<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายใจไม่ออก?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครอุ้ม &amp;quot;วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถามฝ่ายต่อต้านรัฐบาล คำตอบที่ได้รับในทันทีคือ รัฐบาลไทยอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจารณ์ไปถึงขั้นรัฐบาลส่งนักฆ่าไปจัดการ &amp;quot;ผู้เห็นต่าง&amp;quot; ในประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่ปรากฏมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเพียงภาพวงจรปิดรถต้องสงสัย ๒ คัน ที่ถูกระบุว่าเป็นทีมอุ้ม &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot; ขณะออกไปซื้อของที่มินิมาร์ทใกล้คอนโดฯ กลางกรุงพนมเปญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคำบอกเล่าจากพี่สาวที่โทรคุยผ่านแอปพลิเคชัน Line ว่า ได้ยินเสียงน้องชายร้องตะโกนว่า &amp;quot;หายใจไม่ออกๆ&amp;quot; อยู่ร่วม ๓๐ นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลายเป็นประเด็นดรามาจากฝ่ายการเมือง ที่จับโยงการเสียชีวิตของ &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์&amp;quot; โดยเฉพาะประโยคที่ว่า .... &amp;quot;หายใจไม่ออก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนอื่นรัฐบาลไทยจะต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนไปถึงทางการกัมพูชา เพราะ &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot; คือคนไทย จะนิ่งเงียบ ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอุ้มคนไทยในต่างแดน ไม่ว่าจะโดยใคร ทำไปเพื่ออะไร รัฐบาลไทยมีหน้าที่ต้องปกป้องคนไทยคนนั้น ส่วนเรื่องคดีความ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ก็ต้องแยกไปอีกประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเอามาปนกันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาถึงประเด็นใครอุ้ม &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot;?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ารัฐบาลไทยเป็นผู้ทำ ถือว่าไม่ฉลาด เป็นการรนหาที่ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความพยายามปลุกม็อบในไทยโดยกลุ่มนักเคลื่อนไหว และนักการเมืองฝ่ายค้าน โดยเฉพาะกลุ่มของคณะก้าวไกลและเครือข่าย ที่พยายามหาประเด็นปลุกให้คนออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส.ว.ลากตั้ง เผด็จการสืบทอดอำนาจ ล้วนถูกนำมาเป็นเงื่อนไข เพียงแต่ ไม้ขีดเปียก จุดไม่ติด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นอุ้มวันเฉลิมมีความแหลมคมอย่างมาก เพราะอย่างน้อยมีการโยงไปถึงการชุมนุมในอเมริกา &amp;quot;จอร์จ ฟลอยด์-หายใจไม่ออก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีโปสเตอร์ &amp;quot;วันเฉลิม-หายใจไม่ออก-อุ้มเขาทำไม&amp;quot; ว่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่า &amp;quot;คุกเข่า&amp;quot; ต่อต้านการเหยียดผิวที่อเมริกาถูกนำมาใช้โดยกลุ่มนักศึกษาขณะทำพิธีวางดอกไม้หน้ารูปถ่าย &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot; ขณะที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot; เสียชีวิตไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มหายเมื่อ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๗ ยุครัฐบาลทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าเสียดาย ๑๒ มีนาคมที่ผ่านมา ๑๖ ปีของการหายตัว กลุ่มสิทธิมนุษยชน นักเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ลืมไปหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;หายใจไม่ออก&amp;quot;! ในรัฐบาลทักษิณน่าสะพรึง! ยิ่งกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือการสลายการชุมนุมที่ตากใบ นราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๗
