<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ คึกคัก ร้านค้าเปิดใหม่ 12 แบรนด์รวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ต.ค. 2564 นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พันธมิตรร้านค้ารายใหม่ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ รวมถึงพันธมิตรร้านค้ารายเดิมที่มีการปรับโฉมร้านเป็นรูปแบบใหม่เริ่มทยอยเปิดให้บริการ โดยเฉพาะต้นเดือนตุลาคมมีการเปิดตัวของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำเปิดให้บริการภายในวันเดียวกันถึง 12 ร้านในพื้นที่ชั้น 3 โซน A ได้แก่ Adidas &amp;amp; Puma Outlet Store ซึ่งเปิดสาขาใจกลางเมืองเป็นครั้งแรก, FPO (FACTORY PREMIUM OUTLETS), GQ, Cherilon, PIERRE CARDIN, Alain Delon, John Langford, Jaguar, BODY GLOVE, SANTA BARBARA POLO&amp;amp;RACQUET CLUB และ U.S. POLO ASSN. ทั้งนี้ภายในพื้นที่เดียวกันยังเป็นครั้งแรกของการเปิดตัวหน้าร้านและสาขา Flagship Store แห่งแรกของ JBUYNOW จากเดิมที่มีเพียงช่องทางออนไลน์ โดยคัดสรรสินค้าคุณภาพกลุ่มของใช้ของตกแต่งบ้าน (Home &amp;amp; Living) และของใช้ในสำนักงานให้เลือกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารรสชาติอร่อยราคาประหยัด ภายใต้ชื่อ ตาโต โอชา ของ Too Fast To Sleep ซึ่งขยายอีกสาขาในโซน A la art &amp;nbsp;เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ หลังจากเปิด Too Fast Foods ในโซน Take Home ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยสาขานี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 น. พร้อมโปรโมชั่นอิ่มจุกๆ อาทิ ข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ 49 บาท และ โปรโมชั่น 3 ชาม 100 ซึ่งสามารถสั่งได้หลากหลายเมนูทั้งก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ขนมจีน ข้าวมันไก่ ผัดไท ผัดซีอิ้ว ข้างผัดหมู เป็นต้น ร้าน MR.DIY แหล่งรวมของใช้ในบ้านที่มีให้เลือกซื้อแบบครบครัน และ DISCOUNT OUTLET ศูนย์รวมสินค้านำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก เสื้อผ้าแฟชั่นที่หลากหลาย สำหรับทุกเพศทุกวัย ในราคาที่จับต้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร้านค้าต่าง ๆ มีการจัดเอ็กซ์คลูซีพ โปรโมชันฉลองเปิดสาขา นำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาสุดพิเศษ อาทิ Adidas &amp;amp; Puma Outlet Store ส่วนลดสูงสุด 70 % และสินค้าราคาเดียว Jaguar ลดเฉลี่ย 50-80 % ซื้อ 2 ชิ้นลด 100 บาท PIERRE CARDIN เสื้อเชิ้ตเริ่มต้น 199 บาท กางเกงชั้นในผู้ชาย ราคาพิเศษ 100 บาท และโปรโมชั่นซื้อ 3 แถม 1 &amp;nbsp;Alain Delon ลดราคาพิเศษ 70-80% &amp;nbsp;เริ่มต้น 299 บาท John Langford ช้อปสินค้าราคาพิเศษ 590 บาทขึ้นไป ครบ 4 ชิ้น รับฟรี 1 ชิ้นในมูลค่าเท่ากันหรือต่ำกว่า SANTA BARBARA POLO&amp;amp;RACQUET CLUB ลด 50-70 % BODY GLOVE จัดโปรโมชันสุดคุ้มเริ่มต้นที่ 199 บาท ลดสูงสุด 50 % Cherilon จัดโปรโมชัน สปอร์ตบรา 2 แถม 2 ชุดนอนลดสูงสุด 60 % ชุดออกกำลังกายลดสูงสุด 50 % &amp;nbsp;GQ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นราคา 590 บาท จากปกติ 1,790 บาท เสื้อเชิ้ตแขนยาวราคา 950 บาท จากปกติ 1,990 บาท &amp;nbsp;JBUYNOW โปรโมชันส่วนลดทั้งร้าน 25 % สินค้าราคาเริ่มต้น 50 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเอ็ม บี &amp;nbsp;เค เซ็นเตอร์ จะมีร้านใหม่ๆ ทยอยเปิดให้บริการอีกมากมาย เดือนที่แล้วมีแบรนด์แห่งนวัตกรรมสุดล้ำ GQ เปิดให้บริการในรูปแบบคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในไทย ร้านCSC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟน พร้อมอุปกรณ์เสริมครบวงจร ก่อนหน้านั้นมีร้านค้าอยู่เคียงคู่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มานานได้ย้ายพื้นที่และลงทุนปรับโฉมร้านใหม่ เช่น ร้านดิลกเปิดตัวคอนเซ็ปต์สโตร์ใหม่เป็นครั้งแรกมีการตกแต่งร้านเพื่อจุดประกายการเล่นกีฬาบาสเกตบอลให้กับลูกค้า