<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศบศ. ยันภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ล้มเหลว เล็งปรับลดค่าตรวจโควิด ลุยเปิดเกาะสมุย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มีเค้าลางล้มเหลว พร้อมทั้งแนะเกาะสมุย พะงัน คิดให้ดีก่อนทำว่า ต้องขอบคุณที่แนะนำ แต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้ล้มเหลว ทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาตามกำหนด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คุมเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ ส่วนเกาะสมุย พงัน ก็ยังคงเดินหน้า เพราะเตรียมการมาหลายเดือนแล้ว โดยสมุยพลัสจะเปิดวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้น จำเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับภาคประชาชนในพื้นที่ และประชาชนคนไทยในภาพรวมว่า นักท่องเที่ยวแฟนพันธุ์แท้ที่เข้ามานั้นมีความปลอดภัยจากความเสี่ยงต่างๆ ในระดับหนึ่ง ทั้งฉีดวัคซีนมาจากพื้นที่ประเทศที่กำหนด และมีการตรวจเชื้อตามมาตรการสาธารณสุข เงื่อนไขในการตรวจก็เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่จำเป็นต้องรักษามาตรการเข้มงวดไว้ในขณะที่สถานการณ์ภาพรวมของประเทศยังอยู่ในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;มิติในเชิงพื้นที่ของภูเก็ตและสมุย มีอัตราการพบผู้ติดเชื้อรายวันใหม่ที่ต่ำมาก (หรือเป็นศูนย์) ในแต่ละวัน ดังนั้น จำเป็นต้องคุมเข้มมาตรการเข้มงวดเพื่อรักษาอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ดีดังเช่นปัจจุบันนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ส่วนเรื่องการตรวจ RtT PCR 3 ครั้งในวงเงิน 8,000 บาทก็ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคภาครัฐ ภายใต้ พรบ.สถานประกอบการฯ ที่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเสริมรับรองในกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อ จะต้องมีเตียงเข้ารับการรักษาทันที ทำให้ราคาอาจจะสูงกว่าการรับตรวจเชื้อเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทาง สธ. ในพื้นที่ จะมีการทบทวนอัตราค่าบริการ ปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมต่อไป ส่วนเรื่องพฤติกรรมการจองของนักท่องเที่ยว เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็น Last minute booking มากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะรอดูนโยบายของประเทศตนเองตั้งแต่ต้นทางว่า อนุญาตให้ออกท่องเที่ยวต่างประเทศหรือไม่ อย่างไร รวมถึงนโยบายของประเทศปลายทาง เมื่อถึงช่วงใกล้เวลาเดินทางจริงจึงจะเริ่มทำการจอง (ไม่นิยมการจองล่วงหน้านานๆ เหมือนสมัยก่อนโควิด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการมิได้เป็นการนำงบประมาณภาครัฐหรือหน่วยใดๆ เข้าไปขับเคลื่อน แต่เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาครัฐในการขับเคลื่อน ดังนั้น ผลที่ได้รับจึงไม่จำเป็นต้องสะท้อนความคุ้มค่าการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ แต่ประการที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เห็นผลในมิติด้านเศรษฐกิจควบคู่กับด้านสาธารณสุข เกิดการสร้างรายได้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ มิใช่การเยียวยาอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างรายได้ให้เกิดการพยุงธุรกิจเอกชน และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่านายสมหมายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ท่านคงเป็นห่วงบ้านเมือง แต่นายสมหมายก็น่าจะรู้จักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีคลังในช่วงที่ท่านเป็นนายกฯ ว่า ท่านนายกฯ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติและประชาชน การทำงานต่างๆ ก็เพื่อช่วยเหลือประเทศ และเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109775</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, ศบศ., สมหมาย ภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; รับไม่ได้อย่างแรง!