<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 07:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอยืนยันไวรัสโควิด-19ได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์ว่า&#039;ทะเลอำเภอจะนะ&#039;หล่อเลี้ยงผู้คนที่ได้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;1 พ.ค.63-นายสมบูรณ์ คำแหง แกนนำนักปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จ.สตูล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ &amp;quot; ล๊อคดาวน์ทะเลจะนะ จากไวรัสอุตสาหกรรม &amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้
เก็บรักษาแหล่งผลิตอาหารไว้ให้กับคนทุกคน และหยุดเขตอุตสาหกรรมจะนะ 18,700 ไร่ ของคนบางกลุ่ม
ความเจ็บปวดที่สุดของประชาชนคือ &amp;ldquo;การเหยียบย่ำซ้ำเติม&amp;rdquo; จากรัฐบาล ในสภาวะของความทุกข์ยากจากไวรัสโควิด 19 นี้ โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตจะนะ ที่กำลังเดินหน้าเพื่อใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้ง 3 ตำบลของอำเภอจะนะ อันเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของพวกเรา เปลี่ยนเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของภาคใต้ นี่ยิ่งกว่าการเหยียบย่ำซ้ำเติม แต่คือการทำลายชีวิตของ &amp;ldquo;คนจะนะ&amp;rdquo;
ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. กำลังเร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวนั้น คือการสร้างความเจริญ หรือความหายนะให้กับประชาชนชาวจะนะกันแน่ และบทบาทของ ศอ.บต. แท้จริงแล้วเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งพื้นที่ชายแดนใต้ หรือเพื่อสร้างความขัดแย้งรูปแบบใหม่
เมื่อวันที่&amp;nbsp; 7 พฤษภาคม 2562 ปลายรัฐบาลยุค คสช.&amp;nbsp; ได้อนุมัติให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่อำเภอจะนะ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; ขึ้น&amp;nbsp; ซึ่งโครงการฯนี้ ต้องการใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้ง 3 ตำบล คือตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จำนวน 16,753 ไร่ ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และพลังงานขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้&amp;nbsp; โดยอ้างว่าจะจัดพื้นที่เพื่ออุตสาหกรรม&amp;nbsp; 6 ประเภท&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมเบา 4,253 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.พื้นที่อุตสาหกรรมหนัก 4,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า 4,000 ไร่ จำนวน 4 โรง กำลังผลิตรวม 3,700 เมกะวัตต์&amp;nbsp; 4.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรือ 2,000 ไร่&amp;nbsp; 5.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า 2,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.พื้นที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย 500 ไร่
ในสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า &amp;ldquo;ทะเลอำเภอจะนะ&amp;rdquo; แห่งนี้&amp;nbsp; ได้ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านที่จับสัตว์น้ำได้ในช่วงเวลานี้ ได้พยายามกระจายผลผลิตสัตว์จำนวนมาก ส่งให้ชาวหาดใหญ่ และอำเภออื่นๆในจังหวัดสงขลาให้พอประทังชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางความยากลำบางดังกล่าว โดยได้ร่วมกับคนเมือง และผู้ใจบุญทั่วไป ซึ่งล้วนแต่เป็นสัตว์น้ำจากแหล่งผลิตอาหารในพื้นที่อำเภอจะนะทั้งสิ้น ซึ่งก็คือพื้นที่เดียวกันที่กำลังจะถูกใช้เป็น &amp;ldquo;เขตนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่&amp;rdquo;&amp;nbsp; นั่นเอง
&amp;nbsp;จึงไม่สามารถประเมินมูลค่าพื้นที่แหล่งผลิตอาหารดังกล่าว เพื่อแลกกับเขตนิคมอุตสาหกรรมใดๆ ได้เลย แม้จะมีมูลค่าหมื่นล้าน หรือแสนล้านก็ตาม และเชื่อว่าจะไม่ใช่ความยั่งยืนแน่นอน หากแต่คือการทำลายชุมชน สังคม วิถีวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และหมายถึงการทำลาย &amp;ldquo;ชีวิต&amp;rdquo; ของพี่น้องชาวจะนะจำนวนหลายพันครัวเรือนอย่างโหดร้ายที่สุด ยิ่งกว่าเหตุการณ์ไวรัสโควิด 19 ร้อยเท่าพันเท่า
รัฐบาล และ ศอ.บต. ต้องหยุดเหยียบย่ำซ้ำเติมคนจะนะ ในสถานการณ์เช่นนี้ด้วยการยกเลิกในสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ คือ โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตจะนะ เพราะนี่คือไวรัสร้ายที่กำลังแพร่ระบาดคนที่นี่ เพียงเพื่อต้องการเอื้อประโยชน์ให้กับใครบางคนบางกลุ่มเท่านั้น โดยที่ต้องแลกด้วยการล่มสลายของคนและชุมชนจำนวนมาก
