<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง!แม้วตั้งวงถกสู้ดูด หวังเกิดปฏิญญาลอนดอน สามมิตรรุกหนักดึง&#039;สุวัจน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; นำสมุนเพื่อแม้วบินไปเบิร์ธเดย์นายใหญที่ลอนดอน สะพัด! ตั้งวงถกปัญหาเลือดทะลักเกลี่ยผู้สมัคร ส.ส.กันใหม่ ลั่นใครจะย้ายออกไม่เดือดร้อน เตรียมคนแทนแล้ว อดีต ส.ส.ปชป.อุบลฯ ซัดดูดมากกว่ารัฐบาลเลือกตั้งอีก ขณะที่กลุ่มสามมิตรฟุ้งกระแสตอบรับดี พร้อมดูด &amp;quot;สุวัจน์&amp;quot; ร่วมพัฒนาโคราช &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; เดินสายดูดประธาน นปช.สกลฯ ดันลง ส.ส.ทันที ถกแกนนำ นปช.อุดรฯ พบภูมิใจไทยนครพนม นิด้าโพลเผย ปชช.ยังหนุน &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า วันคล้ายวันเกิดครบ 69 ปี วันที่ 26 ก.ค. ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะจัดขึ้นในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้น มีแกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.ระดับแกนนำพรรค พร้อมใจเดินทางไปร่วมอวยพรกันอย่างคึกคัก นำโดยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวและแกนนำพรรค, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คนสนิทนางเยาวภาและอดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย การเดินทางไปครั้งนี้คึกคักมากกว่างานวันเกิดในหลายปีก่อน แม้จะไปจัดไกลถึงกรุงลอนดอน เนื่องจากแกนนำพรรค อดีต ส.ส.ระดับแกนนำพรรค เตรียมบินไปหารือการรับมือกับกระแสการดูด ส.ส.ที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก ทำให้อดีต ส.ส.หลายคนตัดสินใจไปร่วมงานกับขั้วตรงข้ามทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อผู้สมัครในพื้นที่เดิม จึงต้องมีการหารือเตรียมความพร้อมเรื่องพื้นที่สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้ากันใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวเปิดเผยว่า คณะที่เดินทางไปครั้งนี้มีมากกว่า 10 คน บางส่วนเกิดปัญหาการยื่นขอวีซ่าจากประเทศอังกฤษ ที่บางคนไปยื่นขอในเวลากระชั้นชิด จนเกือบจะไม่ได้รับการอนุมัติ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาว เดินทางไปก่อนหน้านี้กับเพื่อนสนิท ส่วนคณะแกนนำพรรคและอดีต ส.ส.ระดับแกนนำภาค จะเริ่มออกเดินทางตามไปสมทบในอีก 1-2 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในเร็ววันนี้จะเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ เพื่อร่วมงานวันเกิดนายทักษิณ ตั้งใจไปร่วมอวยพรวันเกิดท่าน มีการทานข้าวกันตามปกติ การไปครั้งนี้ไม่ทราบว่ามีแกนนำพรรค อดีต ส.ส.คนใดเดินทางไปบ้าง และไม่อยากให้ คสช.มองว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะท่านทักษิณไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนานแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า มีคนชวนให้ไปเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไป เพราะไม่มีค่าเครื่องบิน ถ้าท่านมาจัดงานวันเกิดแถวภูมิภาคเอเชีย ว่าจะไปอยู่ เข้าใจว่าอดีต ส.ส.อีสานน่าจะไปหลายคน เสียงปี่เสียงกลองใกล้ดังแล้ว เลยอยากไปถามสารทุกข์สุกดิบกัน คนไปหานายทักษิณล้วนเป็นเรื่องส่วนตัว ท่านไม่ได้มาครอบงำการบริหารงานในพรรค ส่วนกรณีคลิปที่วิดีโอคอลมาพูดคุยสมาชิกพรรคนั้น การจะยุบพรรคคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่บางฝ่ายก็พยายามหาเหตุจะโยงมายุบพรรคให้ได้ ฝ่ายความมั่นคงอย่าขยันมากนัก จะเลือกตั้งแล้วเลือกอีกยังมั่นใจพรรคเพื่อไทยชนะถล่มทลายเป็นอันดับหนึ่งแน่นอน ประเด็นเลือดไหล ส.ส.ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย เราไม่ได้สนใจ ใครจะไปก็ขอให้ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินหน้าดูดอดีต ส.