<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039; สวนกลับ &#039;เลขาฯสมศักดิ์&#039; เจอกันที่ศาล ปมแฉคลัสเตอร์รดน้ำดำหัวสุโขทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.64 - นายวัชระ &amp;nbsp;เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีนายธนกฤต &amp;nbsp;จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม จะฟ้องร้องคดี เนื่องจากเปิดเผยเรื่องนายสมศักดิ์ &amp;nbsp;เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จัดรดน้ำดำหัวสงกรานต์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 จนมีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 และเสียชีวิต ว่า ตนเองไปยื่นหนังสือถึงนายวิรุฬ &amp;nbsp;พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับนายสมศักดิ์จริง เพราะปรากฎหลักฐานชัดเจนว่าไม่ใส่หน้ากากอนามัย หากนายวิรุฬละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็ต้องยื่นเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยให้ตั้งกรรมการสอบสวน และยื่นเรื่องกรณีผู้ว่าฯละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า ข้าราชการต้องกล้าหาญที่จะรักษากฎหมาย ให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีอภิสิทธิ์ชนใดๆ เช่น พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ได้ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปเปรียบเทียบปรับถึงทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว นับเป็นตัวอย่างที่ดี แต่นี่เป็นเพียง
รมว.ยุติธรรม ได้ปฎิบัติตัวเคารพกฎหมายหรือไม่ ที่สำคัญคือมีประชาชนไปร่วมงานแล้วตายด้วยโรคโควิด-19 ถึง 3 คน ติดเชื้อจากคลัสเตอร์นี้ตามประกาศของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัยถึง 55 คน นายสมศักดิ์เคยแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนชาวสุโขทัยบ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวต่อว่า การที่นายธนกฤตถามมาว่าตนเองเดินทางไปจ.สุโขทัยมีเจตนาอะไร จึงอยากให้นายธนกฤตกลับไปถามนายสมศักดิ์มากกว่า เพราะนายสมศักดิ์ไปแจ้งความที่สภ.อ.เมืองสุโขทัยกล่าวหาตนเองว่าหมิ่นประมาท จึงต้องไปรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับพาบิดาของนายณัฐพล ติวุตานนท์ ข้าราชการผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 จากการไปร่วมงานกับนายสมศักดิ์ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ระบุด้วยว่า นายธนกฤตขู่จะฟ้องก็อย่าแต่เพียงขู่ &amp;nbsp;ขอให้รีบดำเนินการก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะปรับคณะรัฐมนตรี แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่จะไม่มีประวัติเกี่ยวพันกับกรณีฝายแม้ว 700 ล้านบาทอีกอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้อยากบอกนายธนกฤตว่าเรื่องนี้จะจบเมื่อนายสมศักดิ์ถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมแล้วเท่านั้น ไม่มีนักการเมืองคนใดยิ่งใหญ่อยู่เหนือกฎหมาย เมื่ออำนาจหมด ศาลอาญา หรือป.ป.ช.ก็ยังคงรออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ระบุด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ต้องพูดมาก ไปเจอกันที่ศาลดีกว่า เพราะบิดาของนายณัฐพลได้ไปแจ้งความดำเนินคดีนายสมศักดิ์ไว้แล้ว นายสมศักดิ์เป็นกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นผู้ออกกฎเอง เหตุใดจึงกล้าละเมิดกฎหมายตามภาพถ่ายที่ปรากฎมานี้ จึงขอส่งภาพท่านรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติให้สาธารณชนได้โปรดพินิจพิจารณาดูเถิด ความจริงจึงต้องฟ้องด้วยภาพ ไม่ใช่เพียงแค่วาจาแก้เกี้ยวเท่านั้น .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119972</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัชระ, สมศักดิ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bbbd75c47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงาดขึ้นนั่งเลขาฯพรรค ลั่นเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พปชร. &amp;quot;ผ่าโครงสร้าง กก.บห.ใหม่ลงตัว &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; นั่งหัวหน้าพรรคต่อ &amp;quot;สุริยะ-สันติ-วิรัช-ไพบูลย์&amp;quot; รั้งรองหัวหน้า &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ยึดเลขาฯ &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; คั่ว ปธ.