<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพ้อ!ชงตั้ง&#039;แม้ว&#039;คุมกลั่นกรองงบเงินกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถก พ.ร.ก.กู้เงินวันที่สาม ส.ส.ฝ่ายค้านชำแหละงบฟื้นฟู 4 แสนล้านเป็นเบี้ยหัวแตก แจกทุกกระทรวง ไร้รายละเอียดเหมือนตีเช็คเปล่า เชื่อไม่มีทางบรรลุเป้าหมาย ส.ส.ปชป.จับตาปัดฝุ่นโครงการเก่าฮั้วผู้รับเหมา พท.ยื่นญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบ พรรคร่วมรัฐบาลเสียงแตก! &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ยกมติ ปชป.เคยเสนอวิปตั้ง กมธ.วิสามัญชี้เป็นภาพลักษณ์ที่ดี ขณะที่ ส.ส.พปชร.โดดขวาง นายกฯ โบ้ยไม่เกี่ยวเป็นเรื่องฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน &amp;ldquo;จิรายุ&amp;rdquo; ตั้งฉายา &amp;quot;ลุงตู่นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;quot; แรมโบ้โต้กลับกู้มาให้ปชช. ดีกว่าผู้นำในอดีตที่กู้มาโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เกี่ยวกับการกู้เงินจำนวน 3 ฉบับ ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า มาตรการป้องกันของรัฐบาลที่ผ่านมาทำถูกต้องแล้ว แต่ผลกระทบหนึ่งที่เกิดขึ้นและสำคัญมากคือมาตรการเหล่านั้นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดลงโดยสิ้นเชิง เมื่อมาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นในระยะหนึ่ง ก็ถึงเวลาใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งเป็นที่มาของการออก พ.ร.ก.เพื่อนำมาใช้ การจะทำให้ พ.ร.ก.มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือ ต้องสัมพันธ์กับการผ่อนคลาย และต้องทำให้เกิดผลทันที โดยมีโครงการเป็นตัวชี้วัด แต่ข้อสังเกต คือ ใน พ.ร.ก.กำหนดกรอบโครงการไว้กว้างๆ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องตอบ ที่ผ่านมาเลขาฯ สภาพัฒน์ชี้แจงไว้ชัด มีแต่เพียงกำหนดแนวปฏิบัติโดยให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้เสนอไม่เกินเดือน มิ.ย.เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ระวังอย่าให้เป็นจังหวัดฮั้วกับผู้รับเหมา หรือนำโครงการเก่ามาปัดฝุ่น งบประมาณสี่แสนกว่าล้านเมื่อเฉลี่ยทุกจังหวัดตกจังหวัดละห้าพันกว่าล้านบาท ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล มากกว่างบประมาณปกติ ซึ่งเราจะต้องทำให้ทุกโครงการก่อให้เกิดรายได้ รัฐบาลนี้ควรทำเว็บไซต์ แสดงว่าสี่แสนล้านทำอะไรไปบ้าง สถานะโครงการเป็นอย่างไร ใครได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า เพื่อให้โปร่งใสมากขึ้น เสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อติดตามการใช้จ่ายเงิน พ.ร.ก.นี้ เมื่อคณะกรรมการกลั่นกรองเปิดเผยในเว็บไซต์แล้ว ก็ให้ส่งข้อมูลนั้นมาที่ กมธ.นี้ด้วย ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอีกครั้ง แต่ถ้าปฏิเสธว่าใน พ.ร.ก.มีเขียนไว้อยู่แล้ว โดยให้นำเสนอต่อรัฐสภา 60 ปี นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ แปลกว่าปีละครั้งเท่านั้นเอง ทั้งนี้ พ.ร.ก.ดังกล่าวเกี่ยวพันกับชีวิตคนและหนี้สินที่เกิดขึ้นกับลูกหลานในอนาคต ดังนั้นการพิจารณาจึงต้องรอบคอบและติดตามการใช้เงินอย่างรอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับกรณีฝ่ายค้านและพรรค ปชป.เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญฯ เพื่อตรวจสอบงบฯ 1.9 ล้านล้านบาท เพราะสภามี กมธ.สามัญถึง 35 คณะทำหน้าที่อยู่แล้ว ยังเห็นว่างบฟื้นฟูจำนวน &amp;nbsp;4 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 แสนล้าน ไว้แก้ปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 2 แสนล้านบาทไปช่วยคนว่างงาน และเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา 14.45 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือ 555,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนเฉพาะหน้าโดยเร่งด่วน แต่มีข้อสังเกตว่าทำไมรัฐบาลใช้เงินเยียวยาถึงล่าช้า ไม่เร่งด่วนสมกับที่ออกเป็น พ.ร.ก. นอกจากนี้ เงื่อนไขในการเข้าถึงเงินก็มีจำนวนมาก ต้องพิสูจน์ความจน ความเดือดร้อนให้วุ่นวาย ถือเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ รัฐบาลจะอ้างว่าแจกเงิน 5,000 บาทเป็นบุญคุณไม่ได้ เพราะนี่คือเงินของประชาชน ที่สำคัญรัฐบาลไม่ได้แจกฟรี แต่เป็นการให้โดยแถมหนี้ 1 ล้านล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย
ชำแหละงบเบี้ยหัวแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพรกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญรัฐบาลต้องวางแผนฟื้นฟูในระยะยาว แต่ที่ผ่านมาการแจกเงิน 5,000 บาทที่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด รัฐบาลยังทำให้ดีไม่ได้ แล้วตอนนี้จะนำเงินกว่า 40,000 ล้านบาทมาฟื้นฟู สงสัยว่ารัฐบาลจะใช้เงินก้อนนี้ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนได้อย่างไร การใช้เงินกู้ก้อนนี้ต้องมีทิศทาง แผนงานและโครงการที่จะใช้ฟื้นฟูล้วนเป็นแผนงานที่รัฐบาลเคยดำเนินการมาแล้วทั้งสิ้น การใช้งบ 4 แสนล้านบาท ขอเรียกว่างบเบี้ยหัวแตก แจกทุกกระทรวง รัฐบาลเปิดให้ทุกกระทรวงเสนอโครงการให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ จนอดคิดไม่ได้ว่าคือการตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลแบ่งเค้กงบประมาณหรือไม่ ทราบว่ากระทรวงเกษตรฯ เสนอแก้ภัยแล้งด้วยวงเงิน 3,400 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบการใช้งบแก้ภัยแล้งบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลนี้ ตั้งแต่ปี 57-63 รวม 5 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่างบฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดทั้งก้อน ซึ่งก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ อยากถามว่ามีแผนงานอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหาระบบน้ำในประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ขนาด 6 ปีที่ผ่านมาใช้งบมากกว่าที่เสนอรอบนี้เกือบ 15เท่าตัวยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.45 น. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ อภิปรายว่า ผลงานการควบคุมการระบาดโควิด-19 ของประเทศไทยได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นผลงานของรัฐบาลและคนไทยทุกๆ คนร่วมกันหลักสำคัญอยู่ที่ฝีมือของแพทย์ไทย มีหมออนามัยและ อสม. กระจายอยู่ทุกชุมชนทั่วประเทศ หมออนามัยเป็นพี่เลี้ยงของ อสม. คอยทำงานเชิงรุก คือป้อมปราการที่เข้มแข็งสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย แต่หมออนามัยถูกมองข้าม เสมือนเป็นลูกเมียน้อยมาโดยตลอด ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ 2 เรื่องสำคัญคือ การบรรจุเป็นข้าราชการ และเรื่องค่าตอบแทนวิชาชีพ ที่เรียกร้องมาหลายปี แต่ไม่เคยสำเร็จ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบรรจุข้าราชการ 45,684 อัตราพร้อมกันเลย อนุมัติค่าตอบแทนวิชาชีพให้ หมออนามัยทั่วประเทศ หวังว่าหมออนามัยจะไม่เป็นขุนพลที่ถูกฆ่าหลังเสร็จศึกโควิด ด้วยเหตุผลว่างบประมาณหมด ต้องรอต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การเยียวยาที่ผ่านมาไม่สำเร็จ และการจัดสรรการเยียวยาในอนาคตก็มีแนวโน้มไม่เพียงพอ ตนจึงเสนอว่าแผนฟื้นฟูที่ดีต้องมีการสร้างงานให้ได้ และทำให้เห็นว่าเป้าหมายของประเทศจะเดินหน้าไปทางไหน โดยงานที่รัฐจะจัดสรรให้ต้องตอบโจทย์ในการพัฒนาประเทศให้คนมีชีวิตหลังโควิดที่ดีขึ้นรัฐบาลที่คิดแบบเดิมไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ จึงขอเรียกร้องการปฏิรูปที่มาของฝ่ายบริหาร คือรัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน เพราะโครงสร้างของรัฐธรรมนูญและอำนาจขององค์กรอิสระทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่กล้าทำงานเพราะกลัวผิดระเบียบ ปฏิรูประบบราชการให้ยึดโยงกับประชาชน คืนอำนาจงบ และคนให้กับท้องถิ่น และให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นให้มีผู้บริหารที่มาจากประชาชน กระจายอำนาจและตรวจสอบการทำงานของรัฐไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะพลิกฟื้นประเทศไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ แต่เมื่อตนได้ฟังเลขาฯ สภาพัฒน์แถลง ทำให้ตนฝันสลาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าแผนที่วางไว้สามารถรองรับให้คนมีงานทำได้ประมาณ 2 ล้านอัตรา แต่ไม่เพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคน เนื่องจากแผนนี้ยังคงเป็นแบบเดิมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเรายังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนวิกฤติโควิดได้ แล้วจะเอาอะไรมาการันตีว่าจะใช้เงิน 4 แสนล้านบาทมาพัฒนาเศรษฐกิจได้ และถ้าเป็นเพราะแผนยุทธศาสตร์ชาติ ขอแนะนำว่าให้ฉีกแผนทิ้งไปได้เลย เพราะว่าแผนนี้คงจะอยู่ไม่ถึง 20 ปี หากไม่ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ การประเมินโครงการเงินกู้ในรอบ 3 ปีที่ตนไปตรวจสอบดูก็เป็นการประเมินแบบหยาบๆ และไม่มีการถอดบทเรียน พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ไม่มีรายละเอียดให้พิจารณา เหมือนคิดไปทำไป เหมือนไม่ให้เกียรติประชาชนที่เป็นเจ้าของเงิน และไม่มีทางที่จะบรรลุเป้าหมายได้&amp;nbsp;
นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าปีหน้าก็จะมีหนี้สาธารณะเกินเพดานแน่นอน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เกิน แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถจ่ายหนี้คืนได้หรือไม่ ยกตัวอย่างประเทศกรีซ เปรียบเทียบกับญี่ปุ่นในปี 2556 ทั้งที่ญี่ปุ่นมีหนี้สูงถึง 224% กรีซ 199% แต่สัดส่วนในการชำระดอกเบี้ยต่างกัน ญี่ปุ่น 11% และกรีซ 33% ไม่มีเงินมาใช้จ่ายในด้านนต่างๆ จึงเห็นต่างกับฝ่ายค้านด้วยกันว่าหากมีความจำเป็นต้องกู้ก็ควรกู้มากกว่านี้ เพื่อให้คุ้มค่ากับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและทำให้ได้จริง&amp;rdquo;น.ส.ศิริกัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. ​พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ สะท้อนการบริหารงานของรัฐบาล และแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ที่ล้มเหลว และเปิดโอกาสให้คนบางกลุ่มฉวยโอกาสในวิกฤติสร้างความร่ำรวยให้กับตนเอง ถึงขั้นรวยจนลืมบ้านเลขที่ อาทิ เปิดเต็นท์หน้าโรงพยาบาลหรือที่จอดรถของโรงพยาบาลเอกชน ที่ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิดฟรี สวมรอยตรวจโควิดให้ประชาชน สำหรับฉายาที่ตนตั้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ คือนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพราะตลอดการบริหารประเทศ 6 ปีที่ผ่านมา และรวมถึงการกู้เงินช่วงโควิด-19 มียอดรวมการกู้เงินที่ 4 ล้านล้านบาท ทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และประชาชนต้องร่วมชดใช้หนี้ถึง 80 ปี ขณะที่การแจกเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทให้ประชาชน เท่ากับว่าประชาชนเข้าไปอยู่ในอวยของรัฐบาลแล้ว เพราะคนที่ลงทะเบียนหรือเข้าโครงการของรัฐจะถูกรีดภาษีขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศให้ชัดเจนว่าภายในสิ้นปีนี้หรือปีหน้า จะไม่รีดภาษีกับประชาชนที่ลงทะเบียนหรือเข้าโครงการช่วยเหลือใดๆ จากรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกู้เงินเป็นเรื่องปกติ หากเครดิตดี แต่รอบนี้กู้สูงเกินเพดาน หากมีวิกฤติจะไม่สามารถกู้ได้อีก ดังนั้น สภาอย่าอวยจนเกินไป ซึ่งผมกังวลว่าปลายปีหากมีวิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤติโรคระบาดอื่น รัฐบาลจะใช้ศักยภาพด้านไหนกู้เงินมาใช้จ่ายอีก สำหรับคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ขอให้นายกฯ ตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ หากไม่โกรธแค้นกันเกินไป หรือมองเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง ใครที่มีปัญญาดีๆ ก็ตั้งมาทำงานบ้าง ไม่ใช่ตั้งแต่พวกตัวเอง อวยกันเอง รวมทั้งจะไม่ทำให้เงินกู้อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐเท่านั้น ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเชื่อว่าจะกินแกลบแทนข้าวแล้ว&amp;rdquo; นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.00 น. นายจุรินทร์ชี้แจงเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าของไทยในช่วงสถานการแพร่ระบาดไวรัส กระทั่งเวลา 19.20 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ สั่งพักการประชุม โดยให้สมาชิกมาประชุมต่อในวันที่ 30 พ.ค. เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นหนังสือที่สมาชิกได้ลงนามขอให้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบการใช้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ โดย นพ.ชลน่าน ผู้เสนอญัตติกล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับต่างๆ ไม่มีรายละเอียด แผนงานในโครงการ ในส่วนของการกู้เงินใน พ.ร.ก.ฉบับแรก วงเงิน 1 ล้านล้านบาท เราไม่ได้ติดใจวงเงิน 6 แสนล้านบาทที่จะนำมาเยียวยา และ 4.5 หมื่นล้านบาทที่จะมาใช้ในด้านสาธารณสุข แต่วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่ระบุให้เป็นงบฟื้นฟู ก็มีแต่เพียงแผนงาน จึงทำให้น่าสงสัยว่างบที่จะนำไปพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ในเรื่องเศรษฐกิจชุมชนฐานราก หรือการจะนำมากระตุ้นที่เกี่ยวกับภาคเอกชน ภาคประชาชน เป็นอย่างไร ซึ่งเราเป็นห่วงการใช้เงิน&amp;nbsp;