ส. นักการเมืองเพื่อสนับสนุนรัฐบาลว่า พรรคเพื่อไทยไม่กังวล มองว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่ที่ไม่ปกติคือปัจจุบันการดูดใช้เจ้าหน้าที่บางฝ่ายนำเรื่องคดีความมากดดัน ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มาเบียดบัง บีบบังคับให้นักการเมืองต้องเลือ กโดยถือเป็นการใช้อำนาจอย่างผิดปกติหรือไม่ พรรคเพื่อไทยผ่านเรื่องเหล่านี้มาต่อเนื่อง แต่เรายังชนะการเลือกตั้ง สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าใครจะไปอยู่ที่ไหน สุดท้ายประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าจะเลือกใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับคนที่จะออกไปจากพรรคเพื่อไทยก็คงหวนกลับมาลำบาก เพราะพรรคได้เตรียมบุคคลอื่นไว้แทนแล้ว ขณะนี้มีเพียงนายปรีชาและนางเปล่งมณี &amp;nbsp;เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย, นายสุฟล ฟองงาม อดีตส.ส.อุบลราชธานี รวมทั้งอดีต ส.ส.นครราชสีมาบางคนที่จะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นเราไม่เดือดร้อน เพราะมีแผนไว้รองรับแล้ว ส่วนคนที่เป็นข่าวว่าถูกทาบทามหรือดูดไปร่วมงาน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าท้ายสุดเมื่อจะเลือกตั้งแล้วจะไปจริงหรือไม่&amp;quot; นายพิชัยกล่าว&amp;nbsp;
ดูดมากกว่ารัฐบาลเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสมหญิง บัวบุตร อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 23 ก.ค.นี้ จะไม่ไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ซึ่งจะเดินทางไปดูงานและพบปะประชาชนที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ ที่ผ่านมามีคนติดต่อทาบทามให้ย้ายไปอยู่พรรคใหญ่ 2 พรรค เพื่อแลกกับคดีความ ถ้าหากย้ายไปก็จะไม่มีคดีติดตัว ซึ่งก็ได้ปฏิเสธ และกล่าวขอบคุณที่หวังดี ซึ่งตนมีความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยไม่เสื่อมคลาย และมีจุดยืนชัดเจนที่จะอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป และเมื่อช่วงวันสงกรานต์ (13 เม.ย.61) ที่ผ่านมา นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ยังส่งคลิปมาหา และในคลิปว่า &amp;ldquo;ให้อยู่กับประชาชน อย่าทิ้งประชาชน และทำให้ประชาชนรักเรา&amp;ldquo; จึงต้องลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง กรณีกลุ่มสามมิตรเดินสายไปพบปะกลุ่มการเมืองต่างๆ ในช่วงนี้ เป็นธรรมดาของนักการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาลเชิญบรรดาสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อุบลฯ เก่าและใหม่ไปรับประทานอาหาร ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่และประชุมครม.สัญจรวันที่ 23-24 ก.ค.ว่า จากปรากฏการณ์ดูด ส.ส.ในพื้นที่ต่างๆ เข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยใช้กลไกระดับรองนายกฯ เป็นคนเจรจาต่อรอง ด้วยการเสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน ถามว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองตรงไหน การเคลื่อนไหวแบบนี้มันปิดไม่มิดหรอก ทั้งนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจหยุดพฤติกรรมการดูดตัว ส.ส. เพราะพวกท่านดำเนินการมาเยอะแล้ว รัฐบาลชุดนี้มีอำนาจอยู่ในมือทุกอย่าง ใช้กระบวนการดูด ส.ส. มากเสียยิ่งกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียอีก หนำซ้ำยังมีการเสนอผลประโยชน์ต่างตอบแทนแบบเปิดเผย เรียกได้ว่าเป็นการมอมเมาประชาชนด้วยซ้ำ จึงไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองอย่างที่กล่าวอ้าง และยิ่งทำเช่นนี้ต่อไปสุดท้ายการเมืองไทยก็จะกลับมาสู่วังวนเดิมๆ อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิสสระกล่าวว่า พรรค ปชป.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทุกคนยังคงอยู่กับพรรคครบ ไม่มีใครโดนดูดหรือย้ายพรรคออกไปไหน จะมีก็แต่บรรดาอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่สอบตก ไม่เคยเป็นผู้แทนเท่านั้นที่ย้ายออกจากพรรค เป็นเรื่องธรรมดา พวกเขาอยากหาโอกาสไปอยู่กับพรรคใหม่ เพื่อที่จะได้เป็นผู้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร แถลงว่า ข้อดีของกลุ่มสามมิตรคือ ให้เกียรติ ให้โอกาสทุกกลุ่ม ทุกสี ทุกระดับ เพื่อที่จะมาหาจุดร่วมเพื่อให้ประโยชน์กับประเทศชาติ ไปไหนก็ได้กระแสตอบรับ เพราะเราไม่ด่าใคร ไม่พูดถึงเรื่องอดีตพูดแต่อนาคตว่าเราจะทำอะไร คำว่าสามมิตรคือ คนจน คนรวย แล้วก็รัฐบาล เป้าหมายจะทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ขอถอนคำสาบานต่อย่าโมมาร่วมกับกลุ่มสามมิตร นายภิรมย์กล่าวว่า สามมิตรดูทุกภาคส่วน แต่วันนี้ประชาชนชาวบ้านทั่วไปที่เราอ้างอิงถึง พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มสร้างความหวังกับประชาชนว่าเขาจะได้รับการดูแลเรื่องปากท้อง เรื่องอาชีพ เรื่องราคาพืชผล ดูแลตั้งแต่เด็กจนถึงแก่หรือตาย นี่คือมีความหวังกับรัฐบาลชุดนี้ ส่วนถูกโจมตีใช้เงินดูดเข้าสามมิตร ยืนยันว่าถ้ามีเงินไปดูดเขาต้องเข้าใจว่า ส.