ยุทธศาสตร์ฯ ด้าน &amp;quot;จักรพันธ์-ประสิทธิ์&amp;quot; โผล่นั่ง กก.บห.แทน &amp;quot;ณัฏฐพล-พุทธิพงษ์&amp;quot; เผย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; แจ้งแกนนำสามมิตรด้วยตัวเองว่าจำเป็นต้องปรับโครงสร้าง ด้าน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;rdquo; เลิกกั๊ก ประกาศพร้อมนั่งเลขาฯ พปชร.ยันไม่ต้องเคลียร์ใจ &amp;ldquo;เสี่ยแฮงค์&amp;quot; เพราะเป็นพี่น้องกัน อ้างปรับโครงสร้างใหม่เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง &amp;quot;อนุชา&amp;quot; ปัดไขก๊อก เสียงอ่อยยังไม่มีสัญญาณจาก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ โดยต้องจับตาไปที่วาระอื่นๆ ที่จะมีการเสนอปรับโครงสร้างกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค &amp;nbsp;โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ที่เตรียมผลักดัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทนนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงบ่าย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และรองหัวหน้าพรรค ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ โดย พล.อ.ประวิตรได้กล่าวกับทั้ง 2 คน ว่า พรรคจำเป็นต้องปรับโครงสร้าง ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ให้ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคในการประชุมพรรคใหญ่สามัญในวันที่ 18 มิ.ย. และอยากให้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดเพื่อทำให้เห็นว่าพรรคมีเอกภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่สามัญพรรค จะมี ส.ส.เกือบทั้งหมด ขาดเพียงไม่กี่คนจากที่แจ้งชื่อไว้เข้าร่วมการประชุม รวมถึง ส.ส.กลุ่มสามมิตร และ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์เข้าร่วมประชุมด้วย ขณะที่สมาชิกพรรคจะมาจาก จ.นครราชสีมา 120 คน และ จะ.ขอนแก่น 250 คน ส่วนการปรับโครงสร้าง กก.บห.ใหม่ พล.อ.ประวิตรจะลาออกจากหัวหน้าพรรค จากนั้นที่ประชุมจะเลือกตั้ง กก.บห.พรรคใหม่ โดยที่ประชุมกำหนดจำนวน กก.บห.พรรคก่อน จากนั้นเสนอชื่อผู้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิก และนายทะเบียน โดยเลือกตั้งตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคตามเดิม ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเวลานี้ไม่น่ามีอะไรพลิกโผแล้ว โดยจะเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากเดิมเป็นรองหัวหน้าพรรค ขยับไปเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทนนายอนุชา นาคาศัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ อย่างรองหัวหน้าพรรค ผอ.พรรค ซึ่งเป็นอำนาจหัวหน้าพรรคแต่งตั้ง คาด พล.อ.ประวิตรจะแต่งตั้งภายหลัง โดยรองหัวหน้าพรรคจาก 10 คน จะปรับลดลงเหลือ 4-5 คน ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ซึ่งปัจจุบันเป็น ผอ.พรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ ในส่วนของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่เป็นรองหัวหน้าพรรค ยังอยู่ในกรรมการบริหารพรรค และจะได้รับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของ พล.อ.ประวิตร ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงสร้างพรรคดังกล่าวเป็นที่ตกลงกันได้ของแกนนำพรรคทุกกลุ่ม นอกจากนั้นในส่วนของรายชื่อ กก.บห. ส่วนใหญ่สัดส่วนแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะมีนายจักรพันธ์ พรนิมิตร และนายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. เข้ามาแทนที่ใน กก.บห. แทนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ต้องคดีชุมนุมกลุ่ม กปปส.จนต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีและส่งผลกระทบกับตำแหน่งภายในพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ได้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง และยังไม่คิดลาออก และไม่ได้มีการนัดหมายที่จะแถลงข่าวใดๆ ที่สภาฯ รวมถึงไม่มีวาระการประชุมเพื่อเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ส่วนจะหยิบยกเรื่องดังกล่าวนี้ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ณ เวลานี้ ยังไม่มีการลาออก กระแสข่าวเรื่องการลาออกมีมาหลายวันแล้ว ถือเป็นเรื่องปกติที่มีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค คงต้องแล้วแต่สมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคที่จะตัดสินใจอย่างไรในเรื่องนี้ ไม่มีใครชี้นำได้ โดยผมจะเดินทางไปประชุมพรรควันที่ 18 มิ.