ในขณะที่สถานการณ์ของโลกกำลังปรับเปลี่ยนไปแน่นอนหลังจากนี้ &amp;ldquo;คุณค่าของแหล่งผลิตอาหาร&amp;rdquo; จะกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่คนบนโลกใบนี้จะต้องช่วยกันเก็บรักษาไว้&amp;nbsp; ดังที่ได้ประจักษ์แล้วในปรากฏการณ์ไวรัสโควิด 19
&amp;ldquo;เขาอาจจะไม่ต้องการความเจริญในความหมายที่รัฐบาลยัดเยียดให้ แต่เขาอยากได้ทะเลของพวกเขากลับคืนมามากกว่า&amp;rdquo;
#เอาทะเลจะนะคืนมา
#หยุดโครงการเมืองอุตสาหกรรมจะนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64758</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลจะนะ, สมบูรณ์ คำแหง, โครงการเมืองอุตสาหกรรมจะนะ, ไวรัสโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c9d52865a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอภาคใต้ซ้ำแผล&#039;อนาคตใหม่&#039;อย่าฉาบฉวยปัญหาประมง-ท้องทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Somboon Khamhang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจปัญหาทะเลไทยให้ชัดเจน จึงจะแก้ไขได้ถูกจุด (เพราะรัก จึงตักเตือน 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำเป็นต้องขยายความเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพราะมีเพื่อนพี่น้องพลพรรคอนาคตใหม่เข้ามาแลกเปลี่ยน ให้ข้อมูล ทักท้วง ติติงผมกันหลายคน ในโพสเรื่องนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในท่าทีที่เป็นมิตรต่อกันผมไม่ติดใจครับ เพราะเจตนาที่ชัดเจนของผมที่ต้องการตักเตือน หรือแนะนำเพื่อให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับรู้และเข้าใจถึงข้อผิดพลาดต่อเรื่องนี้ ด้วยเพราะยอมรับว่าพรรคมีความตั้งใจดีที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ให้ดีขึ้นจริง แต่อาจจะด้วยเพราะจังหวะจะโคนที่อาจจะผิดพลั้งไปบ้าง จึงทำให้หลายคนมองไม่เห็นความตั้งใจนั้นได้ชัดเจนนัก และผมยังยืนยันว่าการตักเตือนจากผมยังตั้งอยู่บนความรักและห่วงใย ด้วย เพราะพรรคนี้คือพรรคแรกที่ทำให้ผมเสียความบริสุทธิ์ทางการเมือง (ฮ่าๆๆๆ) ผมจึงน่าจะได้รับสิทธิ์นี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียบเรียงความคิดเพื่อบอกกับพรรคอนาคตใหม่ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเข้าใจเนื้อแท้ หรือรากเหง้าของปัญหาทะเลไทยเสียก่อน คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจแบบคลาดเคลื่อน หรือรับรู้ข้อมูลเพียงบางท่อน บางตอน ก็อาจจะส่งผลผิดพลาดต่อเจตนาได้ (อย่างน่าเสียดาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องแยกแยะว่าข้อเท็จจริงที่รับฟังนั้นได้จากใคร อย่างไร รู้จริงเรื่องปัญหานี้แค่ไหนหรือจะรู้จริงมีระสบการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลมาบ้าง แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ให้ข้อมูลนั้นว่าบิดเบือนหรือไม่ อย่างไร และเพื่อผลประโยชน์ของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องใช้วิธีการรับรู้ หรือเข้าใจปัญหาที่หลากหลาย ที่ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ต้องเข้าไปสังเกต หรือเข้าไปขลุกอยู่กับปัญหาอย่างตั้งใจ อย่างเช่นการเข้าไปสัมผัสชีวิต หรือเข้าไปร่วมใช้ชีวิตในวิถีของกลุ่มปัญหานั้นๆ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลอีกระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หัวใจของปัญหาทะเลไทย คือ &amp;quot;ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ที่ถูกใช้อย่างเกินกำลัง &amp;quot; มานานนับหลายปี ในขณะที่รัฐไทยไม่เคยสนใจเรื่องนี้ แต่กลับภาคภูมิใจว่าเราเป็นที่หนึ่งในการทำประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำได้มากเป็นอันดับต้นของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;ldquo;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&amp;rdquo; ต้องอ่านให้ออก แม้คำถามเช่นนี้จะมีภาพของการแบ่งแยก แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะคิดว่านี่คือการแย่งชิงทรัพยากร แต่คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน และเมื่อเราอ่านออกก็จะทำให้ยืนอย่างถูกที่ถูกทางของปัญหา อันจะไม่ทำให้เราตกเป็นเครื่องมือของใครบางกลุ่มบางฝ่ายโดยรู้ไม่เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นเรื่องการใช้แรงงานประมงที่สหภาพยุโรปนำมาอ้างในการให้ใบเหลืองประเทศไทย ซึ่งมีมูลความจริงต่อเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิต่อเรื่องนี้อย่างหนักของการประมงไทย และเป็นที่รับรู้ว่าแรงงานต่างด้าวคือเหยื่อส่วนใหญ่ต่อเรื่องนี้ และล้วนเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรือประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปัญหาทะเลไทยที่ชาวประมงพื้นบ้านพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาแก้ไขอย่างเป็นระบบ และอย่างจริงจัง ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการวางตัวของรัฐ(ทั้งนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ราชการ)มักเอนเอียงไปข้างกลุ่มประมงพาณิชย์ ที่มีกำลังต่อรองทางการเมืองสูงกว่าชาวประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การเข้ามาใช้มาตรการบังคับของสหภาพยุโรปต่างได้รับผลกระทบกับชาวประมงทั้งหมดทุกระดับ ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพยายามนำเสนอ เรียกร้อง และหาทางเข้าไปแก้ไขช่องว่างของปัญหาดังกล่าวบนพื้นฐานของเหตุผล และเชื่อว่าจะยังต้องมีการกดดันให้รัฐแก้ไขต่อไป ซึ่งฝ่ายของนักอนุรักษ์ยืนยันว่าหลักการใหญ่ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องตั้งอยู่บนฐานคิดเรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรประมงเป็นที่ตั้ง หาใช่สร้างอำนาจการต่อรองเพียงเพื่อขอทำประมงอย่างไม่รับผิดชอบได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอาสาของพรรคอนาคตใหม่จึงต้องยืนให้ถูกจุด ถูกทิศถูกทางอย่างเข้าใจไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นเครื่องมือของบางฝ่ายที่ไม่เคยรู้สำนึกผิดชอบต่อทรัพนากรส่วนรวมอย่างแท้จริง ดังเหตการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่เขาต้องขึ้นศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ราขการยึดหละกกฎหมายการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่อาจจะไล่เรียงรายละเอียดของปัญหานี้ได้หมด ซึ่งเรื่องนี้วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยคนปัจจุบันได้นำเสนอผ่านเฟสบุ๊คของตนไว้แล้วอย่างน่าสนใจ ซึ่งผมคิดว่าพรรคคงได้รับข้อมูลชุดนั้นไปแล้ว หากแต่ที่ผมนำเสนอในลักษณะนี้ก็เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีคิดต่อเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่สับสนตนเองว่าพรรคผิดพลาดอะไรต่อเรื่องนี้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกตีโต้จากข้าราชการกรมประมง หรือจากสังคมจำนวนหนึ่งอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเปิดใจรับฟัง พรรคจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมบูรณ์ คำแหง
ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 62&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช., คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้, ชาวประมง, ท้องทะเลไทย, สมบูรณ์ คำแหง, อนาคตใหม่แก้ปัญหาประมง, เรือประมง, เอ็นจีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0ca22da3aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ที่ปรึกษากป.อพช.ใต้เตือนอนาคตใหม่ยืนให้ถูกทาง&#039;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Somboon Khamhang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somboon Khamhang&amp;nbsp; หัวข้อ อนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจปัญหาทะเลไทยให้ชัดเจน จึงจะแก้ไขได้ถูกจุด (เพราะรัก จึงตักเตือน 2)&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำเป็นต้องขยายความเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพราะมีเพื่อนพี่น้องพลพรรคอนาคตใหม่เข้ามาแลกเปลี่ยน ให้ข้อมูล ทักท้วง ติติงผมกันหลายคน ในโพสเรื่องนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในท่าทีที่เป็นมิตรต่อกันผมไม่ติดใจครับ เพราะเจตนาที่ชัดเจนของผมที่ต้องการตักเตือน หรือแนะนำเพื่อให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับรู้และเข้าใจถึงข้อผิดพลาดต่อเรื่องนี้ ด้วยเพราะยอมรับว่าพรรคมีความตั้งใจดีที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ให้ดีขึ้นจริง แต่อาจจะด้วยเพราะจังหวะจะโคนที่อาจจะผิดพลั้งไปบ้าง จึงทำให้หลายคนมองไม่เห็นความตั้งใจนั้นได้ชัดเจนนัก และผมยังยืนยันว่าการตักเตือนจากผมยังตั้งอยู่บนความรักและห่วงใย ด้วย เพราะพรรคนี้คือพรรคแรกที่ทำให้ผมเสียความบริสุทธิ์ทางการเมือง (ฮ่าๆๆๆ) ผมจึงน่าจะได้รับสิทธิ์นี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียบเรียงความคิดเพื่อบอกกับพรรคอนาคตใหม่ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเข้าใจเนื้อแท้ หรือรากเหง้าของปัญหาทะเลไทยเสียก่อน คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจแบบคลาดเคลื่อน หรือรับรู้ข้อมูลเพียงบางท่อน บางตอน ก็อาจจะส่งผลผิดพลาดต่อเจตนาได้ (อย่างน่าเสียดาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องแยกแยะว่าข้อเท็จจริงที่รับฟังนั้นได้จากใคร อย่างไร