ดันตั้ง กมธ.วิสามัญ-แก้พรก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า เนื่องจากการกู้เงิน ที่ในเดือน มิ.ย.จะมีการอนุมัติเงิน เดือน ก.ค.เริ่มมีการใช้เงิน และจะต้องใช้ให้แล้วเสร็จในเดือน ก.ย.2564 โดยไม่เป็นงบผูกพัน การที่ ส.ส.ร่วมลงนามเสนอให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อจะเสนอให้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมตรวจสอบ และได้มีสมาชิกลงนาม 42 คน เป็นไปตามข้อบังคับสภาข้อที่ 50 และหวังว่าสภาจะบรรจุญัตติให้เป็นเรื่องด่วน จากการอภิปราย มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนก็มีท่าทีขอร่วมตรวจสอบด้วย หวังว่าทั้งส.ส.ฝ่ายค้านและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะให้ความร่วมมือในการตั้งกมธ.ในชุดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมเสนอพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนด โดยจะมีเนื้อหาสาระ ให้มีกลไกในการป้องกันการใช้เงินเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยจะมีการเสนอหลังจากนี้ ประเด็นที่จะเสนอให้มีการแก้ไขมีหลายประเด็น อาทิ คณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อให้เกิดความสุจริต โปร่งใส ในคณะกรรมการนั้นต้องกำหนดคุณสมบัติเงื่อนไขของผู้ทรงคุณวุฒิเอาไว้ให้ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทินกล่าวว่า จะเสนอให้เพิ่มจำนวน ส.ส.เข้าไปร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินด้วย และจะเสนอให้มีการแก้ไขการประมูลจากเดิมที่จะไม่ใช้การประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-biding) ต้องให้ประกวดราคาผ่าน e-bidding เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และให้มีการรายงานในรายละเอียดการใช้เงินต่อสภา 3 เดือนต่อครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงแนวทางการลงมติใน พ.ร.ก. 4 ฉบับว่า วิปฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านจะหารือร่วมกันในวันที่ 30 พ.ค. แต่เชื่อว่าจะไม่ใช่การฟรีโหวต ไม่กังวลว่าจะมีงูเห่าในฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลมีเสียงข้างมากพอแล้ว ทำให้งูเห่าตกงาน และรัฐบาลเองก็ไม่เลี้ยงงูเห่าแล้ว ทุกคนจึงอยู่ในที่ตั้ง สำหรับความเป็นไปได้ในการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วย ก็สามารถตั้ง กมธ.วิสามัญได้ เท่าที่ฟังการอภิปราย มีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วย แต่ไม่แน่ใจ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลคนอื่นๆจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะหากใช้เสียงฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียวจะไม่พอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรค ปชป.เห็นชอบการตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการหยิบยกประเด็นนี้ในที่ประชุม ส.ส.ของพรรค โดยถือจุดยืนของพรรคคือ การทำงานสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เป็นคนร่างญัตติตั้ง กมธ. เนื่องจากการกู้เงินก้อนนี้เป็นจำนวนที่เยอะมาก ยกตัวอย่างโครงการมิยาซาวา เมื่อปี 2542 ในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ พรรค ปชป.เองก็เป็นคนเสนอตั้ง กมธ.ตรวจสอบ แม้จำนวนเงินจะไม่มากเท่าครั้งนี้ก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจ ใจกว้าง และเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ก็ควรจะให้ตั้ง กมธ. ทาง ส.ส.พรรค ปชป.เองเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี แต่คนรอบข้างนายกฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ และหากอ้างว่ามี กมธ.สามัญที่สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว เห็นว่าติดเรื่องบุคลากรที่มาจาก ส.ส.หลากหลายพรรค ไม่มีผู้เชี่ยวชาญเพียงพอ แต่ถ้าตั้ง กมธ.วิสามัญจะสามารถดึงนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อ เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้ ก่อนหน้านี้มีการนำมติที่ประชุม ส.ส.พรรคไปหารือกับวิปรัฐบาลแล้ว เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะตั้ง กมธ.ได้ และคิดว่าจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วย คงจะต้องมาคุยกัน และคงจะตอบคำถามยาก เพราะการตั้ง กมธ.ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากพรรคประชาธิปัตย์เสนอญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญ ทาง ส.ส.ของพรรคก็จะลงมติไปในทิศทางเดียวกัน&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
ย้ำมีกลไกตรวจสอบอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาร่วมประชุมสภาฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมีความเป็นห่วงการใช้งบประมาณ 400,000 ล้านบาท ซึ่งต้องการตั้งคณะกมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินว่า ยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องชี้แจง เพราะการใช้งบประมาณทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามปกติของกฎหมาย ซึ่งในการจัดทำแผนงานของโครงการภายหลังจากที่มีกรอบใหญ่มาแล้ว ก็จะเป็นไปตามหลักการและวัตถุประสงค์ตามกรอบการใช้งบประมาณที่กฎหมายกำหนด รัฐบาลต้องมีการคัดกรอง รับฟังความคิดเห็น ตั้งแต่ระดับล่างเหมือนกับโครงการอื่นๆ ทั่วไป โดยมีกลไกตรวจสอบการใช้งบประมาณอยู่แล้ว เช่น สตง., ป.ป.ช., ปปง. เป็นต้น ซึ่งโครงการที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าต้องเสนอขึ้นมาตามลำดับ โดยผ่านคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ หรือ กนจ. ไม่ใช่ตนเองไปตั้งหน่วยงานเอง ต้องไปไล่ดูว่าก่อนที่จะมาถึงรัฐบาลมีการทำงานกันอย่างไร ขออย่าให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่งกับเขาก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม เป็นเรื่องของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล &amp;nbsp;ผมไม่มีสิทธิ์ไปชี้ ไม่ยุ่ง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเมื่อถามว่าแสดงว่านายกฯ ไม่ต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบการใช้เงินใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้ติดตามพิจารณา พ.