ย. วาระการประชุมไม่มีวาระการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรรมการบริหารพรรค ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรมาจากหัวหน้าพรรค แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค ส่วนตัวยังเดินหน้าทำงานให้พรรคต่อไป เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งต่อไป&amp;quot; นายอนุชากล่าวย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กระแสข่าวการลาออกเป็นการเขย่าหรือกดดันเพื่อบีบให้ลาออกหรือไม่ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เชื่อว่าหัวหน้าพรรคยังมีบารมีที่จะเดินหน้าพรรคไปได้ด้วยดี ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งภายในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัสเปิดเผยว่า วาระสำคัญอย่างที่สื่อมวลชนทราบคือ การปิดงบดุลประจำปี แต่ยังมีวาระอื่นๆ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรในฐานะหัวหน้าพรรค จะเดินทางมาด้วยตนเอง คงจะมอบนโยบายตอนเช้าว่าจะให้ทำอะไรบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวว่าจะมีการเลือก ก.บห.พรรคชุดใหม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ค่อนข้างจะชัวร์ว่าจะมีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคใหม่ ส่วนที่มีข่าวว่าจะถูกเสนอให้เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐนั้น อันนี้ไม่ทราบ ซึ่งต้องแล้วแต่สมาชิกพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากสมาชิกพรรคเสนอชื่อขึ้นมา พร้อมที่จะรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคใช่หรือไม่ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า &amp;quot;ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อมีการเสนอชื่อมาแล้วสมาชิกพรรคเลือกหรือไม่ ถ้าพี่น้องสมาชิกพรรคพลังประชารัฐให้ความไว้วางใจ ผมก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะเป็นแกนนำพรรค อยากเห็นทิศทางและอนาคตพรรคอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอการเมืองมองว่า พปชร.เป็นพรรคเฉพาะกิจ อยากจะกราบเรียนว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ตนพยายามจะแสดงให้เห็นว่าพรรคโดยการนำของ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็นพรรคเฉพาะกิจ เราเตรียมที่จะปรับแผนสู้ศึกการเลือกตั้งในครั้งหน้า ตอนนี้เราวางแผนหลายๆ อย่าง ดังนั้นการประชุมในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ เป็นการกำหนดทิศทาง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า พปชร.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจอีกต่อไป เราจะเป็นสถาบันการเมืองที่มีความมั่นคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มองกันว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้เป็นเพราะเกิดความขัดแย้งภายในสูงนั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตรเข้าสู่เวทีการเมือง มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นหัวหน้ามาปีกว่า ท่านเห็นอะไรเยอะ เคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก และดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มา พล.อ.ประวิตรมองออกว่าจะต้องทำอะไรให้กับพรรคเพื่อกำหนดทิศทางในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังปรับโครงสร้าง กก.บห.พรรคควรจะสลายกลุ่มต่างๆ ในพรรคอย่างไรหรือไม่ รองหัวหน้า พปชร. กล่าวว่า คิดว่าหลังจากวันที่ 18 มิ.ย. น่าจะไม่มีกลุ่มก๊วนอะไร เราคือพลังประชารัฐ คือครอบครัวพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสมาชิกพรรคเสนอชื่อเป็นเลขาธิการพรรค จะต้องเคลียร์ใจกับนายอนุชาหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า &amp;quot;โดยส่วนตัวแล้วผมกับพี่แฮงค์มีความสนิทสนมกันอยู่แล้ว ผมไม่เคยมีปัญหากับพี่แฮงค์และไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่สื่อออกมาเหมือนกับเรามีปัญหากันจริงๆ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วไม่มี เราพี่น้องกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจากการประชุมมีการมองกันว่า พปชร.