<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มศว โอดโดนตัดงบฯโครงการเพชรในตม ตัดโอกาสเด็กเรียนดีแต่ยากจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก ทรูปลูกปัญญาดอทคอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.ย.62- นายสมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า คณะศึกษาศาสตร์ มศว เกิดจากโรงเรียนฝึกหัดครูและเป็นสถาบันผลิตครูวิชาชีพชั้นสูงแห่งแรกของประเทศตั้งแต่ปี 2492 จน ปัจจุบันอายุถึง 70 ปี &amp;nbsp;ขณะนี้ทางคณะศึกษาศาสตร์ มศว ได้เตรียมครู เพื่อสอนระดับปฐมวัย ถึงมัธยมศึกษา และ เตรียมครู เพื่อพัฒนาไปสู่ศตวรรษที่ 21 &amp;nbsp;แต่ในปีงบประมาณ 2563 ทาง มศว ได้ถูกตัดงบฯโครงการเพชรในตมทั้งหมด ทั้งที่โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี และมีความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งในปีงบฯ 2663 ทางกอ.รมน. ได้รับงบฯ &amp;nbsp;แต่ มศว ไม่ได้ ดังนั้น มศว กำลังดูว่าจะนำงบฯ ส่วนไหนมาใช้ได้บ้าง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม โครงการเพชรในตม ยังถือว่าเป็นต้นแบบกระบวนการผลิตครูคุณภาพสูงของประเทศให้เป็นแบบอย่างของสถาบันอื่นๆ &amp;nbsp;ตนอยากเรียกร้องให้รัฐบาลคืนงบฯโครงการดังกล่าว เพื่อจะได้ผลิตครูที่มีคุณภาพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางประพันธ์ศิริ สุเสารัจ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการเพชรในตม มีระบบและกระบวนการที่สำคัญดังนี้ กการคัดเลือกพื้นที่ที่ยากจนประสบภัยพิบัติ ที่เป็นโจทย์ของประเทศจึงเลือกหมู่บ้าน อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง(อพป.) &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงการคัดเลือกนักเรียนเข้ามาเรียนและกระบวนการรับเข้า โดยคัดเลือกนักเรียนชั้นม.6ที่เรียนดีแต่ยากจนในหมู่บ้านอพป. มีสถานศึกษาและผู้ปกครองพื้นที่รับรอง &amp;nbsp;จากนั้นทำการคัดเลือกและสอบคัดเลือกโดยกำหนดคะแนนและวิชาสามัญ 50 วิชา งิชาเฉพาะด้าน 50 และความเป็นครู &amp;nbsp; เมื่อนิสิตเข้ามาศึกษาต้องผ่านกระบวนการผลิตตามหลักการวิชาชีพครูที่เข้มแข็ง ที่สำคัญโครงการที่ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมอย่างแท้จริง นักเรียนในพื้นที่มีการศึกษาสูงขึ้น ชุมชนเศรษฐกิจดีขึ้น เป็นที่พิสูจน์แล้ว ผ่านการทดลองปฎิบัติมายาวนานจนถึงปัจจุบัน 34 รุ่น &amp;nbsp;และยังได้รับรางวัลเป็นโครงการพัฒนาสังคมดีเด่นของประเทศในปี 2541วามคืบหน้าการปลดล็อคและปฏิรูปมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45972</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มศว, สมชาย สันติวัฒนกุล, โครงการเพชรในตม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80a583c80f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มศว ปลื้มได้นิสิตตามเป้าสวนกระแสเด็กลด เผยมุ่งสู่ความเป็นอินเตอร์ ละลายเส้นกั้นแบ่งคณะ  ผุดหลักสูตรบูรณาการ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 มิ.ย.62-ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร - มศว ได้มีการจัดงาน 70 ปี ศรีสง่ามหานคร โดยนายสมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว ได้แถลงผลงานและทิศทางในอนาคตของ มศว ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบัน มศว มีหลักสูตร 171 หลักสูตร ในระดับปริญญาตรี 85 หลักสูตร ปริญญาโท 52 หลักสูตร ปริญญาเอก 33 หลักสูตร และหลักสูตรประกาศนียบัตร 1 หลักสูตร ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของสังคม ประโยชน์ต่อสังคม และรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ มศว ยังได้เปิดคณะเพิ่มอีก 2 คณะ คือ คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม และวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อที่จะรองรับความทันสมัย เปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งนี้ในปีการศึกษา 2562 มศว มีนิสิตที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย กว่า 6,600 คน เป็นไปตามเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งจำนวนนิสิตของ มศว มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับกระแสและยอดสถิติในภาพรวมของประเทศที่จำนวนผู้เรียนน้อยลง ทั้งนี้ตนคิดว่าส่วนหนึ่งมาจากกิจกรรม SWU Open House เพราะเด็กจะได้รับประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่ว่าเรียนอะไร จบไปทำงานแบบไหน ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยในส่วนของระดับปริญญาโทและเอก มหาวิทยาลัยก็ได้มีการปรับตัวอย่างเต็มที่ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงและรูปแบบการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มศว ยังมีการเรียนแบบหลักสูตรระยะสั้น คือ เรียนเฉพาะรายวิชาที่ผู้เรียนมีความสนใจ และได้รับประกาศนียบัตร สามารถนำไปใช้ได้ทันที อีกทั้งยังมีโครงการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาต่อเนื่องจากปริญญาตรี โดยการเรียนแบบ 4+1 คือ ผู้เรียนสามารถเล่นในรายวิชาของระดับปริญญาโทได้ในชั้นปีที่ 4 ของระดับปริญญาตรี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่ต้องการจบปริญญาโทเร็วขึ้น และเนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี ของมหาวิทยาลัย เราได้มีการมอบทุนการศึกษา ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;70 ปี 70 ทุน มศว คืนสู่สังคม&amp;rdquo; ให้กับผู้ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการทำประโยชน์เพื่อส่วนร่วม อย่างไรก็ตามอีกบทบาทหนึ่งที่ มศว มุ่งมั่นขับเคลื่อน คือ การเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม ช่วยเหลือสังคมผ่านบริการทางวิชาการ โครงการต่างๆ นับร้อยกว่าโครงการ ซึ่ง มศว ตั้งเป้าว่าในปี 2562 จะมีโครงการบริการวิชาการแก่ชุมชน กว่า 133 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเป้าหมายในอนาคตของ มศว คือ การละลายเส้นกั้นแบ่งคณะให้เกิดหลักสูตรบูรณาการร่วมกัน พร้อมกับพัฒนาความเป็นนานาชาติ และสร้างความโดดเด่นในหลักสูตรเฉพาะทางที่ตรงกับความต้องการในอนาคต มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตนิสิต บุคลากร และผลักดันคุณลักษณะของนิสิตในโลกอนาคตต้องการ เพราะ มศว จะเป็นรากฐานการศึกษาของประเทศ ที่สนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิต&amp;rdquo;อธิการบดี มศว กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39701</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มศว, 70ปีมศว, ทิศทางอนาคตมศว, สมชาย สันติวัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d15dc3ef26d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
