<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นพบผู้ติดเชื้อโควิดรายที่ 2 เป็นแม่ค้าซื้ออาหารทะเลที่มหาชัยมาขายในหลายจังหวัดภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.63 - ที่ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น ชั้น 2 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประชุมร่วมคณะกรรมการควบคุทโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น เพื่อยกระดับมาตรการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวัง จากสถานกาณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น หลังผบผลตรวจยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายที่ 2 โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น กล่าวว่า ผลตรวจยืนยันแล้วว่าขอนแก่นพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 1 ราย ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยรายที่ 2 ที่ทำการตรวจพบในขณะนี้ของการแพร่ระบาดในระลอกใหม่ ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เป็นหญิง อายุ 34 ปี เป็นแม่ค้าจายอาหารทะเล ที่ อ.แวงใหญ่ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาที่ห้องความดันลบ ตามแนวทางในการรักษาและจากการสอบสวนโรคพบว่าติดเชื้อมาจากพื้นที่อื่น โดยมีไทมน์ไลน์ ดังนี้ วันที่ 30 พ.ย.ผู้ป่วยออกเดินทางจาก อ.แวงใหญ่เวลาประมาณ 12.00 น. โดยเดินทางไปที่ตลาดค่าส่งสัตว์น้ำบางบอน เขตบางบอน ซึ่งถึงเวลาประมาณ 21.00 น. จากนั้นเวลาประมาณ 00.00 น.ได้เดินทางต่อไปที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร ทำการซื้ออาหารทะเล จำชื่อร้านไม่ได้มีคนงานเมียนมาร์ ขายของให้ โดยผู้ขายไม่สวมหน้ากากอนามัยแต่ผู้ป่วย สวมหน้ากากตลอดเวลา จนถึงเวลา 02.00 น. ผู้ป่วยเดินทางกลับ อ.แวงใหญ่และถึงแวงใหญ่เวลา 07:00 น. ของวันที่ 1 ธ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากนั้นผู้ป่วยนำของลงขายที่หน้าร้านตรงข้ามปั๊มน้ำมันพีทีแวงใหญ่และได้นำส่งร้านร้านต่างๆ ประกอบด้วย ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ชนบท, อ.เมือง,อ.บ้านไผ่,อ.พล จ.ขอนแก่น ,อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และ จ.ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากนั้นมาขายของต่อที่ร้านหน้าปั๊มน้ำมันพีที อ.แวงใหญ่และตลาดสดแวงใหญ่ วันที่ 3-9 ธ.ค.ขายของที่หน้าร้านปั๊มน้ำมันพีทีและตลาดสดแวงใหญ วันที่ 10 ธ.ค. เดินทางออกจากแวงใหญ่ช่วงประมาณเที่ยงวันเดินทางไปที่ตลาดบางบอนซื้อของอาหารทะเล จากนั้นเดินทางไปที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร ซื้ออาหารทะเลและเดินทางกลับ&amp;nbsp;วันที่ 11 -16 ธ.ค.ผู้ป่ววไม่ได้เดินทางออกนอกพื้นที่ แต่มีไปที่ ธ.กรุงไทย วันที่ 17-18 ธ.ค.ผู้ป่วยเดินทางไปที่ อ.โกสุมพิสัย และ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ก่อนจะเข้ารับการตรวจโรคเนื่องจากผุ้ป่วย&amp;nbsp;มีโรคประจำตัวคือไซนัส และเข้ารายงานตัวกับเจ้าพนักงานเพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองและผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้มีผู้ทีเดินทางผ่านหรือกลับ หรือเช้าเขต พื้นที่ จ.สมุทรสาคร เข้ารายงานตัวกับเจ้าพนักงานแล้ว 525 ราย ซึ่งผลการตรวจนั้นยังคงต้อวรอผลการตรวจที่ชัดเจนและละเอียดที่สุด ขณะที่ในขณะนี้ขอนแก่นยืนยันผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 2 รายทำให้ต้องยกระดับการควบคุมในด้านต่างๆอย่างรัดกุมและเข้มข้นขึ้น โดยให้อำนาจนายอำเภอแต่ละพื้นที่ในฐานะ ผอ.ควบคุโรคฯได้พิจารณาการสั่งปิดหรือการดำเนินการใดๆในพื้นที่ลุ่มเสี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมตัวและเน้นย้ำในมาตรการความปลอดภัย ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้แจ้งให้ทุกพื้นที่หลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมหรือการรวมตัวของคนจำนวนมาก และการเพื่มจุดตรวจในพื้นที่รอยต่อระหว่างขอนแก่นและชัยภูมิ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดเนื่องจากขณะนี้นอกจากไทมน์ไลน์ของผู้ป่วยชาวขอนแก่น 2 รายแล้วยังคงมีไทมน์ไลน์ผู้ป่วย จาก จ.อุบลราชธานี และ จ.ชัยภูมิ เข้ามาในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87993</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สมศักดิ์ จังตระกุล, โควิด19, โควิดรอบ2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe5cb457d91a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยทำบุญแบบนิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา &amp;nbsp;ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจทำบุญแบบนิวนอร์มอล ป้องกันการแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวังศุโขทัยไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทองต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม &amp;nbsp;เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี &amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ประทับพระเก้าอี้ รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าถวายเทียนชนวน ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า พระราชทานรักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จไปทรงถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะที่อาสน์สงฆ์ เที่ยวแรกจำนวน 20 รูป ประทับพระเก้าอี้ พระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนเที่ยวแรกนี้ถวายอดิเรก แล้วออกจากพระอุโบสถ พระสงฆ์ชุดต่อไปขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ ประเคนพุ่มเทียน เมื่อพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนจนครบ 350 รูปแล้ว เสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประชาชนร่วมทำบุญและฟังธรรมเทศนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาจำนวนมาก โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช นำคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ ทำวัตรเช้าและแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์แก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีกำหนดเสด็จลงพระอุโบสถ &amp;nbsp;นำคณะสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็น และเจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งพุทธศาสนิกชนสามารถมาร่วมทำวัตรเย็นได้บริเวณโดยรอบพระอุโบสถ ทางวัดได้จัดเตรียมเก้าอี้และจอโทรทัศน์ไว้ให้ชมภาพถ่ายทอดสดจากด้านในด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปีนี้ ทางวัดประกาศงดกิจกรรมตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษา แต่หากประชาชนประสงค์จะถวายดอกไม้ ทางวัดจัดจุดถวายเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย บริเวณหน้าพระอุโบสถ เพื่อความเป็นระเบียบ และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ที่ศาลาการเปรียญวัดบูรพ์ และวัดศาลาทอง เขตเทศบาลนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานในการถวายเทียนพรรษาเนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563 พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญแบบวิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญกล่าวว่า ขอฝากว่าการไปทำบุญถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงนี้ที่ยังมีสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาระบาดในรอบที่สองอีกหรือเปล่า ฉะนั้นสิ่งเดียวคืออย่าประมาท การ์ดอย่าตก สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ เว้นระยะห่างทางสังคม และไปทำบุญกันมากๆ ทำจิตใจให้สงบ งดเว้นอบายมุข เลิกเหล้าเข้าพรรษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ที่วัดธาตุพระอารามหลวง ถ.กลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พุทธศาสนิกชนที่ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันถวายสักการบูชาองค์พระธาตุ และประกอบพิธีห่มผ้าเจดีย์พระธาตุนครเดิม เพื่อน้อมสักการะบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธพระลับ พระประจำจังหวัดขอนแก่น และพระบรมสารีริกธาตุ ภายในบริเวณฐานองค์พระธาตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ฉบับที่ 3 ข้อ 2 ที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ดังนั้นในวันนี้คณะทำงานได้ลงพื้นที่นำประกาศไปติดและแจกจ่ายให้กับร้านเพื่อให้ได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติและการงดจำหน่ายตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเข้มงวด ซึ่งทางจังหวัดจะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการสุ่มตรวจร้านค้าทั้งจังหวัดอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้มีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดทั้งขายปลีกและขายส่ง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 ก.