<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าคิวซื้อเข็มบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชช.เข้าคิวซื้อเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรอบแรกคึกคัก &amp;nbsp; &amp;quot;ก.ต่างประเทศ&amp;quot; เตรียมถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ &amp;nbsp;วันที่ 6 พ.ค. ที่สถานทูต 98 แห่งทั่วโลกให้คนไทยในต่างแดนรับชม &amp;quot;สธ.&amp;quot; ส่งทีมแพทย์ 271 ทีมดูแลผู้มาร่วมงาน &amp;quot;มท.&amp;quot; จัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน 29 เม.ย.นี้ &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; สมัครจิตอาสางานพระราชพิธีฯพรึ่บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเปิดจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยห้างบิ๊กซีจัดจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ในบิ๊กซี 30 สาขา 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 รอบ การจำหน่ายรอบแรก ในวันที่ 25 เม.ย., รอบที่สอง วันอังคารที่ 30 เม.ย. และรอบที่สาม วันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ค. เพื่อให้ประชาชนได้อัญเชิญเข็มที่ระลึกนี้ประดับไว้เพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมฉลองในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจะได้เก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำเหตุการณ์สำคัญของชาติไทยที่เราคนไทยทุกคนจะได้มีส่วนร่วมครั้งหนึ่งในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนมาต่อคิวเพื่อซื้อเข็มที่ระลึกฯ เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้า โดยสงวนสิทธิ์สามารถซื้อได้คนละไม่เกิน 2 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ว่า สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และคณะผู้แทนถาวรไทยในต่างประเทศ รวม 98 แห่ง เตรียมจัดกิจกรรมและพิธีที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 6 พฤษภาคม จะร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลในช่วงเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงภายหลังประชุมคณะทำงานปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประพนธ์กล่าวว่า สธ.ได้ตั้งคณะทำงานปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ ส่วนกลางประสานสนับสนุนการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 2-6 พ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการเตรียมไว้ 2 ส่วน คือ 1.พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการแพทย์ได้สนธิกำลังกับ 4 เหล่าทัพ กทม. โรงเรียนแพทย์ เพื่อวางแผนให้การดูแลประชาชนในช่วงพระราชพิธี ทั้งรูปแบบของทีมหน่วยแพทย์ประจำจุด ทีมคัดกรองสุขภาพจิต ทีมเคลื่อนที่ และทีมรถพยาบาลลำเลียงกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าสู่โรงพยาบาลเครือข่ายทุกแห่งใน กทม. และ 2.ส่วนของภูมิภาค ซึ่งวันที่ 4-5 พ.ค. แต่ละจังหวัดอาจจะมีกิจกรรมของจังหวัดเอง ก็จะจัดสรรกำลังเข้ามาดูแล&amp;quot; นพ.ประพนธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า เราจะสื่อสารไปยังประชาชนที่จะมาร่วมพระราชพิธีให้มีการเตรียมตัว เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศร้อน ทำให้มีโอกาสขาดน้ำ อาหารอาจบูดเสียง่าย จึงควรรับประทานอาหารปรุงใหม่ และสวมเสื้อผ้าถ่ายเทอากาศได้ดี เตรียมน้ำดื่ม เตรียมเรื่องของการกันแดดให้ดี เช่น หมวก ร่ม พัด ผ้าเย็น เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคฮีตสโตรก แต่หากรู้สึกไม่สบายก็สามารถขอความช่วยเหลือคำปรึกษาได้เลยกับทีมแพทย์ที่จัดไว้ และหากเกิดเจ็บป่วยจริง ก็สามารถส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดตามระบบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้มีโรคประจำตัวให้พกยาติดตัวไว้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือเดินทางมาคนเดียว ให้เขียนชื่อนามสกุล ประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว โรงพยาบาลที่รักษาประจำ หมายเลขติดต่อญาติไว้กับตัวเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยหน่วยแพทย์มีจำนวนมาก ทั้งของ สธ. เหล่าทัพ โรงเรียนแพทย์ และภูมิภาคที่มาสนับสนุน การสลับสับเปลี่ยนก็จะดูความเหมาะสม คนทำงานก็อยู่ช่วง 8-12 ชั่วโมงก็มีการพัก และมีทีมเข้าไปทดแทน โดยวันซ้อมใหญ่วันที่ 28 เม.ย. และวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งจะมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ได้เตรียมทีมแพทย์ไว้รวม 271 ทีม ประกอบด้วย ทีมกู้ชีพระดับสูง 37 ทีม, ทีมกู้ชีพระดับพื้นฐาน 44 ทีม, ทีมเดินเท้า 185 ทีม และทีมปฐมพยาบาล 48 ทีม รวมทั้งมีจิตอาสาพระราชทานด้านการแพทย์และสาธารณสุขลงทะเบียน 883 คน และเตรียมทีมเสริมจากพื้นที่ปริมณฑลอีก 15 ทีม&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเข้ารับพระราชทานต้นไม้มงคล เมื่อวันจันทร์ที่ 15 เม.ย.2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเชิญไปปลูกบนถนนเฉลิมพระเกียรติ ทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ใน &amp;ldquo;โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ&amp;rdquo; ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์กล่าวว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคลประจำรัชกาลสำหรับแต่ละจังหวัด นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงได้แจ้งให้ทุกจังหวัดดำเนินการจัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน ในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.2562 เวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ บริเวณศาลากลางจังหวัด ในพื้นที่ที่เหมาะสม มีความสง่างาม สมพระเกียรติ และเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตในระยะยาวสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งประชาชนจิตอาสาในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าว เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำสมาชิกพรรค ประกอบด้วยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค, น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค และสมาชิก เดินทางไปลงทะเบียนสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สำนักงานเขตพระนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า พวกเราในนามพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศและคนไทย โดยกระจายกันสมัครหลายกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการ กาชาด และนิทรรศการ ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เดินทางไปลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครเฉพาะกิจ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีของพรรคเสรีรวมไทย และปวงชนชาวไทย ที่ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รวบรวมมาได้ ยังมีผู้สมัครของพรรคที่ไปสมัครตามเขตพื้นที่ของตัวเอง โดยแต่ละคนก็จะสมัครตามสาขาอาชีพที่ตนถนัด โดยส่วนตัวเป็นตำรวจ ก็สมัครในส่วนของดูแลรักษาความปลอดภัย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34492</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษฎี สันติพิทักษ์, พรพจน์ เพ็ญพาส, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, สมพาศ นิลพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cd63a417f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ซ้อม&#039;พิธีพลีกรรม&#039; ชวนประดับเข็มที่ระลึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อัศวิน&amp;quot; นำซ้อมเสมือนจริงพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์-ขบวนเชิญคนโทของ กทม. รัฐบาลชวนประชาชนประดับเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์เม.ย.-ก.ค.62 ผบ.ทบ.สั่งทหารทุกหน่วยสนับสนุนงานพระราชพิธีฯ เต็มกำลัง ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 เมษายน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการซักซ้อมเสมือนจริงพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์และเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) จากหอศาสตราคมในพระบรมมหาราชวัง ไปยังกระทรวงมหาดไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงเช้า เวลา 11.00 น. คณะผู้บริหารกทม. ที่จะเข้าร่วมริ้วขบวนร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงรายละเอียดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เส้นทางการเดิน วิธีการเดิน และขั้นตอนการปฏิบัติในริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำฯ ทั้งนี้ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการซักซ้อมไปแล้วที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ซึ่งพบว่าการเดินริ้วขบวนยังไม่พร้อมเพรียง จึงได้พิจารณาปรับรูปแบบริ้วขบวนใหม่ เพื่อให้เกิดความสง่างามและสมพระเกียรติ โดยวิธีการเดินลักษณะเป็นแถวตอนแถวละ 10 คน ระยะห่างระหว่างแถว 1 เมตร จัดให้ผู้บริหารชายนำหน้า ต่อด้วยผู้บริหารหญิง &amp;nbsp;และพิจารณาเรียงลำดับจากความสูง เพื่อให้การก้าวเดินมีความพร้อมเพรียงและสวยงามยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการซ้อมริ้วขบวนในครั้งนี้ สำนักงานจราจรและขนส่ง กทม. ได้ทำเครื่องหมายกำหนดจังหวะก้าวเดินบนพื้นถนนที่ริ้วขบวนผ่านทุก 200 เมตร ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่จริง พบจุดคับขัน 3 จุดได้แก่ จุดหน้าพระลานเข้าถนนสนามไชย, จุดถนนสนามไชยเข้าถนนกัลยาณไมตรี และจุดกัลยาณไมตรีเข้าถนนอัษฎางค์ ซึ่งเป็นเส้นทางเลี้ยว จึงได้ทำเครื่องหมายตีระยะกำหนดการเดินไว้ โดยตลอดการเดินริ้วขบวนจะมีผู้ควบคุมคอยกำกับ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้ฝึกซ้อมริ้วขบวนยืนตัวตรงเชิดหน้า อกผายไหล่ผึ่ง และงดสวมใส่เครื่องประดับ พร้อมให้แนวทางการเดินริ้วขบวนต้องมีความอดทน และเดินด้วยความพร้อมเพรียง ทั้งในการฝึกซ้อมและในวันจริงวันศุกร์ที่ 12 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.อัศวินออกเดินทางจาก กทม. ไปยังหอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กทม. พร้อมกันบริเวณถนนหน้าพระลานเพื่อตั้งแถวริ้วขบวน จากนั้นผู้ว่าฯ กทม. ซ้อมการตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ในหอศาสตราคม พร้อมเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมขึ้นรถยนต์บริเวณหน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่อออกไปยังริ้วขบวนบริเวณถนนหน้าพระลาน จากนั้นผู้ควบคุมริ้วขบวนให้สัญญาณทำความเคารพน้ำศักดิ์สิทธิ์ เมื่อรถยนต์เชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์มาถึงถนนหน้าพระลานและเข้าประจำในริ้วขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.00 น. ผู้ควบคุมริ้วขบวนให้สัญญาณเคลื่อนริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จากถนนหน้าพระลานไปยังกระทรวงมหาดไทย และในเวลา 14.42 น. ริ้วขบวนเชิญถึงกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการ กทม. และผู้บริหาร กทม. เชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปยังห้องดอกแก้วชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรอการประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกในวันที่ 18 เม.ย.2562 เวลา 17.19-21.30 น. ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวภายหลังจากฝึกซ้อมริ้วขบวน​ว่า เป็นการซ้อมในพื้นที่จริงครั้งแรก ซึ่ง กทม.ได้ทำการบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อนำมาปรับให้ริ้วขบวนมีความสง่างามและพร้อมเพรียงมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการซักซ้อมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เนื่องจากข้าราชการพลเรือนนั้นไม่ได้ฝึกฝนเรื่องระเบียบแถวและวิธีการเดินเหมือนข้าราชการทหารหรือตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการซ้อมริ้วขบวนแล้ว กทม.