั้ง 3 ฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรกลับมติ ควรยืนยันการแบนสารเคมีทั้ง 3 ตัว โดยให้มีบทเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน 6 เดือน กำหนดมาตรการผ่อนผันหาทางออกให้เกษตรกรปรับตัว และทุกอย่างก็จะราบรื่นมากขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อศึกษาวิจัยหาความจริง โดยมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเก็บตัวอย่างทั้งน้ำและดินว่ามีสารพิษตกค้างจริงหรือไม่ นอกจากนี้ขอให้รัฐบาลตั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภค นำโดยนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย, น.ส.สารี อ๋องสมหวัง &amp;nbsp;เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ ในฐานะเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น และประธานคณะทำงานวิชาการเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-Pan) ร่วมกันแถลงข่าวเดินหน้าขับเคลื่อนการแบน 3 สารพิษหลังมีมติสันนิษฐานล้มแบนไกลโฟเซต เลื่อนแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายดังกล่าว ขอใช้คำว่าเป็นมติสันนิษฐานของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เพราะเป็นการดำเนินการที่ไม่มีเหตุผลรับรองในการทบทวนมติและกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุผลที่มติไม่ชอบ คือ 1.ข้ออ้างการทบทวนมติเมื่อวันที่ 22 &amp;nbsp;ต.ค.52 ไม่มีเหตุผลสนับสนุนอย่างเพียงพอ เช่น อ้างว่าไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย ซึ่งขัดแย้งกับข้อวินิจฉัยของสถาบันมะเร็งนานาชาติ (IARC) องค์การอนามัยโลก และคำตัดสินของศาลสหรัฐฯ ที่ให้บริษัทสารเคมีต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้ใช้และแก่รัฐ อ้างว่าขัดต่อความตกลงในองค์การการค้าโลกที่ต้องให้แจ้งล่วงหน้า 60 วันก่อนมีมาตรการ แต่ในความตกลงสุขอนามัยและอนามัยพืช (SPS) ระบุไว้ว่า กรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทบต่อสุขภาพ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องยึดกรอบเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่ามีผู้คัดค้านจำนวนมาก 75% จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ ซึ่งเป็นไปโดยมิชอบ เนื่องจากนำรายชื่อผู้คัดค้านจากกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทสารพิษ 17,527 &amp;nbsp;รายชื่อมารวมด้วย และการลงมติทางออนไลน์ 1 คนก็ทำได้หลายครั้ง ส่วนข้ออ้างว่าไม่มีระยะเวลาเพียงพอและไม่มีวิธีการทดแทนนั้น จริงๆ แล้วกระทรวงสาธารณสุขเสนอให้แบนมากว่า 2 ปี 7 เดือนแล้ว กระทรวงเกษตรฯ กลับไม่เสนอทางเลือกที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กระบวนการลงมติเมื่อวันที่ 27 พ.ย.เป็นการลงมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นได้จากการแถลงว่าลงมติแบบเอกฉันท์ และอ้างเป็นเสียงส่วนใหญ่หลังจาก รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ลาออกจากกรรมการวัตถุอันตรายเพราะไม่ยอมรับผล เพราะยืนยันว่าเสนอยึดมติเดิม เช่นเดียวกับตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่กระทรวงอื่นๆ ก็ไม่ทราบว่าจะลงมติแบบใด ทั้งที่กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย คือการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก โดยที่ผ่านมาได้ใช้วิธีการลงคะแนนตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งการลงมติเมื่อ พ.ค.61 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.62 &amp;nbsp;และวันที่ 22 ต.ค.62 ก็ลงมติชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวว่า ข้อเสนอของเครือข่ายมี 5 ข้อ คือ 1.ยืนยันให้ทุกฝ่ายเคารพมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องดำเนินการตามขั้นตอนในการออกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้การแบนพาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายโดยเร็ว 2.เครือข่ายฯ ขอประกาศจะดำเนินการฟ้องศาลปกครอง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อนายสุริยะที่ดำเนินการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 โดยมิชอบ 3.เครือข่ายฯ ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบการตกค้างของ 3 สารพิษในสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่ใส่ใจและมีนโยบายคุ้มครองสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เครือข่ายฯ จะดำเนินการฟ้องคดีแบบกลุ่มให้แก่ผู้ที่ได้รับอันตรายจาก 3 สารพิษนี้ คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนนี้ โดยได้ความร่วมมือจากทีมทนายความที่ต่อสู้คดีให้นายดเวนย์ ลี จอห์นสัน &amp;nbsp;ที่ชนะคดีไกลโฟเซตในสหรัฐอเมริกา และ 5.เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนเกษตรกรในช่วงเปลี่ยนผ่าน &amp;nbsp;โดยดำเนินการตามมติและข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ซึ่งได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงเอกฉันท์จากสภาผู้แทนราษฎร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51639</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de51da36ccf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ5กกต.เขี่ย&#039;สมชาย-พีระศักดิ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนช.ประชุมลับเลือก 5 กกต. เขี่ย &amp;quot;สมชาย-พีระศักดิ์&amp;quot; ทิ้ง หลังวิจารณ์คุณสมบัติอย่างหนักกรณีโดนคดี-ไม่เป็นกลาง &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; เผยเตรียมสรรหาต่ออีก 2 คน &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;rdquo; แฉเป็นไปตามแผน &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; อีก 2 คนทาบทาม แต่เหมือนล็อกสเปก &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ลั่นดูดอดีต ส.ส.แลกล้มคดีทำไม่ได้ วงเสวนาเชื่อประเดิมไพรมารีโหวต ปชช.-ขรก.ร่วมน้อย ชี้กระบวนการมีส่วนร่วมเชิงหลอกลวง ท้า &amp;quot;สมเจตน์&amp;quot; เปิดหน้าเล่น ให้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; หนุนทหารสมัครสมาชิกพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 12 กรกฎาคม ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีการประชุมลับเพื่อพิจารณาตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด และ 5.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คน ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.10 น. ได้กลับมาเปิดประชุมอย่างเปิดเผย และให้สมาชิก สนช.ลงคะแนนโดยกาบัตรเข้าคูหา จากนั้นประธานที่ประชุมแจ้งผลการนับคะแนน ดังนี้ สำหรับผู้ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 5 คน ได้แก่ 1.นายสันทัด ได้คะแนน 178 ต่อ 20 งดออกเสียง 3 เสียง 2.นายอิทธิพร ได้คะแนน 186 ต่อ 10 งดออกเสียง 5 เสียง &amp;nbsp;3.นายธวัชชัย ได้คะแนน 184 ต่อ 12 งดออกเสียง 5 เสียง 4.นายฉัตรไชย ได้คะแนน 184 ต่อ 11 งดออกเสียง 6 เสียง และ 5.นายปกรณ์ ได้คะแนน 185 ต่อ 10 งดออกเสียง 6 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.นายพีระศักดิ์ ได้คะแนน 28 ต่อ 168 งดออกเสียง 5 เสียง และ 2.นายสมชาย ได้คะแนน 3 ต่อ 193 งดออกเสียง 5 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมลับ พบว่านายสมชายและนายพีระศักดิ์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากนายสมชายมีคดีในศาลและ ป.ป.ช. กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขณะที่นายพีระศักดิ์ นั้น สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่กังวลถึงความเป็นกลางทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แถลง ว่า เมื่อที่ประชุม สนช.