ส.เขาไม่คาดหวังว่าจะต้องเอาเงินเป็นตัวตั้ง เขาอยากเป็นผู้แทนราษฎร เขาจะมาขายชีวิต ขายเกียรติ ขายศักดิ์ศรีเขาทำไม ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้แลกเปลี่ยนกับกลุ่มสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทยแก้ปัญหาข้าวนาปรังเดินทางไป จ.นครสวรรค์, จ.สุโขทัย, จ.พิษณุโลก พบว่าชาวนาต้องการแบบนี้ ในสัปดาห์นายสมศักดิ์รับปัญหาชาวไร่ยาสูบ 50,000 ครอบครัวเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต ผลกระทบบุหรี่นอกกับไทยราคาเท่ากัน
พร้อมดูด &amp;quot;สุวัจน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีพรรคชาติพัฒนา ที่มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นแกนนำ อาจจะมาร่วมกับกลุ่มสามมิตร นายภิรมย์กล่าวว่า ไม่รู้ว่านายสุวัจน์คิดอย่างไร จะมาร่วมกับสามมิตรหรือประชารัฐหรือไม่ แต่ตนอยู่โคราชมาตลอด เห็นว่าท่านสุวัจน์พัฒนาเมืองโคราชเจริญขนาดนี้ ถ้าจะมาแลกเปลี่ยนหรือมีส่วนร่วมกับสามมิตร ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวโคราช ถือเป็นนิมิตหมายในทางที่ดี เมื่อถึงตอนนั้นอาจจะเรียกว่า สามมิตร-ชาติพัฒนา ก็เป็นไปได้ ตอนนี้ผู้ที่มาร่วมกับเรา 200 คน ซึ่งมีทุกวันที่หลายกลุ่มติดต่อมาถึงสามมิตร ส่วนกรณีทางโฆษก คสช.เตือนทางการเมืองและจับตากลุ่มสามมิตรนั้น คงไม่มีกฎหมายอะไรที่คนทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ก็คือเดินทางไหน ไปหาปรองดอง ไม่ไปทะเลาะกับใคร ทหารคงไม่จับพวกตนหรอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ่ายวันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร พร้อมด้วยนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มและคณะ เดินทางไปพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายถนอม สมผล ส.อบจ.สกลนคร และประธาน นปช.สกลนคร พร้อมด้วยตัวแทน นปช.และประชาชนกว่า 80 คน ที่สำนักงานของนายถนอม อ.เมืองสกลนคร โดยนายสมศักดิ์ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยการสร้างเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง และดูแลสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ในที่ประชุมตัวแทน นปช.ภาคอีสานที่ จ.นครพนม ได้เสนอให้นายถนอมเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มสามมิตร เพื่อเป็นตัวแทนชาวสกลนครผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับชาวสกลนครร่วมกับกลุ่มสามมิตร โดยนายสมศักดิ์ก็ประกาศว่ายินดีรับนายถนอมพร้อมแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของกลุ่มสามมิตร จ.สกลนครทันที และเตรียมผลักดันนายถนอม ให้เป็นผู้แทนของประชาชนในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมศักดิ์และคณะได้เดินทางไปเปิดสนามชนไก่ &amp;rdquo;ไทศรีสงคราม&amp;rdquo; ที่ตลาดศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต ส.ส.นครพนม เจ้าของสนามชนไก่, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตรฯ ให้การต้อนรับ โดยมีประชาชนและนักนิยมชนไก่มาร่วมงานจำนวนมาก โดยนายสมศักดิ์ได้รับประทานอาหาร่วมกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสนอแนวทางการส่งออกไก่พื้นเมืองไปขายยังต่างประเทศแถบอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 19.00 น. นายสมศักดิ์และคณะมีกำหนดการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นปช.จ.อุดรธานี ที่ถูกดำเนินคดีกรณีเผาศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ที่ อ.เมืองอุดรธานี และรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อแสวงหาจุดร่วมในการสร้างความปรองดองเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เดินไปข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า การเดินทางไป จ.สกลนคร เพื่อรับตัวนายถนอมเข้าร่วมกับกลุ่มสามมิตร ซึ่งทางกลุ่มก็ยินดี และเตรียมให้โอกาสกับนายถนอมได้ทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนต่อไป ส่วนที่ จ.นครพนม ก็ได้มาแลกเปลี่ยนเรื่องการส่งเสริมกลุ่มอาชีพและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ส่วนการพบกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นการมาเยี่ยมเยียนในฐานะเพื่อนฝูงที่รักใคร่ชอบพอกันมานาน ไม่มีอะไร ให้ทั้งสามท่านอยู่ตรงนั้นคือพรรคภูมิใจไทยก็ดีอยู่แล้ว&amp;nbsp;