ยังได้รับมอบหมายให้ปรับพื้นผิวการจราจร ซึ่งขณะนี้ดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงงานขีดสีตีเส้นที่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงการปรับภูมิทัศน์บริเวณศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งทำงานร่วมกับสำนักการโยธา กทม. และยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยการประดับไม้ดอกไม้ประดับที่มีความสวยงาม โดยเน้นดอกไม้สีเหลืองแซมสีขาวในบริเวณที่มีงานพระราชพิธีและมีริ้วขบวนพาดผ่าน และมีการประดับไฟ ซึ่ง กทม.รับผิดชอบร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง โดยงานทุกอย่างจะต้องเสร็จสมบูรณ์ในสิ้นเดือน เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้ ปวงชนชาวไทยจะได้เห็นความสง่างามของพิธีและริ้วขบวนอิสริยยศต่างๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนหากใครมีโอกาสมารับเสด็จก็ดี หรือรับชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย&amp;quot; พล.ต.อ.อัศวินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ กทม. ประกอบด้วย วงดุริยางค์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริ้วขบวนธงชาติและธงตราสัญลักษณ์พิธีบรมราชาภิเษกโดยเจ้าหน้าที่เทศกิจ 50 คนจากเขตต่างๆ ใน กทม. และริ้วขบวนผู้บริหาร กทม. ซึ่งมีผู้เข้าร่วมขบวน ประกอบด้วย ผู้ตรวจราชการสูง, หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักปลัด กทม., ผู้อำนวยการสำนักงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ กทม. (ก.ก.) และสำนัก, ผู้อำนวยการกองหรือผู้อำนวยการส่วนในสังกัดสำนักงาน ก.ก. สำนักและส่วนราชการในสังกัดสำนักปลัด กทม. และผู้อำนวยการโรงพยาบาลรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล รวมจำนวนทั้งสิ้น 423 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์พร้อมความหมายเพื่อใช้ในการเผยแพร่งานพระราชพิธีฯ โดยรัฐบาลได้มอบให้ สปน.ให้ดำเนินการจัดทำเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามที่รัฐบาลได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำขึ้น เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป และให้ประชาชนได้เชิญไปประดับในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยรายได้จากการจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น รัฐบาลจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมประดับเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ในระหว่างเดือนเม.ย.-ก.ค.2562 โดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ สปน.เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถสั่งจองเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งจองผ่านระบบร้านค้าออนไลน์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เว็บไซต์ thailandpostmart.com ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยสามารถสั่งจองได้โดยไม่จำกัดจำนวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.) ประจำเดือนเม.ย. โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้แจ้งต่อที่ประชุมในเรื่องของช่วงเดือน เม.ย.นี้เป็นช่วงต้นของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยทหารที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนเตรียมการพระราชพิธีฯ ให้มีผลการปฏิบัติที่ดีที่สุด โดยช่วงเดือน เม.ย. เป็นในส่วนของพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดต่างๆ โดยมอบหมายให้หน่วยทหารที่อยู่ในทุกจังหวัดให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ จนกระทั่งเข้าสู่การดำเนินงานก่อนพระราชพิธีฯ และหลังพระราชพิธีฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33006</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สมพาศ นิลพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca615a03b2df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเทพฯทรงแนะ ถ่ายทอดสดพระราชพิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเทพฯ&amp;quot; ทรงแนะนำการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;quot;ฉัตรชัย&amp;quot; เผยใช้กล้อง 200 ตัวถ่ายทอดประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ย้ำถวายความปลอดภัยสูงสุด ผบ.เหล่าทัพพอใจซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เวลา 15.00 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมด้วยนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชน และเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ 50 หน่วยงาน เข้าร่วมพิธีรับมอบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวระหว่างพิธีรับมอบฯ ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์พร้อมความหมาย เพื่อใช้เผยแพร่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และขอเชิญชวนร่วมกันประดับตราสัญลักษณ์พร้อมธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ตามอาคารบ้านเรือน ส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 4 พ.ค.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 3 โดยเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการประชาสัมพันธ์เข้าร่วมประชุมและรับทราบความคืบหน้า และจะสรุปผลการประชุมให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งคณะอนุกรรมการฝ่ายสารัตถะได้รายงานความคืบหน้า มีการอบรมให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารและการใช้ถ้อยคำในงานพระราชพิธีฯ อย่างถูกต้องแก่สื่อมวลชนแล้วกว่า 200 คน เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ได้ชี้แจงการวางแผนงานพระราชพิธีฯ ตั้งแต่พิธีพลีกรรม 6 เม.ย. 76 จังหวัดทั่วประเทศ จะถ่ายทอดสดเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของงาน และในวันที่ 18 เม.ย. จะเป็นพิธีเสกน้ำอภิเษกจากกรุงเทพฯ และ 76 จังหวัด ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยจะมีการวางแผนการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักพระราชวัง และในช่วงเวลาสำคัญที่สุดวันที่ 4-6 พ.ค. มีการวางแผนจะใช้รถถ่ายทอดสดจำนวน 19 คัน และใช้กล้องโทรทัศน์จำนวน 200 ตัว เพื่อถ่ายทอดงานพระราชพิธีฯ ทุกขั้นตอน ให้ประชาชนได้เห็นภาพและรับชมอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้นำรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี อันเป็นข้อห่วงใย 2 ประการ คือ &amp;nbsp;1.