ร.ก. 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท ในสภามา 2 วันกว่า รู้สึกผิดหวังกับการนำเสนอของพลเอกประยุทธ์ ที่ไม่เห็นความสำคัญของอำนาจประชาชน รวมทั้งตัวแทนประชาชนอย่างสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่เงินกู้จำนวนมหาศาลที่ประชาชนชาวไทยจะต้องใช้หนี้กันไปชั่วลูกชั่วหลาน แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมเสนอแผนงานและรายละเอียด ให้ตัวแทนของประชาชนได้พิจารณา สภาผู้แทนไม่ใช่ สภาตรายาง ที่จะมาอนุมัติ ตีเช็คเปล่าให้รัฐบาล โดยไม่ต้องมีรายละเอียดการใช้เงิน หรือตรวจสอบไม่ได้ การชี้แจงตอบข้อซักถาม พลเอกประยุทธ์และนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ก็ตอบไม่ชัดเจน เหมือนถามไปไหนมา กลับตอบสามวาสองศอก เสมือนไม่เห็นหัวประชาชน อีกปัญหาคือคนตกงานประมาณ 8-10 ล้านคน รัฐบาลจะดูแลพวกนี้อย่างไร จะเอาอะไรให้พวกเขากิน ในเมื่อเงินเยียวยาจะหมดในเดือนมิถุนายนนี้แล้ว เราอยากเห็นรัฐบาลลงมือทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ใช่สักแต่แก้ตัวไปวันๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยได้ประเมินการอภิปรายช่วง 2 วันที่ผ่านมา รู้สึกเป็นกังวลต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน ในวงเงิน 1 ล้านล้านบาทที่จะทำให้คนเป็นหนี้ในอนาคต ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีฉายาว่า ลุงตู่นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์บริหารดีมาตั้งแต่หลังการปฏิวัติ 2557 ตั้งงบประมาณอย่างสมดุล 1 แสนล้านบาทต่อปี ช่วงระยะเวลา 6 ปีก็จะมีเงินถึง 6 แสนล้านบาท ดังนั้นจะมีเงินโดยที่ไม่ต้องกู้ หรือถ้ากู้จะกู้เพียง 2-3 แสนล้านบาทเท่านั้น ในส่วนของรัฐมนตรีที่ลุกมาอภิปรายชี้แจงนั้น นอกจากจะสอบตกแล้ว ยังต้องไล่ออกด้วย เพราะไม่เคยบอกว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายจิรายุว่า การกู้ของรัฐบาลเป็นการกู้เพื่อใช้หนี้ให้กับรัฐบาลในอดีตที่สร้างหนี้ไว้ โดยเฉพาะหนี้สินที่ค้างหนี้ชาวนาในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและหนี้สินอื่นๆ ที่รัฐบาลในอดีตทิ้งค้างไว้อย่างมากมาย ตลอดจนเป็นการกู้มาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำมาแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด-19 เพื่อป้องกันและเยียวยารักษาประชาชน ให้อยู่รอดปลอดภัยจากไวรัสร้าย ซึ่งทุกคนก็ทราบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การกู้เงินมีมาทุกยุคทุกสมัย รัฐบาลในอดีตก็เคยกู้เงินมาอย่างต่อเนื่องไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แต่การกู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายเยียวยาช่วยเหลือประชาชนเพื่อคนยากคนจนที่เดือดร้อนดีกว่าการกู้มาโกง กู้มาเพื่อหากินใส่กระเป๋าตัวเองหรือพวกพ้อง หรือแจกจ่ายให้ บรรดาวงศาคณาญาติตนเอง ดังนั้นคิดว่าลุงตู่นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาประชาชนชื่นชอบ เพราะลุงตู่กู้เพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างทั่วถึง ดีกว่าผู้นำคนบางคนในอดีตของพวกท่านเป็นนักโกงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา นักกู้มาโกง นักกู้มากินมาเก็บใส่กระเป๋าตัวเอง โดยไม่เผื่อแผ่ประชาชน อย่างนี้ประชาชนสาปแช่งนะครับ&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67308</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ปดิพัทธ์ สันติภาดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศิริกัญญา ตันสกุล, สมศักดิ์ คุณเงิน, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed105862f663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เปิดคลังสมบัติ ส.ส.-ส.ว. ป้ายแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค 63 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ราย คือ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 ม.ค.63 โดยนายสมศักดิ์ แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 12,482,702 บาท มีหนี้สิน 3,500,000 บาท พร้อมระบุว่า เป็นเงินกู้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือจากนางนภาพร ควรสนธิ มีที่อยู่ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทำสัญญากู้เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2563 ดังนั้น มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 8,982,702 บาท อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ระบุว่า ทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นที่ดิน 6 โฉนด มูลค่ารวม 11,031,950 บาท ซึ่งทั้งหมดเป็นที่ดินที่ ต.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ไม่มีทรัพย์สินอื่นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายจัตุรงค์ เสริมสุข ส.ว. กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 25 พ.ย.62 พร้อมคู่สมรส นางนิภาภัทร เสริมสุข อาชีพแม่บ้าน ค้าขายเล็กน้อยที่บ้านพักอาศัย นายจัตุรงค์ ระบุเดิมมีอาชีพทนายความ ที่อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 26,731,992 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหนี้สินทั้งสิ้น 4,227,791 บาท เป็นเงินกู้จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ดังนั้น มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 22,504,201 บาท ทั้งนี้นายจตุรงค์ ระบุว่ามีทรัพย์สินอื่น จำนวน 18 รายการ มูลค่ารวม 20,677,000 บาท อาทิ ปากกา ชุบทองดูปองต์ นาฬิกาข้อมือชายยี่ห้อหรู นาฬิกาฝังเพชร แหวนทอง แหวนเพชร แหวนทองล้อมเพชร ต่างหูทองฝังเพชรรูปหัวใจ ต่างหูทอง ต่างหูเพชร สร้อยคอทองคำพร้อมจี้ ชุดเหรียญพระมหาชก พระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง(ที่ระบุว่ามูลค่า 20 ล้านบาท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60347</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัตุรงค์ เสริมสุข, บัญชีทรัพย์สิน, ปปช., สมศักดิ์ คุณเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e745ca5e9671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ยังอารมณ์ค้าง! โวยเลิกใช้โมเดลขอนแก่นพื้นที่อื่นอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 &amp;ndash; นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ คณะทำงานการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุให้ยอมรับผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น ว่า แม้เราจะเคลือบแคลงสงสัยอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งให้นายสมศักดิ์ คุณเงิน เป็น ส.ส เราจะรับไม่รับ นายสมศักดิ์ก็เป็นผู้เแทน มีสิทธิในตำแหน่งทุกประการ ขอให้ดูแลปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้ง ภัยแล้ง ราคาพืชผลเกษตร ปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ กกต. บอกว่าการเลือกตั้งที่ขอนแก่นไม่มีการทุจริต&amp;nbsp; ข้าราชการวางตัวเป็นกลางทั้งๆ ที่ธงพรรคการเมืองบางพรรคปักอยู่บนโต๊ะทำงานจนเกือบจะทิ่มลูกตา กกต.อยู่แล้วก็ตาม ตนคนบ้านนอก คนบ้านนอกบอกว่า ถ้าโกงแล้วเขาจับได้ ถือว่าโกง แต่ถ้าโกงแล้วเขาจับไม่ได้ถือว่าไม่โกง แต่กรณีนี้เขาไม่จับ เลยไม่รู้ว่าโกงหรือไม่โกง ทั้งนี้อยากวิงวอนว่าหากมีการเลือกตั้งซ่อมที่ใดๆ อีก อยากขอให้รัฐบาลล้างภาพคาใจของชาวบ้านบางส่วนที่ยังเคลือบแคลงสงสัยต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยใช้มาตรการเด็ดขาดตรงไป ตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันเลือกตั้งรถทหารไม่ต้องวิ่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องใช้เสียงตามสายเชิญชวนชาวบ้านให้ออกไปใช้สิทธิในลักษณะให้เลือกพรรคฝ่ายรัฐบาล อย่าปล่อยให้ข้าราชการบางจำพวกระพฤติตนจนคนแก่ คนพิการต้องขึ้นโรงพักแจ้งความกันอีก เชื่อว่าในสภาฯ รัฐบาลเอาอยู่ อยู่แล้ว แต่หากรัฐบาลอยากรู้ความจริงว่าชาวบ้านคิดอย่างไร ท่านลองปล่อยให้เขามีอิสระในความคิด แล้วผ่านการเลือกตั้งดู จะได้รู้ความจริง แล้วนำไปแก้ไข ท่านอาจอยู่ยาวจนครบวาระ แต่ถ้าทั้งหมดเป็นการบังคับ ฝืนใจ ท่านอาจแก้ไขไม่ตรงจุด เมื่อแก้ไม่ตรงจุด อาจพบจุดจบก่อนหมดวาระก็ได้&amp;rdquo; นายพิพัฒน์ชัย ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พท., พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์, รัฐบาล, สมศักดิ์ คุณเงิน, เพื่อไทย, เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9a94a3e2ade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.แพ้แล้วโวยอำนาจรัฐ สอบ‘กำนัน’กาบัตรแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.ชงผลเลือกตั้งซ่อมขอนแก่นเขต 7 เข้าที่ประชุม 25 ธ.ค. ตั้ง กก.สอบปมกำนันกาบัตรแทนผู้มีสิทธิ์ แจงธงผู้สมัคร พปชร.บนโต๊ะทำงานแค่หลักฐาน พท.อ้างสังคมเคลือบแคลง พปชร.ได้ชัยชนะ โวยใช้อำนาจรัฐทุกทางทำกันเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.62 ผลคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่า นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรคพลังประชารัฐ ได้รับคะแนนสูงสุดที่ 40,252 คะแนน นายธนิก มาสีพิทักษ์ พรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนน 38,010 คะแนน และนายสุทัศน์ ผลบุญ พรรคพัฒนาชาติ ได้รับคะแนน 306 คะแนน รวมทั้งสิ้น 78,568 คะแนน ทั้งนี้ นายสมศักดิ์มีคะแนนเสียงทิ้งห่างนายธนิก 2,242 คะแนน และได้เป็นว่าที่ ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 อย่างไรก็ตาม ต้องรอ กกต.ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมีทั้งหมด 132,063 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ 81,063 คน คิดเป็นร้อยละ 61.38 แบ่งเป็น เป็นบัตรดี 78,568 ใบ คิดเป็นร้อยละ 96.32 บัตรเสีย 1,680 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.07 และบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครรายใด 815 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.01
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ กกต.จะมีการประชุม ซึ่งจะมีการนำผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จังหวัดขอนแก่น เข้ารายงานต่อที่ประชุม กกต. เพื่อประกาศรับรองผล ส.ส.ใหม่ต่อไป ส่วนกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าผู้นำท้องถิ่นลงคะแนนให้กับผู้สูงอายุที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์ของเจ้าตัวในการเลือกตั้งนั้น อยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนของ กกต.ขอนแก่นที่กำลังสอบข้อเท็จจริงอยู่ จึงต้องรอให้ทางจังหวัดสรุปสำนวนเพื่อส่งให้ กกต.ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอภินันท์ จันอุปะละ ผู้อำนวยการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในช่วงเช้าได้นำรายงานผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 จังหวัดขอนแก่น พร้อมเรื่องร้องเรียนมาแจ้งต่อ กกต.กลางแล้ว โดยเรื่องร้องเรียนมีประเด็นที่พรรคเพื่อไทยยื่นร้องนายจักรธร&amp;nbsp;โงะบุดดา กำนันตำบลบ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ถูกกล่าวหาว่าลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้ กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและกำลังไต่สวนอยู่ โดยต้องสรุปผลภายใน 20 วันตามระเบียบ และยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนคดีอาญาที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีการไปแจ้งความดำเนินคดีนั้น เป็นเรื่องของบุคคลทั้งคู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่มีธงของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐวางบนโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ที่สำนักงาน กกต.ขอนแก่นนั้น นายอภินันท์กล่าวว่า ธงดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ กกต.เก็บมาจากเวทีหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปสังเกตการณ์ เพื่อใช้ในการตรวจสอบการชี้แจงค่าใช้จ่ายหลังการเลือกตั้งว่าเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดหรือไม่ ยืนยันเจ้าหน้าที่ กกต.เป็นกลาง สิ่งที่เห็นคือหลักฐานที่เก็บไว้ โดย กกต.มีการรวบรวมหลักฐานเช่นนี้ของผู้สมัครทุกคน และในสำนักงานไม่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตดังกล่าว จึงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่จะไปช่วยผู้สมัครพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งหาเสียง แต่ยอมรับว่าเป็นความเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ที่นำไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.หนองเรือ นายจักรธร โงะบดดา กำนันตำบลบ้านเม็ง ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรหนองเรือ เพื่อเอาผิดกับสื่อมวลชนเพิ่มเติม โดยมีชาวบ้านเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก หลังจากพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวสาร ทั้งที่ยังไม่ได้สอบถามข้อเท็จจริงจนทำให้ชื่อเสียงเสียหาย กรณีที่ นางทัน พลเสน่ห์ อายุ 86 ปี ชาวบ้านเม็ง กล่าวหาว่านายจักรธร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. กาบัตรลงคะแนนเสียงแทนตนเอง และมีนางละเอียด หวานเขียง อ้างว่าเป็นผู้สังเกตการณ์รอบนอกจากพรรคเพื่อไทย นำยายทันเข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจักรธรกล่าวว่า ได้แจ้งความเอาผิดบางสื่อที่แพร่ข่าวออกไปโดยไม่มีการตรวจสอบให้ดีก่อน ภายหลังจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ธ.ค. ได้เข้าแจ้งความกลับนางทัน โดยเป็นการลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน เนื่องจากสงสารยาย ซึ่งจะแจ้งความเอาผิดในข้อหาให้การเท็จ รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังพายายเข้าแจ้งความ เพราะแทนที่จะเป็นลูกหลานของยายที่พาแจ้งความ กลับเป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่งเป็นคนพาเข้าแจ้งความแทน และกล่าวหาตนได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเตรียมการไว้เป็นอย่างดี แล้วทำไมไม่โวยวายตอนเกิดเหตุตอนที่อยู่คูหา จึงมองว่าเป็นเรื่องการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าแจ้งความทั้ง 2 ฝ่าย ทางพนักงานสอบสวนจะมีการเรียกสอบปากคำทั้ง &amp;nbsp;2 ฝ่าย รวมพยานในที่เกิดเหตุคือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 17 ซึ่งขณะนี้สอบปากคำยายทันและกำนันไปแล้ว เหลือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 9 ปาก และผู้สังเกตการณ์ของพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรค รวมทั้งหมดที่จะต้องสอบปากคำเบื้องต้นมี 11 ปาก ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ผิดถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงถึงผลการเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น เขต 7 โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะอำเภอหนองเรือ อำเภอมัญจาคีรี ที่สนับสนุนเสียงอันบริสุทธิ์ให้กับพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนภาคอีสานที่ให้กำลังใจ ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้จะไม่สูญเปล่า พรรคจะเดินหน้าอย่างเข้มแข็ง จะเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล ทวงถามสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้กับประชาชน แม้ว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาฝ่ายรัฐบาลจะชนะ แต่สังคมยังเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องต่างๆ มากมาย หวังให้หน่วยงานราชการที่ดูแลการเลือกตั้งช่วยทำให้ทุกข้อสงสัยเกิดความกระจ่าง เพราะสังคมจับตาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่รัฐบาลได้รับชัยชนะ ไม่ได้มองว่ารัฐบาลได้รับคะแนนนิยมมากขึ้น แต่เนื่องจากพรรคเปิดตัวผู้สมัครล่าช้า ทำให้เสียเปรียบที่จะลงพื้นที่แนะนำตัวผู้สมัครกับประชาชน แต่ต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่จำเป็นต้องปรับคณะกรรมการทำงานใหม่ เพราะที่ผ่านมาเห็นว่าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างจริงจัง ทั้งนี้ ขอแสดงความยินดีกับนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และหวังว่านายสมศักดิ์จะทำหน้าที่ให้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่อยากสะท้อนความสงสัย และปัญหาที่เกิดการเลือกตั้งที่อาจไม่บริสุทธิ์ คือ การพบทุจริตการเลือกตั้งในพื้นที่ จึงหวังให้ผู้ที่รับผิดชอบได้นำข้อมูลไปปรับปรุง เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่มีข้อครหา จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ และวางตัวเป็นกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหาเสียงของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐว่า โมเดลนี้ไม่ต้องหาเสียง ไม่ต้องปราศรัยย่อย ไม่ต้องนำเสนอนโยบาย ไม่ต้องขายพรรค กลัวคนจะรู้ว่าเป็นผู้สมัครจากพรรคอะไร ถึงวันเลือกตั้งค่อยใช้วิธีบริหารจัดการแบบพิเศษ แล้วสามารถมีผลคะแนนที่ดีได้ อาจจะเป็นโมเดลการเลือกตั้งของพรรครัฐบาลต่อไป ซึ่งผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะร้องให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้งที่อาจไม่สุจริตและเที่ยงธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ให้กำลังใจคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค และทีมงานที่ได้ทุ่มเทกับการเลือกตั้งซ่อม การแพ้เลือกตั้งไม่ได้ทำให้ประหลาดใจ เพราะรัฐบาลได้ทำทุกทางเพื่อเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐที่แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ขนาดบนโต๊ะทำงานของ กกต.ยังมีธงหาเสียงของผู้สมัคร พปชร.ปักเด่นเป็นสง่าแสดงการเลือกข้าง นอกจากนี้ยังมีรถฮัมวีที่ใช้ในราชการทหาร แต่ปิดทับหมายเลขทะเบียนออกมาวิ่งเพ่นพ่านในขณะเลือกตั้ง ไม่นับรวมการใช้จ่ายเงินอย่างมโหฬาร แพ้ไปแค่ 2,000 คะแนนก็นับว่าเก่งแล้ว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนิก มาสีพิทักษ์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, สมศักดิ์ คุณเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งซ่อม, เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น, เลือกตั้งซ่อมขอนแก่นเขต7, แพ้แล้วโวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00d17624bd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับถอยหลังชิงเก้าอี้เขต 7 ขอนแก่น กกต.คาดแห่ใช้สิทธิ์ทะลุกว่า 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 7 ขอนแก่น แทนตำแหน่งที่ว่างลง ด้วยเหตุที่นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.