ได้มีมติให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 5 คนแล้ว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.พ.ศ.2560 ทั้ง 5 คนจะต้องลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ภายใน 15 &amp;nbsp;วันนับแต่วันที่ สนช.ให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 26 ก.ค. ภายหลังพ้นวันที่ 26 ก.ค.ไปแล้ว หากบุคคลทั้ง 5 คนได้ดำเนินการลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ตามกฎหมาย กกต. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จะดำเนินการให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ดังกล่าว ประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธาน กกต.จำนวน 1 คน ก่อนจะนำรายชื่อทั้ง 5 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป เนื่องจากแม้ สนช.จะไม่ได้ให้ความเห็นชอบ กกต.ครบทั้ง 7 คน แต่กฎหมาย กกต.กำหนดให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบเป็น กกต.จำนวน &amp;nbsp;5 คน ก็สามารถทำหน้าที่และเป็นองค์ประชุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.กำหนด จะมีผลให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ที่เหลือไม่สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อเลือกประธาน กกต.ได้ เพราะจะเหลือองค์ประชุมแค่ 4 คน และไม่อาจนำรายชื่อดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ เพียงแต่บุคคลที่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ครบแล้วนั้นยังคงมีสถานะเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจาก สนช.ตามเดิมต่อไป ทั้งนี้หากมีการโปรดเกล้าฯ กกต.ชุดใหม่แล้ว กกต.ชุดปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งทันที&amp;quot;
หวั่นล็อกสเปก 2 ว่าที่ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน สนช.กล่าวว่า ส่วนการสรรหา กกต.อีก 2 คนนั้น จะทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหา เพื่อประชุมคณะกรรมการสรรหาอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการสรรหาใหม่จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตาม ในที่นี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าการสรรหา กกต.ใหม่อีก 2 คน จะใช้กระบวนการเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเข้ามารับการสรรหา ตามมาตรา 12 ของกฎหมาย กกต.หรือไม่ เพราะต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการประชุม สนช.พิจารณารายชื่อว่าที่ กกต. ไม่ครบ 7 คน เนื่องจากอาจมีบางคนคุณสมบัติไม่เหมาะสม และจะมีการเสนอให้ใช้วิธีการทาบทามตัวบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนว่า ในกฎหมายเปิดโอกาสไว้ แต่จะใช้หรือไม่ก็แล้วแต่ ซึ่งสังคมอาจจะยังใหม่กับเรื่องนี้ และไม่ยอมรับวิธีนี้ ดังนั้นจึงไม่ควร เพราะดุลพินิจที่จะบอกว่า ให้ใช้วิธีทาบทามตัวถือว่าล่อแหลมมาก แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามอะไร ทั้งนี้ ก็ต้องทำการสรรหาใหม่ในจำนวนที่ขาดอยู่ ซึ่งหากการพิจารณาของ สนช.ครั้งนี้ได้ กกต. ใหม่ 5 คน ก็สามารถทำงานได้ ส่วนการสรรหาให้ครบ 7 คน ก็อาจจะทำได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า หากมี กกต. 5 คน จะสามารถเดินหน้าจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังทราบชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกกต.ทั้ง 5 คนว่า เป็นไปตามญาณวิเศษและความศักดิ์สิทธิ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เคยพูดก่อนหน้านี้ว่า ถ้าได้ กกต.ไม่ครบ ก็อาจจะต้องใช้วิธีการทาบทามบุคคลในส่วนที่ขาด ดังนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหมายของนายมีชัย คือได้ กกต.ไม่ครบ 7 คน ตามที่กฎหมายกำหนด แม้ 5 คนก็สามารถทำงานได้ แต่ต้องมีการทาบทามเพิ่มอีก 2 คน ให้ครบตามที่กฎหมายระบุ แต่ 2 คนที่จะทาบทามภายหลังนี้อาจมีปัญหา เมื่อสังคมเคลือบแคลงในการทำหน้าที่ความไว้วางใจที่จะมีน้อยกว่า 5 คนแรกที่ได้มาจากการสรรหา เปรียบเหมือนการแข่งกีฬา เมื่อนักกีฬาไม่เชื่อถือในกรรมการ เกมแข่งขันอาจไม่ราบรื่น เพราะใช้การทาบทาม ซึ่งภาษาชาวบ้านคือการเชิญคนมาเป็นก็เหมือนการล็อกสเปกว่าอยากให้ใครเป็นกรรมการ แม้จะทำหน้าที่ได้ดี มันก็ดีน้อยลง เพราะความเชื่อถือเชื่อมั่นในความเป็นกลางลดน้อยลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักที่สำคัญว่าผู้มีอำนาจจะลงมาเป็นผู้แข่งขันในเกมเสียเองหรือไม่ อย่างไร เพราะถ้าหากลงมาแข่งขันเสียเอง ก็จะเท่ากับว่ามีกรรมการอยู่ในมือแล้วสองคน เกมการแข่งขันก็ไม่ชอบธรรม ทั้งที่หากเปรียบถึงการเลือกตั้ง ผู้มีอำนาจเขาก็มีสมาชิกรัฐสภาอยู่ในมือแล้ว 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง คือเขาเริ่มต้นที่ 250 คน แต่พรรคการเมืองที่แข่งขันเริ่มต้นที่ศูนย์ ถามว่าเช่นนี้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ ยิ่งมีกรรมการในมือเพิ่มขึ้นอีก ก็ขอให้สังคมคิดเอาเองว่าเกมแข่งขันนี้จะเป็นอย่างไร&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ​กล่าวถึงความพร้อมของสำนักงานภายหลังที่ประชุม สนช.มีมติเห็นชอบ 5 รายชื่อว่าที่ กกต.ว่า สำนักงานได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ระเบียบต่างๆ การเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับการทำงานในอนาคต ซึ่งขณะนี้กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการต่างๆ เยอะมาก จึงถือเป็นภาระค่อนข้างหนัก แต่เราก็ได้มีการเตรียมการทุกอย่างไว้รองรับ ไม่ว่าจะทั้งกับ กกต.ชุดเก่าหรือชุดใหม่ โดยพร้อมจะดำเนินการในการจัดการเลือกตั้งได้ทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่ สนช.เห็นชอบว่าที่ กกต.เพียง 5 คน ตามกฎหมายก็ถือว่าสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยตาม พ.ร.ป.กกต.กำหนดให้องค์ประชุมของ กกต.ชุดใหม่ต้องมีไม่ต่ำกว่า 5 คน ดังนั้นในการประชุมก็จะต้องเข้าประชุมครบทั้ง 5 คน&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกตการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร จ.อำนาจเจริญและอุบลราชธานี วันที่ 23-24 ก.ค.นี้ มีนัยทางการเมืองว่า ลงพื้นที่มาทั้งปีตลอดทุกเดือนอยู่แล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้หรือ ส่วนที่มีกระแสดูดนั้น ไม่มีหรอก นายกฯ ก็บอกแล้วว่าไม่มี
&amp;quot;ป้อม&amp;quot;ปัดดูดแลกล้มคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่มีกระแสข่าวนายกฯ ไม่ได้เป็นผู้ดูดเอง แต่ให้นายทหารพื้นที่ภาคอีสานเป็นผู้ดำเนินการ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กระแสข่าวก็พูดไปเรื่อย พร้อมถามกลับว่าวิธีดูดเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวตอบว่า ใช้การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เช่น เรื่องคดีความ รองนายกฯ จึงกล่าวว่า &amp;ldquo;โอ๊ย คดีอะไร ผมยังไม่รู้เรื่อง ใครเป็นคดีกับใครผมไม่รู้ และในเรื่องกระบวนการยุติธรรมไปแตะต้องไม่ได้ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ นายกฯ ก็ทำไม่ได้ ถามว่าจะไปแลกเปลี่ยนไปสั่งให้เขายกเลิกทำได้หรือไม่ ใครทำได้บ้าง มันทำไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีการเสนอผลประโยชน์เรื่องเงินด้วย พล.อ.ประวิตรตอบว่า เงินที่ไหน ส่วนที่อ้างกันถึงรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจนั้น เขาไม่ได้หาเงินเอง เขาเป็นคนคิดที่จะหาเงินเข้ารัฐ ไม่ได้หาเงินเข้ากระเป๋าเพื่อเอาไปให้ใคร ไม่มีหรอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงการลงพื้นที่และ ครม.