โพลหนุน&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;นายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกระแส คสช.จะใช้มาตรา 44 ยกเว้นการใช้ระบบไพรมารีโหวตว่า หากไม่มีการทำไพรมารีโหวต ก็จะเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญและขัดต่อเจตนาของ คสช.ที่ต้องการปฏิรูปการเมืองได้ ยืนยันว่าระบบไพรมารีโหวตไม่มีปัญหา แต่พรรคการเมืองมักคิดว่าจะมีเวลาหาสมาชิกพรรคไม่ทัน ซึ่งมีการผ่อนคลายเงื่อนไขการทำไพรมารีโหวต โดยให้พรรคการเมืองที่สามารถหาสมาชิกพรรคในจังหวัดได้ครบ 100 คน มีสิทธิส่งผู้สมัครได้ครบทุกเขตในจังหวัดนั้นๆ หากพรรคใดไม่สามารถหาสมาชิกในจังหวัดได้ครบ 100 คน ก็ไม่ควรได้ส่งผู้สมัครทั้งจังหวัด เพราะแค่สมาชิกทั้งจังหวัดแค่ 100 คนยังหาไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าลงสมัครไปก็ไม่มีทางได้รับเลือกตั้ง ไม่ควรทำไพรมารีโหวตระดับภาค ถ้าไม่มีการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งสมัยหน้า คสช.ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่าจะไม่มีการปฏิรูปการเมืองแล้วใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 3)&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 31 .26 อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 14.96 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย), อันดับ 3 ร้อยละ 10.50 ระบุว่าเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์), อันดับ 4 ร้อยละ 7.80 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย), อันดับ 5 ร้อยละ 7.48 ระบุว่าเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคอนาคตใหม่) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่อยากให้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.87 ระบุว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่ๆ เพราะ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง มีคนใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิด แนวทางการบริหารใหม่ๆ บางส่วนระบุว่า เบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองพรรคเก่า, ร้อยละ 32.78 ระบุว่าพรรคการเมืองพรรคเก่า เพราะมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เข้าใจและสามารถ แก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่องกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พบว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; อันดับ 1 ร้อยละ 31.19 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย, &amp;nbsp;อันดับ 2 ร้อยละ 21.88 ระบุว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ, อันดับ 3 ร้อยละ 16.47 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 4 ร้อยละ 9.63 ระบุว่าเป็นพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหาที่อยากให้นายกฯ คนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.39 ระบุว่า ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 27.61 ระบุว่าปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ, ร้อยละ 12.17 ระบุว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล, ร้อยละ 8.12 ระบุว่า ปัญหาการควบคุมราคาสินค้า, ร้อยละ 4.85 ระบุว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.94 ระบุว่าไม่เชื่อมั่น เพราะยังไม่มีความพร้อม สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รองลงมา ร้อยละ 38.82 ระบุว่าเชื่อมั่น เพราะสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ เป็นไปตามโรดแมปที่รัฐบาลวางไว้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, พิชัย นริพทะพันธุ์, ภิรมย์ พลวิเศษ, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สมหญิง บัวบุตร, สุฟล ฟองงาม, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสสระ สมชัย, เปล่งมณี  เร่งสมบูรณ์สุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b548f671be98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทักษิณดิ้นสั่งดูดคืน ทาบชทพ.