จะเริ่มนับหนึ่ง เพื่อขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ทุกพรรคมองเหมือนกันหมด ซึ่งอยู่ที่ยุทธศาสตร์ของแต่ละพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์ พปชร. เปิดเผยภายหลังเดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น ว่า พร้อม 100% รวมถึงมาตรการป้องกันโควิด แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการเลือกเลขาธิการพรรคคนใหม่ โดยระบุว่าขอให้เป็นมติในที่ประชุม ซึ่งสมาชิกพรรคนั้นพร้อมที่จะปฏิบัติตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ว่า กรณีการตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส ได้เชิญ นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ได้มอบหมายให้รองเลขาฯ มาให้ข้อมูล โดยนายวิชาได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องมีจริยธรรมควรเป็นบุคคลที่โปร่งใส ซึ่งในต่างประเทศผู้ดำรงตำแหน่งจะละอายแก่ใจ รู้ผิดถูกเอง ส่วนของประเทศไทยทำไมต้องตรวจสอบ ทั้งนี้ ขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีหากทราบว่าไม่โปร่งใสควรปลดออกจากตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการใดมาตรวจสอบ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106737</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.บห.ใหม่ลงตัว, จักรพันธ์-ประสิทธิ์, ธรรมนัส, ประวิตร, ศึกเลือกตั้ง, สมศักดิ์, สุริยะ-สันติ-วิรัช-ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb562a4abde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยุติธรรม เคลียร์ชัดหลังศาสดา 3 นิ้วโพสต์อ้างที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวุ่นปมไม่ให้ประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความทางโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก พาดพิงถึงการประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ระบุทำนองที่ประชุมศาลวุ่น ไม่ไว้วางใจประธานศาล ไม่ไว้ใจในกระบวนการยุติธรรมขณะนี้ และมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการประกันตัวคดีความผิดตาม ป.อาญา ม.112 นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงว่า การประชุมใหญ่ของศาลฎีกาจะมีวาระพิจารณาอยู่ 2 ประเภท คือ ภารกิจตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย และการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งในการประชุมใหญ่ที่มีการกล่าวว่าเป็นการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น จะเป็นครั้งล่าสุด ที่มีการกำหนดวาระการประชุมไว้เพียง 2 วาระ คือ การพิจารณาคัดเลือกกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่ง กสทช. ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 ซึ่งถือเป็นภารกิจตามที่กฎหมายกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และอีกวาระ เป็นการพิจารณาข้อกฎหมายในคดีที่จะต้องอาศัยการลงมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยมีผู้พิพากษาที่ปฏิบัติงานในศาลฎีกาเข้าประชุม จำนวน 245 คน ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้และเป็นการประชุมลับ ซึ่งไม่มีการพูดคุยหรือหารือกันเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด อีกทั้งในวันดังกล่าวได้มีการลงคะแนนลับของผู้พิพากษาในศาลฎีกาเพื่อเลือกกรรมการสรรหาฯ โดยไม่มีการลงมติในเรื่องอื่นใดอีกทั้งสิ้น ดังนั้น เรื่องราวตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียล จึงไม่เป็นความจริง เป็นการบิดเบือนและให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ อันก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้ศาลเป็นคู่กรณีกับฝ่ายต่างๆ&amp;rdquo; โฆษกศาลยุติธรรม ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ปล่อยข่าวเท็จคือนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องการคดี 112&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันหลบหนีอยู่ในประเทศฝรั่งเศส และนายสมศักดิ์ ยังเป็นไอดอลของแกนนำกลุ่มม็อบ 3 นิ้วด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97780</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา112, สมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062ed3b6cbf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; ยันสามมิตรสลายตัวนานแล้ว  เผย &#039;ป้อม&#039; ไม่อยากเป็น หัวหน้าพปชร. แต่จำเป็นต้องเป็นคงไม่อยู่ถึง 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ร้านอาหารกินเส้น สนามบินน้ำ นายสมศักดิ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร และส.ส.บัญชีราชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คนว่า พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคการเมืองใหม่ แม้ที่จริงยังไม่ใช่พรรคที่มีเสียง ส.ส. มากที่สุดในสภา แต่เมื่อได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคต้องมีกิจกรรมทางการเมืองที่กระฉับกระเฉงและมุ่งมั่น เพื่อที่จะเป็นหลักในทางการเมือง ดังนั้น การปรับปรุงองค์ประกอบของพรรค คือการปรับพื้นฐานของพรรคให้มีความหนักแน่น มั่นคงมากขึ้น จะนำพาพรรคไปสู่การเป็นเสาหลักที่มั่นคงของประเทศต่อไป โดยความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงเป็นคุณสมบัติของพรรคการเมืองที่ดี ดังนั้นการปรับปรุงพรรคจะเกิดขึ้นไปได้เรื่อยๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของพรรคที่มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้ ดังตัวอย่างของพรรคการเมืองในอังกฤษไม่ว่าจะเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมหรือพรรคแรงงาน ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การปรับโครงสร้างทางการเมือง ไม่ได้หมายความว่าผู้บริหารเดิมจะไม่สามารถกลับมาได้อีก บุคคลที่เข้าใจชาวบ้าน เข้าใจชาวชนบท เข้าใจ ส.ส. ย่อมได้รับคะแนนนิยมในพรรค ทั้งท่านหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือท่านประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของพรรคได้อีกเช่นกัน การลาออกของกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เปรียบเสมือนแก้วที่ตกผลึกแล้ว และกำลังจะถูกเจียระไนให้มีมูลค่าสูงขึ้น&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขอฝากสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน หยุดในสิ่งที่อาจจะทำให้สังคมเข้าใจผิด จากการสัมภาษณ์ พูดคุย หรือสร้างเครื่องมือการสื่อสารทางสังคมซึ่งอาจทำลายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือบ้านเมือง และอาจจะเป็นการทำลายพรรคในทางอ้อม ซึ่งโดยปกติแล้ว ส.ส. ของพรรคจะมีข้อมูลของประชาชนในพื้นที่อยู่มากแล้ว เราสามารถใช้โอกาสนี้ไปรับฟังเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่มีอยู่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แล้วนำกลับมาช่วยกันสร้างนโยบายพรรคที่ส่งผลดีต่อประชาชนอย่างแท้จริง ในห้วงเวลาของการปรับเปลี่ยนผู้บริหารนี้ จะทำให้เราได้นโยบายเก่าผสมใหม่ที่ดีถูกใจพี่น้องประชาชน และสิ่งที่เราต้องการคือการเป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 ของประเทศก็จะอยู่ไม่ไกล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้มีหลายกลุ่มสนับสนุนให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างของพรรคทุกคนมีโอกาสเข้ามาทำงานใหม่ ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง และใครที่เข้าใจและนำเสนอในส่วนที่เราสามารถตอบสนองให้กับประชาชนและประเทศชาติ คนนั้นก็จะได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ประวิตร หรือใครก็ตามเป็นไปได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าขณะนี้พล.อ.ประวิตรมีความเหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนกำลังฟังอยู่ว่าท่านใดที่ตอบสนองความต้องการของสังคมและพี่น้องประชาชนในประเทศได้ดี ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็มีจุดแข็งในการที่จะนำนโยบายของพรรคไปนำเสนอให้รัฐบาล อาจเป็นสายที่จะสัมพันธ์และมีการสื่อสารที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา เราอยากให้พรรคของเราเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับก็ต้องปรับทุกแนวทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงจุดอ่อนของพล.อ.ประวิตร ถ้าเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคจะถูกมองว่าเป็นรัฐบาลของคสช. &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกของสมาชิกพรรคไม่ใช่มีแค่ส.ส.เพียงอย่างเดียว อาจมีตัวแทนพรรคในระดับจังหวัด ตัวแทนสาขาพรรค ส.ส. และพี่น้องประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคมาเลือก ดังนั้น การเลือกจึงอยู่ที่คนส่วนร่วม ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส.ส.อาจจะเลือกพล.อ.ประวิตร ตนไม่ทราบ มันเป็นเลือกของคนส่วนร่วม ในตัวพล.อ.