<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สู้กันอีกยาว สมรภูมิโควิด-19  ต่อเวลา พรก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว “บิ๊กตู่-ศบค.” จะเลือกทางไหน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สู้กันอีกยาว สมรภูมิโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อเวลา พรก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว&amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่-ศบค.&amp;rdquo; จะเลือกทางไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสมรภูมิการสู้รบกับไวรัสโควิด-19 ที่ดูแล้วยังคงเป็นสงครามยืดเยื้อ คนไทยทั้งชาติยังต้องร่วมแรงร่วมใจกันยอมอดทนต่อสภาวะยากลำบากในการดำเนินชีวิต-การทำงาน-การหาเลี้ยงชีพไปอีกสักระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สิ่งที่มองเห็นต่อสงครามยืดเยื้อในครั้งนี้ สำหรับประเทศไทย มองไปข้างหน้ากับการตั้งด่านสกัดการแพร่เชื้อโควิดในประเทศไทย แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยจะเริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆ เหลืออยู่ระดับหลักสิบมาร่วม 3 สัปดาห์ โดยเฉพาะรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็อยู่ที่ระดับค่าเฉลี่ยสิบกว่าคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระนั้นในอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขดังกล่าวก็ไปเพิ่มน้ำหนักให้ประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะเจ้าของกิจการ-นักธุรกิจ-ผู้ประกอบการ ธุรกิจรายใหญ่-รายเล็ก จนถึงระดับรากหญ้า ที่ต่างประสานเสียงให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ใช้อำนาจเต็มตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน คลายล็อก-ผ่อนปรน การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่จะครบกำหนดวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อให้สถานประกอบการ-ภาคธุรกิจหลายอย่างที่โดน lockdown สามารถกลับมา Re-start ได้อีกครั้ง หลังโดนล็อกดาวน์มาตั้งแต่กลางๆ เดือนมีนาคม ตั้งแต่ยังไม่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่มาจากคำสั่งปิดของผู้บริหารในพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร ที่ lockdown ตั้งแต่ 22 มีนาคม จากนั้นจึงมีคำสั่งใหญ่จาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการประกาศใช้ เคอร์ฟิว เพื่อคุมการแพร่ระบาดของโควิดของพลเอกประยุทธ์ เมื่อ 3 เม.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้หากนับถึง 30 เม.ย. เท่ากับธุรกิจหลายแห่งโดน lockdown แช่แข็งมาร่วมเดือนกว่า จนประชาชนหลายล้านคน ทั้งผู้ประกอบการ-เจ้าของธุรกิจ-แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบร่วม 35 ล้านคน ต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน จนเกิดเสียงรำพันไปทั่วจากประชาชนหลายกลุ่มทำนอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนกำลังจะอดตาย ไม่ใช่เพราะติดเชื้อโควิดตาย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ การตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์ นายกฯ ในฐานะผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่จะนำเรื่องเข้าหารือกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อังคารที่ 28 เม.ย.นี้ จึงอยู่ในการจับจ้องของทุกฝ่าย ว่าสุดท้ายนายกฯ บิ๊กตู่จะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งแนวทางก็มีแค่ไม่กี่รูปแบบเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การคงไว้ซึ่งยาแรง ด้วยการต่ออายุการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีกหนึ่งเดือนถึง 31 พ.