<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มท.1&#039; ลงนามเชือดนายกฯเทศบาลน้ำก่ำ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61&amp;nbsp;- จากกรณีที่ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มีคำสั่งที่ 2533/2560 ลงวันที่ 29 ก.ย.60 และคำสั่งที่ 3453/2560 ลงวันที่ 9 พ.ย.60 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อทำหน้าที่สอบสวน นายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) โดยสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 ได้มีหนังสือ&amp;rdquo;ลับมาก&amp;rdquo; ด่วนที่สุด ที่ ตผ 0047อบ/0388 ลงวันที่ 30 ส.ค.2560 ถึง ผวจ.นครพนม แจ้งผลการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณทองเทศบาลตำบลน้ำก่ำ จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2558 พบว่า ดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และตามวัตถุประสงค์ ทำให้เทศบาลฯได้รับความเสียหาย รวม 4 ประเด็น (1) เทศบาลฯ ใช้จ่ายงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไป มีเงินคงเหลือจากการดำเนินโครงการต้องส่งคืน รวมทั้งใช้จ่ายเงินงบประมาณ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการ รวมเป็นเงิน 11 ล้านกว่าบาท (2) เทศบาลฯดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และทำสัญญากับบุคคลที่ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับเทศบาล และเป็นบุคคลที่ไม่มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง รวม 13 ราย รวมเป็นเงิน 26 ล้านกว่าบาท (3) เทศบาลฯเบิกจ่ายเงินค่าซ่อมแซมถนนลูกรัง ปีงบประมาณ พ.ศ.2558 รวม 33 ฎีกา(โครงการ) จำนวนเงินเกือบ 3 ล้านบาท โดยจัดจ้างผู้รับจ้าง 3 ราย และไม่มีอาชีพรับจ้าง และ(4) เทศบาลฯจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีสอบราคารวม 4 โครงการ โดยไม่มีการเผยแพร่ข่าวสารการสอบราคาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์(เว็บไซส์) กรมบัญชีกลาง เป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรีและหนังสือสั่งการกำหนด &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนได้ให้นายสุระธวิชญ์ฯ นายกเทศบาลตำบลน้ำก่ำ รับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแล้ว จึงเสนอต่อ ผวจ.นครพนม เพื่อส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.มหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า นายกเทศบาลตำบลน้ำก่ำ มีพฤติการณ์ณ์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต หลายกรณีดังกล่าวข้างต้น อันเป็นการปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ 13) พ.ศ.2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาลฯ จึงให้นายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลน้ำก่ำ ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1402/2561 &amp;nbsp;สั่งวันที่ 6 ส.ค.61 ลงนามโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็ส่งหนังสือฉบับดังกล่าวถึง นายสมชาย วิทย์ดำรงค์&amp;nbsp;ผวจ.นครพนม ดำเนินการตามขั้นตอน โดยมอบให้นายอภิชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม เจ้าของพื้นที่ ลงชื่อรับทราบตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา และให้ท้องถิ่นอำเภอนำส่งแก่นายสุระธวิชญ์ฯรับทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15653</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, นายกเทศมนตรีตำบลน้ำก่ำ, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, สมชาย วิทย์ดำรงค์, สุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b77e80abe854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ริมแม่โขงอ่วม! น้ำสูงรอบ10ปี จนท.ระดมช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งแจ้งเตือน ปชช.เมื่อเกิดภัยพิบัติทันที พร้อมอพยพชาวบ้านพ้นพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม &amp;quot;มท.1&amp;quot; ย้าย 60 ครอบครัวจุดดินสไลด์ จ.น่าน ไปอยู่ที่ปลอดภัยชั่วคราว กำชับ &amp;quot;ผู้ว่าฯ ภาคเหนือ&amp;quot; เฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด &amp;quot;ครม.&amp;quot; ไฟเขียวงบ 468 ล้านบาทให้ ทบ.พัฒนาแหล่งน้ำ 47 โครงการ &amp;nbsp;&amp;quot;ปภ.&amp;quot; ห่วง &amp;quot;มุกดาหาร-อุบลราชธานี-ตาก&amp;quot; จมบาดาล &amp;quot;นครพนม&amp;quot; วิกฤติระดับน้ำโขงเพิ่มสูงที่สุดรอบ 10 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงสถานการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่มว่า &amp;nbsp;กรณีดินโคลนถล่มที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย เบื้องต้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตนได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และหาวิธีการจะทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงปลอดภัย โดยจะต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชน เพราะการแจ้งเตือนข่าวอย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้นหน่วยงานในพื้นที่รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องทำความเข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ ครม.