สัญจรที่จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี ว่าไม่มี ถ้าจะตั้งข้อสังเกต ก็ทำได้ทุกครั้งที่เคยไป และในทุกรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้ได้ประกาศล่วงหน้าว่าจะทำแบบนี้มาเกือบปีแล้ว และลงพื้นที่ไปหลายครั้งแล้ว เดิมทีจะเป็นที่ จ.พะเยาและ จ.เชียงราย แต่ว่าเกิดเหตุการณ์การช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ซึ่งคนในพื้นที่เขาก็ยุ่งกันอยู่ ถ้าหากไปประชุมก็คงจะไปรบกวน นายกรัฐมนตรีจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปประชุมที่ จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานีก่อน และครั้งหน้าก็อาจจะไปลงพื้นที่และประชุม ครม.สัญจรที่ จ.พะเยา และ จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสการดูดอดีต ส.ส.ที่พุ่งเป้าไปที่ภาคอีสาน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในสายตาคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ว่าดูดหรือไม่ดูด ทำไมจะต้องไปดูดกันถึงที่เกิดเหตุ จะไปดูดก็ไปดูดกันที่อื่น เขาไปทำภารกิจทางราชการ ซึ่งมีหัวข้อชัดเจน ไม่ได้ดูดอะไรทั้งนั้น แต่อาจจะไปคลายก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไลฟ์สดเชิญชวนประชาชน สมัครเป็นสมาชิกพรรค จะผิดกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ที่จริงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะในวันที่มีการหารือกันระหว่าง กกต.และพรรคการเมืองที่ผ่านมา ได้มีคนถามประเด็นนี้ ซึ่งตนได้ตอบไปว่าการติดต่อกันโดยสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองนั้นทำได้ ได้สอบถาม กกต.แล้ว ทาง กกต.ระบุว่าสามารถทำได้ แต่พรรคการเมืองกลับลังเลเสียเอง ซึ่งอยากให้ใช้วิธีนี้มากกว่า เพราะวิธีนี้เปิดเผย ไม่ใช่เรื่องลับๆ ล่อๆ และไม่ถือว่าขัดคำสั่ง คสช. เรื่องการรวมตัวทางการเมืองเกิน 5 คนด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดการสัมมนาวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;การเลือกตั้งขั้นต้น : ทางออกการเลือกตั้งหรือทางตันประชาธิปไตย?&amp;rdquo; โดยนายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;ไพรมารีโหวต : จุดเปลี่ยนการเมืองไทย?&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า เชื่อว่าหากกฎหมายบังคับใช้แล้วข้าราชการส่วนใหญ่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร จะไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรค จะไม่เปิดหน้าไปทำไพรมารีโหวต เพราะกลัวว่าหากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วอยู่พรรคตรงข้ามของพรรคที่ตนเป็นสมาชิก อาจจะมีปัญหาเรื่องงาน ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มที่อาจจะได้รับผลเสียจากการเปิดหน้าเป็นสมาชิกพรรค อาทิ ดีเจสถานีวิทยุ อาจจะไม่กล้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอาชีพการงานของตัวเอง ซึ่งนี่คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการทำไพรมารีโหวตครั้งแรก เพราะประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมน้อยลง จะเหลือแค่กลุ่มคนวงในกลุ่มญาติพี่น้องของผู้สมัคร
ท้า&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ทำไพรมารีโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปรากฏการณ์พรรคพลังประชารัฐและพรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เป็นรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ข้าราชการจำนวนมากเปิดหน้าเชียร์พรรคพลังประชารัฐ เพื่อหวังผลพลอยได้หลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากอยากให้กฎหมายใช้ได้ผลจริงๆ คนที่ร่างกฎหมายฉบับนี้คือ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ควรจะต้องเปิดหน้า ประกาศตัวทำตามกฎหมายโดยการสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง และไปทำตามกระบวนการไพรมารีโหวต และอีกคนหนึ่งที่ควรไปทำไพรมารีโหวตก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องเปิดหน้าและควรประกาศให้ทหารทุกเหล่าทัพมีโอกาสเปิดหน้าสมัครสมาชิกพรรคได้อย่างเสรี หากไม่ทำแบบนี้ โอกาสที่กฎหมายนี้จะดึงดูดใจให้ประชาชนเข้าไปสมาชิกพรรคอย่ากว้างขวางก็จะยาก แต่ก็เชื่อว่าในช่วงแรกการใช้ปัญหาจะเยอะ แต่หากใช้ไปเรื่อยๆ จะทำให้ปัญหาลดลง&amp;rdquo; นายไชยันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;การเมืองไทยกับระบบไพรมารีโหวต : ทางออกการเลือกตั้งหรือทางตันประชาธิปไตย โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวตอนหนึ่งว่า ระบบไพรมารีโหวตในครั้งนี้ อาจเกิดจากการออกแบบ 2 แบบ คือ 1.ออกแบบโดยปัญญาเพื่อแก้ปัญหา มีการเอารูปแบบจากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสม และ 2.ออกแบบโดยอคติ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ หรือเป็นประโยช์ต่อพวกพ้องตัวเอง ซึ่งตนมองว่าเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ทั้งนี้ กระบวนการทำไพรมารีโหวตนั้น ได้มีความรู้สึกว่าเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกผู้สมัคร แต่เป็นกระบวนการในเชิงหลอกลวง ให้เห็นเหมือนว่าเรามีการเลือกตั้งแล้ว มีการทำไพรมารีโหวตแล้ว เป็นประชาธิปไตยแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้หลักการดังกล่าวจะดี แต่จะต้องช่วยกันทำให้ระบบเข้มแข็งมากขึ้น เพราะการทำไพรมารีโหวตในครั้งแรกอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่ไม่ควรยกเลิก แม้จะดูเป็นพิธีกรรม ไม่ควรลดทอนรูปแบบ แต่ควรลองทำกันไปเพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่มั่นใจว่าการทำไพรมารีโหวตผลที่ออกมาจะดีหรือไม่ หากคนที่ถอยมาจากรัฐบาล กรธ. หรือ สนช.เอง ก็เท่ากับว่าขาดวุฒิภาวะอย่างแท้จริง เพราะทำประเทศเหมือนการขายของเด็กเล่น อยากเขียนกฎหมายอะไรก็เขียน พอวันหนึ่งก็เปลี่ยนทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม&amp;quot; นายสมชัย กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัยกล่าวอีกว่า ขณะนี้เหมือนกับว่าไพรมารีโหวตเปิดตัวแบบพระเอก แต่ตอนจบเป็นผู้ร้าย คือเริ่มต้นจากหลักการที่ดี แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่เกิดขึ้นตามหลักการดังกล่าว เพราะพรรคจะไปคิดถึงคนที่ชนะเลือกตั้ง คนมีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไร โดยผู้ร้ายตัวจริงเป็นการเขียนกติกาแบบเกรงใจ จนทำให้ไพรมารีโหวตกลายเป็นผู้ร้าย เพราะกลัวพรรคเล็กจะทำไม่ไหว กลัวพรรคใหญ่จะได้รับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า โดยหลักการที่ต้องการเลือกผู้สมัครจากระดับล่างขึ้นบน ซึ่งคิดว่าทำไม่ได้ เพราะความจริงทางการเมืองไทยพฤติกรรมการเลือกตั้งของไทยยังมีปัญหา ขณะที่จำนวนสมาชิกแต่ละพรรคเหลือรวมกันมีแค่ 200,000 คน แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมี 55 ล้านคน ดังนั้นการทำไพรมารีโหวตจึงไม่ได้มาจากประชาชนส่วนใหญ่ นอกจากนั้นบทเฉพาะกาลที่อนุโลมให้ใช้ตัวแทนประจำจังหวัดมาเลือกผู้สมัครในทุกเขตของจังหวัด จึงกังวลว่าจะกลายเป็นการที่ผู้ที่ต้องการเป็นผู้สมัครไปไล่หาสมาชิกเพื่อมาเลือกตัวเอง ซึ่งจะไม่ใช่การเลือกจากสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง เป็นการเขียนกฎหมายโดยไม่เข้าใจบริบทสังคม ถือเป็นบาปบริสุทธิ์ครั้งใหญ่ จึงอยากให้ทำไพรมารีโหวตแบบเป็นภาคแทนประจำจังหวัดแบบพอไปได้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13313</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, วิษณุ เครืองาม, สมชาย ชาญณรงค์กุล, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769d203f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเข้าเยี่ยม13หมูป่า แพทย์เผยทำกิจวัตรได้เองแล้ว/ฮูย่า!ซีลกลับฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ชีวิตแข็งแรงดี ทำกิจวัตรได้เองแล้ว ผู้ปกครองเยี่ยมถึงข้างเตียงได้ หมอแนะทีมช่วยเหลืออย่าเพิ่งทำกิจกรรมหนักช่วง 2 สัปดาห์ &amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; ดังสนั่นรับซีลและทหาร 159 นายกลับมาตุภูมิ ผบ.กองเรือยุทธการชื่นชมสมเป็นลูกประดู่ที่ปฏิญาณเคียงข้างประชาชน &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผบ.ซีล&amp;rdquo; เผยศรีภรรยาเป็นกำลังใจ น.อ.อนันต์รับภารกิจสุดเสี่ยง มีโอกาสลุ้น 50-50 &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; มอบอีลิทการ์ดให้ทีมต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยใน 5 ปี ส่วนงานฉลอง &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; รับหน้าเสื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงอาการของนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือและดูแลรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่านพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการ รพ.เชียงรายฯ ได้รายงานว่าทีมแพทย์และพยาบาลยังคงให้การดูแลรักษาและควบคุมป้องกันโรคแก่น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าทุกคนไม่ต้องให้สารละลายน้ำเกลือทางเส้นเลือด สามารถทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง และญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ข้างเตียงได้ทั้ง 13 คน โดยสวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัย ส่วนผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการไม่พบโรคติดต่ออันตราย แต่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อไวรัสบางชนิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ทุกรายรอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำ 2 คน สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่น รอให้ยาปฏิชีวนะจนครบ 7 วัน ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ รับประทานอาหารปกติได้ดี มีไข้ 3 คน แนวโน้มไข้ลดลง สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ สำหรับ 3 รายที่มีอาการปวดหูร่วมกับหูอื้อ ตรวจร่างกายเพิ่มเติมพบมีภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลาง ได้ให้ยารักษาอาการ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ ทีมจิตแพทย์ของ รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลตั้งแต่เริ่มค้นหา ณ จุดบริการบริเวณหน้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และเริ่มให้การดูแลจิตใจผู้ป่วยทันทีที่ออกจากถ้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่อยู่ใน รพ.ไม่มีความเครียด นอนหลับได้ดี&amp;rdquo; นพ.เจษฎากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎายังกล่าวถึงหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ
4 นาย ว่า รพ.เชียงรายฯ ได้ให้การดูแลใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยตรวจร่างกายเบื้องต้น ทั้งผลเลือดและเอกซเรย์ปอดปกติ รพ.ในสังกัดจึงรับตัวไปดูแลต่อ ทั้งนี้ภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ถ้ำหลวงฯ ทั้งส่วนราชการและอาสาสมัคร ปฏิบัติตามคำแนะนำบัตรเฝ้าระวังโรค พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง งดการออกไปร่วมสังสรรค์หรือมีกิจกรรมนอกบ้าน และสังเกตอาการผิดปกติ หากมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อ และหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้บ้านทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ ด้านการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ ทีมแพทย์ จิตแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพของ รพ.เชียงรายฯ ดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คนแข็งแรงปลอดภัยกลับสู่ครอบครัว&amp;rdquo;นพ.เจษฎายืนยัน
ขณะเดียวกัน นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากการรับน้ำโดยรอบพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ณ ศาลาอเนกประสงค์ วัดสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีพื้นที่เสียหายทั้งหมด 1,266.75 ไร่ จำนวนเกษตรกร 126 ราย เป็นวงเงินการขอรับความช่วยเหลือ 1,409,892.75 บาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ ที่สามารถอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรได้ทันที และสำนักงานเกษตร อ.แม่สาย จะจัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือ รวมทั้งให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดทันที
&amp;ldquo;ฮูย่า&amp;rdquo; สนั่นรับซีลกลับฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานต้อนรับกำลังพลของกองทัพเรือที่เดินทางกลับที่ตั้ง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยคณะทั้งหมดมีจำนวน 159 นาย ประกอบด้วยหน่วยซีล 127 นาย นำโดย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล นอกจากนั้นเป็นกำลังพลจากชุดเวชศาสตร์ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ และส่วนอื่นๆ อีก 32 นาย ซึ่งเดินทางมาถึงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ และเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพเรือ โดยมีญาติรวมถึงกำลังพลของกองทัพเรือ หน่วยซีล และประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ทร.ได้จัดอุโมงค์น้ำเป็นเกียรติให้เครื่องบินเที่ยวนี้ และเมื่อเดินทางมาถึง ได้มีพิธีต้อนรับ และร่วมร้องคำว่า ฮูย่า พร้อมกันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวแสดงการขอบคุณ พร้อมเชิดชูเกียรติแด่เหล่าทหารทุกนาย ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ และเสี่ยงชีวิตในการเข้าช่วยเหลือทีมนักกีฬาฟุตบอล 13 ชีวิตจนสามารถรอดชีวิตกลับมาสู่อ้อมอกครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม สมเกียรติการเป็นชายชาติทหาร ดังคำปฏิญาณของทหารเรือที่ว่า ทหารเรือจะเคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ก็รีบจัดกำลังพลเดินทางไปช่วยเหลือทันที เมื่อมีอุปสรรคตรงหน้าเราก็ไม่ท้อถอย เราบอกว่าเราสู้ เมื่อสู้แล้วมีกำลังใจเยอะ และมีคนสนับสนุนเรามากมาย เพราะคนที่จะเข้าไปถึงน้องๆ ได้ก็คงต้องเป็นหน่วยซีลหน่วยเดียวเท่านั้น เราจึงต้องเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อนพ้องน้องพี่ซีลที่ปลดประจำการไปแล้วก็มาร่วมงานกับพวกเรา แม้ไม่ได้อยู่ในราชการ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มากมายมาช่วย เป็นที่ประจักษ์ว่า ถ้าเราสู้และไม่ย่อท้อ ก็จะมีคนสนับสนุนเยอะมาก ซึ่งในสิ่งที่เราทำลงไปถือว่ามีความเสี่ยงต่อกำลังพล แต่เราถูกฝึกมาให้อดทนเพื่อการณ์นี้ เราฝึกคนมาเพื่อทำงานเสี่ยงๆ ถ้างานง่ายๆ ไม่ต้องถึงมือเราหรอก แต่งานนี้ถือว่าเป็นงานยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นในกำลังพลทุกคน และประจักษ์ว่ากำลังพลของหน่วยทุกคนยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณกำลังพลของผมทุกคนที่ได้ทำงานนี้จนประสบผลสำเร็จค่อนข้างสมบูรณ์ เราก็เหมือนเฟืองตัวเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องจักรให้สมบูรณ์ การสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องยาก และต้องใช้ใจทำงาน ซึ่งภารกิจครั้งนี้ได้สูญเสีย 1 นายคือ จ.อ.