ผู้บรรยายบางครั้งบรรยายจนเสียบรรยากาศ จนทำให้ผู้ชมการถ่ายทอดพระราชพิธีฯ เสียบรรยากาศ จะต้องระมัดระวัง ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้ชี้แจงว่าจะใช้บทบรรยาย ไม่มีการบรรยายสด เพื่อลดความผิดพลาด และจังหวะเวลาที่ควรบรรยายหรือไม่ควร ส่วนเรื่องที่ 2 ในพระราชพิธีฯ ซึ่งหลักๆ อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ต้องไม่มีการใช้อุปกรณ์ในการถ่ายทอดสดมากเกินไป ซึ่งที่ประชุมได้ชี้แจงจะใช้รูปแบบอัตโนมัติ โดยไม่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ถือว่าได้นำแนวทางที่ทรงห่วงใยมาดำเนินการแก้ไข&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ ตนยังได้เน้นย้ำถึงการสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้ชี้แจง ขณะนี้มีการเผยแพร่งานพระราชพิธีฯ ผ่านช่องทาง h ttps://phralan.in.th และเฟซบุ๊กพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ประชาชนสามารถศึกษาเรื่องราวพระราชพิธีฯ หรือกำหนดการพระราชพิธีฯ ซึ่งเป็นพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่ามีการจัดโต๊ะหมู่ 2 รูปแบบ คือรูปแบบที่ 1 ตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมเครื่องราชสักการะ รูปแบบที่ 2 ติดตั้งตราสัญลักษณ์ภายในหน่วยงาน อาคาร บ้านเรือน ซึ่งประชาชนสามารถดูแบบตัวอย่างได้ที่ h ttps://phralan.in.th
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาว่าการกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อมอบนโยบายและเตรียมความพร้อมการดำเนินการตามแผนการถวายความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกดูแลพี่น้องประชาชน โดยด้านการถวายความปลอดภัยในพื้นที่พระราชพิธีฯ และเส้นทางเสด็จฯ &amp;nbsp;กำหนดแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบถวายความปลอดภัยสูงสุด โดยมีจุดคัดกรองควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตามเส้นทางหลัก ให้มีผลกระทบน้อยที่สุดกับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ และให้เจ้าหน้าที่ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการรักษาความปลอดภัย ได้เตรียมพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชน 3 พื้นที่ เพื่อรองรับประชาชนทั้งพื้นที่ชั้นในรอบพื้นที่พระราชพิธี พื้นที่ชั้นกลางรองรับประชาชนในกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ชั้นนอกรองรับประชาชนจากปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ ด้านการดูแลและอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;จะกำหนดปิดการจราจรในเส้นทางเท่าที่จำเป็น เฉพาะช่วงเวลา และจะเปิดการจราจรให้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันได้กำหนดเส้นทางเลี่ยงโดยรอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำจุดแนะนำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้จัดรถโดยสารบริการรับ-ส่งประชาชน จากจุดจอดรถเข้ามาพื้นที่รวมพล โดยรอบพื้นที่งานพระราชพิธีฯ ประกอบด้วย บ้านพิษณุโลก, บ้านมนังคศิลา, วัดเทพศิรินทร์, สวนสาธารณะสะพานพระพุทธยอดฟ้า, เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และเชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี โดยทุกพื้นที่รวมพล จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงครัวพระราชทาน ห้องสุขา การบริการด้านสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรได้ย้ำว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพิธีสำคัญศักดิ์สิทธิ์ และถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่เจ้าหน้าที่จากทุกส่วนราชการได้ทำงานร่วมกัน ขอให้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมมอบเป็นนโยบาย ขอให้ความสำคัญ มาตรการงานข่าวเชิงลึก และเตรียมการถวายความปลอดภัยสูงสุด โดยให้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติงานตามแผนงานให้รอบคอบ รัดกุม โดยเฉพาะการถวายความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย การขนส่งและการจราจร รวมทั้งงานบริการทางการแพทย์ พร้อมทั้งขอให้ร่วมกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวมทุกจังหวัด&amp;quot; พล.ท.คงชีพระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 11 ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ทม.ร.11 รอ.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและฝึกซ้อมขบวนพระราชอิสริยยศ ริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กับผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ผลการซักซ้อมของทุกขบวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการพัฒนาไปมากในเรื่องความพร้อมเพรียง และการประสานสอดคล้องกันในแต่ละส่วนราชการ จากนั้นจะเป็นการซักซ้อมในพื้นที่จริงภายนอก ในวันที่ 17-21-28 เม.ย.2562 โดยในช่วงการซักซ้อมดังกล่าว ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาร่วมสังเกตการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ข่าวที่อาจมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ส่งผลกระทบในระหว่างช่วงพระราชพิธีฯ ก็มีหน่วยต่างๆ ได้เตรียมการไว้อย่างพร้อมเพรียงเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32478</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, สมพาศ นิลพันธ์, สมเด็จพระเทพฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cdb23f3c07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวงสัญญา&#039;แบม&#039;ไม่ได้งาน &#039;ไก่อู&#039;แจงเข้าปปท.เร็วๆนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะทำตามสัญญา? &amp;quot;น้องแบม&amp;quot; ทวง พม. ไหนบอกจบแล้วได้งานทำเลย โทร.ไปหาได้รับคำตอบให้สมัครสอบตามขั้นตอน แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ เศร้าเหมือนถูกทอดทิ้ง เผยยังหวาดระแวงจากการถูกข่มขู่&amp;nbsp;