ค. ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค. หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนเข้าวัดฟังธรรมเทศนา ถวายเทียนพรรษาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ประจำปี 2563 จัดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต มีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เข้าวัดทำบุญถวายเทียนพรรษาเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนต่างสวมใส่หน้ากากอนามัย มีเจลให้ล้างมือก่อนเข้าในอุโบสถ ตามมาตรการควบคุมโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ณ วัดท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานถวายเทียนพรรษาจังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมกับของบริวารแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ วิหารพระทรงม้า วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระราชวิสุทธิกวี เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) เป็นประธานสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมทำบุญและกราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชกันเนืองแน่นวัดตลอดทั้งวัน ซึ่งในช่วงค่ำ เวลา 18.00 น. ได้จัดให้มีพิธีบูชาเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง ต่างคลาคล่ำไปด้วยบรรดาพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นครอบครัวเพื่อทำบุญ เวียนเทียน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลหลังจากคลายล็อกโควิด และกราบสักการะพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดลำปาง มีอายุกว่า 1,300 ปี แล้วยังได้มีโอกาสร่วมทำบุญผ้าป่าลอยฟ้า ถวายเทียนพรรษา เขียนชื่อไว้บนผ้าจีวรเพื่อใช้คลุมพระธาตุ และเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ทั้งนี้ ทางวัดได้มีการเขียนป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวให้สวมหน้ากากอนามัยระหว่างที่เดินท่องเที่ยวภายในวัด และมีการตั้งแอลกอฮอล์ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ล้างมือเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาหอฉัน วัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร พร้อมถวายเครื่องปาฏิโมกข์ ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา หลอดไฟ เครื่องสังฆทาน และวัตถุทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 12 สิงหาคม 2563 และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นำพระสงฆ์ร่วมพิธีและแสดงพระธรรมเทศนา ในโอกาสนี้ ตัวแทนวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) มอบถุงยังชีพ อาหารคาวหวาน ให้แก่ประชาชน และผู้ประสบภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเป็นการต่อยอดโรงทาน พระดำริพระสังฆราช คณะศรัทธา บูรพาฯ จ.จันทบุรี จำนวน 400 ชุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70603</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชจันทโมลี, พิเชษฐ์ ปาณะพงศ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d5d069c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลอดเชื้อ14วันแบะท่าต่อฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย กลับจากปากีสถาน-ยูเออี-สหรัฐ ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศ 14 วันแล้ว ศบค.ปรับรูปแบบแถลง ใช้ทำเนียบฯ แค่จันทร์-พุธ-ศุกร์ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แบะท่าต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้หลายอย่างใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อแทนไม่ได้ กห.รับขอข้อมูลมือถือ ปชช. ยังอยู่ขั้นทดลองไว้คุมระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,119 ราย หายป่วยสะสม 2,973 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดสะสมคงที่ 58 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 88 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย มาจากปากีสถาน 2 ราย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 28 ปี ทั้งสองคนเดินทางถึงไทยวันที่ 6 มิ.ย. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม.ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. อีก 4 ราย มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นเพศหญิง 3 ราย เป็นพนักงานนวด อายุระหว่าง 39-43 ปี และเด็กนักเรียนชาย อายุ 11 ปี เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. รายสุดท้ายเป็นหญิงไทย อายุ 37 ปี เดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ถึงไทยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เข้าพักในสถานกักตัวของรัฐที่ กทม. ตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ทุกรายไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม 14 วันแล้วที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศ พร้อมยืนยันว่าเรายังมีการค้นหาเชิงรุกอยู่ แต่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ และจนถึงขณะนี้ตรวจไปแล้ว 468,175 ตัวอย่าง ทั้งนี้ สัปดาห์นี้ยังต้องลุ้น ถ้าปลายสัปดาห์นี้ทุกอย่างเรียบร้อยจะเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมากขึ้น แต่ทุกคนต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อแตะ 7 ล้านรายวันแรก ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้มีสูงถึง 111,755 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 7,086,476 ราย และเสียชีวิตสะสม 406,126 ราย และถือเป็นวันแรกที่สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยสะสมแตะ 2 ล้านราย สำหรับข่าวที่น่าสนใจในต่างประเทศ เกาหลีใต้ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการระบาดใน 3 กลุ่มใหม่ คือ ผู้ที่ทำกิจกรรมในโบสถ์ กลุ่มบริษัทขายสินค้าตามบ้าน และโรงยิมปิงปอง เหล่านี้เราต้องนำมาศึกษา นอกจากนี้ ในวันที่ 8 มิ.ย. จะมีคนไทยเดินทางกลับมา 3 เที่ยวบิน จำนวน 504 ราย และวันที่ 9 มิ.ย. 5 เที่ยวบิน จำนวน 498 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้ให้นโยบายมาว่า ในขณะนี้อยู่ในช่วงการผ่อนคลายระยะที่ 3 แล้ว ตัวเลขต่างๆ ในประเทศดีขึ้น ประชาชนรับทราบการดูแลสุขภาพตัวเอง จึงจะมีการปรับรูปแบบการแถลงข่าวของ ศบค. โดยจะให้ตนแถลงทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนวันอังคารและพฤหัสบดี จะให้ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข ขณะที่วันเสาร์-อาทิตย์ จะดูตามสถานการณ์ แต่จะต้องนำเสนอผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าและ ศบค. เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้จะไม่มีการแถลงข่าว แต่ไม่ได้ทำงานน้อยลง ตรงกันข้ามเราประชุมกันบ่อยมากขึ้น เพื่อเตรียมการเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ว่ามีความพร้อมมากแค่ไหน หากเปิดให้ประชาชนใช้บริการแล้วจะต้องมีมาตรการหลักและมาตรการเสริมอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 4 อย่างปลอดภัยทั้งประเทศ
พลิกโฉมชายหาดให้สวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ ที่จะมีการเดินทางข้ามจังหวัดได้อย่างเสรี และจากกรณีหาดบางแสนที่มีนักท่องเที่ยวแออัด ผอ.ศบค.ได้ฉายภาพการปรับเปลี่ยนให้เป็นชีวิตวิถีใหม่ โดยมองว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่คนไทยจะช่วยกันดูแลชายหาดให้สวยงามเหมือนเมืองนอก ซึ่งแบ่งเป็น 4 ส่วน 1.บริเวณชายหาดที่มีโขดหินไม่สามารถเล่นน้ำทะเล ซึ่งมีร้านอาหารตั้งอยู่บนนั้น จะเปิดให้บริการได้หรือไม่ 2.บริเวณชายหาดที่มีโขดหินประปราย ให้ร้านค้าแผงลอยไปเปิดบริการตรงนั้น เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อหาสินค้าได้หรือไม่ 3.บริเวณชายหาดที่ประชาชนสามารถลงเล่นน้ำได้ จะกันพื้นที่ไม่ให้มีการขายสินค้า และให้ประชาชนไปปิกนิก เตรียมอาหารไปรับประทานเอง และ 4.ชายหาดที่จะให้เล่นน้ำอย่างเดียว นายกฯ บอกว่าอยากเห็นภาพนี้ จะทำให้คนไทยได้ชื่นชมและใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นไอเดียที่น่าจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ศบค.ที่จะต้องจัดชุดข้อมูลผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ รวมถึงประชาชนต้องเห็นด้วย ผู้ให้บริการต้องดำเนินการตามมาตรการ และภาครัฐควบคุมกำกับดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การไม่พบการติดเชื้อในประเทศ 14 วัน เท่ากับเราปลอดภัยและใช้ชีวิตแบบเดิมได้แล้วหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดีใจ แต่อีกด้านหนึ่งยังเบาใจไม่ได้ เพราะเคยมีกรณีที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการนานกว่า 14 วัน ดังนั้น การ์ดต้องไม่ตก เบาใจได้หน่อย แต่อย่าวางใจ จนกว่าจะยาวนานกว่านี้ เราต้องดูแลประชาชนในประเทศให้ดี ไม่นำเชื้อจากภายนอกเข้ามา ทุกอย่างยังอยู่ในการเฝ้าระวังทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความภูมิใจของคนไทย หลายสื่อให้เครดิตประเทศไทยในการควบคุมโรค แต่ตรงนี้อยู่ที่ประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือ ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลต่อเพื่อผ่านไปสู่การผ่อนคลายระยะที่ 4 และระยะที่ 5 ซึ่งมีหรือไม่ยังไม่รู้ เราต้องเป็นศูนย์อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณาผ่อนคลายกิจการหรือกิจกรรมเพิ่มเติมว่า คณะทำงานกลั่นกรองจะใช้เวลาช่วง 2 สัปดาห์ของเดือน มิ.