<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บีอีเอ็ม&#039; โชว์ไตรมาส 2 กำไร 201 ล้านบาท ลุยบริหารจัดการต้นทุนอยู่หมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ส.ค.2564 นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 201 ล้านบาท ทั้งนี้กำไรของบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้นกว่าระลอกที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยในไตรมาสนี้รายได้จากการดำเนินงานลดลงจากปีก่อน 86 ล้านบาท แต่ด้วยการบริหารจัดการด้านต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มจากปีก่อน 49 ล้านบาท หรือ 32 %&amp;rdquo;นายสมบัติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ บีอีเอ็มยังคงดูแลผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการทางพิเศษให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย ตลอดการเดินทาง ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า และปริมาณจราจรจะฟื้นตัวกลับมาเร็ว เมื่อแนวโน้มการระบาดลดลง และอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113059</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีอีเอ็ม, สมบัติ กิจจาลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114a9d760090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BEM กำไร63 วูบ 62.3% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64-นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แจ้งผลประกอบการปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,051 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3,384 ล้านบาท หรือ62.3% เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในบริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) สุทธิจากภาษี 2,334 ล้านบาท แต่ไม่มีรายการลักษณะดังกล่าวในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากไม่รวมรายการ one time กำไรลดลง 1,050 ล้านบาท หรือ33.9 %จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้รายได้ของบริษัทลดลง รวมถึงบริษัทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินครบทั้งสายทาง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 แต่มีผลบวกจากการลดลงของค่าตัดจำหน่ายสิทธิในการใช้ประโยชน์บนงานก่อสร้างทางด่วนของทางพิเศษศรีรัช ซึ่งได้ถูกตัดจำหน่ายหมดไปแล้วในไตรมาสที่ 1 ปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้ว่าปี 2563 จะเป็นปีลำบากจากผลกระทบ COVID-19 แต่บริษัทยืนยันที่จะดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ถือหุ้น โดยการเสนอเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 10 สตางค์ ทั้งนี้บริษัทมีกำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันพุธที่ 28 เมษายน 2564 ในรูปแบบ e-AGM เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 บริษัทมั่นใจว่าหากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ปี 2564 รายได้ของบริษัทจะกลับสู่สภาวะปกติแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94226</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม), สมบัติ กิจจาลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_60373e7c75bac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ BEM ใจดีตรึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.ค.63-นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง บริษัทฯ เห็นใจและห่วงใยทุกคนในสถานการณ์เช่นนี้ จึงขอแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้วยการคงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าMRT สายสีน้ำเงิน ไว้เท่ากับอัตราเดิม คือเริ่มต้น 16 บาท สูงสุด 42 บาท ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 63&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กำหนดให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ 2 ปี โดยใช้วิธีคำนวณบนพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะครบกำหนดการบังคับใช้ตามสัญญาในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 อัตราค่าโดยสารใหม่เริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 42 บาท โดยสถานีที่ 1, 4, 7 และ 10 จะมีอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1 บาท ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของทางด่วน BEM ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ในทางด่วน 3 สาย &amp;ldquo;ทางพิเศษเฉลิมมหานคร-ศรีรัช-อุดรรัถยา&amp;rdquo; ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ 19 วัน ในเดือนกรกฎาคมนี้ใช้ทางด่วนฟรีจำนวน 3 วันได้แก่วันที่ 5 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา วันที่ 6 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา และวันที่ 28 กรกฎาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ BEM ยังได้ลดค่าผ่านทางพิเศษ ที่ &amp;quot;ด่านอาจณรงค์ 1&amp;quot; จากทางพิเศษฉลองรัช เข้าทางด่วนขั้นที่ 1 ไปบางนา ในอัตรา 25 บาท ต่อเที่ยว สำหรับรถทุกประเภท โดยรถ 4 ล้อ ปกติ 50 บาท ลดเหลือ 25 บาท รถ 6-10 ล้อ ปกติ 75 บาท ลดเหลือ 50 บาท และรถ มากกว่า 10 ล้อ ปกติ 110 บาท ลดเหลือ 85 บาท เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 63 -30 มิถุนายน 2564ในด้านปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานสมบัติกล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลและความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดลดลงจนเป็นศูนย์ โดยปัจจุบันปริมาณผู้ใช้ทางด่วนกลับมาเกือบจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยภาพรวมอยู่ที่ล้านสองแสนคันต่อวัน ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกลับมาประมาณ 60% หรือประมาณ 250,000 เที่ยวคน/วัน คาดว่าตั้งแต่เปิดเทอมวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอีก สถานการณ์น่าจะปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญก็คือการร่วมมือกันของประชาชนทุกคนที่ไม่ประมาทการ์ดไม่ตกไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดซ้ำอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70218</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, สมบัติ กิจจาลักษณ์, เบรกขึ้นราคา, โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc150655eaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
