<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวนำเข้าวัคซีน บิ๊กตู่เปิดช่องเอกชนแต่ต้องขึ้นทะเบียน&#039;อย.&#039;ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; พระราชทานรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษเคลื่อนที่ต้นแบบ คัดกรองโควิดเชิงรุก &amp;quot;ศบค.&amp;quot; พบผู้ติดเชื้อใหม่ 198 ราย เศร้า! หญิงไทยวัย &amp;nbsp;73 ชาวสมุทรสาครเสียชีวิตอีกราย ลุ้นคลายล็อกเปิดเรียนต้น ก.พ. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ขอให้ขึ้นทะเบียนกับ อย.เพื่อมั่นใจว่าปลอดภัย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ปัดเปิดสัญญาแอสตร้าเซนเนก้ากับสยามไบโอไซเอนซ์ แจงเป็นเรื่องระหว่างเอกชน &amp;quot;ทว.&amp;quot; วุ่น ตร.ติดโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี ที่ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างใกล้ชิด ซึ่งได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก และทรงคำนึงถึงความยากลำบากของราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและในพื้นที่แออัด และเพื่อให้สามารถเข้ารับบริการตรวจหาโควิด-19 ได้รวดเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งกลับมาแพร่ระบาดรอบใหม่อีกครั้ง จึงมีพระราชดำริให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมผู้เชี่ยวชาญสร้างและพระราชทาน รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษเคลื่อนที่ต้นแบบ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์ฯ แล้ว โดยจะใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่และทราบผลรวดเร็ว ซึ่งได้นำมาใช้ครั้งแรกในการค้นหาเชิงรุกกรณีพบผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 (NBT) ติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ตรวจจำนวน 222 ตัวอย่าง &amp;nbsp;ได้ผลที่รวดเร็วตามที่คาดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของรถพระราชทานนี้ เพื่อเสริมการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านสาธารณสุข &amp;nbsp;ให้สามารถเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่ที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์สูงสุด อันเป็นการลดปัญหาความล่าช้าในการขนส่งสิ่งส่งตรวจกลับมาตรวจที่หน่วยงาน ที่โดดเด่นคือสามารถนำไปใช้วิเคราะห์เชื้ออื่นๆ ที่วิเคราะห์ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลิเมอเรส &amp;nbsp;(Real Time Polymerase Chain Reaction (PCR)) โดยใช้เวลาวิเคราะห์เพียง 3 ชั่วโมง และวิเคราะห์ได้ 70 ตัวอย่างต่อ 1 รอบต่อเครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร ภายในมี 3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธุกรรม, ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลิเมอเรส ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจวิเคราะห์ผลได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ &amp;nbsp;สะดวกและปลอดภัย มีห้องบัฟเฟอร์เพื่อควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของเชื้อโรค พร้อมเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพีซีอาร์ (PCR &amp;nbsp;cabinet), เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ, เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลิเมอเรส &amp;nbsp;(Real-Time PCR), ตู้แช่แข็ง -20 องซาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องส่งตัวอย่าง, เครื่องเขย่าผสมสาร, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปิเปต, ระบบยูวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น หาที่สุดมิได้ โดยตั้งแต่ที่ได้พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย จนถึงปัจจุบัน รถพระราชทานเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนส่งต่อน้ำพระราชหฤทัย เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ด้วยปฏิบัติการตรวจบุคคลทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงแบบเชิงรุก รวมกว่า 80,000 ราย &amp;nbsp;เข้าถึงชุมชน ควบคุมการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว อยู่ระหว่างจัดสร้างรถชีวนิรภัยเพิ่มอีก 7 คัน รวมเป็น 20 คัน เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ในระบบเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกทั่วประเทศ&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว&amp;nbsp;