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่อยู่ชั้นล่างสุดก็จะดิ้น บอกว่า &amp;#39;ช่วยด้วย หายใจไม่ออก&amp;#39; พวกเราก็พยายามช่วย โดยขยับๆ เพื่อเปิดช่องให้เขาได้หายใจ มันมีทั้งคนขี้ราด เยี่ยวราด ช่วงนั้นผมไม่คิดอะไรแล้ว คิดถึงชีวิตอย่างเดียว ความรู้สึกตอนนั้นคือไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ไปดู ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือคำบอกเล่าจากหนึ่งในผู้ถูกจับกุมและรอดชีวิตมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่จะเกิดเป็นข่าวโศกนาฏกรรม มีผู้เสียชีวิต ๘๔ ราย เพราะถูกจับนอนทับกันบนรถจนหายใจไม่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐบาลที่ขอโทษจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการกลับเป็นรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอโทษแทนรัฐบาลชุดที่แล้ว และขอโทษแทนรัฐบาลนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมมาขอโทษแทน ผมอยากยื่นมือออกไปแล้วบอกว่าผมเป็นคนผิด ผมขอกล่าวคำขอโทษด้วยใจจริง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือคำกล่าวของ พล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำบอกเล่าของพี่สาว &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot; ที่คุยกันทางโทรศัพท์ถึง ๓๐ นาทีระหว่างถูกอุ้ม ซึ่งถือว่านานผิดวิสัยในสถานการณ์ดังกล่าว และไม่น่าใช่การตะโกนว่า &amp;quot;หายใจไม่ออก&amp;quot; เพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อาจเป็น ๓๐ นาทีที่สามารถไขปริศนาได้ว่าใครคือคนอุ้ม &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68077</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมชาย นีละไพจิตร, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทวงคืนความยุติธรรม&#039;อังคณา&#039;จี้นายกฯ-ดีเอสไอเร่งสืบคดี&#039;ทนายสมชาย&#039;และผู้ที่ถูกอุ้มหายทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.62-เมื่อวันที่ 3ก.ย.ที่ผ่านมา นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ภรรยานายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งถูกอุ้มตัวหายไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ Change.org ร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอทวงคืนความยุติธรรมคดี &amp;#39;ทนายสมชาย&amp;#39; ผ่าน พรบ.ต่อต้านการทรมานและอุ้มหาย โดยระบุว่า
ตามที่ DSI ให้ข่าวว่าบ่ายโมงวันนี้จะแถลงข่าวกรณี #บิลลี่ และหากเป็นไปตามที่กล่าวในเวทีเสวนา #คนก็หาย #กฎหมายก็ไม่มี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่าจะมีข่าวดี (แม้ฟังแล้วจะขมขื่น) แต่ก็เป็นอีกขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนและการเปิดเผยความจริง ถ้ากระดูกที่พบคือกระดูกของบิลลี่ บิลลี่ก็จะไม่อยู่ในสถานะผู้ถูกบังคับสูญหายอีกต่อไป ครอบครัวจะสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้เขาได้ ในส่วนครอบครัวการทราบชะตากรรมจะเป็นการปลดปล่อยพันธนาการของความคลุมเครือ แต่ก็คงเป็นความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างที่สุดในการรับรู้การกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้ายไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงในคดีนี้ให้ปรากฎคือการที่กรรมการมรดกโลกกดดันให้เวลาประเทศไทย 1 ปีในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ในผืนป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะกรณีการหายตัวไปของบิลลี่
สำหรับกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายรายอื่นๆที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษรวมถึงคดี #สมชายนีละไพจิตร DSI ไม่มีความเต็มใจ (unwillingness) ทำคดีตั้งแต่ต้น และได้งดการสอบสวนไปนานแล้ว และไม่มีท่าทีต้องการรื้อฟื้นคดีกลับมาใหม่ คิดว่าอาจเป็นเพราะผู้กระทำผิดและบรรดาผู้เกี่ยวข้องล้วนยังมีอำนาจมากมายในปัจจุบันจนยากที่ใครจะกล้าแตะ
กรณีสมชายเกิดขึ้นในช่วงการใช้นโยบายสงครามยาเสพติด และการปราบปรามการก่อการร้ายใน จชต. ซึ่งปรากฎมีคนจำนวนไม่น้อยที่สูญหายในช่วงเดียวกัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงใน จชต. เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานจนปัจจุบัน
-------
12 ปีแล้วที่ดิฉัน อังคณา นีละไพจิตร และลูกๆ อีก 5 คนไม่ได้พบหน้าทนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมและรองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ และที่สำคัญกว่านั้นคือ &amp;ldquo;สามี&amp;rdquo; ของดิฉันและ &amp;ldquo;พ่อ&amp;rdquo; ของลูกๆ สิ่งที่เหลือมีเพียงความโศกเศร้า คำถาม และคดีความที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้
ก่อนหายตัวไป &amp;ldquo;ทนายสมชาย&amp;rdquo; ว่าความให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่อ้างว่าถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้รับสารภาพ จนกระทั่งคืนวันที่ 12 มีนาคม 2547 ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลยหลังจากที่เขาแยกตัวกับเพื่อนทนายย่านรามคำแหง ดิฉันและครอบครัวยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นตำรวจ 5 นาย 1 ในนั้นคือตำรวจที่ลูกความของทนายสมชายกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องสงสัยด้วย