ย. เพื่อประเมินว่าจะใช้มาตรการอย่างไรต่อไป ส่วนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.จนสิ้นเดือน จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ หากสามารถควบคุมสถานการณ์อยู่หรือดีขึ้น อัตราการติดเชื้อคงที่ หรือหากมีการติดเชื้อ ก็เป็นกรณีที่ติดจากเมืองนอก และถ้าในประเทศมีตัวเลขเป็นศูนย์ และนิ่งต่อกันได้หลายวันอย่างที่ผ่านมา การจะนำไปสู่การปลดล็อกทั้งหลายโดยสิ้นเชิงก็เป็นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ได้เตรียมการไว้ทุกรูปแบบ คือกรณีแรก เตรียมการที่จะต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิก (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และกรณีที่สอง เตรียมการที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกรณีที่สาม เตรียมการที่จะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่งดใช้มาตรการต่างๆ เช่น สามารถที่จะชุมนุมได้ เลิกเคอร์ฟิว ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสถานการณ์ดีเช่นนี้ การผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 4 ก็คงจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มองจากวันนี้ก็ใช่ แต่หากเราลองปล่อยแล้วเกิดความประมาทชะล่าใจขึ้นมา ตรงนี้ก็น่ากลัว ที่เป็นห่วงคือวันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปจะเป็นวันหมดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังเป็นดีเดย์การเปิดภาคเรียนและสนามบินด้วย และในขณะนี้โรงเรียนเขาก็คิดวิธีการของเขาอยู่ ทั้งเรื่องเวลาเด็กเข้าห้องน้ำ เล่นกีฬาจะทำอย่างไร ถ้าทุกอย่างคุมกันได้เองเช่นนี้ ก็วางใจได้ หากวันที่ 15-31 มิ.ย. ปลอดภัย เราก็เชื่อว่าวันที่ 1 ก.ค. ก็น่าจะปลอดภัย คนต่างชาติที่เข้ามาก็ไม่ได้เดินไปโรงเรียนอยู่แล้ว โดยอีก 3-4 วันจะเป็นวันหยุดยาว ทำให้ต้องนำทุกอย่างมาเป็นปัจจัยคิด ซึ่งยังไม่มีคำตอบในเวลานี้
แทนพรก.ฉุกเฉินไม่ได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็มีทุกทางอย่างที่ตนบอก พอไปดูพระราชบัญญัติโรคติดต่อแล้ว หลายเรื่องไม่สามารถที่จะบริหารจัดการเหมือนอย่างการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เลย ทั้งนี้ พนักงาน เจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้นมา ไม่สามารถที่จะบูรณาการทหารพลเรือนเข้ามาได้ แค่การนำคนลงจากเครื่องเข้ามา แล้วนำไปในสถานกักกันของรัฐ สมมติว่าเป็นพื้นที่ค่ายทหาร หากภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถรับช่วงต่อบูรณาการทำงานกันได้ แต่ยังนึกไม่ออกว่าภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อจะทำอย่างไร เพราะตามกฎหมายนี้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด สมมติว่าไปสัตหีบ ก็ต้องเริ่มต้นที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ต้องออกคำสั่งเป็นทอดๆ ไปถึงสัตหีบ ค่าใช้จ่ายใครจะเป็นคนดูแล ทุกวันนี้คือรัฐ เพราะรัฐเป็นคนปิด หรือกรณีที่ผู้โดยสารนั่งเครื่องบินมาแล้วเกิดการติดเชื้อกันมาก สนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ว่าฯ กล้าปิดสุวรรณภูมิหรือไม่ ไม่ให้สายการบินทั้งหมดลง แต่ทุกวันนี้ที่สั่งได้เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาแบบประเทศต่อประเทศ จะมีการพิจารณาเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นั้น รองนายกฯ กล่าวว่า เพราะไทยมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงมีการปิดสนามบิน เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกัน โดยใช้ พ.ร.บ.การเดินอากาศ ต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงปิดสนามบิน ถ้าเราไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วไปปิดสนามบิน จะอธิบายกับสายการบินไม่ได้ วันนี้เราให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากเหตุโควิด-19 และบางอย่างแม้ไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็สามารถดำเนินตามมาตรการได้ เช่น การสวมหน้ากาก และการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่ถูกกักกันที่สถานที่กักกันของรัฐได้มีการปรับแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็น 2 ครั้ง โดยการตรวจครั้งแรกคือวันที่ 3-5 และครั้งที่ 2 คือวันที่ 11-13 ซึ่งถ้าพบว่าผลเป็นบวก แม้จะนอนดูอาการมาแล้ว 13 วัน เจ้าหน้าที่ก็จะส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อดูแลต่ออีก 14 วัน เพราะฉะนั้นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่ร้อยละ 50 จะมีอาการ และมีบางกลุ่มที่ไม่มีอาการแต่ตรวจพบเชื้อในวันที่ 0-2 ประมาณร้อยละ 49
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วง 11-12 วัน อาจมีคนที่มีอาการประมาณ 4 คน และกลุ่มที่ไม่มีอาการมีจำนวน 7 คน รวมทั้งสิ้น 11 คน จากจำนวน 175 คน ส่วนวันที่ 13-14 พบผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการจำนวน 4 คน โดยมีรายหนึ่งตรวจเจอเชื้อในวันที่ 21 ซึ่งมีโอกาสเจอเชื้อได้น้อยมาก สรุปแล้วระยะเวลา 14 วัน ในการกักกันตัวในสถานที่รัฐกักกันเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศติดต่อกัน 14 วัน ถือว่าสถานการณ์แบบนี้ทำให้อุ่นใจได้หรือไม่ นพ.อนุพงศ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เพราะว่ากลุ่มที่ไม่มีอาการแล้วยังอยู่ที่ชุมชนอาจจะมีได้ หากประเทศไทยสามารถยืนระยะให้มีผู้ป่วยในประเทศเป็นศูนย์ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 28 หรือครบหนึ่งเดือนจะสบายใจยิ่งกว่า โอกาสที่เจอผู้ติดเชื้ออยู่ในชุมชนแล้วไม่แสดงอาการจะมีน้อยมากๆ หรือไม่มีเลย ประกอบกับขณะนี้อยู่ในช่วงการผ่อนปรนระยะที่ 3 ถ้าจะเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 จะเป็นเรื่องของกิจการหรือกิจกรรมที่ค่อนข้างจะมีความเสี่ยงปานกลางถึงสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กำหนดไว้แล้วว่าจะให้เปิดภาคเรียนวันที่ 1 ก.ค.นั้น หากสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ น่าจะเปิดโรงเรียน เพราะไม่อยากให้บุตรหลานเลื่อนเวลาเรียนออกไปมากกว่านี้ แต่ประสบการณ์จากต่างประเทศนั้น การเปิดโรงเรียนอีกครั้งหนึ่งมักจะมีการระบาดในโรงเรียน ซึ่งการระบาดนั้นอาจจะมาจากภายนอกโรงเรียน โดยเป็นเรื่องที่ยังเป็นห่วงอยู่ ทั้งนี้ ถ้าเปิดโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยจะสบายใจมากกว่านี้ ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่พบผู้ติดเชื้อในวันที่ 14 แล้ว แต่มาตรการป้องกันต่างๆ ยังต้องมีความเข้มข้น ต้องตระหนักว่าคนที่อยู่ในชุมชน หรือว่าคนที่พบปะอาจจะมีคนที่ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ
ขอข้อมูลมือถือ ปชช.จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน (สนผ.) กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี น.ส.สฤนี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ เผยแพร่เอกสารของ สนผ.กลาโหม ระบุขอข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการสนับสนุนการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ยอมรับว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารฉบับจริง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนโรค โดยที่ประชุมวงเล็กเรียกฝ่ายทางเทคนิคของกระทรวงกลาโหม มาสอบถามว่า สามารถเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอติดตามสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้ใกล้ชิดทั้งหมด เนื่องจากกรณีสนามมวย ที่มีคนเข้าชม 2,800 คน แต่สามารถติดตามมาได้เพียง 800 คน แต่หากเรารู้ข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ทั้ง 2,800 คน เราจะสามารถส่งข้อความไปแจ้งเตือนได้ทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จึงเชิญผู้ประกอบการค่ายมือถือทั้ง 5 ค่าย โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ามาควบคุมอีกชั้นหนึ่ง โดยการทำโปรแกรมกรมดังกล่าว กรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น กห.ไม่ได้นำข้อมูลของประชาชนไปทำอะไร และที่สำคัญ โปรแกรมดังกล่าวยังไม่ได้บังคับใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบของรายแรกอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดของโรคในรอบสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต มีติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายให้กลับบ้าน 224 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย 1 ราย ทั้งนี้ ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา 15 วัน (รายล่าสุด วันที่ 24 พ.