เขตดังกล่าว ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาตัดสินประหารชีวิตนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย คดีจ้างวานฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น จึงทำให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของเจ้าตัวมีอันสิ้นสุดลงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่นำคะแนนเสียงที่ได้จากการเลือกตั้งใหม่ ไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ได้เกิดจากการทุจริตการเลือกตั้ง โดยการนำมาคำนวณ ส.ส. มีเฉพาะกรณีเดียวคือ การเลือกตั้งใหม่ที่มีการทุจริต ไม่เป็นธรรม หรือมีใบเหลือง ใบแดง จากคำตัดสินของศาล กรณี ส.ส.ตาย ลาออก หรือพ้นสภาพไม่ต้องคำนวณใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้วันลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. โดยเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตั้งแต่ 28 พ.ย.ถึง 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครทั้งสิ้น 4 คน ประกอบไปด้วย นายธนิก มาสีพิทักษ์ พรรคเพื่อไทย เบอร์ 1, นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 2, พ.ต.อ.กิตติกูร กาญจนสกุล พรรคเสรีรวมไทย เบอร์ 3 และนายสุทัศน์ ผลบุญ พรรคพัฒนาชาติ เบอร์ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันกันระหว่างตัวเต็งของทั้ง 2 ขั้ว ระหว่างฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย และฝ่ายรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ ที่ต่างต้องการเก้าอี้ที่ว่างอยู่มาเติมเต็มเสียงของตัวเอง ที่ต่างปริ่มน้ำทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแม้ว่าฝั่งขั้วรัฐบาลจะได้เสียงจากพรรคเล็กที่เคยแยกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระกลับคืนมาก็ตาม แต่เกินครึ่งกับจำนวน ส.ส.ในสภาฯ ไม่มาก อีกทั้งในอนาคตข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะมีการบาดหมางกับพรรคร่วมรัฐบาลกันอีกหรือไม่ อย่างน้อยฝ่ายรัฐบาลก็ต้องมีการเก็บตุนเก้าอี้ไปก่อน เรียกง่ายๆ ว่ามีดีกว่าไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของฝ่ายค้านเอง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยก็ต้องการนำเก้าอี้เดิมของเจ้าตัวกลับคืนมา โดยในพื้นที่ดังกล่าว นายนวัธได้เป็น ส.ส.ในพื้นที่ดังกล่าวถึง 3 สมัย คือ ปี 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน ปี 2554 และปี 2562 จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งถ้านายธนิกชนะการเลือกตั้ง ก็จะทำให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังมีเสียงที่เข้มแข็งอยู่ในพื้นที่นั้น และยังคงมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคเพื่อไทยก็จะสามารถคุมพื้นที่ได้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน กกต. ทางรองเลขาธิการ กกต. นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ได้มีการจัดฝึกอบรมและผู้ช่วยหาเสียงเพื่อชี้แจงกฎหมายในการเลือกตั้ง ว่าสิ่งไหนทำได้และทำไม่ได้ในช่วงระหว่างการหาเสียง อีกทั้ง กกต.ประจำจังหวัดขอนแก่น ได้มีการเตรียมความพร้อม ซักซ้อมความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝั่ง กกต.ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดในเรื่องการเตรียมการ โดยมีการคาดการณ์ว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จาก 140,000 คน ของผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยการลงพื้นที่ของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นไปด้วยความเข้มข้น แค่วันที่ 8 ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายต่างนำแกนนำเข้ามาช่วยหาเสียงสนับสนุน โดยฝั่งพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่แนะนำผู้สมัครให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีการประชันหน้ากันระหว่างฝ่ายเพื่อไทย นำโดย นายอดิศร เพียงเกษ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ได้นำแกนนำพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในหลายจังหวัดของภาคอีสานลงพื้นที่หาเสียงและแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย แม้ว่ามีการสะกิดและเหน็บกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็หาเสียงไปอย่างราบรื่น ไม่ได้มีปัญหากระทบกระทั่งกัน ตามกติกาที่วางเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสรุปแล้วใครจะชนะในเขตดังกล่าวก็เกิดจุดเปลี่ยนทั้ง 2 ฝ่ายทั้งสิ้น เพราะจะไปประกอบกับคะแนนของ ส.ส.ในการลงมติในเรื่องต่างๆ โดยฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจะกุมความได้เปรียบกัน เราก็ต้องติดตามกันในวันลงคะแนนเลือกตั้ง ในวันที่ 22 นี้ แล้วจะทราบผลทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนิก มาสีพิทักษ์, พ.ต.อ.กิตติกูร กาญจนสกุล, สมศักดิ์ คุณเงิน, สุทัศน์ ผลบุญ, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5dee4fe598176.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ฟันธง&#039;สมศักดิ์&#039;ซิวเก้าอี้ส.ส.เขต7ขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62-นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีมีข้อกังวลว่าหน่วยงานราชการจะให้ความช่วยเหลือผู้สมัครของพรรค พปชร.ในการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่นว่า เรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายมีข้อห้ามไว้รุนแรงว่าหากหน่วยงานราชการใดไปยุ่งเกี่ยวจะทำให้มีโทษ ส่วนตัวเชื่อว่านายสมศักดิ์ คุณเงิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และทีมงานทำการบ้านไว้ดี นายสมศักดิ์ เป็นคนนิสัยดี มีความรู้ความสามารถ คิดว่านายสมศักดิ์ จะได้เป็นส.ส. ตั้งแต่การเลือกตั้งใหญ่ แต่ด้วยกระแสพรรคในภาคอีสานทำให้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการกังวลเช่นนี้ต้องกำชับอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในทางปฏิบัติอยู่แล้วข้าราชการเขาคงไม่ทำ ถ้าฝ่ายการเมืองกังวลก็ช่วยกันดู เป็นหูเป็นตา เพราะไปห้ามใคร 100% มันไม่ได้ คนที่รักชอบพอกันนอกเวลาราชการก็ต้องไปช่วยกัน เพราะเป็นเรื่องทำได้ไม่ผิด ส่วนตัวมองว่าแกนนำพรรคก็ควรไปช่วยหาเสียงแต่บังคับให้ทุกคนไปไม่ได้ ไม่น่าหนักใจอะไร เพราะพื้นฐานของนายสมศักดิ์ดีอยู่แล้ว เชื่อว่าน่าจะมีโอกาส และตอนนี้รัฐบาลยังไม่มีอะไรเป็นข้อเสียหาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51130</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พปชร., สมศักดิ์ คุณเงิน, เลือกตั้งซ่อมเขต7ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddcaae0135c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งซ่อมขอนแก่นเพื่อไทยจอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่น ส้มหวานหลบเพื่อไทยตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ &amp;quot;อดิศร&amp;quot; กันท่า รู้กันอยู่ที่ตรงนี้เป็นที่ของใคร การเลือกตั้งทั่วไปมันมีเจ้าของ ส่วนพลังประชารัฐส่ง &amp;quot;สมศักดิ์ คุณเงิน&amp;quot; เชื่อเข้าวินแน่เพราะคราวที่แล้วแพ้เฉียดฉิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม เขต 7 จ.