<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เหมือนใคร&#039;เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์&#039;เปิดตัวขนมปังผสมโปรตีนจิ้งหรีดครั้งแรกของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 2564 นายสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;ldquo;NSL Foods&amp;rdquo; กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ได้เปิดตัวขนมปังโฮลเกรนผสมโปรตีนจิ้งหรีดครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;Natural Bites&amp;rdquo; &amp;nbsp;แหล่งโปรตีนใหม่แห่งอนาคตที่ยั่งยืน เจาะตลาดผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ ในขนมปัง 1 แผ่นมีโปรตีน 7 กรัม อุดมไปด้วยไฟเบอร์ อีกทั้งยังมีปริมาณคอเรสเตอรอลที่ต่ำ ผลิตด้วยแป้งสาลีไม่ฟอกสีผสมโฮลเกรน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โปรตีนจากจิ้งหรีดที่ใช้เป็นวัตถุดิบมีปริมาณสูงสุดถึง 60-70 % ซึ่งสูงกว่าโปรตีนจากเนื้อวัว 2 เท่า เมื่อเทียบจากปริมาณที่เท่ากัน &amp;nbsp;เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Healthiful &amp;nbsp;ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ในราคาถุงละ 69 บาท
NSL Foods พัฒนาผลิตภัณฑ์จากแมลง ด้วยแนวคิดการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพที่มีรสชาติอร่อย โดยใช้นวัตกรรมและวัตถุดิบที่มีความยั่งยืน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น บริษัทฯ คัดเลือกวัตถุดิบเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและดีต่อสุขภาพ ผงจิ้งหรีดที่เป็นวัตถุดิบถูกคัดสรรมาจากฟาร์มระบบปิดที่ได้มาตรฐานจากฟาร์มในประเทศไทย ซึ่งมีการวิจัยและพัฒนาให้มีคุณภาพในทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำรวจชี้ว่า ฟาร์มจิ้งหรีดนั้นยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนกว่าฟาร์มปศุสัตว์ทั่วไป กล่าวคือ ในกระบวนการผลิตที่ได้มาซึ่งวัตถุดิบ ฟาร์มจิ้งหรีดสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าถึง 100 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าสินค้าจะได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพและรักษ์โลกที่หันมาเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคกันมากขึ้น เทรนด์การบริโภคโปรตีนจากแมลงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีแนวโน้มที่จะโตเพิ่มขึ้นปีละ 24 % ตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;เป็นการตอกย้ำว่าโปรตีนจากแมลงจะกลายเป็นแหล่งอาหารทดแทน เมื่อจำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทรัพยากรอาหารเริ่มขาดแคลน&amp;rdquo; นายสมชายกล่าวเสริม
นอกจากนี้ NSL Foods ได้วางเป้าหมายในการบุกตลาดสินค้า insect snack ในยุโรปและเอเชีย ซึ่งมีเทรนด์การเติบโตของตลาดที่มั่นคงและทางบริษัทฯ มีพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญในการทำตลาดอยู่ จึงมั่นใจว่าจะมีการลงทุนในสินค้าประเภทอื่นๆ จากโปรตีนจิ้งหรีดเพิ่มเติมให้ได้เห็นในอนาคตอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102169</URL_LINK>
                <HASHTAG>Natural Bites, ขนมปัง, สมชาย อัศวปิยานนท์, โปรตีนจากจิ้งหรีด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095f99c557f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> NSL วางเป้าโกยรายได้ 6,000 ล้านรุกผลิตแซนวิชอบร้อนให้เซเว่น เตรียมเข้าSETไตรมาส 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค. 2564 นายสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) จะขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ผ่านกลยุทธ์ &amp;nbsp;Nutrition Sustainable for Life &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการมุ่งการผลิตอาหารและเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมการผลิตของบริษัทฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค สภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคโควิด-19 ทำให้บริษัทฯ มีการศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการลงทุนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ วางกลยุทธ์ร่วมกับร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นคือ การเสริมสินค้าในรูปแบบของเดลิเวอรี่และสินค้าที่ขายใน vending machine มีสินค้าอยู่ประมาณ 40 ตัว ซึ่งจะต้องมีการสลับและพัฒนาใหม่อยู่เสมอ มีการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับเทรนด์ของตลาดได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการขยายธุรกิจประเภท ฟู้ดเซอร์วิส นำเข้าอาหารทะเล เนื้อสัตว์และผักแช่แข็ง โดยเมื่อปี 2562 NSLได้เข้าซื้อกิจการจาก บริษัท ควอลิตี้ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด เข้ามาเป็นแผนกหนึ่งของบริษัทฯ ส่วนทิศทางในปี 2564 จะมีการเพิ่มในส่วนของสูตรปรุงอาหารสำหรับเชนร้านอาหารในลักษณะ ready to eat หรือ ready to cook มากขึ้น และล่าสุดพัฒนาสแน็คนวัตกรรมเพื่อเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ มุ่งส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ และวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี โดยมีเป้าหมายสัดส่วนรายได้ใน 