ประวิตรมีจุดแข็งหลายจุด วันนี้อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ตามใจทั้งหมด เพราะไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนคิดว่าสมาชิกคงมีการกลั่นกรองในวันเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายสมศักดิ์และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่วันนี้ผู้บริหารของพรรคต้องเลือกไปตามแนวทางหรือแนวนโยบายที่เราคิดหรือดำเนินการ ซึ่งมองว่าประชาชนเป็นเป้าหมายที่ตนปรารถนาต้องการให้เขามีความสุข ส่วนนายสมคิดที่มีท่าทีน้อยใจนั้น นายสมคิดเคยพูดในสภาว่าไม่ได้เป็นสามมิตร แล้วจะเอาท่านมาเกี่ยวกับสามมิตรได้อย่างไร ที่สำคัญเราได้สลายสามมิตรไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่าการเปลี่ยนแปลงคณะกก.บห.ครั้งนี้ถูกโยงไปถึงการปรับครม. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอนอาจเป็นเช่นนั้น เพราะโครงสร้างของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้แบ่งโควต้ากระทรวงต่างๆให้แต่ละพรรคการเมือง ซึ่งพรรคเหล่านั้นต้องไปดูแต่ละกระทรวงให้เป็นประโยชน์มากที่สุด แต่บางส่วนที่ไม่อาจตอบสนองประชาชนได้ต้องอาศัยโควต้ากลางที่มีอยู่ ขอเรียนว่าตนดีกับทุกคน ไม่เป็นปัญหา ที่ทำการเมืองมาจนถึงทุกวันนี้เพราะต้องการให้ประชาชนที่เราไปบริหารในกระทรวงนั้นมีความสุข และเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่เกิดการปรับเปลี่ยนแล้วทำให้เกิดคนบางกลุ่มในพรรคไม่พอใจ จนจะไปตั้งพรรคใหม่นั้น นายสมศักดิ์ มองว่า คงขาดใจตายก่อน เพราะรัฐบาลเดินมา 1 ปี ดังนั้นกว่าจะเลือกตั้งก็อีก 3 ปี พร้อมเชื่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบ 4 ปี เนื่องจากกระแสความนิยมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันตนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ นั้นเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถชี้แจงและตอบถึงปัญหาของประชาชนและส.ส.ในสภาได้ดีที่สุด รวมถึงเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ขยันที่สุดตั้งแต่ตนได้ทำงานการเมืองมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรรมการบริหารพรรคที่ยื่นลาออกในความเป็นจริงนั้นมีมากกว่า 18 คนหรือไม่ นายสมศักดิ์ ตอบว่า เป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย เพราะกึ่งหนึ่งคือ 17 คน ดังนั้นแค่ 18 คนก็เพียงพอแล้ว ซึ่งถ้าออกเกือบหมด ก็ดูเหมือนไม่ให้กำลังใจกัน เพราะแต่ละคนที่บริหารมา ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ &amp;nbsp;ดังนั้นขออย่านำตัวเลขไปวิเคราะห์ เพราะผิดหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าที่ผ่านมาพล.อ.ประวิตรถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านความโปร่งใส เช่น กรณียืมนาฬิกาเพื่อน หากได้เป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้พลังประชารัฐได้หรือเสียมากกว่ากัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกคณะกก.บห.ชุดใหม่ ต้องมองในภาพรวมว่าพรรคจะได้ประโยชน์อย่างไร จุดแข็งก็มีตามที่ได้บอกไว้ข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดูแล้วพล.อ.ประวิตรไม่ได้อยากเป็น ถ้าจะเป็นก็เพราะสมาชิกร้องขอมากกว่า ถ้าคนไม่อยากเป็น แต่จำเป็นต้องเป็นก็คงไม่อยู่ถึง 5 ปี เป็นเรื่องที่เราจินตนาการไป ท่านอาจเป็นเพื่อสร้างบรรทัดฐานอะไรก็แล้วแต่ เอาเป็นว่าทุกอย่างคงไม่ได้สมหวังร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก อะไรที่เป็นส่วนดีมากกว่า อย่าไปคิดว่าทุกอย่างดีเลิศร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;rdquo; รมว.ยุติธรรม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิเคราะห์ ว่านายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท จะขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ว่า ก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของสมาชิกทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67724</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พลังประชารัฐ, สมศักดิ์, สามิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed74cd30694c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039; ไม่ไหวจะทน!