เห็นว่าจะต้องมีการขยับขยายครอบครัวในพื้นที่เสี่ยงประมาณ 60 ครอบครัว ไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยจะมีการพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อจัดหาพื้นที่ทำกินให้กับครอบครัวในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งถือเป็นมาตรการเร่งด่วน เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลง จึงได้เกิดภัยพิบัติขึ้นในหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จังหวัดน่านที่เกิดเหตุดินโคลนถล่มเป็นพื้นที่ป่าเขา มีความอุดมสมบูรณ์ แต่เนื่องจากเป็นภูเขาดินผสมหิน จึงมีโอกาสสูงที่จะเกิดดินโคลนถล่ม ทุกคนจึงต้องระมัดระวังเมื่อได้รับการแจ้งเตือน ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรไปมาในเส้นทางที่มีความเสี่ยง พร้อมกับตรวจสอบการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งรัฐต้องเจรจาขอให้ชาวบ้านไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยในช่วงฝนตก โดยรัฐบาลจะต้องหามาตรการที่ยั่งยืนแก่ประชาชน เช่น หาที่ดินทำกินให้ใหม่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ทั่วประเทศมีหลายพื้นที่ที่จะต้องได้รับการแก้ไข เช่น พื้นที่ที่ปลูกต้นยางพาราบนภูเขา เพราะต้นยางไม่มีรากแก้วที่จะค่อยพยุงการสไลด์ของดิน จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย โดยจะต้องเตรียมการล่วงหน้า เช่น เฝ้าระวังแจ้งเตือน เตรียมแผนการอพยพชั่วคราว เพื่อจะได้ย้ายทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งต้องถิ่น ผู้ว่าฯ และนายอำเภอจะต้องเข้าไปดู เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำซ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ได้กำชับให้มีการแจ้งเตือนเหตุไว้ล่วงหน้าเมื่อมีฝนตกหนัก ปริมาณเกินกว่าที่กำหนดไว้ พร้อมกับอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่ใช่ว่าแจ้งเสร็จทุกคนก็นอนรออยู่ในบ้าน เพราะหากมาทีทั้งน้ำ โคลน ดิน ก็จะเสียชีวิต ทุกคนจึงต้องให้ความสำคัญ&amp;rdquo;นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ย้ายชาวบ้านในพื้นที่ดินสไลด์ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ไปอยู่ที่วัดและโบสถ์แล้ว เพราะฝนตกต่อเนื่องอาจเกิดเหตุดินสไลด์อีกได้ นอกจากนี้ได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ภาคเหนือทุกจังหวัด ให้ติดตามสถานการณ์และประเมินอย่างใกล้ชิดว่าเมื่อใดที่ต้องนำคนออกจากพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่มีการบุกรุกป่าทำรีสอร์ต ท่องเที่ยว ก็เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไปจัดการตามอำนาจทางกฎหมาย เช่น ถ้าเป็นที่ของป่าไม้ป่าถาวร หรืออุทยาน ก็ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นผู้ดูแล&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
แจ้ง ปชช.เฝ้าระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ในส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสานขณะนี้ ต้องเร่งระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ซึ่งท้องถิ่นได้ทำตามนโยบายที่รัฐบาลให้ไว้ โดยนำน้ำไปเก็บไว้ในพื้นที่แก้มลิง เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง หากพื้นที่ใดไม่มีที่เก็บน้ำก็ต้องระบายน้ำทิ้งไป ทั้งกรมชลประทานและท้องถิ่นต่างช่วยกันดำเนินการแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมได้เสนอ ขอรับงบสนับสนุนในการปรับปรุงแหล่งน้ำประจำปีงบประมาณ 2561 ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp;โดยมีโครงการที่ต้องปรับปรุงแหล่งน้ำ 47 โครงการ ในพื้นที่ 9 จังหวัด ประกอบด้วย จ.แพร่, จ.พะเยา, จ.พิจิตร, จ.สุโขทัย, จ.เพชรบูรณ์, จ.นครสวรรค์, จ.บุรีรัมย์, จ.ปราจีนบุรี และ จ.พัทลุง โดยการไปประชุม ครม.สัญจรแต่ละครั้ง จะได้รับการเสนอขอให้ฟื้นฟู และปรับปรุงแหล่งน้ำในหลายๆ พื้นที่ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นได้รับการสำรวจและดำเนินการโดยกองทัพบก โดยใช้งบประมาณในการดำเนินงาน 468.91 ล้านบาท โดยทางสำนักงบประมาณเสนอให้งบกลางปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมมีข้อคิดเห็นต่อกองทัพบกให้ไปประสานงานกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อตรวจแผนงานให้ชัดเจนอีกครั้งว่ามีความทับซ้อนกับโครงการไหนหรือไม่ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกสรุปเข้ากับแผนบริหารจัดการน้ำด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (โฆษก กห.) กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้ทุกเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สูงขึ้นในหลายจังหวัด รวมทั้งติดตามสภาวะอากาศในหลายพื้นที่ที่มีปริมาณฝนสะสม อันอาจเกิดภาวะเสี่ยงต่ออุบัติภัยและอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยให้ประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;ประเมินและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ แจ้งเตือนและให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนให้ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อลดผลกระทบความเสียหายในระดับพื้นที่ที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปริมาณฝนสะสม เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ดินสไลด์ และภาวะน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งขณะนี้มีจุดต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สูงขึ้น ทำให้หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในหลายจังหวัดของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 11 อำเภอ 45 ตำบล 224 หมู่บ้าน ได้แก่ มุกดาหาร อุบลราชธานี และตาก ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมถึงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.มุกดาหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงเกินวิกฤติแล้ว วัดที่ศูนย์อุทกวิทยามุกดาหาร ล่าสุดอยู่ที่ 12.54 เมตร เกินระดับวิกฤติ 4 เซนติเมตร คาดจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะน้ำที่ไหลมาจากทางเหนือ และเขื่อนน้ำงึม 5 ของ สปป.ลาว ปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ทำให้น้ำกำลังไหลเข้าท่วมตลาดอินโดจีนชั้นใต้ดินแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าเตรียมเก็บสิ่งของ ส่วนผู้เลี้ยงปลานิลในกระชัง มีผลกระทบจากน้ำเพิ่มสูงและไหลเชี่ยว ต้องระมัดระวังเชือกที่ผูกกระชังปลาขาด และมีเศษไม้ที่ไหลมากับน้ำมาเกี่ยวกระชังปลาขาด ต้องเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดเวลา
จว.ริมน้ำโขงจ่อท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือ สถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากมีน้ำไหลจากจังหวัดนครพนม และทาง สปป.ลาวได้ปล่อยน้ำออกเขื่อนน้ำงึม 5 ลงสู่แม่น้ำโขงทางจังหวัดหนองคาย แล้วไหลผ่านที่จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดงหลวงเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ส่วนวัดศรีมงคลเหนือ ที่อยู่บริเวณปากน้ำมุก มีการสร้างเขื่อน ได้กำชับให้โยธาธิการและผังเมืองเฝ้าระวังสังเกตการณ์ เนื่องจากน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; ผู้ว่าฯ มุกดาหารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ระดับน้ำโขงของสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ล่าสุดวัดได้ 11.85 เมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับตลิ่งเพียง 1.15 เมตร ถือว่าเป็นการเพิ่มระดับน้ำสูงที่สุดในรอบ 10 ปี จากสถิติย้อนหลังพบว่าปี 2554 แม่น้ำโขงมีระดับ 12.66 เมตร และปีต่อๆ มาก็ลดระดับลง แม้ปี 2560 ที่ผ่านมา เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ระดับแม่น้ำโขงอยู่ที่ 10 เมตรเท่านั้น จึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาให้ระมัดระวังเหตุน้ำท่วมฉับพลัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นครพนมกล่าวว่า จากรายงานทราบว่ามี 56 ตำบล 398 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว มีบ้านเรือนราษฎรเสียหาย 9 หลัง วัด 2 แห่ง ถนนถูกตัดขาด 30 สาย ฝายน้ำล้น 5 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,280,000 ไร่ โดยได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ ประกอบด้วย 1.ท่าอุเทน 2.โพนสวรรค์ 3.บ้านแพง 4.เรณูนคร 5.ปลาปาก 6.ธาตุพนม 7.เมืองนครพนม และ 8.นาแก แต่จะประกาศเพิ่มอีก 1 อำเภอ คือ อ.วังยาง ซึ่งเป็นอำเภอแรกที่รับมวลน้ำจากพื้นที่จังหวัดสกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา คัชมาตย์ ผู้อำนวยการชลประทานฯ นครพนม กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของนักวิชาการลุ่มน้ำโขงแจ้งเตือนว่า วันที่ 2 ส.ค.นี้ น้ำโขงจะขึ้น 12.45 เมตร และวันที่ 3 ส.ค. จะขึ้นสูงถึง 13.7 เมตร ซึ่งเป็นจุดเกินการแจ้งระดับวิกฤติ เพราะทางประเทศลาวปล่อยน้ำจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำโขง อาจมีผลกระทบกับฝั่งไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาดอยนางนอนไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และถนนพหลโยธินสายแม่สาย-เชียงราย ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร มีเพียงบ้านเรือนที่ราบลุ่มกว่า 20 หลังคาเรือนมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเข้าทำการช่วยเหลือทำพนังกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านและสูบน้ำออกจากบ้าน ซึ่งน้ำที่ลดจากด้านบนก็ได้ไหลลงท่วมถนนที่นาของชาวบ้านที่ปลูกข้าวไว้แล้วในพื้นที่ท้ายน้ำใน หมู่ 3 บ้านสันกอสา และหมู่ 6 บ้านถ้ำปลา ตำบลโป่งงามกว่า 500 ไร่ ความสูงจมมิดต้นข้าว จากข้อมูลขององค์การบริการส่วนตำบลโป่งงามพบว่าบ้านเรือนราษฎรที่โดนน้ำท่วมเบื้องต้น 7 หมู่บ้าน กว่า 500 หลังคาเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อเข้าทำการช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำโขงด้านจังหวัดเชียงรายยังคงน่าเป็นห่วง เพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช้าวันนี้ระดับน้ำโขงหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน วัดได้ 7 เมตร 6 เซนติเมตร สูงกว่าเมื่อวาน 8 เซนติเมตร ในขณะที่จุดวิกฤติอยู่ที่ 10 เมตร และได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ด้านล่างทั้งตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงแก่นแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14475</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชยพล ธิติศักดิ์, ปริญญา คัชมาตย์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มหาดไทย, สมชาย วิทย์ดำรงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b606e49ee71e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บ้านปากบัง จ.นครพนม&#039;ไม่รอดน้ำทะลักท่วมทุกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนครพนมว่า ที่บ้านปากบัง หมู่ 2 ต.พิมาน อ.นาแก บริเวณจุดบรรจบของลำน้ำบังกับลำน้ำก่ำ น้ำได้ทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎร ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปยังที่ปลอดภัย ซึ่ง นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนมกำชับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมลุ่มน้ำก่ำทั้งหมด อพยพสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง ประกอบกับการระบายน้ำลงแม่น้ำโขงช้ากว่าปีก่อน ความเสียหายอาจจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำสงครามที่สะพานบ้านหาดแพง ต.หาดแพง อ.ศรีสงครามวัดได้ 12.72 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.78 เมตร ได้เอ่อล้นฝั่งท่วมถนนแล้ว &amp;nbsp;ถ้าระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 1.50 เมตร ก็จะท่วมบ้านราษฎรที่อาศัยอยู่ริมน้ำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระดับน้ำโขงเริ่มวิกฤตหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องมากว่า 15 วัน ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11.53 เมตร ห่างจากจุดวิกฤต 1.47 เมตร ส่งผลให้แม่น้ำโขงสูงขึ้น จนบางจุดล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและถนน ขณะเดียวกันผลกระทบจากน้ำโขงเพิ่มระดับรวดเร็วจนล้นตลิ่ง ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักต่างๆ อาทิ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง ลำน้ำอูน ลำน้ายาม ที่รับน้ำจากพื้นที่หลายอำเภอเริ่มไหลระบายช้า จึงเกิดปัญหาเอ่อล้นท่วมขังพื้นที่การเกษตรแล้วประมาณ 128,098 ไร่ หากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤตที่ 13 เมตร จะส่งผลกระทบหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจังหวัดนครพนม ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว จำนวน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าอุเทน อ.โพนสวรรค์ อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก อ.เมืองนครพนม อ.บ้านแพง และ อ.นาแก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย ที่แท้จริงพร้อมประกาศเตือนให้พื้นที่เสี่ยงติดกับแม่น้ำสายหลัก เฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14372</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, น้ำท่วม, บ้านปากบัง, สมชาย วิทย์ดำรงค์, แม่น้ำสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5eccca53876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยโคลนถล่มจ.น่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยครอบครัวผู้ประสบภัยโคลนถล่ม จ.น่าน โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบเป็นขวัญกำลังใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เสียใจ สั่งจังหวัดเยียวยาทุกครอบครัว &amp;quot;มท.1&amp;quot; เตรียมบินลงพื้นที่เกิดเหตุ &amp;quot;มทภ.3&amp;quot; ส่งทหารสำรวจ 4 จว.ภาคเหนือเสี่ยงดินถล่มอีก &amp;quot;อุตุฯ&amp;quot; เตือนทั่ว ปท.ระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ก.ค. เวลา 13.35 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขปัญหาการเกิดภัยพิบัติ (ดินโคลนถล่ม) ในพื้นที่บ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.บ่อเกลือ เสร็จแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 261 ถุง ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติ (ดินโคลนถล่ม) ที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งเกิดฝนตกหนักทำให้เกิดดินโคลนสไลด์ทับบ้านเรือนราษฎรบ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 อ.บ่อเกลือ ทำให้ราษฎรเสียชีวิต 8 ราย บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 261 ครอบครัว ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านสะหว้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดภัยพิบัติให้ได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่ จ.