ลุ้นเปิดโรงเรียนต้น ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 191 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 118 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 73 &amp;nbsp;ราย ในจำนวนนี้มาจาก จ.สมุทรสาคร 72 ราย สัญชาติไทย &amp;nbsp;2 ราย และแรงงานเพื่อนบ้าน 70 ราย และค้นหาเชิงรุกที่ &amp;nbsp;จ.ระยอง 1 ราย นอกจากนี้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 &amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 13,500 ราย หายป่วยสะสม 10,567 ราย อยู่ระหว่างรักษา 2,860 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไทยจาก จ.สมุทรสาคร อายุ 73 ปี มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง สมองเสื่อม ลมชัก มีประวัติสัมผัสบุคคลในครอบครัวที่ติดเชื้อ มีอาการไอ มีเสมหะ อ่อนเพลียตั้งแต่วันที่ 4 &amp;nbsp;ม.ค.และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมุทรสาคร จากนั้นวันที่ 7 ม.ค.ตรวจหาเชื้อโควิด-19 และมีผลยืนยันว่าติดเชื้อวันที่ 9 ม.ค. ต่อมาผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ปอดอักเสบรุนแรง จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นวันที่ 9-20 ม.ค.มีอาการดีขึ้น เอาเครื่องช่วยหายใจออกได้ แต่ยังมีเสมหะเหนียวข้น ต้องใช้เครื่องดูดเสมหะ กระทั่งวันที่ 23 ม.ค.เรียกแล้วไม่รู้สึกตัว หัวใจหยุดเต้น แพทย์ใช้เวลากู้ชีพ 30 นาที แต่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 73 &amp;nbsp;ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสมใกล้ถึงร้อยล้านรายแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อสะสม 99,322,604 ราย เสียชีวิต &amp;nbsp;2,130,293 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูแนวโน้มการติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.จนถึงปัจจุบันกราฟขึ้นๆ ลงๆ แต่ยังไว้วางใจไม่ได้ และถ้าดูตัวเลขติดเชื้อรายสัปดาห์ สัปดาห์ที่หนึ่งของปี 64 มีจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 39 จังหวัด สัปดาห์ที่สองมีจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 30 &amp;nbsp;จังหวัด สัปดาห์ที่สามมีจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 24 จังหวัด และวันที่ 24 ม.ค.ซึ่งเป็นวันแรกของสัปดาห์ที่สี่ มีการติดเชื้อ 7 &amp;nbsp;จังหวัด จึงอยากให้ทุกจังหวัดช่วยกันเฝ้าระวัง&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้พูดถึงการค้นหาเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร โดยตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;19-24 ม.ค. ผ่านไป 5 วันมีการตรวจเชื้อไปแล้ว 60,000-70,000 ราย พบผู้ติดเชื้อ 5,532 ราย หรือคิดเป็นประมาณ &amp;nbsp;7% ยกตัวอย่างตรวจ 100 คนเจอ 7 คน แต่นี่เป็นการประมาณการเพื่อจะกำหนดมาตรการ ตัวเลขจริงอาจจะน้อยกว่าก็ได้ แต่ถ้าเป็นไปตามตัวเลขที่ประมาณการ อีก 5 &amp;nbsp;วันถัดไปในสัปดาห์หน้าจะพบผู้ติดเชื้อ 2,000-3,000 ราย &amp;nbsp;เราจะได้เตรียมพร้อมในการรักษา ซึ่งใน จ.สมุทรสาคร พยายามตรวจเชิงรุกอย่างเต็มที่ ตั้งเป้าตรวจให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์เพื่อให้ จ.สมุทรสาครมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเข้มข้นดังกล่าวจะนำไปสู่การวางแผนลดหย่อนมาตรการ เนื่องจากมีคนถามเข้ามาว่าโรงเรียน &amp;nbsp;ตลาดกุ้ง และร้านอาหารต่างๆ จะมีการผ่อนคลายหรือไม่ &amp;nbsp;ทั้งนี้เราตั้งเป้าจะทำให้สำเร็จทั้งจังหวัดภายในสัปดาห์หน้า &amp;nbsp;และวันที่ 1-7 ก.พ.จะมีการเก็บรายละเอียดในพื้นที่เสี่ยง &amp;nbsp;เพื่อวันที่ 8-15 ก.พ.การติดเชื้อจะเบาบางลง เพื่อการผ่อนคลาย ซึ่งสมุทรสาครจะเป็นตัวอย่างให้ทั้งประเทศที่จะทำควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามสัปดาห์หน้าจะเข้มข้นมาตรการที่สุด ถ้าตัวเลขดีต่อเนื่องภายในต้นเดือน ก.พ.อาจมีสถานศึกษาเปิดการเรียนการสอนได้ในบางพื้นที่ และถ้าตัวเลขดีเช่นนี้คาดว่าในสัปดาห์หน้าก็จะได้ยินข่าวดีมีมาตรการผ่อนคลายในหลายจุด&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว&amp;nbsp;
