<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2025 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;เหน็บใคร? คนไม่มีงานทำ  มักพูดการเมือง เพราะง่ายไม่ต้องใช้สมอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีกรณีที่หลายพรรค เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง และเตรียมยุทธศาสตร์และวางตัวผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว ว่า เห็นผู้คนพูดเรื่องการเมืองตลอด ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา &amp;nbsp;ขอเรียนว่า วันไหนที่ ไม่มีเรื่องงาน หรือเรื่องแนวนโยบายที่จะพูด ส่วนใหญ่นักการเมือง ก็จะมาพูดเรื่องการเมือง เพราะการพูดเรื่องการเมือง ไม่ต้องเตรียมอะไร เพราะการพูดเรื่องการเมืองถึงเวลาไมค์จ่อก็พูดได้ เพราะเป็นความเห็นที่เกิดขึ้นแต่ละวัน แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องงาน เรื่องแนวคิด ที่จะทำอะไรเพื่อประโยชน์ แก่สังคมส่วนรวม ตรงนี้ต้องใช้เวลาคิด และตรึกตรอง &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่านักการเมืองที่ชอบพูด &amp;nbsp;เวลามีไมค์อยู่ ก็เอาเรื่องการเมืองและความขัดแย้ง ในแต่ละวันมาพูดไม่ต้องใช้สมองอะไรมากมาย และเป็นข่าวได้ทุกวัน เวลานี้ตนคิดว่าเวลานี้ ยังสามารถคิดแนวนโยบาย ในเรื่องของการช่วยสังคมได้อยู่ ตนก็จะพูดในส่วนนี้ &amp;nbsp;วันไหนที่ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจะหันมาพูดเรื่องการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กังวลหรือไม่ ที่เวลานี้หลายพรรคการเมือง เตรียมตัวบุคคลและเริ่มลงพื้นที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องแนวนโยบายอะไรที่มาพูด เขาก็เลยพูดเรื่องการเมืองไปแต่ละวัน ก็ให้ไปพิจารณาว่าเป็นไปอย่างที่ตนว่าหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรก็ต้องพูดเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องการเมืองเพราะมันง่าย ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมาก เกี่ยวกับคำพูดและการนำเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพรรคพลังประชารัฐ เตรียมพร้อมเรื่องการเลือกตั้งอย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็บอกแล้ว ว่ายังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ต้องทำงาน หลังจากน้ำท่วม และสถานการณ์โควิด-19 จะทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับสังคมคนอื่นผมไม่รู้แต่สำหรับตนมีเรื่องที่จะทำ และจะทำงานอย่างนี้ไปอีกระยะจนกว่าไม่มีอะไรจะทำ แล้วจะมาพูดการเมือง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
usa2468
warpcasino
win888
youlike191
v9slot
winnerslot1688
vegus168
u31vip
y9slot
yakuzaslot
wm555
upufa
vs999
w88ok
dorakaball
ww777
y9com
tsnow77
xothslot
win555
world1688
w77th
zzgame77
twin79
winner55
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120160</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พลังประชารัฐ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e2e6a11f24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;​ เร่งกรมราชทัณฑ์ฉีดวัคซีนโควิดเข็มสอง หลังฉีดเข็มแรกครบแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ต้องขังว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ต้องขังไปแล้ว 212,932 คน จากผู้ต้องขังทั้งหมด 284,190 คน โดยผู้ต้องขังอีก 71,258 คน เป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่ต้องรอการฉีดวัคซีนหลังจากที่หายแล้ว 1-3 เดือน โดยทางกรมราชทัณฑ์ได้วัคซีนจากกรมควบคุมโรคมาทั้งหมด 226,040 โดส โดยในส่วนที่เหลือได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อนำไปดำเนินการฉีดให้กับประชาชนต่อไป ในส่วนของการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ขณะนี้ฉีดให้กับผู้ต้องขังไปแล้ว 66,416 ราย ซึ่งวัคซีนเข็มที่สองกรมราชทัณฑ์จะได้รับจากกรมควบคุมโรค 226,040 โดส จะได้รับภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยตนได้กำชับให้กรมราชทัณฑ์นำวัคซีนแจกจ่ายให้ทุกเรือนจำเพื่อฉีดให้กับผู้ต้องขังทุกคน