ขณะที่ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ฟุ้งผลงานเงินทอน โกงคนจน ระบบราชการใสสะอาด ป.ป.ช.โต้ &amp;quot;ประมนต์&amp;quot; ยันทำงานเร็วไม่ตามกระแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม อดีตนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทุจริตโครงการสงเคราะห์ผู้ป่วยยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนมีการตรวจสอบและพบว่ามีการทุจริตจริง ก่อนมีการขยายผลตรวจสอบไปในภาพรวมทั่วทั้งประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สำเร็จการศึกษาแล้ว และมหาวิยาลัยรังสิตได้ประสานเรื่องการให้ทุนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทตามที่เคยแจ้งไว้ และได้ศึกษาต่อเทอมแรกที่วิทยาลัยนวัตกรรม สาขาผู้นำสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการทำงานตามที่ภาครัฐและเอกชนเคยบอกไว้นั้น ขณะนี้โรงแรมโฆษะได้รับเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ส่วนกระทรวงหรือหน่วยงานราชการที่เคยแจ้งไว้ว่าจะรับเข้าทำงานนั้น ได้รับการติดต่อจากค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี เพื่อรับเข้าทำงาน แต่เนื่องจากว่าปัจจุบันสุขภาพของบิดามารดาไม่แข็งแรง บิดาต้องเดินทางไปพบแพทย์บ่อยครั้ง อีกทั้งมีความตั้งใจว่าอยากเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ตามชนบท จึงไม่ได้เข้าทำงานตามที่ถูกเรียกตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้ประสานไปยังผู้ใหญ่ในกระทรวง พม.ตามที่เคยรับปากไว้ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเมื่อเรียนจบจะรับเข้าทำงาน และถ้าพร้อมทำงานให้โทรศัพท์แจ้งได้ ซึ่งผู้ใหญ่ในกระทรวง พม.ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เมื่อเคลียร์ทุกอย่างลงตัว จึงโทรศัพท์ไปหา พร้อมแจ้งความประสงค์ว่าอยากทำงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น แต่คำตอบที่ได้คือ ถ้ามีประกาศรับสมัครคนเข้าทำงานให้สมัครเข้ามาตามขั้นตอน และสอบตามขั้นตอน แต่ยังไม่ทราบว่าจะประกาศรับสมัครเมื่อใด คำตอบที่ได้ทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ไม่ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ เพราะเมื่อเปรียบกับผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษรายอื่นๆ ตัวเองเหมือนถูกทอดทิ้ง ทำให้รู้สึกน้อยใจเหมือนกันที่ไม่เป็นไปตามที่หวังและที่ได้ยินจากปากของผู้ใหญ่ที่ได้กล่าวไว้ต่อหน้าผู้นำประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปณิดากล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันครอบครัวยังต้องอยู่อย่างระมัดระวังตัวกว่าเดิม ถึงแม้การข่มขู่จากเสียงที่มองไม่เห็นไม่มีมานานแล้ว แต่ยังคงหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าในสังคมที่เราเจอ มีใครเป็นมิตรหรือแอบแฝงอะไรอยู่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นี่คือระบบของข้าราชการไทยที่ไม่ดี แต่ถ้ามีผู้ใหญ่ฝากไปก็จะได้ทันที เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพล.อ.ประยุทธ์ แต่จริตของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่มีสัจจะ แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ สั่งคำไหนคำนั้นอย่างแน่นอน มีอำนาจเต็มตาม ม.44 ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ แต่เรื่องนี้อาจจะช้าสักหน่อย เพราะ น.ส.ปณิดาเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่นามสกุลใหญ่โต กอปรกับระบบข้าราชการเช้าชามเย็นชามอยู่แล้ว ไม่ใช่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างที่โฆษณาไว้ แต่สุดท้ายในระบบราชการต้องมีที่ว่างสำหรับบัณฑิตที่มีอุดมการณ์อย่าง น.ส.ปณิดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน ได้แก่ นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิษณุกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;ประชาชน ภาครัฐโปร่งใส ร่วมพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา มีรายงานว่ามีการทุจริตใหญ่เป็นคดีความอยู่กว่า 30 เรื่อง บางเรื่องมีมูลค่ามหาศาลเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท เช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการมันสำปะหลัง โดยเมื่อรายงานคณะรัฐมนตรีแล้ว ก็ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ย้ำว่ารัฐบาลใส่ใจกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้รวดเร็วในพริบตาเดียว หากไม่ปรับปรุงวิธีการทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นวันนี้จึงต้องเสริมคน เงิน และอำนาจเข้าไป แต่ก็ยังไม่พอ เพราะที่สำคัญจะต้องสร้างเครือข่ายทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ประชาสังคม และประชาชน ฉะนั้นทุกหน่วยงานจึงต้องแสวงหาความร่วมมือ ขออย่าท้อถอยต่อการแก้ปัญหาการทุจริต เราจะต้องทำให้เข้มแข็งขึ้น มีช่องโหว่ต้องอุด มีช่องว่างต้องเอาอะไรมาถม เหมือนกับที่ ป.ป.ช.ตั้งเป้าว่า ในปี 2564 ประเทศไทยต้องได้คะแนนดัชนีการทุจริต (ซีพีไอ) 50 คะแนน เพราะมีผลอย่างมากต่อการลงทุนของต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกัน การที่มีข่าวตรวจสอบทุจริตที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นคดีเงินทอนวัด เงินใต้โต๊ะ หรือเงินคนไร้ที่พึ่ง พยายามขุดคุ้ยเรื่องเหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่ง่าย แต่ต้องทำ เชื่อว่าจะสำเร็จได้ หากทำได้ระดับหนึ่ง ก็จะทำให้ระบบราชการใสสะอาดและประเทศดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;เครือข่ายเข้มแข็ง ภาครัฐโปร่งใส ใครได้ประโยชน์&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ตอนนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เปิดตำแหน่งไว้จำนวน 100 อัตรา เพื่อรองรับผู้ที่ถูกปรับย้ายจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เพื่อเปิดทางตรวจสอบการทำงาน หรือถูกร้องเรียนในประเด็นต่างๆ ซึ่งขณะนี้ใช้ไปแล้ว 40 อัตรา เหลืออีก 60 อัตรา โดยต้องถูกย้ายให้มานั่งทำงานภายในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล แต่ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวคับแคบไม่เพียงพอ จึงได้ไปเช่าพื้นที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อรองรับกรณีมีผู้ถูกโยกย้ายตามคำสั่งดังกล่าวเพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานทำงานบนหลักธรรมาภิบาลและโปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุการทำงานของป.ป.ช.ล่าช้าว่า การทำงาน ป.ป.ช.ไม่ได้ล่าช้าตามที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เพราะยึดหลักการในเรื่องหลักฐานที่จะต้องมีเวลาและขั้นตอน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำให้บางครั้งจะต้องใช้เวลา เช่น เรียกพยานมาสอบ บางครั้งพยานจะขอเลื่อน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ต้องการให้ ป.ป.ช.ทำงานเร็วขึ้น คือทำงานให้แล้วเสร็จภายในสองปี ขยายได้ 1 ปี ไม่เกิน 3 ปี ก็จะทำให้ ป.ป.ช.ทำงานเร็วขึ้น มีการวางกฎเกณฑ์ ระเบียบใหม่ เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่สำคัญ โดยไม่กระทบความเป็นธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าอยู่ระหว่างการรอหลักฐานจากต่างประเทศ เพราะได้มีการส่งหนังสือไปยังต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลนาฬิกาที่สมบูรณ์ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายวรวิทย์ไม่ยอมพูดถึงความเห็นของนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. ที่เปรียบเทียบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 (GT200) เหมือนพระเครื่องว่า เป็นความคิดของท่าน อย่าให้ตนไปพูดถึงความเห็นนี้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อฟังเหตุผลของกรรมการ ป.ป.ช.ท่านนั้นแล้วรู้สึกช็อก หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก เราจะจับทุจริตได้อย่างไร หรือคือวิธีดองเรื่อง หรือสองมาตรฐาน นึกไม่ถึง ป.ป.ช.ใช้เวลานานหลายปียังชี้มูลความผิดคดี GT200 ไม่ได้ เพราะจากความเชื่อดังกล่าวอย่างนั้นหรือ สำหรับการตรวจสอบ GT200 ในต่างประเทศ ศาลอังกฤษได้ตัดสินจำคุกประธานบริษัทผู้จำหน่าย &amp;nbsp;GT200 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 7 ปี ในข้อหาฉ้อโกง ยึดทรัพย์อีกเกือบ 400 ล้าน เพราะตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์แล้วพบว่าเป็นสินค้าหลอกลวง ไม่มีคุณภาพตามโฆษณา โดยหลังศาลอังกฤษตัดสินคดีดังกล่าว คนไทยเรียก GT200 ว่า ไม้ล้างป่าช้าลวงโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สังคมคาดหวังการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.อย่างเที่ยงตรง ไม่สองมาตรฐาน ที่สำคัญศาลอังกฤษได้ลงโทษจำคุกผู้ผลิตฐานผลิต GT200 สินค้าลวงโลกไปนานแล้ว &amp;nbsp;แต่องค์กรในการตรวจสอบของประเทศไทยยังมะงุมมะงาหราแค่การตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายปีแล้ว จึงไม่แปลกใจที่จะถูกวิพากษ์ว่าสองมาตรฐาน แล้วบ้านเมืองจะเรียกว่าปกครองโดยธรรมได้อย่างไร ทางแก้ ต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ด้วยการตรวจสอบอย่างมีองค์ความรู้ ยุติธรรม ไม่สองมาตรฐาน บ้านเมืองถึงจะได้ชื่อว่าปกครองโดยธรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งในการสร้างความปรองดองของประชาชนในชาติ&amp;quot; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน 35 กล่าวว่า ตามที่นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันออกมาให้คะแนนรัฐบาลเรื่องต่อต้านการทุจริตเต็ม 100 คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 และภาคประชาชนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง รัฐบาลสอบตกเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ประชาชนยังคาใจในปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันรัฐบาลนี้หลายเรื่อง เช่น เรื่องนาฬิกา พล.อ.ประวิตรที่ ป.ป.ช.ยังยื้อเวลาการตรวจสอบ ปัญหาการทุจริตในองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) เรื่องการขุดลอกคลอง ปัญหาการทุจริตช่วยคนลำบากของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปัญหาทุจริตในกระทรวงศึกษาฯ ข้อสงสัยปัญหาทุจริตในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ปัญหาการเอื้อประโยชน์นายทุนขนาดใหญ่ ปัญหาทุจริตร้านธงฟ้าประชารัฐขายเกินราคา ปัญหาการเอาที่ดินมักกะสันรวมเข้ากับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ปัญหาทุจริตในกองทุนอนุรักษ์พลังงานของกระทรวงพลังงาน ปัญหาการซื้อหุ้นเหมืองถ่านหิน และปัญหาทุจริตโรงไฟฟ้าชีวมวลของกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16515</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประจักษ์ บุญยัง, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วรวิทย์ สุขบุญ, วัชระ เพชรทอง, วิษณุ เครืองาม, สมพาศ นิลพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87f393b6aec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเตรียมเช่าพื้นที่ศูนย์ราชการฯ รองรับข้าราชการโดนม.44 เด้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมพาศ นิลพันธ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;ส.ค. 61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู)&amp;nbsp;การเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน ได้แก่ นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;เครือข่ายเข้มแข็ง ภาครัฐโปร่งใส ใครได้ประโยชน์&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ตอนนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)เปิดตำแหน่งไว้จำนวน 100 อัตรา เพื่อรองรับผู้ที่ถูกปรับย้ายจากคำสั่ง หัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เพื่อเปิดทางตรวจสอบการทำงาน หรือ ถูกร้องเรียนในประเด็นต่างๆ ซึ่งขณะนี้ใช้ไปแล้ว 40 อัตรา เหลืออีก 60 อัตรา โดยต้องถูกย้ายให้มานั่งทำงานภายในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล แต่ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวคับแคบไม่เพียงพอ จึงได้ไปเช่าพื้นที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพื่อรองรับ กรณีมีผู้ถูกโยกย้ายตามคำสั่งดังกล่าวเพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้ข้าราชการและผู้ปฎิบัติงานทำงานบนหลักธรรมาภิบาล และโปร่งใส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16494</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา44, สมพาศ นิลพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87d32ea7163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยโคลนถล่มจ.