เอกชนนำเข้าวัคซีนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีนโยบายให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้ โดยขอให้ยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนวัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ อย.จะพิจารณาตรวจสอบวัคซีนที่จะขอนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ซึ่งจะต้องได้รับการประเมินก่อนนำไปใช้จริง โดย อย.จะประเมินทั้งในด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย และด้านประสิทธิผลของวัคซีนว่าเหมาะสมกับคนไทยหรือไม่ โดยผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนจะต้องแสดงข้อมูลเอกสารหลักฐาน &amp;nbsp;เพื่อประเมินคุณสมบัติของวัคซีนทั้ง 3 ด้านดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย.ได้ปรับการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 อย่างเต็มที่ ด้วยการระดมเพิ่มผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกมาร่วมพิจารณา เพื่อให้สามารถอนุมัติวัคซีนได้โดยเร็วที่สุด แต่ยังคงไม่สามารถผ่อนคลายกฎเกณฑ์หรือลดหย่อนการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์ที่มีความต้องการใช้สูงทั่วโลก อีกทั้งวัคซีนที่มีอยู่เพิ่งเสร็จจากงานวิจัยเข้าสู่กระบวนการผลิตของแต่ละบริษัท ดังนั้นการนำเข้าวัคซีนต้องมั่นใจว่าเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพมาตรฐาน และมีประสิทธิผล &amp;nbsp;เนื่องจากวัคซีนที่ อย.รับขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ที่จะต้องมีระบบการกำกับติดตาม เฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คณะแพทย์ เจ้าหน้าที่ บุคลากรสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง &amp;nbsp;ทหาร ตำรวจ ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเกิดกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมากที่ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.63 ซึ่งหลายภาคส่วนได้เสียสละทำงานอย่างไม่มีวันหยุดเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลยังต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันลดความเสี่ยงการติดโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการงดการเดินทางโดยไม่จำเป็น งดเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง งดการรวมกลุ่ม &amp;nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะ ฯลฯ และขอบคุณประชาชนที่ให้ความมือเป็นอย่างดีเสมอมา โดยหลังจากนี้จะมีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ตามลำดับ แต่ต้องไม่ประมาท การ์ดไม่ตก&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณีมีการระบุการจัดซื้อวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ล่าช้าว่า การดำเนินการไม่ได้ล่าช้ากว่าประเทศอื่น แต่ต้องยึดหลักความปลอดภัยและคุณภาพของวัคซีน ซึ่งการจัดซื้อมีขั้นตอน ไม่ใช่สั่งซื้อแล้วจะได้ของทันที อีกทั้งการจัดซื้อวัคซีนยังติดเงื่อนไขของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่การจ่ายเงินซื้อจะต้องมีสินค้าอยู่จริง ซึ่งแตกต่างกับบางประเทศที่ยอมเสี่ยงจ่ายเงินไปก่อน โดยยังไม่ทราบว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะหากเกิดความเสียหายเงินที่จ่ายไปก็จะสูญเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเรื่องที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้เปิดสัญญาการจัดซื้อวัคซีนที่ทำกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กับบริษัท &amp;nbsp;สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด นายอนุทินกล่าวว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคู่สัญญาเป็นเอกชนทั้งคู่และอยู่เหนือการควบคุมของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันไม่ใช่วัคซีนผูกขาด เพราะมีการเจรจาซื้อหลายบริษัท ซึ่งเรื่องวัคซีนคนที่รู้ดีที่สุดคือหมอและคณะกรรมการวิชาการที่ตั้งขึ้นมาศึกษาการใช้วัคซีนโดยเฉพาะ &amp;nbsp;รัฐมนตรีมีหน้าที่เห็นชอบตามที่คณะกรรมการวิชาการเสนอเรื่องมา ซึ่งข้อมูลที่นายธนาธรนำมาเปิดเผยปราศจากข้อเท็จจริง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงเรื่องที่ไม่มีบริษัทผลิตวัคซีนอื่นมาขอจดทะเบียนกับ อย.ไทย รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าวว่า &amp;nbsp;เราไม่ได้ปิดกั้น แต่การจดทะเบียนช่วงนี้เป็นการใช้ตามสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ EUA ไม่ใช่การจดทะเบียนเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