ซึ่งจะทำให้การควบคุมสถานการณ์โควิดภายในเรือนจำทำได้ง่ายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้เร่งให้กรมราชทัณฑ์เร่งแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ทุกเรือนจำทันทีเมื่อเราได้รับวัคซีนมาจากกรมควบคุมโรค เพื่อให้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในเรือนจำลดลงจนค่อยๆหมดไป เพราะจะทำให้การดูแลผู้ต้องขังเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น ตนยืนยันว่ากรมราชทัณฑ์ดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้ต้องขังจะต้องได้รับวัคซีนครบทั้งสองเข็มโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ญาติพี่น้องเกิดความสบายใจต่อการดูแลของกรมราชทัณฑ์&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119893</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมศักดิ์ เทพสุทิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61495dd7b0ebf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;​ ร่วมเวทีรมต.อาเซียนด้านยาเสพติด โชว์ผลงานยึดทรัพย์ 7 พันล้าน-ประมวลกฎหมายใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ (ป.ป.ส.)​ ดินแดง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านยาเสพติด ครั้งที่ 7 (AMMD)ในรูปแบบการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งเจ้าภาพจัดการประชุม คือ ประเทศกัมพูชา โดยสํานักงานคณะกรรมการต่อสู้ยาเสพติดแห่งชาติกัมพูชา (NACD)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีตัวแทนจากประเทศที่เข้าร่วมการประชุม คือ พล.อ. แก กึม ยาน รองนายกรัฐมนตรีและประธาน NACD กัมพูชา ,พล.อ. จวน สุวรรณ รองประธาน NACD กัมพูชา ,ดาโต๊ะพาดูก้า เซรี ฮาจี อวัง ฮัลบี บิน ฮาจี มูฮาหมัด ยูซบ รมว.กลาโหม และประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม บรูไน ,พล.ต.อ.อาร์ เพตรัส อาร์ โกลูส หัวหน้าคณะกรรมการยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ,พล.ต.ต.คำกิ่ง ผุยหล้ามะนีวง หัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบ สปป.ลาว ,ดาโต๊ะโจนาธาน บิน ยาซิน รองรมว.มหาดไทย มาเลเซีย ,พล.ท. ตาน ไหลค์ รมช.มหาดไทย และผบ.ตร.เมียนมา ,นายเดสมอนด์ ทาน ก็ก หมิง รัฐมนตรีแห่งรัฐ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม สิงคโปร์ ,นายกิลแบร์โต้ เดอลา ครูซ ครูซ หน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของฟิลิปปินส์ ,พล.อ.โต เลิม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เวียดนาม และนายโรเบิร์ต มาเทียส ไมเคิล เทเน่ รองเลขาธิการอาเซียนด้านการเมืองและความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัตถุของการประชุมในครั้งนี้ เพื่อกํากับติดตามผลการดําเนินงานด้านยาเสพติดของประเทศอาเซียนตามมติการประชุม ระดับรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา และประเด็นที่ยังคงค้าง หรือประเด็น แผนงาน โครงการที่ต้องได้รับการรับรองจากการประชุมระดับรัฐมนตรีฯ รวมทั้งการรายงานผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด และเพื่อให้รัฐมนตรีของประเทศสมาชิกอาเซียนได้แสดงวิสัยทัศน์ บทบาทและเจตจํานงที่จะดําเนินงาน โครงการกิจกรรม ของอาเซียนให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยยึดหลักการการเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อกําหนดนโยบายและแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในอนาคตของภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหายาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้น จากการลักลอบผลิตยาเสพติดและการรั่วไหลของการลักลอบนำเข้าเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นเข้าไปในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นทางผ่านในการลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศอื่น ปัญหานี้จึงมิใช่แค่ปัญหาของประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่ถือว่าเป็นปัญหาของโลกที่พวกเราจะต้องร่วมมือกันแก้ไข