รู้จริงเรื่องปัญหานี้แค่ไหนหรือจะรู้จริงมีระสบการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลมาบ้าง แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ให้ข้อมูลนั้นว่าบิดเบือนหรือไม่ อย่างไร และเพื่อผลประโยชน์ของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องใช้วิธีการรับรู้ หรือเข้าใจปัญหาที่หลากหลาย ที่ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ต้องเข้าไปสังเกต หรือเข้าไปขลุกอยู่กับปัญหาอย่างตั้งใจ อย่างเช่นการเข้าไปสัมผัสชีวิต หรือเข้าไปร่วมใช้ชีวิตในวิถีของกลุ่มปัญหานั้นๆ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลอีกระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หัวใจของปัญหาทะเลไทย คือ &amp;quot;ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ที่ถูกใช้อย่างเกินกำลัง &amp;quot; มานานนับหลายปี ในขณะที่รัฐไทยไม่เคยสนใจเรื่องนี้ แต่กลับภาคภูมิใจว่าเราเป็นที่หนึ่งในการทำประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำได้มากเป็นอันดับต้นของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;ldquo;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&amp;rdquo; ต้องอ่านให้ออก แม้คำถามเช่นนี้จะมีภาพของการแบ่งแยก แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะคิดว่านี่คือการแย่งชิงทรัพยากร แต่คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน และเมื่อเราอ่านออกก็จะทำให้ยืนอย่างถูกที่ถูกทางของปัญหา อันจะไม่ทำให้เราตกเป็นเครื่องมือของใครบางกลุ่มบางฝ่ายโดยรู้ไม่เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นเรื่องการใช้แรงงานประมงที่สหภาพยุโรปนำมาอ้างในการให้ใบเหลืองประเทศไทย ซึ่งมีมูลความจริงต่อเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิต่อเรื่องนี้อย่างหนักของการประมงไทย และเป็นที่รับรู้ว่าแรงงานต่างด้าวคือเหยื่อส่วนใหญ่ต่อเรื่องนี้ และล้วนเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรือประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปัญหาทะเลไทยที่ชาวประมงพื้นบ้านพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาแก้ไขอย่างเป็นระบบ และอย่างจริงจัง ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการวางตัวของรัฐ(ทั้งนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ราชการ)มักเอนเอียงไปข้างกลุ่มประมงพาณิชย์ ที่มีกำลังต่อรองทางการเมืองสูงกว่าชาวประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การเข้ามาใช้มาตรการบังคับของสหภาพยุโรปต่างได้รับผลกระทบกับชาวประมงทั้งหมดทุกระดับ ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพยายามนำเสนอ เรียกร้อง และหาทางเข้าไปแก้ไขช่องว่างของปัญหาดังกล่าวบนพื้นฐานของเหตุผล และเชื่อว่าจะยังต้องมีการกดดันให้รัฐแก้ไขต่อไป ซึ่งฝ่ายของนักอนุรักษ์ยืนยันว่าหลักการใหญ่ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องตั้งอยู่บนฐานคิดเรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรประมงเป็นที่ตั้ง หาใช่สร้างอำนาจการต่อรองเพียงเพื่อขอทำประมงอย่างไม่รับผิดชอบได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอาสาของพรรคอนาคตใหม่จึงต้องยืนให้ถูกจุด ถูกทิศถูกทางอย่างเข้าใจไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นเครื่องมือของบางฝ่ายที่ไม่เคยรู้สำนึกผิดชอบต่อทรัพยากรส่วนรวมอย่างแท้จริง ดังเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่เขาต้องขึ้นศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ราขการยึดหละกกฎหมายการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่อาจจะไล่เรียงรายละเอียดของปัญหานี้ได้หมด ซึ่งเรื่องนี้วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยคนปัจจุบันได้นำเสนอผ่านเฟสบุ๊คของตนไว้แล้วอย่างน่าสนใจ ซึ่งผมคิดว่าพรรคคงได้รับข้อมูลชุดนั้นไปแล้ว หากแต่ที่ผมนำเสนอในลักษณะนี้ก็เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีคิดต่อเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่สับสนตนเองว่าพรรคผิดพลาดอะไรต่อเรื่องนี้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกตีโต้จากข้าราชการกรมประมง หรือจากสังคมจำนวนหนึ่งอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเปิดใจรับฟัง พรรคจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช.ใต้, กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ปัญหาทะเลไทย, สมบูรณ์ คำแหง, สมาคมรักษ์ทะเลไทย, อนาคตใหม่-ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0ca22da3aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