ค. โดยคงมาตรการเข้มข้นไว้ทุกอย่าง แต่ในบางพื้นที่ บางจังหวัด ที่ไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อหรือมีบ้างแต่น้อย และรักษาหายได้ ก็อาจให้มีการคลายล็อกแบบเต็มรูปแบบ แต่มีการกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคงไว้ซึ่งความเข้มข้นในการดูแลการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดแบบเข้มข้นตามมาตรการ social distancing หรือจะใช้วิธีผ่อนคลาย-คลายล็อกในสูตรเดียวกันทั่วประเทศ แม้แต่ในจังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงอยู่ อย่างกรุงเทพมหานคร-นนทบุรี เพื่อให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทั้งระดับมหภาคและรากหญ้ากลับมาเดินเครื่องได้บ้าง ประชาชนจะได้มีงานทำ มีรายได้ เพราะเงินช่วยเหลือเดือนละ 5 พันบาท ไม่เพียงพอในการดำเนินชีวิตอยู่แล้วในความเป็นจริง อีกทั้งยังมีประชาชนอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว เพียงแต่การคลายล็อกดังกล่าวก็ยังคงไว้ซึ่งมาตรการอย่าง เคอร์ฟิว ช่วง 22.00-04.00 น. ต่อไปอีกสักระยะ รวมถึงสถานที่เสี่ยง เช่น สนามมวย-การใช้สวนสาธารณะ-ฟิตเนส หรือการแข่งขันกีฬาหรือกิจกรรมต่างๆ ที่จะมีคนเข้าไปรวมกลุ่มกันมาก ก็ยังคงห้ามต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตัดสินใจว่าจะออกมาแบบไหน สุดท้ายแม้จะมีการนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุม ครม.อังคารนี้ แต่ในความเป็นจริงก็รู้กันว่า มันเป็นการตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์ล้วนๆ ภายใต้การรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข-มหาดไทย-คมนาคม มาประกอบการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเชื่อว่า จริงๆ แล้วพลเอกประยุทธ์มีชุดการตัดสินใจมานานแล้วว่าจะทำอย่างไร เพียงแต่รอให้มีการไปหารือร่วมกันในระดับรัฐบาลกลางที่ประชุม ครม. 28 เม.ย.นี้เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองได้ว่า พลเอกประยุทธ์ย่อมรู้ถึงความยากลำบากของประชาชน และผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ และแรงงานในธุรกิจแต่ละภาคส่วน ที่ต้องแบกรับภาระต่างๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะธุรกิจที่สายป่านไม่ยาว เงินหน้าตักมีไม่มาก แม้จะมีการปรับตัวตามสภาพการณ์ เช่น ร้านขายอาหาร ที่ขายอาหารในร้านไม่ได้ ต้องปรับรูปแบบไปขายแบบ delivery แต่ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่ก็บอกว่าก็แค่พอให้ร้านยังพออยู่ได้ ไม่ต้องเลิกกิจการ เลิกจ้างพนักงาน ยังไงก็ต้องการให้กลับมาขายในร้านได้ตามปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ ธุรกิจภาคกลางคืน แม้หลายคนจะเห็นว่า เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่จำเป็น สร้างความฟุ่มเฟือย และธุรกิจกลางคืน อย่างผับ-บาร์-ร้านอาหารที่ขายกลางคืน เป็นสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ก็เป็นธุรกิจที่มีแรงงาน-คนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่ sector ธุรกิจกลางคืน จำนวนไม่น้อย ระดับหลายล้านคนเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทุกการตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์ ไม่ว่าจะออกทางไหน ล้วนทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เพียงแต่กลุ่มไหนจะแบกรับภาระ-ความยากลำบากได้อึดกว่ากัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งต้องไม่ลืมว่า ถึงต่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ กลับมา Re-start ได้อีกครั้งหลัง 30 เม.ย. ก็ใช่ว่าสถานประกอบการทุกแห่งจะกลับมาได้แบบเดิม เพราะต่อให้กลับมาเปิดทำการได้ ก็ยังต้องเจอกับสภาพเศรษฐกิจซบเซาต่อไปอีกระยะ แม้ต่อให้ที่ผ่านมาจะมีหลายมาตรการออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การพักชำระหนี้สถาบันการเงิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่โดยภาพรวม การใช้จ่ายต่างๆ ของประชาชน-ผู้บริโภค ก็จะไม่เหมือนเดิม เพราะจะมีความระมัดระวังในการใช้เงินมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจก็จะอยู่ในสภาพตรึงตัวไปอีกนานพอสมควร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสภาพการณ์-ข้อมูลทั้งหมด จึงเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากไม่น้อยของพลเอกประยุทธ์ ที่จะรักษาสมดุลในการต่อสู้กับสงครามไวรัสโควิดครั้งนี้อย่างไร เพราะแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ-การรักษาผู้ป่วยให้หายจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เสียงเตือนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ทั้งทำงานช่วยรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขในการรับมือกับโควิด และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำงานในโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อ ก็ส่งเสียงกระตุกมายัง ศปค.