ขณะนี้ประเทศไทยได้จัดทำประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่และได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว มีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การปรับอัตราโทษให้เหมาะสมกับฐานความผิด การยึดทรัพย์สินจากนักค้ายาเสพติด กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงแนวทางการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติตและการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์อีกด้วย สอดคล้องกับพันธกรณีตามมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก(UNGASS 2016) ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการตัดวงจรทางการเงิน โดยกำหนดเป้าหมายยึดทรัพย์สิน 6,000 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรตัวการหรือนายทุนใหญ่การค้ายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาดและถาวร ในหนึ่งปีที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 7,000 ล้านบาทและนำหลัก Value based มาใช้เพื่อให้สามารถติดตามยึดทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มุ่งเน้นระบบการบำบัดแบบสมัครใจและการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยไม่มีการบันทึกประวัติความผิด อีกทั้งมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการเตรียมความพร้อมของผู้ติดยาเสพติดก่อนกลับเข้าสู่สังคม ส่วนการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งการพัฒนากลไก ระบบและการเสริมสร้างความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน เป็นประเด็นที่จะต้องให้ความสำคัญ มิใช่เพียงแค่ประเทศไทย แต่ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีแผนปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ 1511 เป็นกลไกหลักในการยกระดับมาตรการในการสกัดกั้น ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาของการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว ถือว่าพวกเราประสบความสำเร็จอย่างมาก ตนจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกประเทศที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และขอให้ประเทศสมาชิกอาเชียนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ต่อไป เพื่อให้เราบรรลุเป้าหมาย Drug Free ASEAN ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมในการประชุม ทางชาติสมาชิกอาเซียน ได้ชื่นชมแนวทางการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของไทย อาทิ เมียนมาและเวียดนาม ที่ชื่นชมแนวทางการดำเนินการทั้งในระดับอนุภูมิภาคและระดับภูมิภาคอาเซียน ที่ไทยให้ความร่วมมือและการสนับสนุนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp; มีการประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการยาเสพติด (CND) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกมีสมาชิกทั้งหมด 53 ประเทศ ทวีปเอเชียได้โควต้า 7 ประเทศ มีวาระครั้งละ 3 ปี จะหมดวาระในปี 2567 โดยจะมีการเลือกใหม่ในปี 2566 ขณะนี้มีประเทศที่ประกาศสมัครแล้ว คือ จีน อินเดีย กาตาร์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ โดยทางอินโดนีเซีย ต้องการที่จะมีพื้นที่ในเวทีระดับโลก ส่วนสิงคโปร์ ต้องการเข้าไปดำเนินการเรื่องกัญชา ซึ่งนายสมศักดิ์ ระบุว่าประเทศไทยพร้อมที่จะลงสมัคร และผลักดันให้กัญชาเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ในเรื่องของการเสพเรายังไม่พร้อมที่จะเปิดเสรีเพราะติดเรื่องกฎหมายหลายฉบับ โดยหวังว่าไทยจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกให้กลับมาทำงานอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปส., ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านยาเสพติด, ยาเสพติด, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167befe92e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039;ยกระดับสุขภาวะผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากล เปลี่ยนรูปแบบผ้าปูนอนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64-นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ต้องขัง รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานด้านสุขภาวะของผู้ต้องขัง ให้สอดคล้องกับหลักการและมาตรฐานระหว่างประเทศ อาทิ ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ (Mandela Rules) ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) รวมถึงกฎและระเบียบอื่นๆ โดยตั้งเป้าเพิ่มขนาดและปรับเปลี่ยนที่นอนให้กับผู้ต้องขังตามนโยบายเร่งด่วนในปี 2565 ซึ่งได้มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการศึกษาประโยชน์ของการปรับไปใช้ที่นอนยางพารา แทนการใช้ผ้าห่ม 3 ผืน ในการปูนอน หนุนหัวและใช้ห่มอย่างที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า ในการศึกษาเปรียบเทียบของกรมราชทัณฑ์ โดยกองทัณฑวิทยา พบว่าการเปลี่ยนที่นอนสำหรับผู้ต้องขังมาใช้เป็นที่นอนยางพารา อาจไม่มีความเหมาะสมสำหรับการใช้งานภายในเรือนจำ เนื่องจากที่นอนยางพาราเป็นวัสดุที่ค่อนข้างร้อน ระบายอากาศได้ยาก และมีกลิ่นเหม็น ยากต่อการทำความสะอาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนังแก่ผู้ต้องขังได้ง่าย โดยเฉพาะอาการผื่นคันอันเกิดจากการหมักหมม นอกจากนี้ วัสดุยางพารายังสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการก่อจลาจล มีขนาดใหญ่จึงง่ายต่อการซุกซ่อนสิ่งของต้องห้าม และยากต่อการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการศึกษายังพบอีกว่า วัสดุที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งานเพื่อปูนอนภายในเรือนจำและทัณฑสถานมากที่สุด คือ ผ้า ซึ่งควรมีจำนวนเพียง 3 ผืนเท่านั้น เพราะนอกจากจะง่ายต่อการตรวจค้นแล้ว ยังง่ายต่อการทำความสะอาด แต่อาจจะต้องปรับรูปแบบของผ้าปูพื้นรองนอนให้มีเนื้อผ้าและขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน มีความหนาของผ้าที่มากขึ้น มีความยืดหยุ่น ไม่ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขัง และมีความเหมาะสมกับลักษณะท่าทางการนอนมากขึ้น ส่วนผ้าที่ใช้สำหรับห่มและผ้าสำหรับหนุนนอนที่ผ่านมายังไม่พบปัญหามากนักจึงสามารถคงขนาดและรูปแบบเดิมไว้ได้ พร้อมกำหนดขนาดของพื้นที่ในการนอนใหม่ คือ 1.6 ตารางเมตร/คน จากเดิมที่มีพื้นที่นอน 1.2 ตารางเมตร/คน เพื่อให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โดยทั่วไปผู้ต้องขังทุกราย เมื่อเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถานจะได้รับสิ่งของเป็นอุปกรณ์ เครื่องใช้ส่วนตัว จำนวน 8 รายการ ได้แก่ สบู่ ผงซักฟอก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ยาสระผม ขันอาบน้ำ รองเท้าฟองน้ำ อุปกรณ์การนอน คือ ผ้าห่ม 3 ผืน และเพิ่มเติมเป็นผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119163</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, นายธวัชชัย ชัยวัฒน์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุขภาวะผู้ต้องขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c8045c4616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; ลุยน้ำท่วมรอนายกฯ ลงสุโขทัยพรุ่งนี้ เผยปีนี้เจอน้ำป่าทำอ่วม ยันไม่ใช่พื้นที่วัดพลังการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.สุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่ วัดบ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง เพื่อเตรียมความพร้อมและวางกำหนดการในการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะมาตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและให้กำลังใจประชาชนในวันที่ 26 ก.ย. โดยกำหนดการนั้น ในช่วงเช้านายกฯจะลงพื้นที่วัดบ้านซ่าน เพื่อให้กำลังใจชาวบ้าน มอบถุงธารน้ำใจ และมอบปัจจัยทางการเกษตร หญ้าแห้งพระราชทาน อาหารผสม TMR และถุงยังชีพ หลังจากนั้นจะนั่งรถสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และเดินทางกลับ กทม.