จี้รัฐบาลรื้อฟื้นประกาศห้ามติดต่อ &#039;ศักดิ์เจียม-ปวิน-แอนดรูว์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 63 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ &amp;quot;ท่านใหม่&amp;quot;&amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;ldquo;ความกตัญญูรู้คุณ คือสิ่งที่หายไปจากคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ แต่ไม่มีปัญญา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้รัฐรื้อฟื้นประกาศนี้ใหม่ เพราะพวกนั้นไม่ยอมหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศสำคัญเช่นนี้ ถ้ารัฐบาลจริงใจ ต่อ ชาติ และสถาบัน รัฐบาล สมควรเป็นผู้ออกประกาศ และกำหนดโทษลงไปเลย เพราะไอ้สามคน เอาข่าวปลอม ข่าวมโน มาทำลายความมั่นคงต่อประเทศชาติ และสถาบัน มิใช่ให้แค่ รองปลัด เป็นผู้ประกาศ แล้วหมาที่ไหนจะเชื่อ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66625</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลเจิม, ท่านใหม่, ปวิน, สมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb0da767c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ปัดดึงพรรคอื่นเสียบแทนปชป. หลังเลือดทะลัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทยอยลาออกว่า คงไม่ใช่ เพราะส่วนตัวได้ถามผู้บริหารระดับสูงแล้ว โดยยืนยันว่า ไม่ได้จะเอาพรรคอื่นมาแทนพรรคประชาธิปัตย์ ในคณะรัฐมนตรี รวมถึงยังไม่ปรับ ครม.ตอนนี้ เพราะทุกอย่างยังไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลาออกของ ส.ส.บางราย ก็เป็นบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการเลื่อนคนอื่นมาตามลำดับอยู่แล้ว โดยไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถือเป็นเรื่องภายใน พร้อมยืนยันว่า ในที่ประชุม ครม. วันนี้คงไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องการเมือง ในขณะที่ ครม. ทำหน้าที่บริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประชุมประสานรอยร้าวอีกครั้งหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บริหารก็ต้องคุยกันตลอด โดยจะวงเล็ก หรือ วงใหญ่ ก็ต้องคุยกัน เพราะมีเรื่องต่างๆ เข้ามา เช่น การศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ปรับครม., พปชร., สมศักดิ์, เลือดไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d71066df0a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.เร่งปลดล็อก&#039;กระท่อม&#039;พ้นยาเสพติด! ลดปวดกว่ามอร์ฟีน13เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเตรียมปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ว่า ขณะนี้กระทรวงเตรียมเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งเรื่องชนิดยาเสพติด และโทษของยาเสพติด โดยในส่วนของโทษนั้นเดิมจะมีโทษขั้นต่ำสุด และโทษสูงสุด แต่บางความผิด เช่น การขน การขายยาบ้านั้น ที่ผ่านมาอาจจะได้รับโทษขั้นต่ำ ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นเจตนาของการลงโทษการค้า ดังนั้นจึงจะมีการปรับให้มีการรับโทษสูงสุด ส่วนโทษต่ำ เรื่องการบำบัดรักษา นั้นให้เป็นผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องชนิดของยาเสพติดนั้นได้มีการพิจารณาตามกรอบข้อกำหนดเรื่องยาเสพติดของสหประชาชาติ ซึ่งสหประชาชาติเองก็ได้นำมาจากข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและยาพบว่ามีข้อกำหนดอยู่ 4 ด้าน 1.เสพแล้วหากหยุดเสพมีผลต่อร่างกาย เช่น กระวน กระวาย หรือลงแดง 2.ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์เลย หรือมีน้อยมาก 3. มีผลต่อสุขภาพ เช่น ผอมแห้ง แรงน้อย ระบบจิตประสาทเสีย ครองตัวเองไม่ได้ และ 4. มีผลกระทบกับสังคม ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าพืชกระท่อมไม่เข้าข้อกำหนด 4 ข้อนี้ แต่กลับพบว่าคนเสพ หรือคนเคี้ยวสามารถเลิกได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่า มีและประโยชน์ในการแก้ปวด แก้ไข้ แก้บิด ท้องเสีย หรือเมื่อเทียบกับมอร์ฟีน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อลดอาการปวด ก็พบว่ากระท่อมช่วยลดความเจ็บปวดมากกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า ถือว่าผลเสียน้อยมาก จึงต้องมีการทบทวนเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีนักวิจัยไทยศึกษาร่วมกับนักวิจัยญี่ปุ่นแล้วไปจดลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น 2 ฉบับ อเมริกา 2 ฉบับ ดังนั้นเราต้องรีบทำ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายส่วน ขึ้นอยู่กับสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52239</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, ปลดล็อก, ยธ., ยาเสพติด, รมว.ยุติธรรม, สมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7ac0added1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