น่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย โดยเบื้องต้นได้รับรายงานสาเหตุของการเกิดดินโคลนถล่มในครั้งนี้ เกิดจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ดินภูเขาไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทางจังหวัดช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะในช่วงนี้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้ จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 30 ก.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังจากเกิดเหตุดินถล่มที่อำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน โดย พล.อ.อนุพงษ์จะออกเดินทางจาก บน.6 กองทัพอากาศ เวลา 07.00 น. และจะมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้กำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบสาธารณภัยที่ จ.น่าน และจังหวัดอื่นๆ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ทราบว่าได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีผู้ประสบภัยในเรื่องการมอบเงินช่วยเหลือ ทั้งในด้านการเสียชีวิต บ้านเรือนเสียหาย รวมทั้งช่วยเหลือเครื่องอุปโภค เครื่องใช้จำเป็น รัฐบาลมอบนโยบายว่าการมอบเงินและความช่วยเหลือด้านอื่นให้กระทำอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมพาศกล่าวเสริมถึงมาตรการเยียวยาเหตุดินถล่มที่ จ.น่าน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 รายว่า กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จะจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดงานศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนกรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง กองทุนจะจ่ายเงินเป็นค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านหลังละไม่เกิน 2.3 แสนบาท กรณีบ้านเสียหายมาก หลังละไม่เกิน 7 หมื่นบาท และกรณีเสียหายเล็กน้อย หลังละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยเงินดังกล่าวสามารถนำจ่ายได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4 หลัง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ซึ่ง ปภ.จ.น่านได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน โดยได้อพยพประชาชนในพื้นที่กว่า 100 คนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านสว้า ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ พร้อมให้การดูแลในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;
มทภ.3ห่วง4จว.ดินสไลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มบ้านห้วยขาบ ณ โรงเรียนบ้านสว้า จ.น่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าฯ จ.น่าน พร้อมด้วยนางโศภาพรรณ วิมลรัตน์ นายกเหล่ากาชาด จ.น่าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิต พร้อมมอบถุงยังชีพ ผ้าห่ม แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 120 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาลกล่าวว่า ขอให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และจะดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป ด้านการช่วยเหลือประชาชนนั้น มีทั้งภาครัฐภาคเอกชนร่วมให้การช่วยเหลือ อาทิ ด้านการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จิตใจ เครื่องนอน ผ้าห่ม อาหาร น้ำอุปโภคบริโภค จากรถประปาเคลื่อนที่ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพอากาศในพื้นที่ขณะนี้ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่อื่นๆ ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มในระยะนี้อย่างใกล้ชิด&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.น่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3) กล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองทัพภาคที่ 3 สำรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน และเพชรบูรณ์ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ถล่มเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ที่มีการทับถมตามเส้นทางสัญจรต่างๆ โดยนำสถิติการเกิดเหตุมาเป็นแนวทาง และเหตุการณ์ที่ จ.น่าน ก็เป็นพื้นที่จุดเสี่ยงที่ทางกองทัพภาค 3 เฝ้าระวังอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เกิดเหตุการณ์ดินโคลนสไลด์ทับถล่มบ้านเรือนเหมือนในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งทหารเข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ทั้งอาสาสมัครทหารพราน และทหารหลักที่อยู่ในพื้นที่ จ.น่าน ทั้งกองพันทหารม้าที่ 10 กองพันทหารม้าที่ 15 และกรมทหารพรานที่ 32 โดยมีมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นผู้กำกับดูแล พร้อมส่งยุทโธปกรณ์เข้าไปเสริมการปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย และมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นอาสาสมัครทหารพรานประสบเหตุการณ์สูญเสียไป 1 ครอบครัวเช่นกัน&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 เรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29-31 ก.ค.61 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) กล่าวว่า บก.ปภ.ช.ได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยรับมือฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม รวมถึงคลื่นลมแรงซัดชายฝั่ง กรณีเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มให้แจ้งเตือนประชาชนรับทราบ และชี้แจงถึงความจำเป็นในการต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ ให้แจ้ง บก.ปภ.ช.เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน รวมทั้งชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ตลอดจนนักท่องเที่ยวควรงดการประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท&amp;quot; ปลัด มท.กล่าว