อุบลฯสู้ก๊วนสามมิตร &#039;เต้น&#039;ตัดญาติแดงเทียมย้ายขั้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อารมณ์บูด ส่ายหน้าไม่ตอบ ครม.สัญจรมีนัยแฝงการเมือง &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยทำอะไรก็ถูกติง ฝุ่นตลบ &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ใช้ตาต่อตาฟันต่อฟันก๊วนสามมิตร สั่งดูดคืนบ้าง หวยออกที่ &amp;ldquo;ปลาไหล&amp;rdquo; &amp;nbsp;อุบลราชธานี ทั่นเต้นลั่นตัดญาติ &amp;ldquo;นปช.&amp;rdquo; ย้ายฝั่ง ขู่รอประชาชนมอบบทเรียน พรรคเสื้อแดงขย่ม &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภิรมย์&amp;rdquo; แค่ข่าวสร้างราคา แกนนำที่อ้างไม่มีใครย้ายแน่ ท้า &amp;ldquo;แรมโบ้&amp;rdquo; เคลียร์ให้ชัดเอาอย่างไร &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; ประกาศล็อบบี้เลือกประธาน กกต.ไม่แปลก พร้อมอุบแนวทางหา กกต.ที่เหลืออีก 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ยังคงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 23-24 ที่จังหวัดอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ ว่ามีนัยแฝงทางการเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ดังกล่าว โดยแสดงสีหน้าไม่พอใจพร้อมส่ายหัวก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า จะทำอะไรเขาก็ติงกันทั้งนั้น ซึ่งบอกเสมอว่าเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องบริหารราชการแผ่นดิน ต้องตรวจราชการ ลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เป็นนโยบายของทุกรัฐบาล โดยเฉพาะ 20 ปีหลังมานี้ และการลงพื้นที่ไปประชุมในทุกภาคเป็นนโยบายรัฐบาลนี้ตั้งแต่แรก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการจะไปดูดหรือไปอะไร
&amp;ldquo;ที่ตั้งข้อสังเกตว่าช่วงแรกรัฐบาลไม่ได้ลงพื้นที่บ่อยเหมือนช่วงนี้ที่ใกล้เลือกตั้งนั้น เพราะมันมีเหตุผล ขณะนั้นเราบอกแล้วว่าจะไป จึงให้เขาแก้ปัญหาของเขาเองก่อน ขาดเหลือเท่าไหร่เราจะลงไปจัดการให้ และนายกฯ เพิ่งสั่งในที่ประชุม ครม.ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปรวบรวมข้อมูลว่าอะไรที่พื้นที่ขอแล้วเราให้ไปแล้ว อะไรที่เราให้ไม่ได้ และอะไรที่ให้ได้ แต่ต้องรอไปอีกระยะหนึ่ง ถือเป็นการติดตามการลงพื้นที่&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถ้ามีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลจะยังลงพื้นที่เช่นนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าไม่ทราบ เมื่อยังไม่ถึงจึงยังกำหนดไม่ได้ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าเรียกนักการเมืองมาพบนั้น ไม่ทราบว่ามีการเรียกมา แต่เป้าหมายคือรับฟังความเห็น ซึ่งมาได้จากหลายฝ่าย อดีตนักการเมืองท้องถิ่นเขาจะลงสมัครอีกหรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่เขารู้ปัญหาที่เขาแก้ไม่สำเร็จ เขาอาจฝากให้แก้ แม้แต่นายกฯ &amp;nbsp;ยังบอกให้ไปฟัง มันแล้วแต่กาลเทศะ ไม่มีสูตรตายตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มองว่า ครม.สัญจรหรือการลงพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี &amp;nbsp;เพราะประชาชนจะสามารถสะท้อนปัญหาในพื้นที่นั้นๆ ได้โดยตรง แต่ในทางกลับกันหากการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์มีนัยอย่างอื่น ไม่ได้เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่เอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นสำคัญ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเปลืองงบประมาณเปลืองภาษีโดยเปล่าประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสมหญิง บัวบุตร อดีต ส.ส.เขต 1 จ.