ตำรวจ ทว.ติดเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองทะเบียนประวัติอาชญากร (ทว.) ติดเชื้อโควิดจำนวน 1 &amp;nbsp;ราย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งตัวตำรวจรายดังกล่าวเข้ากักตัวและทำการรักษาแล้ว ส่วนสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.) นั้น พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ &amp;nbsp;ผบช.สพฐ.ได้สั่งการให้ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณอาคารที่ทำการของ สพฐ.และ ทว.ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 25 ม.ค.นี้จะได้ดำเนินการสอบสวนโรคกลุ่มผู้สุ่มเสี่ยง และดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนของมาตรการเวิร์กฟรอมโฮม ก็ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดไว้แล้ว และขอฝากความห่วงใยไปถึงพี่น้องประชาชน และพี่น้องข้าราชการตำรวจรวมถึงครอบครัว &amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโดยเร็ว&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทว.ที่ติดโควิดเป็นตำรวจระดับสารวัตร และเป็นลูกชายอดีตตำรวจระดับนายพล ซึ่งคาดว่าติดเชื้อมาจากกลุ่มของดีเจมะตูม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา นายกิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ ในฐานะรักษาการนายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวถึงการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ว่า &amp;nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่มีศักยภาพที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อวัคซีนโควิด-19 มาฉีดให้บริการประชาชนในเขตพื้นที่บริการ 1 แสนคน หากคณะรัฐมนตรีและ อย.รับรองเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นดำเนินการ ทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรสาธารณสุขพร้อม คาดว่าทำงานได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เทศบาลนครหาดใหญ่สามารถนำงบสะสมที่มีอยู่มาใช้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ประมาณ 200 ล้านบาท หากไม่เพียงพอจะขอใช้เพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้บริการประชาชนในเขตบริการทันที ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทางด้านจิตวิทยา ประชาชนจะคลายความวิตกกังวล และเป็นอีกตัวหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจเมืองหาดใหญ่ให้เดินไปข้างหน้า ถึงแม้จะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม&amp;quot; นายกิตติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรี เทศบาลนครสงขลา กล่าวว่า หาก ครม.เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการซื้อวัคซีนป้องกันโควิดได้ เทศบาลนครสงขลาจะสามารถนำงบสะสมออกมาใช้ได้ทันทีประมาณ 30 ล้านบาท เพราะมีเจ้าหน้าที่ อสม.พร้อมเข้าไปยังกลุ่มเป้าหมาย หากงบไม่เพียงพอกับความต้องการของจำนวนประชากรในเขตพื้นที่ ก็สามารถเจียดงบจากส่วนอื่นที่ไม่ขัดกับระเบียบมาใช้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา พร้อม นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง, นายอำเภอเมืองตรัง, เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ลงพื้นที่สถานีรถไฟและสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตรัง เพื่อ ตรวจดูขั้นตอนประชาชนเดินทางเข้าและออกจังหวัดตรัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายขจรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของผู้ติดเชื้อโควิดจากเดิม 2 ราย เพิ่มอีก 3 รายเป็น 5 ราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของพื้นที่ และได้เพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นในช่วงที่มีประชาชนเดินทางเข้ามาในจังหวัด โดยทางอากาศที่ท่าอากาศยานตรังได้มีมาตรการเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดอีก 6 จังหวัด จากเดิมที่เข้มข้นอยู่แล้ว 5 จังหวัด เป็น 11 จังหวัด ซึ่งเป็น 11 จังหวัดที่มีบุคคลเดินทางเข้ามาที่จังหวัดตรัง มีมาตรการในการทำประวัติคัดกรองและมีการประเมินบุคคล ว่าถ้ามีความเสี่ยงสูงเราต้องบังคับให้กักตัวที่ LQ ของเรา ส่วนที่มีความเสี่ยงต่ำอยู่ที่บ้าน รวมถึงช่องทางอื่นที่จะเข้าสู่จังหวัดตรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ก็มีจุดตรวจจุดสกัดอยู่ 4 จุด. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90889</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์, ขจรศักดิ์ เจริญโสภา, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, สมศักดิ์ ตันติเศรณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, อนุทิน ชาญวีรกูล, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d8b2786f9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้แก๊ง3จว.ใต้บึ้ม!สงขลา &#039;ประวิตร&#039;ฟันธงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคงยืนยันระเบิดแหลมสมิหลาเพียง 2 ลูก ส่วนที่เหลือเป็นเพียงการยิงทำลายวัตถุต้องสงสัย เชื่อเป็นฝีมือแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอ-3 จว.ชายแดนใต้บางส่วน เหตุทั้งความมั่นคงและเชื่อมโยงทางธุรกิจ ผู้ว่าฯ สงขลาสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่ให้กระทบเทศกาลปีใหม่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ฟันธงเป็นเรื่องการเมือง แต่ใช้คน 3 จว.ใต้ก่อเหตุ เผยรู้ตัวแล้วกำลังติดตามอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม มีความคืบหน้าเหตุระเบิดที่แหลมสมิหลา จ.สงขลา เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9, &amp;nbsp; พล.ต.จตุพร กลัมพสุต รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ร.ท.ชุตินธร ทัตตานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของระเบิดที่เกิดขึ้น พล.ต.ท.รณศิลป์ &amp;nbsp;กล่าวยืนยันว่า มีเพียง 2 ลูก คือลูกที่วางระเบิดรูปปั้นนางเงือกทำให้หางนางเงือกขาด กับลูกที่วางระเบิดรูปปั้นหนูกับแมวที่อยู่ห่างกันประมาณ 300 เมตร แต่ไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนที่เหลือเป็นเพียงการยิงทำลายวัตถุต้องสงสัยที่เป็นชิ้นส่วนหรือส่วนประกอบของระเบิดทั้ง 2 ลูกเท่านั้น ซึ่งกระจัดกระจายอยู่โดยรอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่ใช่ระเบิดแต่อย่างใด ซึ่งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดต้องยิงทำลายทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะส่งชิ้นส่วนระเบิดไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนสาเหตุของการลอบวางระเบิดนั้น เชื่อมโยงกันหลายเรื่อง ยังไม่สามารถที่จะชี้ชัดได้ และจากแนวทางการสอบสวน พบว่าอาจจะมีความขัดแย้งในทางการค้าและกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวมาเกี่ยวข้องด้วย แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นระเบิดการเมืองแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป&amp;quot; พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.จตุพรกล่าวว่า ยังไม่สามารถปักใจเชื่อว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด หรือเป็นการกระทำของกลุ่มใด แต่ก่อนหน้านี้พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บางส่วน แต่ยังไม่หลักฐานที่ยืนยันได้ว่าเป็นการกระทำของคนกลุ่มนี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ร.ท.ชุตินธรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า หลังเกิดเหตุได้จัดกำลังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของกองทัพเรือเข้าไปสนับสนุนฝ่ายตำรวจ และจัดกำลังเสริมดูแลความปลอดภัยบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวีรนันทน์กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องเร่งวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทั้งด่านตรวจด้านความมั่นคงและถนนสายรอง แต่จะต้องไม่กระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ และต้องเร่งสร้างความมั่นใจกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนมาร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นของ จ.