อัดแน่นด้วยแบรนด์กีฬาชั้นนำให้เลือกมากมายอยู่ที่ชั้น 3 โซน A ร้านรองเท้าหนังแท้คุณภาพ เทวินทร์ ชั้น 3 โซน B ที่มีโปรโมชันฉลองร้านใหม่ลดทั้งร้าน 30 - 70 % ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 ตุลาคมนี้ ส่วนร้านเปิดใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ได้แก่ ทิม ฮอร์ตันส์, ป้อน, บ้านคุณแม่, KAMU, CHEESY FRIED SNACKS, Shinkanzen sushi และอีกมากมายที่จะเปิดให้บริการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ออกแคมเปญเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคมากมาย ล่าสุดจัดแคมเปญ LUCKY SURPRISE LET&amp;rsquo;S GET GOLD ช้อปทุกวัน ลุ้นทองทุกเดือน ยิ่งช้อปมาก ยิ่งมีสิทธิ์มาก โดยมีระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2565 ซึ่งลูกค้าสามารถใช้จ่ายทุกศูนย์การค้าในเครือเอ็มบีเค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ โดยสะสมยอดช้อปผ่าน MBK PLUS ทุก 500 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับรางวัลสร้อยข้อมือทองคำและของรางวัลอีกมากมายรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ได้แก่ สร้อยข้อมือทองคำหนักครึ่งสลึง ข้าวหอมมะลิคัดพิเศษ 20 กิโลกรัม บัตรใช้บริการดิ โอลิมปิค ฟิตเนส คลับ (One Day Pass) MBK Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท บัตรรับประทานอาหาร Food Legends มูลค่า 500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ ลาน SURFSKATE OUTDOOR ใจกลางเมือง กลับมาเปิดให้ได้เล่นกันอีกครั้งบนพื้นที่ใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ฟรีสไตล์ได้มากกว่าเดิม โดยใช้งบลงทุนกว่า 1 ล้านบาทปรับปรุงลานเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A,B พื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร และหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ มากขึ้นก็จะกลับมาจัดกิจกรรม IDOL EXCHANGE ตอกย้ำการเป็น Idol Center จุดนัดพบของวัยรุ่นและเหล่าแฟนคลับ ศูนย์รวมศิลปินไอดอลทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสร้างสรรค์กิจกรรมช่วยเหลือคนไทยหลากหลายอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 อาทิ งาน GI Fest ช้อป ชิม อิ่ม เพลิน ขุมทรัพย์จากแผ่นดิน เสน่ห์แห่งสินค้า GI ระหว่างวันที่ 14-19 ตุลาคม 2564 งาน ชิม ช้อป ไกด์ สินค้าของกิน ของใช้ ของฝาก จากเหล่ามัคคุเทศก์และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวไทยระหว่างวันที่ 16-31 ตุลาคม 2564 เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118714</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมพล ตรีภพนารถ, เอ็ม บี เค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a906e0c5ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติโควิดกระทบว่างงานพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวิกฤติการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบที่ 3 ส่งผลให้ภาครัฐบาลต้องขอความร่วมมือให้งดกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภท ทั้งการสั่งปิดสถานบันเทิง และออกคำสั่งให้งดรับประทานอาหารในร้าน รวมถึงการขอให้ประชาชนอยู่บ้าน งดกิจกรรมเสี่ยงนอกบ้านที่ไม่จำเป็นทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหลากหลายธุรกิจที่จำเป็นต้องหยุดกิจการ ซึ่งก็มีทั้งการพักชั่วคราว หรือบางกิจการก็มีการเลิกกิจการไปเลย เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อคนทำงานที่อาจจะต้องสูญเสียรายได้ หรือบางคนก็คือสูญเสียงานไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตลอดระยะเวลาการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ตามศักยภาพที่พอจะช่วยได้ เพื่อประคับประคองให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ โดยหนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือ การช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงานหรือออกจากงาน ซึ่งสามารถขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลของสำนักงานประกันสังคมพบว่า นับตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 มีจำนวนทั้งสิ้น 11,124,209 ราย และมีการถูกเลิกจ้างหรือลาออกจำนวนถึง 1,212,307 คน รวมกับกรณีที่ต้องหยุดทำงานแบบสุดวิสัยจากกรณีล็อกดาวน์และการระบาดของเชื้อโควิด-19 จำนวน 945,587 คน รวมในปี 2563 ปีเดียวมีผู้ประกันตนได้สูญเสียรายได้และว่างงานรวมทั้งสิ้น 2,157,894 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ดี ในกลุ่มผู้ประกันดังกล่าวหลังจากสถานการณ์การระบาดในรอบแรก รอบสองคลี่คลายลง ก็สามารถกลับเข้ามาทำงานตามระบบปกติไปได้ ส่งผลให้จำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 จนถึงเดือนล่าสุด เม.ย.64 ก็ยังมีสูงถึง 11,051,132 ราย เมื่อเทียบกับช่วง ธ.ค.63 ก็พบว่ามีตัวเลขของผู้ประกันตนที่หายไปจริงๆ 7.3 หมื่นคนเท่านั้น นับว่าจำนวนคนว่างงานในระบบก็ยังไม่สูงมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งก็นับตั้งแต่รอบที่ 2 และรอบที่ 3 ในปัจจุบัน ที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ประกันตนที่ต้องออกจากงาน ทั้งจากการลาออกปกติและการหยุดงานจากเหตุสุดวิสัย นับตั้งแต่ ม.ค.-เม.ย.2564 พบว่า มีรวมทั้งสิ้น 390,899 ราย แบ่งเป็นการลาออก และออกจากงานปกติ 323394 ราย และออกจากงานแบบสุดวิสัย 67,505 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันในสังคมได้มีส่วนในการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ว่างงานอย่างเต็มที่จากการระบาดของโควิด-19 และเป็นเหตุให้ธุรกิจถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราว หรือกรณีต้องทำการกักตัว สำนักงานจะให้ผู้ประกันตนเบิกเงินทดแทนว่างงานในอัตรา 50% ของเงินเดือน (นับที่ 15,000 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีที่ธุรกิจห้างร้านไม่ได้ปิด แต่ต้องถูกบังคับให้กักตัวเพราะใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และทำให้สูญเสียรายได้ ก็สามารถมาเบิกเงินกับประกันสังคมได้ แต่กรณีนี้จะต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์หรือเอกสารจากกระทรวงสาธารณสุขประกอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ในช่วงการระบาดของโควิด-19 สำนักงานประกันสังคมก็มีมาตรการดูแลผู้ประกันตนหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นกรณีถูกเลิกจ้าง ทางประกันสังคมก็มีการขยายวงเงินในการจ่ายชดเชย จากเดิม 50% ก็เพิ่มให้เป็น 70% เดิมไม่เกิน 180 วัน ก็เพิ่มให้เป็น 200 วัน ซึ่งกรณีนี้จะช่วยถึง ก.พ.ปี 2565 หรือ 2 ปีนับตั้งแต่ปี 63 กรณีลาออก เดิมได้ 30% ก็เพิ่มให้เป็น 45% และได้ระยะเวลา 90 วัน (จากฐานค่าจ้าง 15,000 บาท)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 ระบาด สำนักงานประกันสังคมมีการจ่ายเงินในกรณีชดเชยการว่างงานสำหรับปี 2563 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ชดเชยการตกงาน-ลาออกตามปกติ 29,000 ล้านบาท และกรณีชดเชยการตกงานแบบสุดวิสัย 15,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2564 ยังไม่ได้มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการ เท่าที่ทราบมีการจ่ายชดเชยไป 700 ล้านบาท&amp;rdquo;
เอกชนปรับตัวรับการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท เพราะเนื่องด้วยธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาศัยคู่ค้าชาวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและในไทยเองเป็นหลัก ดังนั้นความตั้งใจในปัจจุบันคือ ต้องช่วยกันประคับประคองทั้งบริษัท ผู้เช่า คู่ค้า และพนักงาน ให้สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรควิกฤตินี้ไปด้วยกันให้ได้ สำหรับแผนการปรับลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายนั้นทางบริษัทไม่มีนโยบายดังกล่าว แต่ใช้แผนการบริหารด้านค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสม ณ ช่วงเวลาและสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทไม่มีนโยบายปลดพนักงานในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากพนักงานถือเป็นทรัพยากรอันมีค่าและมีส่วนสำคัญในการพัฒนาและเติบโตขององค์กรอย่างที่สุด อย่างไรก็ตามเราใช้วิธีบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เช่น การลดจำนวนการจ้างบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานในบริษัทลง และเน้นในเรื่องการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการทำงานในแต่ละสายงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัทให้ lean มากที่สุด อีกทั้งอะไรที่สามารถ save ได้ก็ต้องขอความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกๆ ฝ่ายให้ช่วยกัน เช่น การบริหารค่าใช้จ่ายในด้านการจ่าย Overtime (OT) เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป ไม่มีการลดพนักงาน แต่ก็มีการโยกย้าย (reallocate) พนักงานบางส่วน แบ่งไปทำใน 2 ส่วน คือ 1.ช่องทางออมนิแชนเนล เช่น Chat &amp;amp; Shop เพื่อเป็นการ support ลูกค้าที่ไม่สะดวกมาเดินห้างในช่วงนี้ ลูกค้าก็จะหันมาซื้อสินค้าในช่องทางดังกล่าวเยอะขึ้น และ 2.เป็นที่ทราบกันว่า ทางเดอะมอลล์ได้รับเลือกเป็นสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ช่วงนี้ไม่ได้มีลูกค้ามาจองจัดงานอีเวนต์ จึงเปิดห้อง MCC Hall ให้ กทม.เป็นสถานที่ฉีดวัคซีน และให้พนักงานบางส่วนมาทำหน้าที่อาสาสมัครให้บริการแก่ประชาชนที่เข้ามารับบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ได้มีมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าเช่า โดยลดภาระค่าเช่าให้กับร้านค้าทุกศูนย์การค้าในเครือเฉลี่ย 30-70% ตามประเภทกิจการ และกรณีมีเหตุจำเป็นต้องปิดร้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 บริษัทไม่ได้มีการเรียกเก็บค่าปรับ และมีมาตรการเชิงรุกทำความสะอาดครั้งใหญ่ทุกครั้งที่พบไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเข้าไปดูแล การกลับมาเปิดร้านอีกครั้งจะต้องดำเนินการภายใต้ทีมพนักงานชุดใหม่ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้มาใช้บริการและร้านค้าอื่นๆ ภายในศูนย์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กระทบการจ้างงานบางอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้แรงงาน ซึ่งเมื่อดูจากตัวเลขการจ้างงาน โดยเฉพาะในภาคบริการที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดนั้น มีการจ้างงานลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาคอุตสาหกรรมเองก็มีการจ้างงานลดลง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับการส่งออกนั้นจะมีปัญหาเรื่องนี้มากกว่า ส่วนกลุ่มที่เป็นภาคอุตสาหกรรมและเกี่ยวข้องกับการส่งออกด้วยนั้น ได้รับผลกระทบน้อยลงมาเนื่องจากยังมียอดสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาอยู่ตลอด แม้จะน้อยลงแต่ก็ยังไม่กระทบกับกลุ่มแรงงาน ซึ่งสรุปได้ว่าปัญหาเรื่องแรงงานที่เกิดขึ้นปัจจุบันนี้อยู่ที่ประเภทของงานโดยตรง เพราะบางอุตสาหกรรมก็ยังดี แต่บางอุตสาหกรรมก็แย่ ซึ่งแนวทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือเรื่องของการแก้ปัญหาโควิดก่อน เพื่อที่จะส่งเสริมมายังผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นภาคบริการหรืออุตสาหกรรมให้ดีขึ้น ให้สามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติไม่กระทบต่อการจ้างงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ มาตรการรัฐที่ออกมาก่อนหน้านี้น่าจะช่วยได้ระดับหนึ่ง โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มองตอนนี้คือเรื่องของประกันสังคม ก่อนหน้านี้ทาง ส.อ.ท.