สมาน กุนัน ที่เป็นผู้เสียสละ แต่เราก็ไม่เสียขวัญ เพราะเขาจากไปแบบวีรบุรุษของชาวโลก ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจ&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.อาภากรยังสัมภาษณ์เปิดใจเพิ่มเติมยอมรับว่า เป็น ผบ.นสร.ใครๆ ก็ฟังและกลัวหมด แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัว เขาก็จะให้คำแนะนำว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอย่างไรบ้าง คือภรรยา เพราะมีประสบการณ์มาก เคยขึ้นเขาเอเวอเรสต์ และเคยไปแอนตาร์กติกา 4 เดือน จึงช่วยในการประสานเครือข่ายต่างๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ซึ่งภารกิจครั้งนี้มีเครือข่ายอยู่หลายส่วน มีทั้งเปิดตัวแล้วไม่เปิดตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภรรยาผมถือเป็นกำลังใจที่ดี ให้การสนับสนุนตลอด ถ้าผมไม่ได้เขาก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยออกหน้าเลย เพราะขออยู่ข้างหลังตลอด ก็ขอขอบคุณเอื้อย (ศศิวิมล อยู่คงแก้ว) ด้วย&amp;rdquo; พล.ร.ต.อาภากรกล่าว และว่า ส่วนจะนำบทเรียนในภารกิจถ้ำหลวงฯ มาใส่ในการฝึกซีลหรือไม่นั้น ขอให้คอยดู เพราะอยู่ในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
รับภารกิจเสี่ยงครึ่งๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 นสร. กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมากำลังเรียนรู้ประสบการณ์และแก้ปัญหาวันต่อวัน ถือเป็นความเสี่ยง การส่งนักดำน้ำไปทำงาน คิดอยู่เสมอว่ามีความสำเร็จ 50% และไม่สำเร็จหรือสูญเสีย 50% แม้จะมองโอกาสความสำเร็จ 40% แต่เราจะมองประเด็นที่ความสำเร็จมากกว่าความสูญเสีย ภูมิใจกับทีมงานซีลทุกคน เมื่อต้องออกไปปฏิบัติงาน ก็จะทำเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงอน &amp;nbsp;ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้นำไปแก้ไขให้เกิดความพร้อมทุกๆ ภารกิจที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานในถ้ำ ไม่รู้ว่าวันไหน นอนก็นอนในถ้ำตรงโถงสาม ตื่นบ้างพักบ้าง ลูกน้องก็สลับสับเปลี่ยนกันเข้าไปทำงาน ส่วนลูกน้อง 3 คนที่ขาดการติดต่อไป 23 ชม. หลังตรวจร่างกายก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก วันนี้ก็เดินทางกลับมาพร้อมคณะด้วย&amp;rdquo; น.อ.อนันต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ต.ค่าย โตชัยภูมิ อดีตหน่วยซีลรุ่น 9 และอดีตครูฝึกหน่วยซีลที่เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ กล่าวถึงการเสริมบทเรียนการดำน้ำในถ้ำว่า ที่ผ่านมามีการฝึกขั้นพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ เช่น เขาหลัก ตะกั่วป่า ภูเก็ต มีชาวต่างชาติเปิดสอนอยู่ แต่ต้องเสริมหลักสูตร Cave Diving Technic ซึ่งได้ยินจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งตรงกับที่คิดในการเสริมขั้นสูง เพราะทีมที่ไปทำภารกิจเจอครั้งแรก ไม่เคยไปฝึกที่ภาคใต้ งงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้จะใช้อะไร แต่มีการจัดการที่ดีในการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรขึ้นอีกมาก ซึ่งการผลิตบุคลากรด้านนี้ไม่ได้เน้นที่ปริมาณ แต่เน้นที่คุณภาพ&amp;rdquo; น.ต.ค่ายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการถอดบทเรียนจากปฏิบัติการดังกล่าวนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า หน่วยซีลเตรียมเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยดำน้ำในถ้ำ ที่ผ่านมาเขาเคยแต่ดำน้ำในทะเล ก็คิดว่าเหมือนกัน แต่ปรากฏว่าความมืดในถ้ำกับในทะเลนั้นแตกต่างกัน ประกอบกับมีดินโคลนและพื้นที่แคบด้วย ซึ่งคงถอดบทเรียนต่างๆ เพื่อนำไปสอนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แม้ศูนย์ส่วนหน้าจะปิดตัวลงแล้ว แต่ศูนย์ของจังหวัดยังคงต้องทำงาน ขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ เพราะบางส่วนติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงสรุปว่าหน่วยงานต่างๆ จะใช้งบประมาณจากส่วนใด ซึ่งบางส่วนเขาก็มีงบประมาณของตัวเอง เช่น รัฐวิสาหกิจ แต่ส่วนอื่นต้องหาทางพิจารณาช่วยเหลือ อย่างเอกชนบางส่วนของติดอยู่ข้างในก็มี ที่ทราบอย่างเชฟรอนเขาให้เลย &amp;nbsp;แม้ติดอยู่ข้างใน ทางซีลก็บอกว่าถ้าน้ำลดแล้วค่อยมาเก็บกัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ยังต้องมาทำการทบทวนหลังการปฏิบัติงาน โดยทบทวนทั้งหมด ตั้งแต่ทำอะไรบ้าง แต่ละส่วนประกอบด้วยใครบ้าง ทั้งหมด แล้วสรุปออกมาเป็นบทเรียน ว่าต่อไปต้องทำอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีเหตุการณ์นี้ที่ใดในโลก ดังนั้นจึงต้องทำหลายๆ อย่าง ซึ่งจะไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะประเทศเรา ส่วนเครื่องมือช่วยเหลือของทีมต่างชาติ เขาดำน้ำได้นานมาก ของเราดำได้ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ต้องรีบสรุปบทเรียนแล้วนำเรียนให้รัฐบาลทราบ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ ได้ให้ปลัด มท.ติดต่อกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อไล่เรียงการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนะวิธีการดำเนินการในการถอดบทเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องทำให้รอบด้าน ทั้งการเอาตัวรอด การใช้ชีวิตอยู่เมื่อตกอยู่ในภาวะคับขัน และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นตัวภายหลังเจออาการความเครียดหลังจากเหตุการณ์สะเทือนใจ รวมถึงการถอดบทเรียนในแง่ดี ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนทีมงานเก็บข้อมูลทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเอาข้อมูลจากสื่อและการบอกเล่าเท่านั้น &amp;nbsp;และหลังจากการรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ก็จะหารือกันอีกครั้งว่าจะถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ในรูปแบบใด เพราะหากทำเป็นหลักสูตรขึ้นมา สิ่งที่ได้ก็จะมีหนังสือเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม รวมถึงต้องดูด้วยว่าปีๆ หนึ่งมีคนไปถ้ำเท่าใด ดังนั้นรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์มันคล้ายกับอะไร และค่อยสอนนักเรียนทีเดียว&amp;ldquo; นพ.ธีระเกียรติกล่าว
มท.เจ้าภาพจัดเลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวสั้นๆ ก่อนเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ถึงการเตรียมการจัดงานเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในภารกิจการช่วยเหลือโค้ชและเด็กทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมการอยู่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการจัดทำบัตรเชิญหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพา 13 ชีวิตกลับบ้านมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณที่ จ.เชียงราย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันและสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการปูนบำเหน็จตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า หน่วยงานจะพิจารณาเอง เขาจะเสนอขึ้นมา ไม่ขัดข้องถ้าเขาจะเสนอบำเหน็จพิเศษต่างๆ มา เจ้าหน้าที่เขาทุ่มเท ไม่ได้หลับได้นอน ส่วนกองทัพจะเลี้ยงขอบคุณหรือไม่นั้น คงต้องให้เขาเป็นผู้พิจารณา แต่ได้ให้กำลังใจไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวในเรื่องนี้สั้นๆ ว่า การจัดงานเลี้ยงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการ กำลังรวบรวมรายชื่อและหารายละเอียด รวมทั้งสถานที่จัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในนามรัฐบาลไทย ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษที่ช่วยชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่มีกำหนดเดินทางกลับในคืนวันที่ 12 ก.