ในขณะที่ความหวังที่ครอบครัวนีละไพจิตรจะได้อยู่พร้อมหน้าอีกครั้งริบหรี่ลงเรื่อยๆ โอกาสครั้งสำคัญที่ดิฉันและลูกๆ จะได้รับรู้รสชาติความยุติธรรมก็จบลงเช่นกัน ศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ยกฟ้องตำรวจทั้ง 5 นาย โดยไม่พิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งฝ่ายดิฉันยื่นไป สิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ทรมานทางจิตใจตลอด 12 ปีของพวกเราให้เพิ่มขึ้นทวีคูณ
วันนี้ ดิฉันในฐานะภรรยาของทนายสมชายและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งช่วยจัดทำแคมเปญนี้ขึ้นมา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง;
เร่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สืบคดีของนายสมชาย นีละไพจิตรอย่างจริงจัง
สอบสวนการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร และผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายทุกคนในประเทศไทย อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
ผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... โดยที่เนื้อหาต้องสอดคล้องกับ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (อุ้มหาย) เป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจนตามนิยามในอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย
ให้สัตยาบันต่อ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อบทของอนุสัญญาดังกล่าว
ระบุที่อยู่และชะตากรรมของผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
รับประกันว่าผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและครอบครัวจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ แม้ดิฉันจะได้รับข้อมูลว่าทนายสมชายถูกทรมานจนเสียชีวิต แต่ก็ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนที่รายงานอย่างเป็นทางการได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทนายคนสำคัญของไทยและสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวนีละไพจิตรคนนี้กันแน่
&amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; ยังคงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดที่ใดสักแห่งในสังคมไทย ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกันใช้โอกาสครบรอบ 12 ปีการหายตัวไปของทนายสมชายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องนำความยุติธรรมมาสู่ทนายสมชาย ครอบครัวนีละไพจิตร ตลอดจนผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายคนอื่นๆ ในประเทศต่อไปด้วย
&amp;quot;การบังคับสูญหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ อาจเป็นคนในครอบครัวคุณหรือคนที่คุณรัก ... ร่วมรณรงค์กับเราเพื่อยุติการบังคับสูญหายในประเทศไทย&amp;quot;
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6ก.ย.มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 21,360 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงคืนความยุติธรรม, บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ, พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน, สมชาย นีละไพจิตร, อังคณา นีละไพจิตร, อุ้มฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71aaa8dd749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถูกต้อง!&#039;สุชาติ&#039;ลั่น15ปี&#039;สมชาย นีละไพจิตร&#039;ความยุติธรรมไม่มีจริง เกิดก่อนคสช.ทำรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.62- &amp;nbsp;สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ความยุติธรรมไม่มีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ปี สมชาย นีละไพจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสิ่งนี้เกิดขึ้นมาก่อนที่จะมีรัฐประหารของ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ต่อมาเป็นคดีอุ้มฆ่าโดยตำรวจกลุ่มหนึ่งซึ่งพัวพันกับผู้มีอำนาจในยุคนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31117</URL_LINK>
                <HASHTAG>15 ปีสมชาย, ความยุติธรรมไม่มีจริง, ศิลปินแห่งชาติ, สมชาย นีละไพจิตร, สุชาติ สวัสดิ์ศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1a29e3ac69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