น่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยครอบครัวผู้ประสบภัยโคลนถล่ม จ.น่าน โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบเป็นขวัญกำลังใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เสียใจ สั่งจังหวัดเยียวยาทุกครอบครัว &amp;quot;มท.1&amp;quot; เตรียมบินลงพื้นที่เกิดเหตุ &amp;quot;มทภ.3&amp;quot; ส่งทหารสำรวจ 4 จว.ภาคเหนือเสี่ยงดินถล่มอีก &amp;quot;อุตุฯ&amp;quot; เตือนทั่ว ปท.ระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ก.ค. เวลา 13.35 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขปัญหาการเกิดภัยพิบัติ (ดินโคลนถล่ม) ในพื้นที่บ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.บ่อเกลือ เสร็จแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 261 ถุง ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติ (ดินโคลนถล่ม) ที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งเกิดฝนตกหนักทำให้เกิดดินโคลนสไลด์ทับบ้านเรือนราษฎรบ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 อ.บ่อเกลือ ทำให้ราษฎรเสียชีวิต 8 ราย บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 261 ครอบครัว ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านสะหว้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดภัยพิบัติให้ได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่ จ.น่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย โดยเบื้องต้นได้รับรายงานสาเหตุของการเกิดดินโคลนถล่มในครั้งนี้ เกิดจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ดินภูเขาไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทางจังหวัดช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะในช่วงนี้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้ จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 30 ก.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังจากเกิดเหตุดินถล่มที่อำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน โดย พล.อ.อนุพงษ์จะออกเดินทางจาก บน.6 กองทัพอากาศ เวลา 07.00 น. และจะมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้กำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบสาธารณภัยที่ จ.น่าน และจังหวัดอื่นๆ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ทราบว่าได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีผู้ประสบภัยในเรื่องการมอบเงินช่วยเหลือ ทั้งในด้านการเสียชีวิต บ้านเรือนเสียหาย รวมทั้งช่วยเหลือเครื่องอุปโภค เครื่องใช้จำเป็น รัฐบาลมอบนโยบายว่าการมอบเงินและความช่วยเหลือด้านอื่นให้กระทำอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสมพาศกล่าวเสริมถึงมาตรการเยียวยาเหตุดินถล่มที่ จ.น่าน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 รายว่า กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จะจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดงานศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนกรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง กองทุนจะจ่ายเงินเป็นค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านหลังละไม่เกิน 2.3 แสนบาท กรณีบ้านเสียหายมาก หลังละไม่เกิน 7 หมื่นบาท และกรณีเสียหายเล็กน้อย หลังละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท โดยเงินดังกล่าวสามารถนำจ่ายได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวเรื่องนี้ว่า บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4 หลัง มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ซึ่ง ปภ.จ.น่านได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน โดยได้อพยพประชาชนในพื้นที่กว่า 100 คนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านสว้า ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ พร้อมให้การดูแลในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;
มทภ.3ห่วง4จว.ดินสไลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มบ้านห้วยขาบ ณ โรงเรียนบ้านสว้า จ.น่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าฯ จ.น่าน พร้อมด้วยนางโศภาพรรณ วิมลรัตน์ นายกเหล่ากาชาด จ.น่าน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิต พร้อมมอบถุงยังชีพ ผ้าห่ม แก่ผู้ประสบภัย จำนวน 120 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาลกล่าวว่า ขอให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และจะดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป ด้านการช่วยเหลือประชาชนนั้น มีทั้งภาครัฐภาคเอกชนร่วมให้การช่วยเหลือ อาทิ ด้านการดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย จิตใจ เครื่องนอน ผ้าห่ม อาหาร น้ำอุปโภคบริโภค จากรถประปาเคลื่อนที่ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพอากาศในพื้นที่ขณะนี้ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่อื่นๆ ให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มในระยะนี้อย่างใกล้ชิด&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.น่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3) กล่าวว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองทัพภาคที่ 3 สำรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จ.ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน และเพชรบูรณ์ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ถล่มเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ที่มีการทับถมตามเส้นทางสัญจรต่างๆ โดยนำสถิติการเกิดเหตุมาเป็นแนวทาง และเหตุการณ์ที่ จ.น่าน ก็เป็นพื้นที่จุดเสี่ยงที่ทางกองทัพภาค 3 เฝ้าระวังอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เกิดเหตุการณ์ดินโคลนสไลด์ทับถล่มบ้านเรือนเหมือนในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งทหารเข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ทั้งอาสาสมัครทหารพราน และทหารหลักที่อยู่ในพื้นที่ จ.