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติทุกรัฐบาล ก่อนจะมีการเลือกตั้งก็ต้องลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน ซึ่งพรรคไม่ได้หวั่นวิตกแต่อย่างใด &amp;nbsp;เพราะจากการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง ประชาชนยังคงรักนโยบายของพรรคเหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลควรแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านให้ดีกว่านี้ แทนที่จะมุ่งหาเสียงอย่างเดียว เพราะทุกวันนี้ ปัญหาเศรษฐกิจไม่ดีกระทบทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดทั่วทุกพื้นที่&amp;rdquo; นางสมหญิงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวเรื่องการดูดนั้น นายวิษณุกล่าวตอบกรณีกลุ่มสามมิตรจะขออนุญาต คสช.ประชุมว่า ใครก็ได้ เยาวชน กลุ่มอยากเลือกตั้ง สามารถมาขออนุญาต คสช.ได้หากจะรวมกลุ่มกันเกิน 5 คนเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพรรคการเมือง ส่วนใหญ่ที่ขอทำกิจกรรมขณะนี้ก็ยังไม่เป็นพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองเหลืออยู่ไม่กี่พรรค แต่หากคุยอะไรกันที่ไม่ใช่การเมืองไม่จำเป็นต้องขอ
ซัดแดงย้ายฝั่งหัวใจเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เคยหารือนอกรอบกับเพื่อนแกนนำ นปช.แล้วมีข้อสรุปตรงกันว่า การร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมืองใด หรือจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ถือเป็นเสรีภาพ ตราบเท่าที่ยังยืนยันหลักการประชาธิปไตยถือว่าความเป็น นปช.ยังคงอยู่ &amp;nbsp;แต่หากละทิ้งจุดยืนนี้ก็เท่ากับสิ้นสภาพ ไม่เหลือความเป็น นปช.อีกต่อไป ทั้งนี้การที่กลุ่มสามมิตรอ้างว่าจะเดินสายพูดคุยกับ นปช.เพื่อสร้างความปรองดองนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ถ้า คสช.อนุญาต กลุ่มอื่นๆ จะได้ทำด้วย แต่ถ้าคาดหวังว่าประชาชนที่เคยร่วมต่อสู้ในนาม นปช.จะไปร่วมแผนสืบทอดอำนาจคงต้องคิดใหม่ เพราะกว่า 10 ปีในสนามการต่อสู้ พี่น้อง นปช.เอาชีวิตกับอิสรภาพเข้าแลก และยังคงแบกความอยุติธรรมร่วมกันในคดี 99 ศพจนถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่นักการเมืองบางประเภทในกลุ่มสามมิตรที่ประชาชนรู้ไส้รู้พุงจะย่อยสลายแล้วดูดลงคอได้ง่ายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ที่มีข่าวว่าอดีตแกนนำ นปช.บางคนไปเปิดตัวร่วมงานกับกลุ่มสามมิตรบ้างแล้วนั้นก็ขอให้โชคดี ความเป็นเพื่อนยังอยู่ แต่ทางการเมืองถือว่าเราปล่อยมือแล้ว แยกทางกันตรงนี้ &amp;nbsp;ไม่คิดจะโจมตีหรือต่อว่าใดๆ เพราะการผละจากขบวนการประชาธิปไตยไปอยู่ในกลไกสืบทอดอำนาจ มีบทเรียนที่เจ็บปวดซึ่งประชาชนรอมอบให้อยู่แล้ว โดยการเอาบัตร นปช.มาโชว์ ประกาศว่ามากี่รายชื่อไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะจะเป็นแกนนำหรือมวลชนมีตัวชี้วัดเดียวกันคือหัวใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าใจมันใช่ เมื่อไหร่อย่างไรก็ยังใช่ แต่ถ้าเป็นหัวใจเทียม ต่อให้เป็นแกนนำอย่างผม หรือพกบัตรกี่ใบก็ไร้ค่าในสายตามวลชน ไม่แน่ใจว่าที่กลุ่มสามมิตรเดินอยู่เป็นการทำตามโรดแมปของผู้มีอำนาจหรือเปล่า เพราะดูแล้วคล้ายเป็นการปั่นราคา สร้างมหกรรมต้มคนใหญ่คนโตครั้งสำคัญหรือไม่&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสมหญิงกล่าวเรื่องนี้ มีหลายปัจจัยที่ ส.ส.เพื่อไทยบางคนย้ายไปอยู่พรรคใหม่ เช่นมีคดีติดตัว การเงิน และบางคนคิดว่าอยู่พรรคก็ได้เป็นแค่ ส.ส. ถ้าย้ายไปพรรคใหม่อาจได้ดีกว่าเก่า ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน แต่ยืนยันว่ายังอยู่พรรคเหมือนเดิม และเชื่อว่าพรรคจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่าเดิม คือ 250 คนขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยแจ้งถึงความเคลื่อนไหวในเรื่องอดีต ส.ส.ที่เตรียมย้ายออกไปจากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.อุบลราชธานีในสัปดาห์หน้านี้ว่า จนถึงขณะนี้อดีต ส.ส.กลุ่มอุบลราชธานีภายใต้การนำของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสายนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง ได้หารือกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่านายสุพล ฟองงาม อดีต รมช.มหาดไทยและอดีตรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อาจตัดสินใจย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยพร้อมกับนายสุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี ที่เป็นอดีต ส.ส.ในกลุ่ม เนื่องจากนายสุพลได้รับการทาบทามจากกลุ่มสามมิตรหลายรอบ และนับตั้งแต่มีข่าวนายสุพลก็ไม่เคยออกมาปฏิเสธ ทำให้อดีต ส.ส.กลุ่มอุบลราชธานีเชื่อว่านายสุพลมีแนวโน้มย้ายพรรคสูง&amp;nbsp;