ค. 2563) ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังตนเอง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปแหล่งชุมชนและสถานที่เสี่ยง ซึ่งอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดครั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ครบ 7 วันของการเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ซึ่งจากการตรวจติดตามของทางจังหวัด พบว่าทุกหน่วยงานได้ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐบาลกำหนด ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่มีความคุ้นชินกับการปฏิบัติตนวิถีใหม่ หรือ New Normal กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้น ขอขอบคุณชาวขอนแก่น และสถานประกอบการทุกประเภท ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐอย่างเข้มงวด ทำให้ข้อบกพร่องหรือจุดด้อยของจังหวัดนั้นมีน้อยมาก วันนี้เราไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มานานกว่า 1 เดือนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68177</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์, วิษณุ เครืองาม, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede3315339a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยให้ผวจ. จัดระเบียบสังคม ชายหาด-บาทวิถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาดไทยสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลจัดระเบียบชายหาด และให้ ผวจ.ทั่วประเทศจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถี ป้องกันโควิดระบาด &amp;quot;หมอบุ๋ม&amp;quot; เผยเที่ยวเป็นครอบครัวเป็นเรื่องดี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เตือนอย่าแออัด ขณะที่ภูเก็ตเปิดหาด 9 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 1 พ.ค.2563, ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 15 พ.ค.2563 และฉบับที่ 9 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2563 ซึ่งได้มีการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต และกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ซึ่ง ศบค.มท.พิจารณาแล้วเห็นว่าการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมข้างต้น อาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายและการรวมตัวของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหาด ให้ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักการหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน และให้นำมาตรการป้องกันโรคตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 11 มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ประเภทกิจกรรม และสถานการณ์ที่เป็นอยู่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถีและพื้นที่ชายหาด 4 ด้าน คือ 1.เชิงพื้นที่ ในบริเวณพื้นที่สาธารณะริมบาทวิถี ให้พิจารณาแบ่งสัดส่วนการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม ให้ผู้ประกอบการสามารถค้าขายได้อย่างถูกสุขลักษณะ ผู้สัญจรเดินไปมาบนบาทวิถีสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย ไม่กีดขวางการจราจร และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญผู้อยู่อาศัยบริเวณนั้นๆ และในพื้นที่ชายหาด ให้พิจารณาแบ่งการใช้พื้นที่เป็นสัดส่วน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประกอบการต่างๆ เช่น การขายอาหาร ให้เช่าเก้าอี้ หรือเครื่องเล่นต่างๆ สามารถประกอบการได้ตามมาตรการที่กำหนด 2.เชิงกฎหมาย การอนุญาตอนุมัติให้ดำเนินการใดๆ ในพื้นที่สาธารณะต้องเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย 3.เชิงเศรษฐกิจ การดำเนินการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเน้นมิติด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยแล้ว ให้พิจารณามิติด้านเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบ และ 4.เชิงผู้ได้รับผลกระทบ การจัดระเบียบในที่สาธารณะให้ดำเนินการภายใต้อนุกรรมการการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมระดับจังหวัด โดยแต่งตั้งผู้แทนผู้ค้าในบริเวณที่ได้รับผลกระทบและผู้แทนประชาคมในพื้นที่เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณากับคณะอนุกรรมการด้วย
เตือนอย่าเที่ยวที่แออัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล หรือหมอบุ๋ม ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงกรณีที่มีการเดินทางของประชาชนแออัดในสถานที่ท่องเที่ยวที่พัทยาและห้างสรรพสินค้าน่ากังวลหรือไม่ ว่าการที่ครอบครัวได้ออกไปท่องเที่ยวด้วยกันถือเป็นเรื่องที่ดี และช่วยให้เศรษฐกิจคึกคักอีกครั้ง แต่การที่จะเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ต้องคำนึงว่ามีจำนวนท่องเที่ยวหรือคนมีแออัดมากน้อยแค่ไหน สามารถที่จะหลีกเลี่ยงเดินทางไปสถานที่อื่นก็ได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การใช้ชีวิต New Normal ในการสแกนแพลตฟอร์มไทยชนะ ประชาชนมองว่ายุ่งยาก รองโฆษก ศบค.ตอบว่า ประชาชนอาจจะไม่ชินกับการใช้แอปฯ แต่การลงทะเบียนใช้เป็นเรื่องดี ที่เราจะทราบว่าสถานที่จะไปมีประชาชน หรือมีผู้ใช้บริการมากน้อยแค่ไหน เราสามารถเลี่ยงไปใช้ที่อื่นได้ เพื่อเสี่ยงในการติดเชื้อ และยังสามารถติดตามตัวคนที่ติดเชื้อมารักษาตัวได้ และเมื่อลงทะเบียนเข้าแล้วก็ต้องลงทะเบียนออกด้วย เพื่อที่จะทราบจำนวนผู้ใช้ในสถานที่ต่างๆ จริง เพื่อที่คนอื่นเข้าไปใช้ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ภายหลังเข้าสู่มาตรการผ่อนระยะที่ 3 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาเกือบ 1 สัปดาห์ โดยพบว่าที่ท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์ ที่เปิดทำการบินเส้นทางขอนแก่น-ดอนเมือง และขอนแก่น-สุวรรณภูมิ ไปและกลับรวมวันละ 12 เที่ยวบิน เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันกับที่สถานีขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 3 ที่มีประชาชนมารอการโดยสารด้วยรถโดยสารเส้นทางต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคและเส้นทางกรุงเทพฯ ที่บริษัทขนส่งต่างๆ กลับมาเปิดให้บริการกันแล้ว โดยเฉพาะเส้นทางขอนแก่น-เชียงใหม่, ขอนแก่น-เชียงราย และขอนแก่น-ระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานีรถไฟขอนแก่น ก็มีประชาชนมารอการโดยสารในเส้นทางขอนแก่น-หนองคาย, ขอนแก่น-นครราชสีมา และขอนแก่น-กรุงเทพฯ ซึ่งทางจังหวัดยังคงเน้นหนักตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ ที่ขอนแก่นเข้าสู่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 ตามที่ ศบค.กำหนด ซึ่งสถานประกอบการทุกแห่งที่กลับมาเปิดให้บริการตามประกาศนั้น ทุกแห่งปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับอย่างเข้มงวดมีการจัดจุดตรวจคัดกรองบริเวณทางเข้าร้าน โดยจัดพนักงานประจำในการเน้นย้ำการลงทะเบียนเข้าและออกผ่านระบบคิวอาร์โค้ดไทยชนะ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การให้การบริการเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ อีกทั้งยังคงมีการกำหนดจุดพักรอ การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัยทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การจองคิวแบบออนไลน์ และการทำความสะอาดพื้นที่ที่ให้บริการทุกจุด
ขอนแก่นเข้าสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอนแก่นเราไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มานานกว่า 1 เดือน ดังนั้นทุกมาตรการที่เราเน้นหนักและเน้นย้ำ โดยมีคณะทำงานทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ ฝ่าย พ.ร.ก. และเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ยังคงออกตรวจพื้นที่ทุกวัน เดินตรวจทุกร้าน แบบไม่มีวันหยุด เพราะการ์ดของเรามันจะตกไม่ได้ ซึ่งต้องขอขอบคุณชาวขอนแก่นทุกคนที่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำในด้านต่างๆ อย่างดี และจะดำเนินการในลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้การเดินทางนั้นเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งสนามบิน, รถไฟ และรถ บขส. ที่ทุกจุดมีการคุมเข้มตามมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มงวดและตลอดทั้ง 24 ชม. ซึ่งผู้โดยสารทุกคนนั้นคุ้นชินกับมาตรการที่ทางรัฐกำหนดกันมากแล้ว แต่ถึงอย่างไรสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัด รวมไปถึงย่านชุมชนและจุดที่มีประชาชนพลุกพล่าน จังหวัดขอให้ทุกคนเว้นระยะห่างและปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งอย่างเข้มงวด ซึ่งคณะทำงานจะออกตรวจพื้นที่ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และเติมเต็มในจุดที่เป็นข้อบกพร่อง เพื่อให้ขอนแก่นพร้อมเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 4 ได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ และทำได้ทันทีตามที่รัฐบาลได้สั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 36/2563 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับกล่าวหลังประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตมีมติเห็นชอบในประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบผลการประเมินสถานการณ์ตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต รอบที่ 3 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมเห็นชอบตามที่สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตเปิดให้บริการ ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ในวันที่ 8 มิถุนายน 2563 เปิดเฉพาะต่อใบอนุญาต, &amp;nbsp;เปลี่ยนชนิด, ใบแทน, แก้ไข, ระหว่างประเทศ, ค้างดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 เปิดบริการทุกกระบวนงาน &amp;nbsp;เช่น ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ใหม่) ต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถที่ต้องอบรม เปิดการเรียนการสอน หรือการทดสอบของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองหรือสถาบันการศึกษาที่ MOU กับกรมการขนส่งทางบก