ในช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเตรียมความพร้อมต้อนรับนายกฯและคณะขณะนี้เราเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยตนได้ตระเวนสำรวจความเสียหายไว้หลายพื้นที่ พื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมเราจะใช้เป็นที่บรรยายรายงานสรุปภาพรวม ซึ่งเครื่องบินที่นายกฯเดินทางมาน่าจะเห็นถึงพื้นที่น้ำท่วม และอาจจะบินสำรวจดู เพราะการดูจากทางอากาศน่าจะเห็นได้ชัดเจนและง่ายกว่า ส่วนเส้นทางรถยนต์ คงจะดูในพื้นที่ใกล้ๆแอ่งกระทะ ให้นายกฯได้เห็นภาพ และจะมีจินตนาการในการแก้ปัญหาต่างๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า น้ำท่วมสุโขทัยในปีนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่แม่น้ำยมจะไหลลงมาจากทางจ.แพร่ ท่วมไม่นานจะลด แต่คราวนี้เป็นน้ำป่าที่ไหลมาจากทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ ประกอบกับฝนที่ตกลงมาและมวลน้ำจากทางเหนือ ทำให้เกิดน้ำท่วมเสียหายในหลายพื้นที่ เช่น อ.เมือง อ.ศรีสำโรง ที่เป็นพื้นที่ท้องกระทะรับน้ำจากทุกด้าน โดย 3 วันก่อนได้มีการสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตรกรรมเสียหายประมาณ 140,000 ไร่ โดยขณะนี้เพิ่มขึ้นอีกมาก ค่าเสียหายยังไม่แน่ชัด รวมทั้งความเสียหายจากบ้านเรือนประชาชน คงต้องรอการตรวจเช็คให้แน่นอนเพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการมาลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ของนายกฯ หลายคนยังมองเรื่องการวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จ.สุโขทัย ไม่ใช่พื้นที่วัดพลังอะไร เพราะมีความเสียหายจากน้ำท่วมจริงๆ การที่นายกฯลงพื้นที่มาเพื่อช่วยเหลือประชาชน และเป็นขวัญกำลังใจให้ชาวภาคเหนือตอนล่าง และท่านนายกฯเองก็ตั้งใจจะไปอีกหลายจังหวัด ส่วนส.ส.ที่จะมาร่วมงานก็เป็น ส.ส.ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่มาช่วยดูแลประชาชนและเรียนรู้การวางแผนงานต่างๆ มีอดีตส.ส.ท่านหนึ่งเคยพูดเอาไว้เสมอว่า การเมืองแบบสุภาพบุรุษ จะไม่ตกปลาในอ่าง ซึ่งตนก็ไม่นิยมตกปลาในอ่าง หรือเขียนวัวให้เสือกลัว เพราะถ้าเสือไม่กลัววัวก็ตายหมดฝูง ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะแสดงพลังที่ จ.สุโขทัย ซึ่งตนขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ห่วงใยประชาชนที่เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวว่าต้องขี่หลังหนีน้ำท่วม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไร อย่าไปเขียนข่าวแบบนั้น ที่บ้านของตนมีน้ำท่วมที่หน้าบ้าน ตอนเช้าเดินลุยน้ำมาขึ้นรถแล้วเป็นตะคริว ผู้ติดตามเลยมาช่วยพยุงเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117809</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุโขทัย, น้ำท่วม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614edf06a97c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ไอเดียกระฉูด!สั่งกรมคุมประพฤติรับนักโทษอาสาเคี้ยวใบกระท่อมบำบัดยาบ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ภายหลังที่ตนได้ประชุมร่วมกับ กรมคุมประพฤติ และคณะผู้วิจัยพืชกระท่อมต่อสมอง ศูนย์วิจัยสัญญาณชีวภาพเพื่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไปเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2564 ในเรื่องของการทดลองการใช้พืชกระท่อมต่อพฤติกรรมเสพติดยาบ้า ซึ่งเป็นการทดลองกับหนู โดยผลการทดลองถือว่าเป็นประโยชน์และน่าสนใจอย่างมาก และตนได้ทราบว่า ทางคณะผู้วิจัยได้มีการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ติดยาเสพติด แล้วเคี้ยวใบกระท่อมเพื่อลดอาการอยากยา โดยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กลุ่มคนดังกล่าวหาซื้อยาบ้าได้ยาก จึงได้นำใบกระท่อมมาเคี้ยวเพื่อลดความอยาก ซึ่งการเคี้ยว 1 ครั้ง สามารถลดอาการอยากยาได้ 5 ชั่วโมง เมื่อเกิดความอยากยาก็เคี้ยวใบกระท่อมอีก ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก น่าจะนำมาทดลองกับคนในการบำบัดเพื่อเลิกการติดยาน่าจะทำได้ เพราะขนาดคนที่ไม่ได้คิดจะเลิกจริงจังยังสามารถลดอาการอยากได้นานถึง 5 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นจุดที่น่าสนใจ เราควรจะศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไร ต้องมีการศึกษาในเชิงลึก ซึ่งในการทดลองกับหนูนั้นก็มีการทดลองเรื่องสภาพแวดล้อมด้วยซึ่งได้ผลที่ดี ดังนั้นตนจึงให้กรมคุมประพฤติร่วมศึกษาวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพราะเรามีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จ.