น่าน ทั้งกองพันทหารม้าที่ 10 กองพันทหารม้าที่ 15 และกรมทหารพรานที่ 32 โดยมีมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นผู้กำกับดูแล พร้อมส่งยุทโธปกรณ์เข้าไปเสริมการปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย และมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นอาสาสมัครทหารพรานประสบเหตุการณ์สูญเสียไป 1 ครอบครัวเช่นกัน&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 7 เรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29-31 ก.ค.61 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคตะวันออก ให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) กล่าวว่า บก.ปภ.ช.ได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัยรับมือฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม รวมถึงคลื่นลมแรงซัดชายฝั่ง กรณีเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มให้แจ้งเตือนประชาชนรับทราบ และชี้แจงถึงความจำเป็นในการต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพที่จังหวัดสามารถรับมือสถานการณ์ภัยได้ ให้แจ้ง บก.ปภ.ช.เพื่อประสานให้การช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน รวมทั้งชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ตลอดจนนักท่องเที่ยวควรงดการประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท&amp;quot; ปลัด มท.กล่าว
หลายจังหวัดเริ่มจมบาดาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ จ.นครพนม กล่าวว่า ได้รับแจ้งเตือนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงติดลำน้ำก่ำและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันความเสียหาย ประชาชนควรขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง คือ 1.บ้านนาขาม ต.วังยาง 2.บ้านนาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก 3. บ้านน้ำก่ำ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม 4.บ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร 5.บ้านตับเต่า ต.หนองเทาใหญ่ อ.ปลาปาก 6.บ้านโพธิ์ทอง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม และพื้นที่ใกล้เคียง 7.บ้านหนองบึง ต.นาด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อำเภอธาตุพนมได้รายงานสถานการณ์แม่น้ำโขงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและเส้นทางจักรยานในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ดอนนางหงส์ น้ำท่วมความยาวตามแนวตลิ่งประมาณ 2.7 กม. ส่วนพื้นที่การเกษตรริมโขงน้ำท่วมทั้งหมด และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่ตำบลนาถ่อนเรื่อยมาจนถึงเขตธาตุพนม&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.นครพนมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.นครพนมมีทั้งหมด 12 อำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 8 อำเภอ คือ 1.ท่าอุเทน 2.เรณูนคร 3.ธาตุพนม 4.โพนสวรรค์ 5.บ้านแพง 6.ปลาปาก 7.เมืองนครพนม และ 8.นาแก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สกลนคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกลงมาอย่างหนักใน จ.สกลนคร ส่งผลให้หลายพื้นที่มีปริมาณน้ำหนุนสูง ที่หมู่บ้านโพนแคใหญ่ หมู่ 2 ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว ปริมาณน้ำลำห้วยซิ ได้เอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 40 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องอพยพขนข้าวของขึ้นที่สูง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้าน และต้องตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกไปที่แห้งเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำบางส่วนท่วมสูงถึง 1 เมตร 30 เซนติเมตร ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเก็บและเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไม่ทัน การสัญจรในพื้นที่ขณะนี้ต้องพึ่งเรือและประชาชนต้องการเทียนไข ไฟฉาย อาหาร น้ำดื่ม เพราะไม่สามารถประกอบอาหารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี นายธนสาร ฐานะวุฑฒ์ วิศวกรระดับ 11 เขื่อนวชิราลงกรณ ทำการแทนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รายงานสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ถึงนายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า ปริมาณน้ำในเขื่อน ณ ปัจจุบัน
&amp;nbsp;อยู่ที่ 77% สูงกว่าเกณฑ์ควบคุม 2 เมตร เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำและช่วงเวลาเดียวกันกับสถิติปีก่อนหน้า (28 ก.ค.ของทุกปี) พบว่าปีนี้สูงที่สุดในรอบ 34 ปีเช่นเดียวกัน เหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 2,056 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 23% รวมทั้งยังคงมีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 00.00-12.00 น. มีน้ำไหลเข้าเขื่อนรวม 80 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อบริหารจัดการน้ำในอ่างให้เหมาะสม เกิดผลกระทบในภาพรวมน้อยที่สุด อาจจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำมากขึ้นเพื่อทยอยพร่องน้ำออกไป เนื่องจากเขื่อนยังต้องรับน้ำที่จะมีมากตลอดฤดูกาลของฝนอีกกว่า 2 เดือน ดังนั้นเขื่อนวชิราลงกรณจะปรับแผนการระบายน้ำตามการประสานงานกับคณะกรรมการบริหารน้ำและชลประทาน และขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot; วิศวกรเขื่อนวชิราลงกรณระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14328</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ชยพล ธิติศักดิ์, ธนสาร ฐานะวุฑฒ์, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมชาย วิทย์ดำรงค์, สมพาศ นิลพันธ์, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โศภาพรรณ วิมลรัตน์, ไพศาล วิมลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dcc3095943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