ภูเก็ตเปิดหาด 9 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมเห็นชอบการเปิดพื้นที่ชายหาดตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2563 ต้องปฏิบัติตามดำเนินการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะ ริมบาทวิถี และพื้นที่ชายหาด ซึ่งต้องปฏิบัติตามที่ทางราชการกำหนดในมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;quot; นายภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) ชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่กว่า 500 นาย เข้าประจำจุดในการเฝ้าระวังแนะนำนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัดเพชรบุรี ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวได้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว พร้อมมอบอุปกรณ์ชุดตรวจคัดกรองหน้ากากอนามัย เอกสารให้ความรู้และสติกเกอร์สำหรับเจ้าหน้าที่ในการประจำจุด ตลอดแนวชายหาด 10 จุด รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร และตรวจติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวตลอดแนวชายหาดชะอำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่มีคำสั่งเปิดชายหาดชะอำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบชัยกล่าวว่า หลายหน่วยงานได้ร่วมลงมาดูความพร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ท่องเที่ยวชายทะเลของจังหวัดเพชรบุรี รัฐบาลได้กำชับให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวเล่นได้ แต่ต้องให้ระวังเรื่องการรักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันการติดเชื้อแพร่เชื้อได้ ทางจังหวัดเพชรบุรีเทศบาลและอำเภอชะอำได้มีการจัดการประชุมวางแผนและแนวทางเตรียมการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยการตรวจวัดอุณหภูมิ จัดเตรียมเจลล้างมือ สมุดลงชื่อ เว้นระยะห่างและจำกัดจำนวนคนนั่ง 4 คนต่อเตียงผ้าใบ 1 ชุด พร้อมปล่อยแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเผยว่า เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานออกดูแลนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาด กำชับให้เดินตรวจตราประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง ให้ทราบโดยทั่วกัน ถ้าเตือนไม่ได้ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการบริเวณชายหาดเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบห้ามลงเล่นน้ำ ห้ามดื่มสุราบนชายหาดชะอำ ห้ามจับกลุ่ม ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคนก่อนเข้าใช้บริการ พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้เว้นระยะห่างตามมาตรการสาธารณสุข เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังไม่หายจากประเทศไทย ถ้าเกิดมีการติดเชื้อขึ้นมาอีกครั้ง จะทำให้ควบคุมยากขึ้น จึงขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบชัย บุญอรณะ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200606/image_big_5edb94fa03548.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่านนท์ยกเลิกผ่อนปรน &#039;ภูเก็ต&#039;ป่วยเพิ่มอีก10ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นนทบุรีถอยยกเลิกผ่อนปรน 38 สถานที่ให้ทำมาหากิน ให้เปิดเฉพาะศูนย์โทรศัพท์ในห้าง ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 10 รายอยู่ในพื้นที่บางเทาทั้งหมด ปัตตานีปิด 3 ตำบลหลังป่วยเพิ่ม 5 คน แม่ทัพภาค 4 พร้อมรับเปิดด่านไทย-มาเลย์ สกัดทุกช่องนำคนเข้าระบบคัดกรอง ผู้ป่วยรายที่ 5 ขอนแก่นอาการหนักปอดหายเกินครึ่ง ไล่เช็กไทม์ไลน์หากลุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมษายน นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ชี้แจงถึงกรณีได้ออกคำสั่งจังหวัดนนทบุรี ที่ 1072/2563 เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 9) ผ่อนปรนเปิด 38 &amp;nbsp;สถานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ ร้านตัดผม เสริมสวย (เฉพาะทำผม) ร้านรับส่งพัสดุ แผงค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้านวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน ร้านวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ/ระบบสื่อสาร ร้านขายซ่อมอุปกรณ์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว ตั้งแต่วันที่ 15 &amp;nbsp;เม.ย.เป็นต้นไป แต่ภายหลังได้ออกคำสั่งฉบับที่ 10 ให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แต่ให้เปิดได้เฉพาะศูนย์โทรศัพท์ในห้างเท่านั้น เริ่มวันที่ 15 เม.ย.63 และคงคำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนถึงวันที่ &amp;nbsp;30 เม.ย.63 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุจินต์กล่าวว่าต้องการจะเปิดเพื่อทดลอง เพราะสถานที่ดังกล่าวทั้ง 5 ประเภทนั้นคนไม่เยอะ เราก็เฝ้าระวังได้ง่าย ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์อยู่ติดกัน รวมทั้งวัสดุก่อสร้าง &amp;nbsp;ร้านตัดผมและเสริมสวย ไม่มีข้อตกลงกับใคร แค่อยากทดลองระบบ ไม่ใช่เอาชีวิตคนมาทดลอง แต่เป็นพื้นที่ที่ควบคุมง่ายกว่าตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตที่คนยังเข้าไปใช้เป็นจำนวนมาก จะเน้นด้านการใช้หน้ากากอนามัย การใช้เจล การทำความสะอาดล้างมือ แต่เมื่อมีเสียงสะท้อนจากประชาชน รวมทั้งผู้ใหญ่ได้ให้คำแนะนำมา ยอมรับอาจไม่รอบคอบพอ จะทำไปพร้อมๆ กันในวันที่ 30 เม.ย.นี้ จึงเอากลับมาทบทวนและยกเลิก และขออภัยผู้ประกอบการและประชาชนที่ทำให้ไม่สบายใจ ตนก็เป็นทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;ว่ามีผู้ป่วยยืนยันแล้วจำนวน&amp;nbsp;188&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;(รายใหม่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย)&amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ทั้งหมดเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พักอาศัยในบ้านเดียวกัน ทำงานในที่เดียวกันกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์การปฏิบัติร่วมกันเพื่อยุติสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19 ครั้งที่ 2/2563 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ว่าได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง ผลปรากฏว่าอัตราการพบผู้ป่วยติดเชื้อต่อวันลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.IMPORT CASE หรือการเข้ามาใหม่ของกลุ่มคนที่มีสภาวะเสี่ยง 2.กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับซอยบางลา ตำบลป่าตอง และ 3.กลุ่มใหม่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล ทั้งนี้จังหวัดมีเป้าหมายยุติสถานการณ์ COVID-19 ภายในวันที่ 30 &amp;nbsp;เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนต่างชาติที่ยังตกค้างในภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตได้ทำการสำรวจสัญชาติต่างๆ รวมจำนวน 4,117 คน กระทรวงมหาดไทยรายงานว่ามีชาวอเมริกันรอกลับประเทศ 1,327 คน อาจต้องเตรียมการไปขึ้นเครื่องบินที่กรุงเทพฯ หรืออาจบินลงมารับที่ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 10 รายอยู่ในพื้นที่บางเทา ตำบลเชิงทะเล เป็นเครือญาติกันและเป็นเพื่อนบ้าน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุ 97 ปีรวมอยู่ด้วย โชคดีที่เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ ทั้งนี้การจัดการโรคโควิด-19 ในพื้นที่บางลา ป่าตอง สามารถดำเนินการได้หมดแล้ว ส่วนพื้นที่บางเทาเป็นชุมชน มีวิถีชีวิตประจำวัน ในการเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนนั้นค่อนข้างยาก หากมีผู้ป่วยต้องรีบนำตัวออกจากชุมชนเข้าไปยังสถานที่กำหนดไว้ จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ ทำการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมทุกราย
ติดเชื้อ 5 รายปิด 3 ตำบล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp;82&amp;nbsp;ราย เป็นคน อ.ทุ่งยางแดง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมกิจกรรมทางศาสนาและสัมผัสตัวกัน และ อ.ยะรัง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย โดยเป็นผู้ที่สัมผัสบุคคลที่ติดเชื้อ ขณะนี้ได้มีการปิด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงแล้ว เพื่อดำเนินการคัดกรองสอบสวนชาวบ้านทุกคนอย่างเข้มข้นที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานีได้เตรียมจัดสถานที่รองรับกลุ่มคนไทยที่จะกลับจากประเทศมาเลเซียในวันที่ 18 เม.ย. โดยสามารถรองรับการตรวจคัดกรองไม่ต่ำกว่าวันละ 300 &amp;nbsp;คน โดยนายชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อคัดกรองเสร็จจะให้ผู้มีเหตุอันสงสัยว่าจะติดเชื้อไปพักที่โรงยิมสนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะรอผลตรวจ 1-2 วัน และเมื่อผลออกมาแล้วจะแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ติดเชื้อโควิด-19 นำไปพักที่โรงพยาบาลสนามที่ ต.บานา ส่วนคนที่ผลออกมาเป็นลบจะให้กลับไปกักตัวที่อำเภอที่ได้รองรับไว้ในแต่ละอำเภอ นอกจากนี้กลุ่มที่ไม่มีอาการป่วยจะให้อำเภอนำตัวไปกักกันตัวที่ทางอำเภอเตรียมไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ยอดผู้ป่วยสะสมยังอยู่ที่&amp;nbsp;56&amp;nbsp;คน เป็นผู้ป่วยทั่วไป&amp;nbsp;37&amp;nbsp;คน ซึ่งนิ่งและไม่เพิ่มมา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;วันแล้ว และผู้ป่วยกลุ่มดาวะห์ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คน ซึ่งยอดนิ่งแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลคือ จะมีแรงงานไทยจากประเทศอินโดนีเซียเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนสะเดา เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เม.ย.นี้อีกกว่า&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;คน รวมถึงแรงงานไทยจากมาเลเซียที่จะเดินทางกลับมาด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีจำนวนคนทะลักเข้ามาในพื้นที่กว่าแสนคนในการเปิดด่านไทย-มาเลเซีย ในวันที่ 18 เม.ย.ว่า ไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจากการทำงานมาหลายสัปดาห์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานทูตได้เปิดการลงทะเบียนออนไลน์และการให้มารายงานตัวด้วยตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ภาคประชาสังคมและประธานกลุ่มอาสาสมัครคนไทยในต่างแดนลงพื้นที่สำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าตัวเลขที่ยืนยันมีจำนวนไม่เกิน 8,000 คนที่ขอเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) &amp;nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางการกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างชัดเจนในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 &amp;nbsp;ช่องทาง วันละ 150 คน แต่ละจังหวัดได้เตรียมการไว้แล้ว แต่มาตรการที่ดีที่สุดคือคนไทยควรคงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านไว้ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากสถานการณ์คลี่คลายก็สามารถทำงานต่อได้ทันที ทั้งนี้รัฐบาลไทยก็ยังคงมีมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตแม้จะอยู่ในต่างแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการหารือร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ มีสถานทูต สถานกงสุล ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการที่มีประธานกลุ่มในทุกรัฐเร่งดำเนินการลงทะเบียนเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ได้เตรียมตัวและประสานกับทุกจังหวัดในชายแดนภาคใต้ และได้ร่วมกับ ศอ.บต.ตั้งกองอำนวยการร่วมเพื่อเป็นมาตรฐานร่วมกับทุกจังหวัด ทุกคนที่ผ่านเข้ามาต้องมีการคัดกรองและแยกเป็นรายจังหวัด &amp;nbsp;ส่วนด้านกำลังทหาร กองร้อยป้องกันชายแดน ทหารราบต่างๆ ทำงานตรวจทุกช่องทาง หาการลักลอบเข้ามาด้วยแบบว่ายน้ำมาหรือล่องเรือข้ามมา เมื่อจับได้จะดำเนินการตามกระบวนการเปรียบเทียบปรับ &amp;nbsp;หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายและเข้ากระบวนการของจังหวัด
ผู้ป่วยขอนแก่นอาการหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;รายที่ 5 ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหญิงวัย 63 ปี ชาวบ้านกุดน้ำใส หมู่ที่ 1 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชายโชติกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการสอบสวนโรคทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำพอง และมีลูกชายเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งลูกชายเป็นบุคคลประเภทที่ 3 (สาวประเภท 2) เดินทางกลับจากประเทศบาห์เรนกับเพื่อน 3 คน โดยเพื่อนตรวจสุขภาพไม่ผ่าน 2 คน แต่ลูกชายของผู้ป่วยตรวจผ่านจึงได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและเดินทางถึงที่บ้านเกิดวันที่ 28 ก.พ.63 และกักตัวตามมาตรการป้องกัน ต่อมาวันที่ 6 มี.ค. ลูกชายผู้ป่วยเดินทางไปพัทยาและกลับบ้านวันที่ 18 มี.ค.63 และกักตัวอีกครั้งจนครบ 14 วันโดยไม่มีอาการใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งวันที่ 1 เม.ย.63 ผู้ป่วยรายที่ 5 ซึ่งเป็นแม่มีอาการเริ่มต้นจึงเดินทางมารับบริการที่ รพ.สต.กุดน้ำใส ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว มีน้ำมูกใส และได้ให้ประวัติกับแพทย์ว่าลูกชายเพิ่งกลับมาจากประเทศบาห์เรนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และตรวจโรคผ่านแล้ว แพทย์จึงให้ยาตามอาการ แต่อาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีไข้ จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดน้ำพองวันที่ 5 เม.ย.63 ซึ่งรับประทานยาต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 8 เม.ย. อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงเดินทางแอดมิตที่โรงพยาบาลน้ำพอง ด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย หายใจไม่สะดวก มีปอดอักเสบ บวกกับคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลน้ำพองจนถึงวันที่ 13 เม.ย.63 ก่อนจะส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชาญชัยกล่าวว่า เราอาจจะถูกหลอกให้เข้าใจว่าผู้ป่วยรายนี้ติดจากลูกที่กลับมาจากบาห์เรน &amp;nbsp;เพราะว่าลูกกลับมาจากบาห์เรนนานเกิน 1 เดือน จึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไป และเชื่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ลูกเดินทางกลับมาจากพัทยา ซึ่งจากการสอบสวนโรคจากตัวผู้ป่วยทำให้ข้อมูลในส่วนนี้หายไป เพราะแม่ไม่ทราบว่าลูกไปพัทยาต่อ และได้สอบสวนโรคจากตัวลูกของผู้ป่วยทำให้ทราบว่า หลังจากกลับจากพัทยาก็มีอาการไข้หวัด แต่อาการไม่หนักและทานยาเองจนหาย ซึ่งคนที่มีเชื้อในตัวอาจจะไม่แสดงอาการ บางรายคนหนุ่มอาจจะเป็นไม่หนักและอาจจะหายแล้วเหมือนเช่นลูกของผู้ป่วยที่นำเชื้อมาแพร่ &amp;nbsp;พอเชื้อแพร่มาถึงแม่ซึ่งเป็นผู้ที่อายุเยอะและมีโรคประจำตัว ทำให้เชื้อแพร่ได้อย่างรวดเร็วและแสดงอาการหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาการล่าสุดของผู้ป่วยติดเชื้อรัสโควิด-19 รายที่ 5 นั้น อาการโดยรวมยังถือว่าหนักที่สุด เชื้อได้ทำลายปอดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปอดมีการอักเสบ พักรักษาตัวอยู่ในห้องความดันลบของโรงพยาบาลขอนแก่นโดยมีแพทย์ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด&amp;quot; นพ.ชาญชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีมติให้เปิดหมู่บ้านท่าอ่าง ม.3&amp;nbsp;ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย ซึ่งครบกำหนดเวลา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน หลังพบมีชาวบ้านติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา โดยประเมินทุกด้านแล้วปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเหมะบุตร กองบัญชาการกองกำลังสุรนารี จ.สุรินทร์ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรนารี จากนั้นได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์ประสานงานพื้นที่ชายแดน จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง โดยเฉพาะมาตรการป้องกันโรคของรถยนต์ที่ยังคงผ่านเข้าออกด้านชายแดน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และการดำเนินการต่อแรงงานชาวกัมพูชาที่ต้องการเดินทางผ่านแดนกลับเข้าประเทศกัมพูชา ที่ยังคงตกค้างอยู่บริเวณตลาดช่องจอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ได้มีมาตรการเยียวยาพ่อค้าแม่ค้า ด้วยการงดเก็บค่าวางขายของ (ตั๋วตลาด) ค่าไฟฟ้า ค่ารักษาความสะอาด จากผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาขายสินค้าภายในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. - 15 มิ.