และพลเอกประยุทธ์อยู่เนืองๆ ที่สรุปความได้ว่าเสียงสะท้อนจากบุคลากรทางการแพทย์ต่างบอกว่า &amp;ldquo;สงครามครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุด ยังต้องรบกันอีกยาว อย่าเพิ่งชะล่าใจ เปิดเมือง เพราะหากตัดสินใจพลาด แล้วตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีก ทั้งหมดที่ต่อสู้กันมาร่วม 2 เดือนจะเสียเปล่า&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าทีล่าสุดของ พลเอกประยุทธ์ ต่อการตัดสินใจเรื่องนี้ พบว่าเมื่อ 24 เม.ย. นายกรัฐมนตรีย้ำไว้ตอนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เราทราบดีว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มการระบาดลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เราต้องไม่ประมาท สิ่งสำคัญที่เป็นห่วงประชาชน คือเรื่องของอาชีพและรายได้ การประกอบการทางธุรกิจ แม้กระทั่งในเรื่องการใช้ชีวิตในสังคมต่างๆ แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ในระยะเวลาต่อไปนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าสนใจและน่าจะทำให้พอเห็นทิศทางได้ ก็คือท่าทีของ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ที่ช่วงนี้รับบทบาทเป็น Center กลางในการประสานข้อมูล-ความเห็น-เสียงสะท้อน ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศกับฝ่ายการเมืองในรัฐบาล ทัศนะของเขาจึงไม่ธรรมดาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหมอทวีศิลป์บอกไว้ ตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวรายวันเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ยกตัวอย่างประเทศต่างๆ ที่มีการใช้มาตรการเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด เช่น อินโดนีเซีย-ยูเครน-มาเลเซีย-เยอรมนี ที่ต่างก็มีการขยายเวลาการล็อกดาวน์ออกไป แม้แต่ในประเทศยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างเยอรมันยังต้องออกกฎให้ประชาชนใส่หน้ากากหากใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือออกนอกเคหสถาน ส่วนภาคธุรกิจแม้จะกลับมาให้บริการ ก็จำกัดให้เฉพาะร้านค้าที่มีพื้นที่ไม่เกิน 800 ตารางเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ ย้ำว่า ไม่อยากให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 2 ระลอกที่ 3 ระลอกที่ 4 เลย เพราะทรัพยากรเรามีจำกัด เงินเราไม่พอ ถ้าเกิดการติดเชื้อแล้วต้องรักษากันเป็นจำนวนมากในโรงพยาบาลอีก เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย เราจะเกิดคลื่นภูเขาลูกที่ 2 ลูกที่ 3 ตามมาไม่ได้อีกแล้ว เพราะจะเกิดการสูญเสีย การเจ็บไข้ได้ป่วยและเสียชีวิต และการเสียเรื่องของงบประมาณลงไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยคำนวณกันว่า หากมีผู้ป่วย 1 ราย เราต้องเสียเงิน 1 ล้านบาท ตอนนี้เรามีคนป่วยไปแล้ว 2 พันกว่าราย นั่นหมายความว่า 2 พัน เกือบ 3 พันล้านบาทต้องเสียไปแล้ว เงินพวกเราทั้งนั้น และถ้ามีผู้ป่วยเป็นหลักหมื่น หลักแสน จะต้องใช้งบประมาณอีกเท่าไหร่ ตอนนี้เรามีผู้ติดเชื้อไม่มาก แต่ยังมีผลกระทบทางเศรษฐกิจอยู่ เราต้องชั่งน้ำหนักว่ามันจะต้องเสียไปอีกแค่ไหน แต่เรื่องของเงินทองจะคิดมากก็ไม่ดี ถ้าจะต้องเสียบ้างก็ต้องเสีย แต่บางคนบอกไม่ได้ เราเสียเงินดีกว่าเสียชีวิต เราไม่มีสิทธิ์ให้ใครอยู่ใครไป เพราะฉะนั้นต้องคิดหน้าคิดหลังอย่างรอบคอบ นพ.ทวีศิลป์แสดงท่าทีแบบชัดๆ เอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตัดสินใจของพลเอกประยุทธ์จะออกมาแบบไหน เห็นได้ชัดว่า เป็นเดิมพันการตัดสินใจที่สูงยิ่งของนายกฯ บิ๊กตู่ที่จะพลาดไม่ได้.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64241</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรองสถานการณ์, ศบค., สมรภูมิโควิด-19  ต่อเวลา พรก.ฉุกเฉิน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200425/image_big_5ea42a58ddacf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