เคยเสนอแนวทางเพื่อเป็นการช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้ประกันตน โดยเสนอให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมต่อไปอีก 3 เดือน เนื่องจากการขาดสภาพคล่องของธุรกิจ และเสนอให้มีการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ส่วนของนายจ้างจาก 3% เหลือ 1% ของค่าจ้างผู้ประกันตน จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างด้านโครงสร้างพื้นฐานนั้น งานก่อสร้างขณะนี้กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ผ่านมาได้มีการประชุมติดตามกำกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข จัดทำแผนการตรวจสอบเชิงรุก โดยประสานกรมควบคุมโรคจัดทำแผนรับการฉีดวัคซีน และดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยภายในเดือนมิถุนายน 2564 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรฐานสาธารณสุข และตรวจเชิงรุกบุคลากรในสังกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้มีข้อสั่งการในเรื่องของการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้หน่วยงานในสังกัดตระหนักถึงความปลอดภัยของบุคลากร รวมถึงประชาชนที่มาติดต่อประสานงานหรือใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และให้ทุกหน่วยงงานปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามกล่าว
เศรษฐกิจทรุดหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของ &amp;ldquo;โควิด-19 ระลอกที่ 3&amp;rdquo; ถือว่ารุนแรงกว่าการระบาดในระลอกก่อนๆ อย่างชัดเจน จากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน อัตราการแพร่เชื้อที่สูงขึ้น จำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าการระบาดในระลอกดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรงมากที่สุดเมื่อเทียบกับการระบาดในช่วงอื่นๆ โดยเฉพาะการระบาดในระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 เพราะมาตรการรัฐที่ยังไม่เข้มงวดเท่า ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนยังสามารถดำเนินไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี &amp;ldquo;ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&amp;rdquo; คาดว่าการระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 นี้จะมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ อยู่ที่ 1.4-1.7% ต่อจีดีพี ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์การระบาด ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวสูงกว่าการระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 2 ซึ่งมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศอยู่ที่ 1.2% ต่อจีดีพี ขณะที่การระบาดในระลอกแรกมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศสูงสุดที่ระดับ 2.2% ต่อจีดีพี ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;ธนาคารโลก (เวิล์ดแบงก์)&amp;rdquo; ได้เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า จากความรุนแรงของผลกระทบในการระบาดของโควิด-19 จะทำให้มีคนไทย &amp;ldquo;ยากจน&amp;rdquo; เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.5 ล้านคน โดยผลกระทบต่อแรงงานจากการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2563 ทำให้งานหายไปกว่า 3.4 แสนตำแหน่ง ชั่วโมงการทำงานลดลง 2-3 ชั่วโมง การว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นถึง 9% ขณะที่ค่าจ้างลดลง 1.6% ส่วนไตรมาส 3/2563 ต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 4/2563 นั้น แม้ว่าสถานการณ์แรงงานจะเริ่มดีขึ้น และทำให้จำนวนงานเพิ่มขึ้น 8.5 แสนตำแหน่ง แต่ก็ยังมีจุดอ่อน คือ &amp;ldquo;ชั่วโมงการทำงานและค่าจ้างในภาคการเกษตรที่ยังต่ำกว่าในปีก่อนหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาจบใหม่ว่างงานสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกมาให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤติโควิด-19 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF Thailand) ปี 2563 พบว่า ประชาชนกลุ่มอายุ 15-24 ปี โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะเรียนจบ มีแนวโน้มที่จะว่างงาน เนื่องจากภาคเอกชนชะลอการจ้างงาน