ย.63.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63153</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b7ef6cfbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิดรายที่5ขอนแก่น อาการหนักปอดหายเกินครึ่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย. 63 - ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายที่ 5 ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหญิงวัย 63 ปี ชาวบ้านกุดน้ำใส หมู่ 1 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชาย เปิดเผยว่า&amp;nbsp; จากการสอบสวนโรคทราบว่า ผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำพอง และมีลูกชายเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งลูกชายเป็นบุคคลประเภทที่ 3 (สาวประเภท2) ซึ่งเดินทางกลับจากประเทศบาห์เรนกับเพื่อน 3 คน โดยเพื่อนตรวจสุขภาพไม่ผ่าน 2 คน แต่ลูกชายของผู้ป่วยตรวจผ่านจึงได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและเดินทางถึงที่บ้านเกิดวันที่ 28 ก.พ.2563 และมีการกักตัวตามมาตรการการป้องกัน ต่อมาวันที่ 6 มี.ค.2563&amp;nbsp; ลูกชายผู้ป่วยเดินทางไปพัทยาและเดินทางกลับบ้านอีกครั้งในวันที่ 18 มี.ค.2563 และกักตัวอีกครั้งจนครบ 14 วัน โดยไม่มีอาการใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งวันที่ 1 เม.ย.2563 ผู้ป่วยรายที่ 5 ซึ่งเป็นแม่มีอาการเริ่มต้นจึงเดินทางมารับบริการที่ รพ.สต.กุดน้ำใส ด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว มีน้ำมูกใส และได้ให้ประวัติกับแพทย์ว่าลูกชายเพิ่งกลับมาจากประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. และตรวจโรคผ่านแล้ว แพทย์จึงให้ยาตามอาการ แต่อาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีไข้ จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่งในตลาดน้ำพองในวันที่ 5 เม.ย.2563 ซึ่งรับประทานยาต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 8 เม.ย. อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงเดินทางแอดมิดที่โรงพยาบาลน้ำพอง ด้วยไข้ อ่อนเพลีย หายใจไม่สะดวก มีปอดอักเสบ บวกกับคนไข้มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลน้ำพองจนถึงวันที่ 13 เม.ย.2563 ก่อนจะส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งประวัติดังกล่าวนี้เป็นเพียงเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จะต้องมีการสอบสวนโรคต่ออีกเนื่องจากยังไม่ชัดเจนทั้งหมด โดยในช่วงไทม์ไลน์นั้นจะต้องมีการสอบสวนโรคอย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เราอาจจะถูกหลอกให้เข้าใจว่าผู้ป่วยรายนี้ติดจากลูกที่กลับมาจากบาห์เรน เพราะว่าลูกกลับมาจากบาห์เรนนานเกิน 1 เดือน ทางการสืบสวนโรคเราจึงตัดประเด็นนี้ทิ้งไป และเราเชื่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ลูกเดินทางกลับมาจากพัทยา ซึ่งพัทยาก็มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งจากการสอบสวนโรคจากตัวผู้ป่วยทำให้ข้อมูลในส่วนนี้หายไป เพราะแม่ไม่ทราบว่าลูกไปพัทยาต่อ และได้สอบสวนโรคจากตัวลูกของผู้ป่วยทราบว่า หลังจากกลับจากพัทยามีอาการไข้หวัดแต่อาการไม่หนักและทานยาเองจนหาย ซึ่งคนที่มีเชื้อในตัวอาจจะไม่แสดงอาการ บางรายคนหนุ่มอาจจะเป็นไม่หนักและอาจจะหายแล้วเหมือนเช่นลูกของผู้ป่วยที่นำเชื้อมาแพร่ แต่ในช่วงที่มานั้นอาจมีการแพร่เชื้อก่อนหน้านั้น พอเชื้อแพร่มาถึงแม่ซึ่งเป็นผู้ที่อายุเยอะและมีโรคประจำตัว ทำให้เชื้อแพร่ได้อย่างรวดเร็วและแสดงอาการหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาการล่าสุดของผู้ป่วยติดเชื้อรัสโควิด-19 รายที่ 5 นั้น อาการโดยรวมยังถือว่าหนักที่สุด เชื้อได้ทำลายปอดไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง หายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปอดมีการอักเสบ พักรักษาตัวอยู่ในห้องความดันลบของโรงพยาบาลขอนแก่นโดยมีแพทย์ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด&amp;quot; นพ.ชาญชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายที่ 5 นี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์อย่างชัดเจนซึ่งสอดคล้องกับมาตรการข้อห้ามของทางจังหวัดที่ขอให้ทุกคนงดจัดงานที่มีการรวมตัวสัมผัสใกล้ชิดกัน หรือกิจกรรมที่มีการแสดงความรักกันในครอบครัว ขอให้ทุกคนพึงตระหนักถึงผู้ป่วยรายที่ว่า คนในครอบครัวทุกคนเหมือนจะสุขภาพดี แต่ก็ไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าปลอดเชื้อหรือไม่ ทำให้บุพการีที่มีความเสี่ยงต่อโรคทั้งเรื่องของวัย ทั้งเรื่องของโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ ภูมิต้านทานโรคของร่างกายผู้สูงอายุก็ต่ำทำให้เชื้อลุกลามได้อย่างรวดเร็วและแสดงอาการทันที ดังนั้นขอให้ทุกๆ คนปฏิบัติตามมาตรการของทางจังหวัดที่มีการประกาศออกมาอย่างเคร่งครัดและในวันนี้จะมีการประชุมด่วนเพื่อยกระดับการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะการปกปิดข้อมูลทางจังหวัดจะเพิ่มการเข้มงวดเพิ่มขึ้นอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ผู้ป่วยรายที่5, สมศักดิ์ จังตระกุล, ไทม์ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e957a8b3fe12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นขอล็อกดาวน์30หมู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตเริ่มดีขึ้น พบผู้ติดเชื้อใหม่แค่ 2 ราย แต่ปัตตานียังวางใจไม่ได้ ติดโควิดอีก 7 คน ผู้ว่าฯ สั่งล็อกดาวน์ 3 ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง ส่วนกลุ่มผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายที่ยะลาครบกำหนดกักตัวกลับบ้านได้แล้ว ที่ขอนแก่นชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้าน 30 หมู่บ้านขอซีลตัวเอง อนุมัติไปแล้ว 1 เป็นต้นแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 11 เมษายน 2563 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม-10 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 172 ราย (ตรวจคัดกรองเชิงรุก 2 ราย) โดยผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 56 ราย จำหน่าย 1 ราย (จำหน่ายเนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 115 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั้ง 172 รายนี้รวมอยู่ในรายงานผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,167 ราย (รายใหม่ 108 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 184 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 69 ราย กลับบ้านแล้ว &amp;nbsp;1,983 ราย มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ทั้ง 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันเข้าพบกลุ่มผู้นำศาสนา จำนวน 7 ราย ซึ่งได้เข้ารับการกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการจนครบตามกำหนด 14 วัน ซึ่งหลังเฝ้าสังเกตอาการแล้ว ทั้ง 7 รายไม่พบอาการ และไม่พบเชื้อแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวกับกลุ่มผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายว่า ทางจังหวัดขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการเข้าสังเกตอาการตามมาตรการควบคุมโรค และขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หลังจากกลับไปแล้ว และช่วยบอกกล่าวบุคคลในครอบครัว หรือในชุมชนให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทั้งนี้ หลังจากท่านกลับไปสู่ครอบครัว สู่ชุมชนแล้ว ก็ขอให้ยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันโรค และยังคงต้องอยู่แต่ในบ้านพักอาศัยอีกสักระยะหนึ่งก่อน ลดละการเข้าชุมชน เพื่อเป็นการเฝ้าดูอาการในระยะยาว แม้ว่าในการกักตัวครั้งนี้ท่านจะไม่ติดเชื้อไวรัส หรืออาจจะตรวจไม่พบในตอนนี้ แต่เชื้อไวรัสนั้นสามารถติดกันได้ ซึ่งอาจจะไปติดเชื้อมาจากผู้อื่นอีกก็ได้ จึงขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้นำศาสนารายหนึ่งที่ได้ผ่านการกักตัวสังเกตอาการครบ 14 วันแล้ว ได้เปิดเผยว่า ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ให้การดูแลและแนะนำ ทำความเข้าใจกับหลักการปฏิบัติในการป้องกันตนเองจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งตนเองก็พร้อมและยืนยันที่จะปฏิบัติตาม อีกทั้งจะนำสิ่งที่ได้รับรู้ไปทำความเข้าใจกับผู้อื่นได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายนี้ได้เดินทางกลับจากการทำกิจกรรมดาวะห์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงวันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้รายงานตัวกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ากักตัวสังเกตอาการจนครบเวลาตามกำหนด และได้อนุญาตให้กลับสู่ครอบครัวได้ในวันนี้ โดยเป็นราษฎรจากอำเภอกาบัง 4 ราย, อำเภอยะหา 2 ราย และอำเภอบันนังสตา 1 ราย