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) ที่เกิดจากธุรกิจอื่น (non 7-Eleven) ในสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ และอีก 70 เปอร์เซ็นต์เป็นธุรกิจร่วมกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น &amp;nbsp;(7-Eleven) จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ครองสัดส่วนรายได้อยู่ที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราไม่ได้มองว่าการที่เราทำธุรกิจกับเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นความเสี่ยง แต่เป็นการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมๆ กันอย่างมั่นคง ที่ผ่านมาเอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ได้มีการลงนามบันทึกความตกลงร่วมกันกับทางเซเว่นอีเลฟเว่น ว่าจะเป็นผู้ผลิต แซนวิชอบร้อนให้เซเว่นอีเลฟเว่นเพียงรายเดียว ในขณะเดียวกันก็ไม่ผลิตให้ร้านสะดวกซื้อรายอื่น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดีเป็นอันดับ 1 &amp;nbsp;มีกำลังการผลิตมากกว่า 1,250,000 ชิ้นต่อวัน ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังพัฒนาแบรนด์สินค้าและธุรกิจของ NSL เองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น โดยมีการกระจายการลงทุนไปสู่ธุรกิจอาหารในรูปแบบอื่น โดยใช้ระบบ System Application and Products (SAP) เพื่อบริหารจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด &amp;nbsp;บริษัทฯวางแผนธุรกิจในระยะเวลา 5 ปี นับจากนี้ว่า จะมีสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นใหม่จากร้านค้านอกเซเว่นอีเลฟเว่นมากขึ้นด้วย ปัจจุบันได้มีการผลิตขนมปังเนื้อนุ่ม และขนมปังโฮลวีทภายใต้ แบรนด์ Bakery Arigato จำหน่ายผ่านท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตและแฟมิลี่มาร์ท, Natural Bites ขนมเพื่อสุขภาพอุดมไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ ได้รับรางวัล SIAL Innovation Award 2019 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ &amp;nbsp;และรางวัล ThaiFex Innovation Award 2020 ขนมพริกกรอบแบรนด์ ChiLee ที่จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงส่งออกต่างประเทศ และยังมีพายแท่งแบรนด์ปังไทที่ได้รับความนิยมอย่างมาก&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนเพิ่มเมื่อปี 2562 เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสจากมูลค่าตลาดที่สูงถึง 20,000 ล้านบาท แต่ยังมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เริ่มแรกจะเน้นนำเข้าสินค้าอาหารแช่แข็ง ได้แก่ เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาทิ ปลาแซลมอน ปลาหิมะ เนื้อออสเตรเลีย หอยเชลล์ ส่วนในปีนี้มีการเพิ่มการลงทุนในส่วนของอาหารประเภท ready to cook และ ready to eat อาทิ การผลิตสูตรซอสอาหารสำเร็จรูปเพื่อส่งให้กับเชนร้านอาหารหรือโรงแรมต่างๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนเนื่องจากไม่ต้องมีหัวหน้าพ่อครัว ให้บริการทุกร้านและสูตรของการให้บริการยังคงความเป็นมาตรฐานเดียวกัน &amp;nbsp;เนื่องจากบริษัทฯ มีความชำนาญและรู้แหล่งวัตถุดิบที่ดี พร้อมทั้งเชี่ยวชาญการแปรรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยบริษัทฯ เตรียมแผนจะพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะกลุ่ม และอาหารสำหรับคนในแต่ละช่วงวัย ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งจะเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน รวมไปถึงอาหารสำหรับผู้ป่วยที่เน้นรสชาติที่ถูกปากและความปลอดภัย จำหน่ายผ่านร้านโมเดิร์นเทรด คอนวีเนียนสโตร์ และผ่านช่องทางออนไลน์ &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันบริษัทฯได้ขยายตลาดสินค้าที่มีนวัตกรรม &amp;nbsp;โดยได้เป็นพันธมิตรกับนักธุรกิจที่ทำแป้งโปรตีนสูงจากจิ้งหรีดใน จังหวัดเชียงใหม่เพื่อมุ่งเน้นส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นสินค้าประเภทเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว &amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของสแน็คเพื่อจับกลุ่มคนรักสุขภาพภายใต้แบรนด์ Natural Bites &amp;nbsp; คาดว่าจะวางเริ่มวางจำหน่ายได้ในไตรมาส 2 ปี 2564&amp;rdquo; นายสมชายกล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ในปี 2563 สิ้นสุดไตรมาส 3 เดือนกันยายน 2563 บริษัทมีรายได้รวม 2,164.9 ล้านบาท โดยกลุ่มของเบเกอรี่และอาหารรองท้องคิดเป็น 94.5 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมด ในส่วนของธุรกิจฟู้ด เซอร์วิสมีรายได้ 94.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากเพิ่งซื้อธุรกิจนี้เข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายให้เติบโตมากขึ้นจากเดิม จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการที่ธุรกิจเดิมเริ่มกลับมาเติบโตโดยตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เติบโตประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชายกล่าวปิดท้ายว่าขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94961</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน), สมชาย อัศวปิยานนท์, เข้าตลาดหลักทรัพย์, เป้าหมาย 5ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_60404b7c7decc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