สงขลา ให้กลับคืนมา และร่วมกันประณามผู้ที่ก่อเหตุ และขอความร่วมมือสื่อโซเชียลอย่าเผยแพร่ข่าวที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมให้เหตุการณ์เลวร้ายลงไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ สงขลากล่าวว่า ในส่วนการซ่อมแซมรูปปั้นนางเงือกที่เสียหายนั้น จากการตรวจสอบพบว่าสามารถนำหางมาต่อได้ ซึ่งหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเดียวกันนี้ นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีเมืองสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลา ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายของเงือกทอง พบว่าถูกแรงระเบิดจนขาดในช่วงกาลหาง โดยเบื้องต้นยืนยันสามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ทันที และจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถเปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบวัตถุระเบิดของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องโดยพบชุดควบคุมการจุดระเบิดเป็นนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ คาสิโอ 1 ชุด ภาชนะบรรจุดินระเบิดหลัก เป็นกล่องเหล็กกว้าง 4 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว หนา 2 นิ้ว ชิ้นส่วนสายไฟ ปลั๊กไฟตัวผู้ แบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 3 ก้อนฝากล่องพลาสติก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้รับรายงานอีกว่า คนร้ายยังลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ อีก 2 ต้นด้วย โดยจุดแรกอยู่ในพื้นที่หมู่ 13 &amp;nbsp;ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง ซึ่งผูกไว้บริเวณโคนเสาไฟฟ้า 2 จุด ทำให้ให้ขาเสาไฟฟ้าแรงสูงขาดทั้งสอง 2 ต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกจุดซึ่งอยู่ถัดออกไปในพื้นที่หมู่ 4 ต.ท่าช้าง เขตรอยต่อ อ.บางกล่ำ กับ อ.ควนเนียง มีการนำระเบิด 4 ลูกไปผูกไว้ที่โคนเสาไฟฟ้าทั้ง 4 ต้น แต่ยังไม่ระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าไปทำการเก็บกู้เอาไว้ได้ ซึ่งระเบิดที่พบเป็นการก่อเหตุในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดเหตุระเบิดที่ชายหาดแหลมสมิหลา โดยคนร้ายต้องการวางระเบิดเพื่อให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหมลงพื้นที่ ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุเชื่อว่าเป็นกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ที่ต้องการจะสร้างการณ์ขึ้น แต่จะมีการหวังผลอะไรนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด &amp;nbsp;แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จากการตรวจสอบด้านการข่าว ยังไม่พบกลุ่มดังกล่าวเตรียมเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่หัวเมืองสำคัญอย่างในกรุงเทพมหานคร อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นเหมือนเป็นการส่งสัญญาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ กำลังดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุอยู่ หากตามตัวได้แล้วตนจะเล่าให้ฟัง ซึ่งในวันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ไปแล้ว และการกระทำดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาก็ได้ในช่วงปีใหม่ ดังนั้นขออย่าเพิ่งด่วนสรุป และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ไม่ได้มีการรับแจ้งเตือนมาก่อน ดังนั้นขอให้รอผลการตรวจสอบให้ชัดเจนจากทางเจ้าหน้าที่ว่าน่าจะมาจากสาเหตุอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่องการเมือง ไม่น่าจะเกี่ยวกับสถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งขณะนี้รู้ตัวแล้ว กำลังติดตามตัวอยู่ เชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลต่อสถานการณ์ ยืนยันว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่ใช้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่ ยังไม่มีความชัดเจน ขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อติดตามตัวคนร้าย มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ เพราะไม่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับที่ผมลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อไปแจกโฉนดที่ดินคืนให้กับประชาชน&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เห็นว่าเหตุการณ์ระเบิดจะไปเชื่อมโยงการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25265</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมศักดิ์ ตันติเศรณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba06d00d4d5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