หลายจังหวัดเริ่มจมบาดาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ จ.นครพนม กล่าวว่า ได้รับแจ้งเตือนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงติดลำน้ำก่ำและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันความเสียหาย ประชาชนควรขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง คือ 1.บ้านนาขาม ต.วังยาง 2.บ้านนาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก 3. บ้านน้ำก่ำ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม 4.บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร 5.บ้านตับเต่า ต.หนองเทาใหญ่ อ.ปลาปาก 6.บ้านโพธิ์ทอง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม และพื้นที่ใกล้เคียง 7.บ้านหนองบึง ต.นาด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อำเภอธาตุพนมได้รายงานสถานการณ์แม่น้ำโขงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและเส้นทางจักรยานในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ดอนนางหงส์ น้ำท่วมความยาวตามแนวตลิ่งประมาณ 2.7 กม. ส่วนพื้นที่การเกษตรริมโขงน้ำท่วมทั้งหมด และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ตำบลนาถ่อนเรื่อยมาจนถึงเขตธาตุพนม&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.นครพนมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.นครพนมมีทั้งหมด 12 อำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ คือ 1.ท่าอุเทน 2.เรณูนคร 3.ธาตุพนม 4.โพนสวรรค์ 5.บ้านแพง 6.ปลาปาก 7.เมืองนครพนม และ 8.นาแก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สกลนคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกลงมาอย่างหนักใน จ.สกลนคร ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำหนุนสูง ที่หมู่บ้านโพนแคใหญ่ หมู่ 2 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว ปริมาณน้ำลำห้วยซิ ได้เอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 40 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องอพยพขนข้าวของขึ้นที่สูง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้าน และต้องตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกไปที่แห้งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำบางส่วนท่วมสูงถึง 1 เมตร 30 เซนติเมตร ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเก็บและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไม่ทัน การสัญจรในพื้นที่ขณะนี้ต้องพึ่งเรือและประชาชนต้องการเทียนไข ไฟฉาย อาหาร น้ำดื่ม เพราะไม่สามารถประกอบอาหารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี นายธนสาร ฐานะวุฑฒ์ วิศวกรระดับ 11 เขื่อนวชิราลงกรณ ทำการแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รายงานสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ถึงนายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า ปริมาณน้ำในเขื่อน ณ ปัจจุบัน
&amp;nbsp;อยู่ที่ 77% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำและช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า (28 ก.ค.ของทุกปี) พบว่าปีนี้สูงที่สุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกัน เหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 2,056 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 23% รวมทั้งยังคงมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 00.00-12.00 น. มีน้ำไหลเข้าเขื่อนรวม 80 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อบริหารจัดการน้ำในอ่างให้เหมาะสม เกิดผลกระทบในภาพรวมน้อยที่สุด อาจจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นเพื่อทยอยพร่องน้ำออกไป เนื่องจากเขื่อนยังต้องรับน้ำที่จะมีมากตลอดฤดูกาลของฝนอีกกว่า 2 เดือน ดังนั้นเขื่อนวชิราลงกรณจะปรับแผนการระบายน้ำตามการประสานงานกับคณะกรรมการบริหารน้ำและชลประทาน และขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; วิศวกรเขื่อนวชิราลงกรณระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14328</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ชยพล ธิติศักดิ์, ธนสาร ฐานะวุฑฒ์, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมชาย วิทย์ดำรงค์, สมพาศ นิลพันธ์, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โศภาพรรณ วิมลรัตน์, ไพศาล วิมลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dcc3095943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