ปัตตานีติดเชื้อเพิ่ม 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัตตานี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 7 ราย จากเดิม 67 ราย ล่าสุดวันนี้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเป็น 74 ราย ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีสั่งปิด 3 ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงทันที เพื่อกักกันพื้นที่ห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าหรือออก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และบุคคลทั้ง 3 ตำบล ว่าใครสัมผัสหรือติดเชื้อหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ปัตตานีเปิดเผยว่า 7 รายใหม่ที่พบเชื้อนี้เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และเป็นผู้ที่สัมผัสกับนายมามุและภรรยาที่ติดเชื้อมาจากไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคมที่ผ่านมา และเมื่อสัมผัสแล้วก็ได้ไปสัมผัสกับบุคคลอื่นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคนใน อ.ทุ่งยางแดง 6 คน และเป็นลูกชายนายมามุที่อยู่ อ.มายอ 1 คน ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยังนายอำเภอทุ่งยางแดงให้ปิด 3 ตำบลของ อ.ทุ่งยางแดง คือ อ.ปากู, อ.พิเทน และ อ.น้ำดำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และบุคคลว่าใครเคยสัมผัสและใกล้ชิดนายมามุและบุคคลอีกทั้ง 7 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยผ่านรายการสร้างสรรค์เมืองนคร ทางวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช 93.5 MHz ถึงสถานการณ์การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ในขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 1 คน เป็นผู้สูงอายุ บ้านอยู่อำเภอหนึ่ง จากการสอบสวนพบว่ามีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอยู่ก่อนแล้ว เข้ารับตอนนี้รักษาตัวใน รพ.ทุ่งสง และส่งต่อมายัง รพ.มหาราช ทำให้ยอดผู้ป่วยไวรัสวิดสะสมในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่มเป็น 7 คน ในจำนวนนี้รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 4 คน รอกลับบ้านอีก 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการผ่อนปรนมาตรการให้ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย กลับมาเปิดบริการได้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2563 นั้น เพราะคำสั่งปิดร้านตัดผม ร้านเสริมสวยของจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อเนื่องมาเกือบ 1 เดือน และจากการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการเหล่านี้ให้ความร่วมมือดีมาก จึงมีคำสั่งให้เปิดบริการได้ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการที่กำหนด อาทิ การเว้นระยะห่างลูกค้าในร้าน การล้างมือ การทำความสะอาดเครื่องมือ การสวมหน้ากากอนามัย ทุกแห่งจะต้องปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด หากพบว่าร้านไหนปล่อยปละละเลย ก็จะสั่งปิดและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;
พยาบาลชุมพรติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 3 ของจังหวัดชุมพร เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นพยาบาลหญิง อายุ 42 ปี โดยพยาบาลรายนี้ติดเชื้อโดยเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ 65 ปี ที่ได้เข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวและผลตรวจพบเชื้อมีเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้พยาบาลรายดังกล่าวเริ่มกักตัวเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้พยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายที่ 3 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีขวัญกำลังใจดีมาก ร้องขอโทรศัพท์ถึงครอบครัว และขอให้ตรวจสอบคนในครอบครัว 2 คน ให้ละเอียด ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร ได้เข้าไปดูแลอย่างดีที่สุด ส่วนโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยังเปิดบริการตามปกติ ยกเว้นคลินิกนอกเวลาปิดให้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ว่าราชการจังได้ออกคำสั่งเพิ่ม ดังนี้ 1.ให้ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกคน 2.ประชาชนผู้มาติดต่อราชการต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหมู่บ้านที่เสนอตัวเพื่อขอทำการซีลหมู่บ้านทั้งหมด 30 หมู่บ้าน จากทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด และขณะนี้จังหวัดได้อนุมัติให้ 1 หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินการแล้ว คือที่ ม.6 ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า มาตรการซีลหมู่บ้านนั้น ยอมรับว่าไม่สามารถทำได้ทุกหมู่บ้านในเขตจังหวัด เพราะบริบทของแต่ละหมู่บ้านนั้นแตกต่างกัน รวมทั้งพื้นที่ทางกายภาพในภาพรวม ดังนั้นเมื่อมีหมู่บ้านเสนอตัวในการที่จะซีลหมู่บ้านหรือปิดหมู่บ้าน ตามแนวทางที่จังหวัดกำหนดขึ้นมานั้น เมื่อผ่านประชาคมหมู่บ้านมาแล้ว และอำเภอเสนอเรื่องขึ้นมา คณะทำงานของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะลงพื้นที่ตรวจสอบและแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อให้หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินงานได้ทันที จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งหมู่บ้านที่จะดำเนินการได้นั้น สำคัญที่สุดคือเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
หมู่บ้านต้นแบบปิดสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า หมู่บ้านต้นแบบที่ได้ดำเนินงานแล้วนั้น มีประชากรในหมู่บ้าน 25 หลังคาเรือน มีทางเข้าและออกหมู่บ้านเพียง 1 ช่องทาง ซึ่งผู้นำชุมชนได้มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองบริเวณทางเข้าแห่งนี้อย่างเข้มงวดตลอดทั้ง 24 ชม. ทั้งยังคงมีการกำหนดระยะเวลาเข้าและออกหมู่บ้านได้เพียง 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 05.00-07.00 น. และช่วงเย็นคือเวลา 16.00-19.00 น. ซึ่งการผ่านด่านตรวจคัดกรองนั้นคุมเข้มตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งท้องถิ่นยังคงให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานของชุมชนแห่งนี้ ด้วยการสร้างห้องน้ำไว้ที่บริเวณทางเข้าเพื่อให้ประชาชนที่เดินทางเข้าหมู่บ้านนั้นได้ทำความสะอาดร่างกาย ขณะเดียวกันยังคงมีการปรับพื้นที่สำหรับการจัดทำตลาดชั่วคราวไว้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนนั้นได้ออกมาเลือกซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บ้านทุกหลังคาเรือนก็มีการทำจุดล้างมือไว้ที่หน้าบ้านเพื่อให้ทุกคนนั้นรักษาความสะอาดตนเองอย่างบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการซีลหมู่บ้านที่จัดทำขึ้น มั่นใจว่าจะเป็นการกำหนดพื้นที่สีขาว หรือหมู่บ้านสะอาดได้แบบขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงมาตรการป้องกันที่เราจะทยอยประกาศพื้นที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสได้จากภายในสู่ภายนอก จนขยายครอบคลุมทั้งจังหวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในวันนี้ ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าเส้นทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เริ่มกลับมาเดินรถได้อีกครั้งเป็นวันแรก หลังจากที่ต้องหยุดยาวมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม หลังจากที่มาเลเซียประกาศปิดประเทศ และในวันนี้ทางประเทศมาเลเซียได้อนุญาตให้เปิดด่านปาดังเบซาร์ ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้มีการขนส่งทางรถไฟได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันนี้การขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์สามารถกลับมาดำเนินการได้ แต่ก็ยังคงมีมาตรการคัดกรองเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถไฟขนส่งสินค้าขบวนแรกได้ออกจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ แต่ยังเป็นรถเปล่าที่จะไปรับส่งสินค้าที่บริเวณด่านปาดังเบซาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ขณะนี้ ยังคงหยุดให้บริการรถไฟทุกขบวนไม่มีกำหนดมาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งปรกติในช่วงนี้ซึ่งจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ สถานีรถไฟหาดใหญ่จะเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน แต่ปีนี้เงียบสงบ ทั้งสถานีว่างเปล่าไร้ผู้คน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการหยุดเดินรถไฟสายใต้ทุกระบบทุกขบวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62854</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินท์, นพ.สงกรานต์ ไหมชุม, วรเชษฐ พรมโอภาษ, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91b05ae2615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