ค. โดยพาไปท่องเที่ยววัดร่องขุ่น ซึ่งได้พบกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรไทยผู้สร้างวัด ซึ่งได้จัดทำภาพพิเศษเป็นที่ระลึกมอบให้กับทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษด้วย จากนั้นได้พาไปทานอาหารพื้นเมือง ที่ร้านท่าน้ำภูแล และไปสปาที่โรงแรมเลเจ้นท์ และเปิดห้องให้พักผ่อน พร้อมอาหารเย็นในห้องอาหารอิตาเลียนในโรงแรม ก่อนไปยังสนามบินเชียงราย และต่อเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ว่าอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ประสงค์จะอยู่ต่อหลังเสร็จสิ้นภารกิจ จะจัดโปรแกรมท่องเที่ยวใน กทม.และ จ.เชียงราย ก่อนเดินทางกลับมาตุภูมิ ส่วนอาสาสมัครชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องรีบเดินทางกลับก่อน จะเชิญให้เดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 1 ครั้งในระยะเวลา 5 ปี โดย ททท.จะมอบบัตรสมาชิก Thailand Elite Card ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์วีซ่า 5 ปี และบริการอำนวยความสะดวกที่สนามบิน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นธุรกิจจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในไทย 1 สัปดาห์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์เผยแพร่หนังสือราชการ ซึ่งลงนามโดย ศ.พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ ศธ.0527/11178 เรื่อง การสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย โดยส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า มหาวิทยาลัยนเรศวรยินดีช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน หากต้องการและสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอกของมหาวิทยาลัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ.สมาน กุนัน, น.อ.อนันต์ สุราวรรณ์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ไชยเวช ธนไพศาล, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สมชาย ชาญณรงค์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b47699cf2461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; storage.thaipost.net&amp;nbsp; &amp;quot;ฮูย่า ฮูย่า ฮูย่า&amp;quot; ดังกึกก้อง! ลั่นสนามบินอู่ตะเภา ต้อนรับฮีโร่ถ้ำหลวง 159 นาย นำโดย &amp;quot;พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว&amp;quot; ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หลังเสร็จสิ้น &amp;quot;ปฏิบัติการที่โลกต้องจดจำ&amp;quot; ภารกิจที่ยากสาหัสสากรรจ์ ในการค้นหาทีมหมูป่า 13 คนจนเจอ กระทั่งนำออกจากถ้ำหลวง ถึงมือหมออย่างปลอดภัย ท่ามกลางความยินดีของคนไทยทั้งประเทศและชาวโลก ในช่วงเวลา 17-18 วันที่ผ่านมา มีแต่เรื่องราวกู้ชีพ 13 ชีวิต ที่สื่อพยายามเค้นซักถามจาก ผบ.ซีล แต่วันนี้ ผบ.ซีลอยากบอกเองจากใจ เผยโฉมผู้อยู่เบื้องหลังภารกิจประวัติศาสตร์ ที่สำคัญยังเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;Thai NavySEAL&amp;quot; ที่ทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหว ความคืบหน้า รวมถึงภาพ คลิปของมิชชั่นช่วยทีมหมูป่าตลอด 17วัน เธอคนนี้ก็คือ &amp;quot;เอื้อย-ศศิวิมล อยู่คงแก้ว&amp;quot; ภรรยาของทั่น ผบ.ซีลนั่นเอง งานนี้เลยได้เห็นมุมซึ้งของชายชาติทหาร ที่ใช้โอกาสนี้ขอบคุณภรรยาออกสื่อ &amp;quot;ทุกคนฟังผม กลัวผมหมด แต่มีอยู่คนหนึ่งไม่กลัวผม และเขาให้คำแนะนำน่าจะอย่างนั้นอย่างนี้ รวมทั้งคนนี้มีประสบการณ์เยอะ เคยขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์ ไปทวีปแอนตาร์กติกามาแล้ว งานนี้เขาช่วยประสานงานกับเครือข่ายเยอะแยะ เขาเป็นกำลังใจที่ดี คอยสนับสนุนผมตลอด ถ้าผมไม่ได้เขาก็ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยออกหน้าเลย เพราะขออยู่ข้างหลังตลอด ก็ขอขอบคุณเอื้อย&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ คราวนี้ไม่ล้มกระดานเหมือนครั้งก่อน สนช.โหวตรับรอง 5 เสือ กกต.ชุดใหม่ &amp;quot;อิทธิพร บุญประคอง-สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์-ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย&amp;quot; กับ &amp;quot;ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-ปกรณ์ มหรรณพ&amp;quot; โดยในส่วนของ 2 คนสายศาล ที่ยังเป็น 2 ชื่อเดิมผ่านฉลุย แต่ 5 คนที่คณะกรรมการสรรหาที่ส่งเข้าประกวด ตกรอบไป 2 ราย เพราะนอกจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) วางสเปกขั้นเทพไว้แล้ว ยังเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ดั่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 222 (1) &amp;quot;ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์&amp;quot; คนแรกที่ร่วง คือ &amp;quot;สมชาย ชาญณรงค์กุล&amp;quot; อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้คะแนนเห็นชอบเพียง 3 เสียง ขณะที่ไม่เห็นชอบถึง 193 งดออกเสียง 5 ซึ่งรายนี้ถูก สนช.กาหัวตั้งแต่แรกแล้ว เพราะอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และยังเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ส่วนอีกคน &amp;quot;พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า&amp;quot; อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ได้เสียงเห็นชอบ 28 ต่อ 168 งดออกเสียง 5 เสียง ก็ต้องฝันสลายที่เพียรพยายามนั่งเก้าอี้นี้ เพราะสมัครเป็นครั้งที่ 2 หลังจากสมัครหนแรก ไม่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหา เนื่องจากมีปัญหากรณีถือครองหุ้นบริษัทเอกชนที่ขัดคุณสมบัติการ เป็น กกต. มารอบใหม่นี้ได้เคลียร์ปมนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ เพราะภาพความเป็นกลางทางการเมือง ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย เรียกว่าเลือกคราวนี้ของสนช.ได้ 5 คนเป๊ะเหมือนที่รองประธาน สนช. &amp;quot;สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย&amp;quot; พูดไว้ล่วงหน้าว่า 5 คนก็ทำงานได้ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ คือ 2 คนที่เหลือ คณะกรรมการสรรหาจะเลือกใช้วิธีทาบทามแทนการสรรหาที่มาจากการรับสมัครเหมือน 2 ครั้งแรกหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ &amp;quot;มีชัย ฤชุพันธุ์&amp;quot; ประธาน กรธ.เปรยๆ ว่า กรธ.อยากให้ใช้วิธีทาบทาม เพราะจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ มากกว่า เล่นเอานักการเมือง กับอดีต กกต. ออกมาตีกันวิธีนี้ เพราะจะเป็นการล็อกสเปก แล้วยังเกิดข้อครหาความเป็นกลางทางการเมืองได้ เอื้อสืบทอดอำนาจของ คสช. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13308</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai NavySEAL, บันทึกหน้า 4, พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว, พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, ลี้คิมฮวง, ศศิวิมล อยู่คงแก้ว, สมชาย ชาญณรงค์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.เคาะแค่ 5 กกต. &#039;สมชาย-พีระศักดิ์&#039; ฝันสลาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.61 - เมื่อเวลา 11.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่1 เป็นประธานการประชุม มีการประชุมลับเพื่อพิจารณาตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวน 7 คน ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) สามัญฯ ได้แก่ 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด และ 5.นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คน ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 13.10 น. ได้กลับมาเปิดประชุมอย่างเปิดเผย และให้สมาชิกสนช.ลงคะแนนโดยกากบัตรเข้าคูหา กระทั่งเวลา น. ประธานที่ประชุมแจ้งผลการนับคะแนน ดังนี้ สำหรับผู้ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกกต. จำนวน 5 คน ได้แก่ 1.นายสันทัด ได้คะแนน 178 ต่อ 20 งดออกเสียง 3 เสียง 2.นายอิทธิพร ได้คะแนน 186 ต่อ 10 งดออกเสียง 5 เสียง &amp;nbsp;3.นายธวัชชัย ได้คะแนน 184 ต่อ 12 งดออกเสียง 5 เสียง 4.นายฉัตรไชย ได้คะแนน 184 ต่อ 11 งดออกเสียง 6 เสียง และ5.นายปกรณ์ ได้คะแนน 185 ต่อ 10 งดออกเสียง 6 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกกต. จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.นายพีระศักดิ์ ได้คะแนน 28 ต่อ 168 งดออกเสียง 5 เสียง และ2.นายสมชาย ได้คะแนน 3 ต่อ 193 งดออกเสียง 5 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมลับ พบว่า นายสมชาย และนายพีระศักดิ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเนื่องจาก นายสมชาย มีคดีในศาลและป.ป.ช. กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขณะที่นายพีระศักดิ์นั้น สมาชิกสนช.ส่วนใหญ่กังวลถึงความเป็นกลางทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13277</URL_LINK>
                <HASHTAG>7เสือกกต., กกต., พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, สนช., สมชาย ชาญณรงค์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b471b4fd0393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!สนช.โหวตเลือก&#039;7เสือกกต.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จับตาประชุมสภาฝักถั่ว เคาะมติเลือก 7 อรหันต์ กกต. คาดมีตัดไฟแต่ต้นลม โหวตคว่ำชื่อ &amp;ldquo;สมชาย ชาญณรงค์กุล&amp;rdquo; แน่เพราะมีคดีค้างในศาลทุจริต &amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า&amp;rdquo; ลุ้นหนักเหตุความเป็นกลางทางการเมือง &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำตอนนี้ยังไม่เดินเข้าถนนการเมือง เทือกรอปลดล็อกเดินสาย 77 จังหวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ 43/2561 เพื่อพิจารณา เรื่องว่าด้วยการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 222 มาตรา 217 ประกอบมาตรา 204 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 หลังจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ที่มี พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ ประธาน กมธ. ได้สรุปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.กล่าวว่า ตามขั้นตอนจะประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของ กมธ. ส่วนข่าวที่ออกมาว่าอาจมีผู้ผ่านการสรรหาหนึ่งคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติจนอาจไม่ได้รับการเห็นชอบจาก สนช.นั้น ไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะ กมธ.ยังไม่มีการแถลงต่อที่ประชุม สนช. และทั้งหมดก็เป็นดุลพินิจของสมาชิก สนช.ในการตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่น่าจะมีประเด็นถึงขนาดนั้น ยืนยันว่าไม่มีใบสั่ง เป็นแต่เพียงข่าวที่ออกไปเท่านั้น เพราะคิดว่าสมาชิก สนช.มีดุลพินิจตัดสินใจได้เองบนพื้นฐานของความเหมาะสม ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า สนช.จะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระเพื่อคัดกรองบุคคลที่ดีมาทำหน้าที่ใน กกต.&amp;rdquo; นายสุรชัยกล่าวตอบในประเด็นว่าจะเกิดกรณีล้มกระดานอีกครั้งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า หาก สนช.ลงมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาไม่ครบ 7 คน จะสามารทำหน้าที่ กกต.ได้ทันทีหรือไม่ นายสุรชัยกล่าวว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบจาก 5 คน ก็สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อทำหน้าที่ได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจาก สนช.แจ้งว่า ขณะนี้เสียง สนช.ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเห็นตรงกันว่า อาจไม่เห็นด้วยรับรองรายชื่อนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีคดีถูกฟ้องร้องอยู่ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ในสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนสหกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สนช.หลายคนแสดงความเป็นห่วงว่า หากได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร แม้ศาลและ ป.ป.ช.ยังไม่มีชี้ขาดถึงที่สุด แต่เกรงว่าหากปฏิบัติหน้าที่ กกต.ไปแล้วมาถูกชี้มูลความผิดในภายหลัง จะเกิดความยุ่งยากตามมา และตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ก็ระบุให้มี กกต. 5 คนขึ้นไป ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมี กกต.ครบ 7 คน&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งอีกว่า ยังมีกรณีนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด อยู่ในข่ายก้ำกึ่ง เนื่องจากมีปัญหาถูกร้องเรียนเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่ง สนช.ยังเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุนใกล้เคียงกัน ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อที่เหลืออีก 5 คนแน่ๆ คือ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย, นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพราะไม่มีปัญหาการร้องเรียน ทั้งนี้ ผู้ได้รับความเห็นชอบจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สนช.เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สนช. 246 คนที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือ 123 เสียงขึ้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 1 ใน 4 รายชื่อที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ถูกฟ้องร้องคดีในศาลทุจริตว่า ไม่ทราบเรื่อง เห็นแต่จากข่าวในหนังสือพิมพ์ และถ้าได้ไม่ครบนั้น มีเท่าไหร่ก็ทำงานได้ แต่ที่จะทำงานไม่ได้คือไม่มีทั้ง 7 คน เพราะต้องกลับมาหา 4 คนเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การต้อนรับเยาวชนโครงการ &amp;ldquo;เยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น&amp;rdquo; ครั้งที่ 2 &amp;nbsp;จำนวน 70 คน โดยกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า เราจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า ยืนยันว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตย จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้ง การที่เข้ามาในวันนี้ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน โดยหลายอย่างแก้ไขไปบ้างแล้วใน 4 ปี ถือว่าทำงานอย่างหนัก เพราะต้องทำให้ไทยพัฒนาก้าวทันโลก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ใช่นักแสดง ไม่ใช่ดาราที่ทุกคนจะมานั่งจ้องดูการแสดงทุกอย่าง ผมพูดก็เครียดทุกที พูดในความจริงซึ่งทุกคนควรยอมรับว่านี่คือความจริงของไทย โดยเราต้องซื่อสัตย์ต่อคนและประเทศของเรา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงสถานการณ์การเมืองที่จะกลับมาวุ่นวายอีกครั้งหลังการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า ไม่สนใจทั้งสิ้น การเมืองก็คือการเมือง บอกแล้วการเมืองก็ทำไป ถึงเวลาเมื่อไหร่ที่เขาปลดล็อกให้ก็ทำไป แต่ถ้ายังปลดล็อกไม่หมดแล้วไปทำความผิด ก็ต้องดำเนินคดี ก็จบแค่นั้น จะไปยากอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดว่านักการเมืองควรจะถอดบทเรียนจากความสามัคคีกรณีช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปแตะต้องเขาหรอก อย่าเอาไปแตะต้องกับเขา เพราะยังไม่ได้ไปสู่การเมือง ถามอีกว่านายกฯ ทานยาอะไรมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยาคลายความโมโห
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเดินมายืนให้สัมภาษณ์ ได้ยกนิ้วชี้มือขวาทาบไปที่ริมฝีปากเหมือนแสดงสัญลักษณ์ว่าจะไม่พูด แต่ในที่สุดก็มาหยุดยืนหน้าไมโครโฟนให้สัมภาษณ์ตามปกติด้วยสีหน้าที่อิดโรย
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความคืบหน้าในการหาสมาชิกว่า หลังจากประชุมกันวันที่ 3 มิ.ย. ก็มีความตั้งใจจะออกเดินทางให้ทั่วทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 80-90 วัน แต่เมื่อยังมีข้อกฎหมายและคำสั่ง คสช.ซึ่งยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนไหวทางการเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนวิธีการทำงานใหม่ โดยใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก และเมื่อ คสช.อนุญาตให้จัดการชุมนุมทางการเมือง หรือประชุมทางการเมืองได้ ก็จะออกเดินทางไปเยี่ยมประชาชนตามจังหวัดต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในระยะนี้ได้รวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์ และแนวคิดเดียวกันได้กว่า 400 คนแล้ว ซึ่งจะเป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งพรรค โดยตกลงกันว่าเราจะเสียสละเงินคนละ 5 หมื่นบาท เพื่อเป็นทุนประเดิม ในการจัดตั้งพรรค เอาคนที่มีอุดมการณ์จริงๆ มีความรักชาติ รักบ้านเมือง มีความปรารถนาที่จะเห็นพรรคการเมืองของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง และคิดว่าภายในเดือนนี้เราจะรวบรวมได้เกินกว่า 500 คน&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13237</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 อรหันต์, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ, พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, วิษณุ เครืองาม, สภาฝักถั่ว, สมชาย ชาญณรงค์กุล, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b461e83c4552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัดไม่ปลื้มว่าที่ 7 กกต. สู่ช่องพิเศษเชิญคนนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าจับตาอีกครั้งสำหรับกรณีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งที่ 2 ว่าจะถูกเทกระจาดอีกหรือไม่ หลังจากเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา สนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็น กกต.ทั้งสิ้น 17 คน โดยไร้เงาของ พล.อ.อู้ด เบื้องบน สนช.มาร่วมเป็นประธานเนื่องจากยังติดหล่มกรณีคลิปฉาวคว่ำ กสทช.อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะ กมธ.ชุดดังกล่าวจะทำหน้าที่ตรวจคุณสมบัติเชิงลึกของว่าที่ 7 กกต.ที่มาจากการสรรหา&amp;nbsp; 5 คน ที่มี นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์&amp;nbsp; นักวิชาการสายวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และเอกอัครราชทูตในหลายประเทศ 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า และ 5.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 2 กกต.ที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้แก่ 1.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ 2.นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นบุคคลรายเดิมที่ สนช.เคยลงมติไม่ให้ความเห็นชอบรอบที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่า กมธ.จะเสนอผลตรวจสอบต่อที่ประชุมใหญ่ สนช. 12 หรือ 13 กรกฎาคมนี้ เพื่อลงมติ&amp;nbsp; โดยบุคคลที่ได้รับเลือกต้องได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งคือ 124 เสียงขึ้นไปจากที่ประชุม สนช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเช่นเคยที่รายชื่อว่าที่ 7 กกต.เหล่านี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม เริ่มจากความย้อนแย้งของคณะกรรมการสรรหาเพราะปรากฏรายชื่อบุคคลที่เคยปัดตกรอบแรกมาแล้ว ครั้งนี้กลับเอามาใส่ตะกร้าล้างน้ำชูขึ้นมาใหม่ เช่น นายอิทธิพร บุญประคอง โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในฐานะคณะกรรมการสรรหาให้เหตุผลว่า ตำแหน่งทูตในการสรรหารอบแรกไม่ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะไม่ถือว่าเป็นหัวหน้าส่วนราชการ แต่หลังจากมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้พิจารณาและทบทวน คณะกรรมการสรรหาจึงได้กำหนดให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง โดยเบื้องต้นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งทูตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีสามารถยื่นใบสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาในรอบนี้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งกรณี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ซึ่งการสรรหาครั้งแรกคุณสมบัติไม่ผ่านเพราะถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อ แต่ครั้งนี้ได้แก้ไขแล้วจึงสมัครได้ นอกจากนี้บางคนยังมีข้อสงสัยในความสามารถและประสบการณ์ ว่าสุดท้ายจะเข้ามาจัดการเลือกตั้งได้อย่างไรเพราะมีแต่ผลงานทางด้านวิชาการเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้จากเสียงสะท้อนดังกล่าวจึงทำให้สมาชิก สนช.หลายวงหลายก๊วนได้ประเมินแนวทางเห็นชอบผู้ที่จะเข้ามาเป็น 7 เสือ กกต.หลายด้าน โดยส่วนมากยอมรับด้วยเงื่อนไข &amp;quot;สเปกเทพ&amp;quot; ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญออกแบบมา ทำให้รายชื่อบุคคลที่เข้ารอบสุดท้ายมีตัวเลือกน้อย รวมทั้งเข็ดขยาดกับชื่อเสียงต้องมาเสียหายหากถูก สนช.คว่ำอีก และที่สำคัญรายชื่อที่เข้ามายังไม่ตอบโจทย์ผู้มีอำนาจทั้งหมด&amp;nbsp; เพราะมีหน้าที่หลักคือ ผลักดันและประคับประคองให้ คสช.ครองอำนาจหลังเลือกตั้งให้สำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแนวทางการเลือกของ สนช.ประกอบด้วย ประการแรกเลือก 7 กกต.ทั้งหมด แต่ก็มีโอกาสน้อยเพราะไม่ใช่คนดังและสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจยังไม่ปรากฏ ประการที่สองคว่ำ 5 คนเพื่อเปิดช่องทางพิเศษตามมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ที่สามารถให้คณะกรรมการสรรหาเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาสมัครเป็น กกต.ได้ นอกเหนือไปจากการยื่นใบสมัครตามปกติ แต่จะไม่แตะสายศาล 2 คน เนื่องจากศาลได้ไปแก้วิธีการลงคะแนนเป็นแบบ เปิดเผย มาแล้ว และเชื่อว่า สนช.-ผู้มีอำนาจ คงไม่กล้าหักหน้าศาล รอบ 2 อีก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการสุดท้ายคือ วิธีรอมชอม โดยในส่วนของการสรรหา 5 คนก็จะเลือกเฉพาะคนที่มีคุณสมบัติครบตามความต้องการ และอาจใช้วิธีการคว่ำบางคน เพื่อเปิดใช้ช่องทางพิเศษตามมาตรา 12 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ด้วยการเชิญบุคคลที่ต้องการเข้ามาเป็น กกต.แทน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุผลดังกล่าวนี้ ฟันธงได้ว่าแนวทางที่จะถูกเลือกสุดท้ายอยู่ที่ คสช.เป็นผู้ให้สัญญาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กสทช., ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ชีพ จุลมนต์, ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, ปกรณ์ มหรรณพ, พล.อ.อู้ด เบื้องบน, พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, วิธีรอมชอม, สนช., สมชาย ชาญณรงค์กุล, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af5a696e250a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
