<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพลเผยคนส่วนใหญ่หนุนเรียกกลุ่มที่มีใบขับขี่ตลอดชีพมาทดสอบสมรรถนะทางร่างกายใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การทดสอบสมรรถนะผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 12 สิงหาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 37 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,511 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทดสอบสมรรถนะผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ &amp;nbsp; การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการมีใบอนุญาตขับรถทุกประเภท พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.90 ระบุว่า มีใบอนุญาตขับรถ ขณะที่ ร้อยละ 32.10 ระบุว่า ไม่มีใบอนุญาตขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล พบว่า ผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.41 ระบุว่า มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ขณะที่ ร้อยละ 15.59 ระบุว่า ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งเมื่อถามผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลถึงประเภทของใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.15 ระบุว่าเป็น ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภท 5 ปี รองลงมา ร้อยละ 45.38 ระบุว่าเป็น ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภทตลอดชีพ และร้อยละ 6.47 ระบุว่าเป็น ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภทชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นต่อการเรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภทตลอดชีพ มาทดสอบสมรรถนะทางร่างกายใหม่ พบว่า ผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.84 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ประเภทตลอดชีพ ปัจจุบันมีอายุมากขึ้น อาจทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง ควรเรียกเข้ามารับการอบรมและทดสอบสมรรถนะทางร่างกายใหม่ เพื่อความปลอดภัยต่อการใช้รถใช้ถนน รองลงมา ร้อยละ 38.89 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ยังไม่มีการพิสูจน์ที่เเน่ชัดว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถ ประเภทตลอดชีพ ถ้าหากเรียกมาทดสอบสมรรถนะทางร่างกายใหม่ก็อาจจะทำให้เสียเวลา และร้อยละ 1.27 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ซึ่งเมื่อถามผู้ที่เห็นด้วยถึงกลุ่ม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภทตลอดชีพ ที่ควรเรียกมาทดสอบสมรรถนะใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.39 ระบุว่า ทุกคนที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภทตลอดชีพ รองลงมา ร้อยละ 29.80 ระบุว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 21.99 ระบุว่า ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และร้อยละ 14.82 ระบุว่า ผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการดำเนินการของกรมการขนส่งทางบก กรณีผู้ถือใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ประเภทตลอดชีพ ไม่ผ่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย พบว่า ผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.04 ระบุว่า ให้ทดสอบขับรถใหม่ รองลงมา ร้อยละ 23.68 ระบุว่า ไม่ต้องทำอะไร ร้อยละ 14.82 ระบุว่า ยึดใบขับขี่ และร้อยละ 1.46 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74568</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, สมรรถนะทางร่างกาย, ใบขับขี่ตลอดชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f389641eb0b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
