<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงครม.ต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - เวลา 11:20 น. พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด&amp;ndash;19) ได้มีมติเห็นชอบให้ขยายอายุ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ตลอด เดือนตุลาคม และในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้ จะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุของการขยายอายุพ.ร.ก. ฉุกเฉินดังกล่าวนั้น เหตุผลยังคงเหมือนเดิมเนื่องจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ยังไม่ คลี่คลาย อีกทั้งสถานการณ์ การแพร่ระบาดของประเทศเพื่อนบ้านยังน่ากลัวอยู่ และกฎหมายอื่นๆยังทำได้ไม่สุด จึงต้องใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ต่อไปก่อนและขอยืนยันว่าการต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 เท่านั้นไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะไม่ได้มีการห้ามการชุมนุม ซึ่งเรื่องการชุมนุมนั้นก็ไปว่าคกันในกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตามในที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่ไม่ได้มีใครทวงติงการขยายอายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ความเป็นห่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามแนวชายแดนอย่างไรพล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมศบค. นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ ดูแลตามแนวชายแดนทั้งหมดของฝั่งตะวันตกอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78854</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, สมศักดิ์ รุ่งสิตา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1843fdc4af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.เฉพาะกิจฯยังไม่เคาะผ่อนปรนเฟส 3 แต่จ่อปรับเวลาเคอร์ฟิว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.63 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นประธาน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 พ.ค. โดยมีหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ ใน ศบค. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นที่ปรึกษาใน ศบค. รวมถึงตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เหตุผลในการพิจารณากิจการและกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ซึ่งใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง 30 นาทีโดยประมาณ โดยที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เกี่ยวกับกิจการที่จะได้รับการผ่อนปรนในระยะที่ 3 เนื่องจากยังมีความเห็นที่หลากหลาย ขณะที่ในบางประเด็นได้มอบหมายให้ไปจัดทำข้อมูลให้มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น การปรับเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน เบื้องต้นมีแนวโน้มจะให้ลดเวลาเคอร์ฟิว แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเหลือกี่ชั่วโมง และให้เริ่มตั้งแต่เวลาใดและสิ้นสุดเวลาใด โดยมีหลายตัวเลือก จึงจะต้องให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เป็นผู้พิจารณาในชั้นสุดท้ายอีกครั้ง ส่วนเรื่องกีฬา เบื้องต้นมีแนวโน้มที่จะผ่อนปรนให้กีฬาประเภททีมได้ แต่ให้เล่นเพื่อสุขภาพหรือเพื่อการซ้อม แต่ยังไม่อนุญาตให้มีการแข่งขันใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานระบุอีกว่า นอกจากนี้ ในประชุมไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องกีฬามวยมาหารือแต่อย่างใด เนื่องจากฝ่ายกระทรวงสาธารณสุขยังกังวลว่าแม้จะมีการจัดการแข่งขันโดยไม่มีผู้ชม &amp;nbsp;และให้ชมผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ก็ยังเสี่ยงที่ประชาชนจะมานั่งจับกลุ่มเชียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าโทรทัศน์ที่อาจมีการตะโกนเชียร์ตามธรรมชาติของการชมกีฬามวย ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกับเรื่องร้านนวด ที่ประชุมยังไม่ได้มีการหยิบยกมาหารือ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าในการผ่อนปรนระยะที่ 3 จะมีกิจการได้รับการอนุญาตให้เปิดมากขึ้นนั้น อาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่อาจเป็นเพียงการอนุญาตให้ทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นในกิจการที่ได้รับการผ่อนปรนไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของการเดินทางข้ามจังหวัด ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่มเติมในจังหวัดที่มีด่านชายแดน เพราะเกรงว่าหากมีการผ่อนปรนให้เดินทางข้ามจังหวัดจะส่งผลให้มีการข้ามแดนเข้ามาในประเทศด้วย ซึ่งอาจจะยากต่อการควบคุมการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตาม จะยังมีการคงมาตรการกำจัดการเดินทางเข้าประเทศตามช่องทางต่างๆ เหมือนเดิม ทั้งนี้ &amp;nbsp;คณะทำงานย่อยของคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ จะมีการหารือเพื่อจัดทำรายละเอียดเพื่อเตรียมนำเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ในวันที่ 29 พ.ค. ซึ่งที่ประชุม ศบค.สามารถปรับเปลี่ยนหลังจากรับฟังข้อมูลความคิดเห็นจากฝ่ายอื่นๆ ได้ จึงต้องรอผลสรุปในวันดังกล่าวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เสร็จสิ้น ไม่ได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., สมศักดิ์ รุ่งสิตา, เคอร์ฟิว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec1321a0f942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