ปัตตานี จึงอยากให้วางหลักสูตรร่วมกัน และรับสมัครอาสาสมัครที่เป็นผู้เสพยาบ้าเข้าร่วมโครงการ 40 คน โดยใช้ความสมัครใจในการเข้าร่วมโครงการ ไม่ใช้การบังคับ และขอให้รายงานผลทุกสัปดาห์ถึงความเป็นไปได้ โดยวิธีการจะให้เคี้ยวใบกระท่อม 2 ใบเป็นเวลา 8 นาที หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง จะใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ (เครื่อง EKG) มีลักษณะเป็นแผ่นแปะบริเวณข้อมือกลุ่มตัวอย่าง เพื่อวัดการทำงานของสมอง ซึ่งล่าสุดทางคณะผู้วิจัย ได้เข้ามาเก็บกลุ่มตัวอย่างที่ศูนย์ฯฟื้นฟูปัตตานี และทำความเข้าใจกับผู้เข้ารับการฟื้นฟูทั้งหมด เพื่อขอความสมัครใจ จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการเก็บกลุ่มตัวอย่าง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117377</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมศักดิ์ เทพสุทิน, ใบกระท่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61495dd7b0ebf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ตีปี๊บดัน&#039;กระท่อม&#039;โกอินเตอร์ ขายยุโรป-อเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ไม่อยากให้พี่น้องเกษตรกรปลูกแต่พืชเดิมๆ ขาย พืชกระท่อมถือเป็นพืชทางเลือกใหม่แก่ประชาชน จึงผลักดันให้กระท่อมถูกกฎหมายเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจได้สมใจแล้วอย่างเสรี เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนผู้ที่เคยต้องคดีกระท่อมพ้นผิดหมดแล้วในทุกกระบวนการ กระทั่งใครมีหมายศาลก็ต้องมีคำสั่งให้ปล่อยตัวทันที และยังช่วยให้ระบบสังคมดีขึ้นคนพ้นผิดกลับไปหาครอบครัวได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพืชกระท่อมยังจะเป็นสินค้าส่งออกทำกำไรมหาศาลได้ถ้าส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น แถบยุโรป อเมริกา พืชกระท่อมชอบอากาศร้อนชื้น ไม่ชอบอาการหนาวซึ่งจะผลัดใบหมด เขาจึงปลูกไม่ได้แบบบ้านเราเพราะสภาพอากาศ&amp;nbsp; ในต่างประเทศกระท่อมถูกนำไปบริโภคเพื่อบำรุงรักษาร่างกาย นอกจากนี้ คนที่ติดยาบ้าเราเตรียมจะให้เลิกยาโดยให้กินกระท่อมแทนด้วยซึ่งอยู่ระหว่างวิจัย ซึ่งในอเมริกา นำไปช่วยผู้ติดยาแล้ว แก้โรคซึมเศร้า แก้โรคเบาหวาน แก้อาการปวดต่าง ๆ ลดอาการได้ถึง 5-8 เท่า ดีกว่ามอร์ฟีนด้วยซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การซื้อขายใบกระท่อมสด ๆ นั้น สามารถทำได้เพราะถูกกฎหมายแล้ว แต่ถ้านำไปผลิตเป็นแคปซูลก็ไม่ผิดกฎหมายแต่ต้องไปขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือการนำไปบรรจุขวดตีตรายี่ห้อเพื่อจำหน่ายก็ต้องขออนุญาตจาก อย. กฎหมายอื่นยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เราส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขายเต็มที่ เพราะคนเหล่านี้มีองค์ความรู้มากกว่าฝ่ายราชการที่ทิ้งร้างมากว่า 78 ปี ส่วนการนำกระท่อมไปผลิตเป็นสี่คูณร้อยนั้น ไม่เห็นด้วยและอยากเตือนให้ช่วยกันห้ามปราม เพราะจะทำให้พืชกระท่อมมีปัญหาได้ในภายหลัง อยากให้กระท่อมเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะกว่าจะผลักดันให้กระท่อมถูกกฎหมายได้ค่อนข้างยากลำบาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันที่ 20 ก.ย. ทางสำนักงานคณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ (ป.ป.ส.) ​ได้จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ &amp;quot;พืชกระท่อมไทยไปตลาดโลก&amp;quot; เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกฎหมาย และสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจของพืชกระท่อม.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614808cf13715.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