แม้วใช้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุหนึ่งที่นายสุพลกับนายสุทธิชัยต้องการย้ายออก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นายเกรียงได้บอกกับคนในกลุ่มว่าจะวางมือทางการเมืองในการเลือกตั้งรอบหน้า และได้นำอดีต ส.ส.อีสานโดยเฉพาะสายอุบลราชธานีไปพบนายทักษิณ ชินวัตรที่ดูไบ เพื่อเยี่ยมเยียนและคุยการเมืองทั่วไป &amp;nbsp;แต่กลับไม่มีนายสุพลกับนายสุทธิชัยเดินทางไปด้วย&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งอีกว่า นายทักษิณได้คุยกับอดีต ส.ส.ในกลุ่มดังกล่าวว่า ในพื้นที่เลือกตั้งของนายสุทธิชัยคะแนนเสียงไม่ค่อยดี เห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2557 ที่แม้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ผลออกมาว่านายสุทธิชัยแพ้ จึงต้องการให้ทีมอุบลราชธานีเปลี่ยนตัวผู้สมัคร โดยนายทักษิณบอกว่าให้ลองไปติดต่อนายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคชาติไทย ที่เป็นอดีต ส.ส.เมื่อปี 2551 และล่าสุดเคยชนะนายสุทธิชัยในการเลือกตั้งปี 2557 สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา แต่เลือกตั้งโมฆะ เพราะฐานคะแนนเสียงดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนที่คุยกันที่ดูไบกลุ่มอดีต ส.ส.อุบลราชธานีก็หนักใจ เพราะเกรงว่านายสุทธิชัยและนายสุพลจะไม่พอใจ จนเมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มอุบลราชธานีได้ไปติดต่อกับนายรัฐกิตติ์เพื่อให้ย้ายออกจากพรรคชาติไทยมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย จะได้สู้กับประชาธิปัตย์สายนายวิฑูรย์ นามบุตร และกลุ่มสามมิตรในอุบลราชธานีที่จะนำทีมโดยนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, นายสิทธิชัย โควสุรัตน์, พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ซึ่งปรากฏว่านายรัฐกิตติ์ตอบรับจะย้ายมาร่วมกับพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดตัวตอนนี้&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังมีการหารือกันว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็อาจให้นายสุทธิชัยไปอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้นายสุพลและนายสุทธิชัย จนกลุ่มสามมิตรไปติดต่อกับนายสุพลให้ย้ายออกจากเพื่อไทย และมีข่าวว่ากลุ่มสามมิตรเจรจาจะให้นายสุพลเป็นหัวหน้าทีมอุบลราชธานี รวมถึงคุมพื้นที่และค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งในภาคอีสานตอนบนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าก่อนหน้านี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และน้องเขยนายทักษิณได้แจ้งอดีต ส.ส.อีสานของพรรคว่า ในสัปดาห์หน้าจะเดินสายตระเวนเยือนภาคอีสานเพื่อพบปะพูดคุยกับอดีต ส.ส.ของพรรค และสอบถามถึงปัญหาและความต้องการในพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าล่าสุดนายสมชายได้แจ้งกับอดีต ส.ส.อีสานที่เป็นทีมประสานงานว่าขอยกเลิกไปก่อน เอาไว้ให้พร้อมค่อยเดินสายหลังจากนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง ผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อนไทยกล่าวว่า กระแสข่าวการดูดรุนแรง โดยเฉพาะคนที่ทำงานให้ซีกพลังประชารัฐเดินสายต่อเนื่อง ล่าสุดชาวบ้านและคนเสื้อแดงหลายคนออกมาบอกว่า ที่นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตรนำรายชื่อแกนนำคนเสื้อแดงต่างจังหวัดหลายคนมาแอบอ้างบอกว่าจะไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐนั้น เมื่อสอบถามไปคนเหล่านั้นกลับไม่รู้เรื่อง อีกทั้งไม่ใช่แกนนำคนเสื้อแดงจริง บางคนมีแค่บัตร นปช.เท่านั้น&amp;nbsp;
ข้องใจจุดยืนแรมโบ้