ขอนแก่น ว่าในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร โดยขณะนี้มีผู้เสนอตัวที่จะลงสมัครแล้ว 2-3 คน ซึ่งจะต้องฟัง ส.ส.ของพรรคใน จ.ขอนแก่น และ ส.ส.ภาคอีสานทั้งหมด โดยคาดว่าจะสรุปตัวผู้สมัครของพรรคได้ภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการทำงานในพื้นที่ เพราะ จ.ขอนแก่นถือเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอด โดยตั้งเป้าหมายว่าจะรักษาฐานที่มั่นเพื่อให้การทำงานของฝ่ายค้านมีประสิทธิภาพต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องสู้กับคู่แข่งที่ถือกลไกอำนาจรัฐอยู่ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะส่งผู้สมัครลงแข่งขันด้วยหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ แต่ถ้าไม่ส่งก็เชื่อมั่นว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะให้กำลังใจเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงกับการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำให้เงื่อนไขในการส่งผู้สมัครของแต่ละพรรคจึงแตกต่างกันไป แต่โดยรวมถือเป็นสมรภูมิที่จะวัดศรัทธาของประชาชนว่าจะมีให้กับรัฐบาลหรือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงสัดส่วน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ตามโควตาของพรรคเพื่อไทยว่า เบื้องต้นพรรคอยากเสนอให้มีสัดส่วนจากบุคคลภายนอก โดยพยายามดึงตัวแทนจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม นักศึกษา สื่อมวลชน มากกว่าการแบ่งโควตาเป็นสัดส่วนตามภาคหรือส่วนกลาง เพราะที่ผ่านมาชัดเจนแล้วว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างมาจากคนหน้าเก่านั้นสร้างปัญหาไว้มากมาย ซึ่งกระบวนการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ถือเป็นการหาทางเปิดแรก ดังนั้นจึงควรเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากส่วนอื่นๆ ซึ่งจะมีความหลากหลายมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกพรรคมีสิทธิสมัครได้หมด ไม่ได้ปิดกั้นใคร ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีการสรรหาผู้สมัครอยู่ ผู้ตัดสินคือประชาชน ตนก็อยากเชิญชวนทุกพรรคการเมือง ว่าลักษณะ ประเพณี หรือความผูกพันในการเคลื่อนไหวที่เป็น 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านกันมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราก็พอมีอะไรกันอยู่ เรารู้ว่าที่ตรงนี้เป็นที่ของใคร การเลือกตั้งทั่วไปมันมีเจ้าของ พูดง่ายๆ มีมารยาท ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ลักษณะทำนองนี้ก็เป็นได้ ส่วนในกลุ่มพรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้คุยกัน พรรคเพื่อไทยเองก็มีคณะกรรมการสรรหาในการพิจารณาวันจันทร์นี้ ใครมีเจตจำนงจะลงสมัครก็เสนอมา เป็นไปตามกฎหมาย ยังไม่ได้ฟันธงว่าเป็นใครอย่างไร&amp;quot; นายอดิศรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 จ.ขอนแก่น ว่าในมุมมองส่วนตัวเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ส่งสมัครรับเลือกตั้ง โดยอ้างอิงมารยาทของฝ่ายค้านว่า อย่างในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม พรรคเพื่อไทยได้หลีกทางให้กับพรรคอนาคตใหม่มาแล้ว แต่อย่างไรแล้วขึ้นอยู่กับมติของพรรค เนื่องจากขณะนี้คะแนนของพรรคที่จะเอาคืนมาไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ฉะนั้นการที่ให้พรรคเพื่อไทยได้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม จ.ขอนแก่น โดยที่มีรายงานข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งนายอดิศร เพียงเกษ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่างเขต 7 จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.เก่า เรียกได้ว่าเจ้าตัวมีประสบการณ์ทางการเมืองที่จะมาช่วยสนับสนุนของนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับวิปฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือกตั้งซ่อมใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว จะมีการคุยกับพรรคฝ่ายค้านอย่างไรบ้าง นายคารมกล่าวว่า คิดว่าน่าจะมีการคุยกันในเร็วๆ นี้ เพราะการเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มาก โดยทราบจากนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.ขอนแก่น ว่าทางพรรคจะส่งนายสมศักดิ์ คุณเงิน ลงสมัครในเขตนี้ เนื่องจากที่ผ่านมานายสมศักดิ์แพ้เพียงไม่กี่คะแนน ที่สำคัญคือลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด เกาะติดพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจึงมีความมั่นใจอย่างมากว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และเมื่อสมัครเสร็จแล้วแกนนำพรรคจะยกทัพหลวงไปช่วยหาเสียงทันทีอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายธนกรกล่าวอีกว่า สำหรับคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยเราไม่กังวลอะไร เพราะเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการได้ ส.ส.ที่เป็นรัฐบาล เนื่องจากจะสามารถผลักดันผลงานให้กับพี่น้องประชาชนได้คล่องตัวกว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินโครงการต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากพี่น้องประชาชน อีกทั้งชาวบ้านยังเห็นถึงความตั้งใจจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการบริหารประเทศอีกด้วย อีกทั้งจากการที่ได้พูดคุยกับนายเอกราช และนายสมศักดิ์ ต่างมั่นใจมากว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50428</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคพลังประชารัฐ, สมศักดิ์ คุณเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศร เพียงเกษ, เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น, เลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191116/image_big_5dd00d4697085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