จึงทำให้ลดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพหรือทักษะในการประกอบอาชีพจากการไม่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงาน 14% หรือกว่า 1.3 ล้านคน และวัยทำงานที่เป็นคน &amp;quot;ว่างงาน&amp;rdquo; 17.9% หรือกว่า 6 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่าแรงงานทั้งในและนอกระบบส่วนมากยังไม่มีแผนการออม ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ด้วยสถานะของแรงงานในระบบทำให้แรงงานส่วนใหญ่กลายเป็นบุคคลที่มีทักษะเชิงเดี่ยว ไม่สามารถปรับตัวเพื่อประกอบอาชีพอื่นได้ในทันที จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงมีแนวโน้มที่จะมีคนว่างงานและคนที่มีรายได้น้อยลงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง เพราะขาดรายได้ ขาดความรู้ในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103972</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุปผา พันธุ์เพ็ง, สมพล ตรีภพนารถ, สำนักงานประกันสังคม, สุฐิตา โชติจุฬางกูร, สุพันธุ์ มงคลสุธี, อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป, แพลทินัม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab2ee7b285d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มบีเคเตรียมพลิกโฉมใหญ่หันโฟกัสลูกค้าชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2563 นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;(MBK) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;แนวทางในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะให้ความสำคัญไปกับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนไทยให้มากขึ้น เนื่องจากในอดีตศูนย์การค้าเอ็มบีเค มีชาวต่างชาติที่มาจากหลายประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศอาหรับ มุสลิม อินโดนีเซีย เยอรมัน และจีน เข้ามาใช้บริการมากกว่า 60-70% แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ไม่เอื้อต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าศูนย์การค้าหลายแห่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ต้องมีการปรับตัวกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนงานของบริษัทได้วางงบประมาณเบื้องต้นไว้ที่หลักพันล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงศูนย์การค้าฯ ให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคชาวไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารที่มองว่ายังคงไปได้ท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ จึงเริ่มทยอยเติมเต็มร้านอาหารเข้ามาในพื้นที่ชั้น G และ ชั้น 2 ที่ติดกับทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส ตอนนี้มีร้านอาหารและเครื่องดื่มที่คอนเฟิร์มแล้วประมาณ 9 ร้านค้า และยังมีอีกหลายแบรนด์ที่อยู่ในขั้นตอนการเจรจา เบื้องต้นในโซนร้านอาหารส่วนนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 - 05.00 น. ขึ้นอยู่กับแบรนด์ที่จะเปิดให้บริการว่าจะเป็นช่วงไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 3 ซึ่งเดิมทีจะมีกลุ่มสินค้าแฟชั่น ร้านจำหน่ายทองคำ จิวเวลรี่ เพื่อมาเป็นศูนย์รวมจำหน่ายสินค้าจีไออีกด้วย โดยจะคัดเลือกสินค้าในแต่ละฤดูตลอด 12 เดือนแต่ละปีเข้ามาจำหน่าย นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการผลักดันสินค้าจีไอ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์การค้าฯ ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงและร้านจำหน่ายของที่ระลึกแก่ชาวต่างชาติอยู่แล้ว และร้านเหล่านั้นได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างโซนเพื่อการศึกษาหรือศูนย์รวมสถาบันกวดวิชาใจกลางกรุง ชั้น 4,5,6 ตั้งเป้าเป็นเลิร์นนิ่งฮับ (Learning Hub) โดยเริ่มเปิดให้บริการบ้างแล้ว อาทิ สถาบัน KPH และจะเปิดเต็มรูปแบบครบ 19 สถาบันในต้นปี 2564 โดยชั้น 5 จะเป็นโซนบริการความงาม ตอบโจทย์กลุ่มผู้ปกครองที่มาดูแลบุตรหลาน ส่วนชั้น 4 โซนโทรศัพท์มือถือยังเป็นแม็กเน็ตที่สำคัญ โดยจะปรับพื้นที่ให้สวยงามมีพื้นที่ระหว่างทางเดินมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนไทยกว่าที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนเราไม่เคยจัดโซนในศูนย์ฯ ตอนนี้นับเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จากเดิมคนไทยมาเดินแล้วไม่รู้จะซื้ออะไร ก็จะมีทางเลือกมากขึ้น เพิ่มสินค้ากลุ่มอาหาร เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มแฟชั่นค่อนข้างชะลอตัว คาดการณ์ว่าตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 จะเห็นภาพชัดเจน แล้วเสร็จภายในปี 2564 และสามารถดึงผู้เข้าใช้บริการได้มากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80581</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับลูกค้าคนไทย, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), สมพล ตรีภพนารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87aff7d1861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 22:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MBK ประกาศงดเก็บค่าเช้าร้านค้าในเดือนพ.ค. พร้อมให้ส่วนลด 30-50% ในช่วง1 มิ.ย.-31 ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
14 พ.ค. 63- นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ เพลส เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เปิดเผยว่า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่เตรียมจะกลับมาเปิดให้บริการพร้อมศูนย์ฯอีกครั้ง หากรัฐบาลประกาศให้เปิดได้ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งดเก็บค่าเช่าร้านค้าที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-31 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ส่วนลดค่าเช่าเป็นสัดส่วน 30-50 % โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &amp;ndash; 31 สิงหาคม 2563 รวมระยะเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เปิดพื้นที่ลานโปรโมชันฟรี 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &amp;ndash; 31 สิงหาคม 2563 ให้ร้านค้าในศูนย์การค้าฯ สลับกันนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อสร้างบรรยากาศคึกคักในการจับจ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุค New Normal ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จึงร่วมกับ ผู้ประกอบการร้านค้า จัดกิจกรรมฺ Big cleaning ทำความสะอาดพื้นที่ทั่วทั้งศูนย์ฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่จะกลับมาใช้บริการอีกครั้ง หากรัฐบาลประกาศให้เปิดได้ในวันที่ 17 พฤษภาคม หรือจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กิจกรรม Big cleaning &amp;nbsp;ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค วางแผนจะร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าดำเนินการทำความสะอาดทั่วทั้งศูนย์เป็นประจำในทุกสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จากที่เตรียมไว้ทั้งหมด 129 ข้อปฏิบัติ ภายใต้ 3 แนวคิดหลักของศูนย์การค้า &amp;nbsp;คือ คัดกรอง ป้องกัน ปลอดภัย &amp;nbsp;อาทิ การจำกัดจำนวนคนเข้าศูนย์การค้าตามอัตราส่วนพื้นที่ใช้สอย 5 ตารางเมตรต่อผู้ใช้บริการ 1 คนเพื่อลดความหนาแน่นของผู้ใช้บริการ โดยใช้วิธีการนับจำนวนผู้ใช้บริการแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบตรวจจับผ่านกล้อง Artificial Intelligence &amp;nbsp;( AI CCTV) ที่ติดตั้งไว้ที่ประตูทางเข้าศูนย์การค้า โดยจะควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการภายในศูนย์ไม่ให้เกิน 28,000 คนจากพื้นที่ 140,000 ตารางเมตรทั้งหมดในศูนย์การค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65971</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรับมือโควิด, ลดค่าเช่า, สมพล ตรีภพนารถ, เปิดห้าง, เอ็ม บี เค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd64d674db5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