&amp;ldquo;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง มีคนเสื้อแดงบางพวกฝากให้ถามว่า ตกลงจะไปช่วยงานพลังประชารัฐจริงหรือไม่ ถ้าไปช่วยงานจริงขอให้ออกมาบอกเลย ไปร่วมเพราะอะไร จะได้สมฉายาแรมโบ้ ไม่ใช่อีแอบ หรือถ้าไม่ไปช่วยงานพรรคอื่นก็ออกมาแถลงเช่นกันว่าโดนเอาชื่อไปแอบอ้าง&amp;rdquo; นายสิระกล่าวและว่า ได้พูดคุยกับนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย ก็ยืนยันว่าโดนเอาชื่อไปแอบอ้าง ไม่ได้ไปร่วมงานกับพลังประชารัฐ และยังพูดทีเล่นทีจริงว่าไม่แน่อาจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อนไทยก็เป็นได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวอีกว่า ได้พูดคุยกับนายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันว่ายังไม่ได้ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ บอกเพียงว่ายังดูๆ อยู่ ยังคุยไม่จบ ส่วนที่มีข่าวนายสุพลจะไปรับคณะนายกฯ ที่จะมาประชุม ครม.สัญจรนั้น นายสุพลบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อนายกฯ &amp;nbsp;มาเยือนก็ต้องไป ส่วนคนที่โยงไปว่าไปรับแล้วจะได้งบประมาณลงพื้นที่นั้น เรื่องนี้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ใช่อยู่กับพรรคการเมือง&amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าในการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คน โดยมีการเรียกร้องให้ใช้การสรรหาเหมือนเดิมแทนใช้วิธีทาบทามที่กฎหมายเปิดช่องให้นั้น นายวิษณุกล่าวว่า คนที่จะพิจารณาว่าจะใช้วิธีใดคือคณะกรรมการสรรหา แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ยังไม่มีเงื่อนไขเร่งรัด แต่ถ้ายังไม่ได้ กกต.เลยแล้วการเลือกตั้งงวดเข้ามาแบบนั้นถึงจะเร่งรัด อย่าเพิ่งไปตีตนก่อนไข้ ยังไม่มีใครคิด เพราะหลายคนยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีทาบทามได้ ถ้าพูดกันไปมากๆ เดี๋ยวจะนึกว่าสังคมอยากให้ทาบทาม &amp;nbsp;โดยขณะนี้ได้ กกต.มาพอทำงานแล้ว จึงยังไม่มีความจำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่กังวลว่าถ้าใช้วิธีทาบทามจะได้คนของ คสช. ผมไม่ทราบ แต่ คสช.ไม่มีสิทธิ์ไปจิ้ม&amp;rdquo; นายวิษณุยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบว่าจะใช้วิธีการสรรหาหรือทาบทาม แม้ในใจมีคำตอบแล้วแต่ไม่อยากพูดชี้นำ เรื่องนี้ต้องรอให้คณะกรรมการสรรหา กกต.ประชุมหารือกันก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การสรรหาน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดเพราะยังมีเวลา ดีกว่าส่งเทียบเชิญไปทาบทามใคร แม้รัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้สามารถทำได้ เพราะถึงได้คนดีคนเก่งมาก็ตามก็ไม่พ้นเสียงนินทา ดังนั้นทางที่ คสช.จะปลอดจากการนินทาว่ากล่าว จึงควรให้คณะกรรมการสรรหาเริ่มลงมือสรรหาและนำเสนอ สนช.เพื่อเห็นชอบตามแบบเดิมจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังกล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.แสดงความกังวลอาจมีการล็อบบี้เลือกประธาน กกต.ชุดใหม่ว่า เป็นธรรมชาติของการฟอร์มทีมองค์กรอิสระที่จะมีการออกข่าวว่าใครเป็นผู้มีความเหมาะสม น่าสนใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีข่าวออกมาว่าใครจะมาเป็นประธาน อย่าไปคิดว่าการแข่งขันเป็นประธาน กกต.จะทำให้เกิดความขัดแย้งกัน เพราะในช่วงการสรรหา กกต.ได้สอบถามผู้สมัครทุกคนเกี่ยวกับเรื่องการทำงานร่วมกันว่าจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ฉะนั้นเมื่อผ่านขั้นตอนเลือกประธาน กกต.แล้วจะไม่มีการเคลื่อนไหวสร้างความขัดแย้ง เพราะจะทำให้องค์กรขาดความน่าศรัทธา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่เป็นห่วงคือ เรื่องการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ของว่าที่ กกต. 5 คน ที่ต้องลาออกจากทุกตำแหน่งครบถ้วน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาเหมือนในอดีต เพราะบางคนใช้วิธีลาออกอย่างไม่เป็นทางการ หากมีการตรวจสอบพบว่ายังลาออกไม่ครบทุกตำแหน่งอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการเป็น กกต.ในวันข้างหน้า ขอเตือนว่าเรื่องการลาออกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ&amp;rdquo; นายพรเพชรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิรัตน์ กัลยาศิริ, วิษณุ เครืองาม, สมหญิง บัวบุตร, สิทธิชัย โควสุรัตน์, สิระ พิมพ์กลาง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cadd080c51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