จวกเละ อดีตขุนคลังยุคประยุทธ์ หยาม &#039;บิ๊กตู่&#039; ไม่ประสีประสาแก้หนี้คนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 64 - จากกรณี นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ประสีประสาแก้ปัญหาหนี้สินนั้น&amp;nbsp;ล่าสุด นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้ว่า ที่นายสมหมาย วิจารณ์การแก้หนี้ของนายกฯ โดยอ้างว่าได้ฟังข่าวทางทีวีนั้น ซึ่งไม่รู้ว่าช่องไหน แล้วทึกทักว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาหนี้ของประชาชนทั้งประเทศให้เสร็จภายใน 6 เดือน แล้วเก็บไปขำ โดยไม่มองว่าเป็นเหยื่อการเสนอข่าว โดยไม่ตรวจสอบให้ชัดเจน จึงอยากแนะนำให้กลับไปฟังนายกฯ แถลง ไม่ใช่เชื่อตามรายงานข่าวโดยสนิทใจ แล้วมาวิจารณ์ผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่าหากไม่มีเวลา ตนก็ขอสรุปให้ฟังว่า สิ่งที่นายกฯ แถลงนั้น เป็นการย้ำว่านายกฯ และรัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนในทุกกลุ่ม เพราะเป็นหนี้กันจำนวนมาก เป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วส่งผลกระทบไปตลอดชีวิตที่เหลือ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนนั้น จึงถือว่าเป็นนโยบายสำคัญที่นายกฯ พยายามทำมาโดยตลอด ในภาพรวมแล้วผลจากความตั้งใจทำงานของนายกฯ และรัฐบาล จะเห็นว่า &amp;ldquo;หนี้ครัวเรือน&amp;rdquo; ก่อนปี 2557 มีอัตราเพิ่มขึ้นเดือนละ 88,000 ล้านบาท แต่หลังจากปี 2557 ถึงปัจจุบัน มีการเพิ่มขึ้นเดือนละ 50,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวต่อว่านอกจากนี้ นายกฯ ได้เล่าหลักคิดและแนวทางอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ถ้าได้ฟังเองจนครบ ก็จะเข้าใจว่า นายกฯ เห็นปัญหาหนี้ในภาพรวม แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เช่น หนี้ กยศ. 3.6 ล้านคน และผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน หนี้ครู/ข้าราชการ 2.8 ล้านบัญชี หนี้เช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ 27.7 ล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 49.9 ล้านบัญชี และหนี้สินอื่นๆ อีก 51.2 ล้านบัญชี &amp;nbsp;จากนั้นก็ได้อธิบายมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ทั้งระยะสั้นและระยะต่อไป โดยมาตรการระยะสั้น ให้เร่งทำทันทีภายใน 6 เดือน ไม่ใช่แก้ให้เสร็จ ซึ่งต้องสร้างกลไกการทำงานให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว แล้วค่อยๆ แก้กันไป ช้าเร็วขึ้นอยู่กับความร่วมมือของแต่ละคน โดยมีมาตรการสำคัญๆ เช่น การลดภาระดอกเบี้ย ทั้งในส่วนสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อ PICO และ NANO สำหรับประชาชน การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ของครู ข้าราชการ และสหกรณ์ การปรับรูปแบบการชำระหนี้ การคุ้มครองความเป็นธรรมให้ประชาชนที่เช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์ รวมทั้งให้ ธปท.ทบทวนเพดานอัตราดอกเบี้ยและการกำกับดูแลบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อจำนำทะเบียน
&amp;nbsp;
ทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน เพื่อลดการดำเนินคดีกับประชาชน เช่น หนี้ กยศ. หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หนี้สหกรณ์ มีการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs เช่น จัดให้มี soft loan สำหรับ SME ที่เป็น NPL เพื่อต่อลมหายใจ พลิกกลับมาทำธุรกิจต่อไปได้ ส่วนการเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำ/โรงรับจำนองนั้น นายสมหมายฯ เป็นถึงอดีต รมว.กค.ต้องเข้าใจกว่าใครๆ ว่า โรงจำนำ/จำนองเป็นที่พึ่งสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือปานกลาง ที่มีโอกาส &amp;ldquo;ชักหน้าไม่ถึงหลัง&amp;rdquo; ได้เสมอ เขาเพียงต้องการกู้เงินระยะสั้น เงื่อนไขน้อย วงเงินหลักพัน-หลักหมื่น ไม่ใช่หลักแสน-หลักล้าน ซึ่งคิดดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.25% ถึง 1.25% ต่อเดือน เพื่อแก้ขัดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ช่วงเปิดเทอม ยามป่วยไข้ ขายของขาดทุน หรือลงทุนเพิ่ม ซึ่งถ้าไม่มีแหล่งทุนคนจนของรัฐนี้แล้ว ก็เหมือนกับผลักให้คนยากคนจนไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ หรือให้นายทุนปล่อยเงินกู้ขูดรีด โดยมีนักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวไว้ว่า&amp;hellip;การเพิ่มจำนวนสาขาโรงรับจำนำ เป็นการให้ &amp;ldquo;ทางเลือก&amp;rdquo; แก่ผู้ต้องการกู้เงินไม่น่าจะเสียหายอะไร แต่ตนเห็นว่าเป็น &amp;ldquo;ทางรอด&amp;rdquo; ที่ไม่ใช่การซ้ำเติมทุกข์ของประชาชน ตามที่มีการเสนอข่าวบิดเบือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวว่า ยิ่งกว่านั้น นายกฯ ยังนำเสนอมาตรการระยะต่อไป เช่น เร่งส่งเสริมการแข่งขันให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง การให้ความช่วยเหลือเด็กรุ่นใหม่หรือคนเกษียณที่มีภาระหนี้สิน โดยจะออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัยและค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชนในราคาถูก การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ เพื่อกำกับดูแลสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อรายย่อยเป็นการเฉพาะ และการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงิน เพื่อชะลอการฟ้องและอำนวยความสะดวกให้การฟื้นฟูหนี้รายบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายราย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเป็นจริงหนี้สินของแต่ละกลุ่ม ก็จะมีหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว เพียงแต่นายกฯ จะดูแลในระดับนโยบาย ภาพกว้าง ที่ต้องมีผลบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ เช่น กฎหมายขายฝากที่ช่วยคุ้มครอง ให้ความเป็นธรรม ไม่ให้ผู้จำนองถูกยึดที่ดินเหมือนในอดีต กฎหมายทวงหนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ลูกหนี้และขจัดวงจรผู้มีอิทธิพล และกฎหมายปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยและวิธีคิดดอกเบี้ยที่ใช้มาแล้ว 95 ปี (พ.ศ.2468 จนถึงปัจจุบัน) เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ถูกเอาเปรียบและสอดคล้องกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน เช่น กรณีที่สัญญาเงินกู้ไม่ได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ เดิมสามารถคิดดอกเบี้ยอัตราคงที่ 7.5% ต่อปี ให้แก้เป็น 3% ต่อปี ส่วนกรณีผิดนัดชำระหนี้ เดิมคิดดอกเบี้ยอัตราคงที่ 7.5% ต่อปี แก้เป็น 5% ต่อปี โดยให้คำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้น เฉพาะงวดที่ผิดนัดเท่านั้น ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ค้างอยู่ทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น น่าจะหมดคำถามในเรื่องความรู้ความเข้าใจ เรื่องเศรษฐกิจการเงินการคลังของนายกฯ คนที่นายสมหมายฯ กำลังกล่าวหา ยิ่งกว่านั้น ตนอยากจะบอกว่า นายกฯ คนนี้ที่สนับสนุนการทำบัญชีครัวเรือน ผลักดันกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพราะอยากให้ทุกคนมีบำนาญใช้ตลอดชีวิต รวมทั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพิ่มเติมจากเดิมที่เคยมีกองทุนเงินให้กู้ยิมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบเงินสนับสนุน ไม่ใช่เงินกู้ สำหรับคนยากจนจริงๆ ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษาของประเทศ อีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากจะบอกอีกว่า ด้วยวิสัยทัศน์นายกฯ คนนี้ใช่หรือไม่ ที่ผลักดันการขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ &amp;quot;ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ&amp;quot; หรือ National e-Payment ของรัฐบาล ร่วมกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ทำให้คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกับบริการรับโอนเงินรูปแบบใหม่ หรือ พร้อมเพย์ (Prompt pay) &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2560 นอกจากจะค่าธรรมเนียมถูกมากๆ แล้ว รัฐบาลยังประหยัดค่าใช้จ่ายปีละหลักหมื่นล้านบาท ในการขนส่งเงิน การรักษาความปลอดภัย การผลิตเงิน เป็นต้น ที่สำคัญในยามวิกฤตโควิดนี้ โครงการต่างๆ เช่น เราชนะ คนละครึ่ง ยิ่งใช้ยิ่งได้ รวมทั้งการค้าขายออนไลน์ &amp;nbsp;ก็ขยายผลมาจากการใช้เงินดิจิทัลทั้งสิ้น ซึ่งโปร่งใส ตรวจสอบได้ ขจัดการทุจริต และคนไทยก็เริ่มปรับตัวใช้จ่ายเงินดิจิทัลมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวด้วยว่า วันนี้ ตนจึงอยากให้นายสมหมายฯ ทบทวนดูใหม่ว่าการออกมาวิพากย์วิจารณ์ครั้งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์ใจไร้อคติหรือ ลองทบทวนดูว่าได้คิดให้รอบคอบและไม่บุ่มบ่าม ตามที่นายสมหมายฯ เคยมีบทเรียนมาในอดีตหรือไม่ อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่ตัดสินใจผิดพลาดจนเกือบติดคุก แต่อยากให้ช่วยติดตามผลงานรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่านายกฯ พร้อมรับฟังทุกความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าเอาอคติ ความน้อยใจความโกรธ ที่นายกฯปรับออกจาก ครม.การได้เป็น รมว.คลังจากการสนับสนุนของนายกฯ ก็ถือว่านายกฯให้เกียรติว่าเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีความรู้ความสามารถ คนเราต้องรู้จักน้ำใจที่มีให้กันบ้าง อย่าทำตัวเป็นคนที่ใช้อัตตาเพราะความโลภ โกรธ หลง ใช้ความโมโห จนกลายเป็นคนพาล ทำตัวเป็นฝ่ายค้านไป อย่าลืมว่าคนเป็นหนี้ คนยากจนทุกข์แสนสาหัสอย่างไร นายสมหมายไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้เดือดร้อนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอย้ำอีกครั้งว่า อย่าเอาความผิดหวังของตัวเองมาเหยียบย่ำหัวเราะเยาะเย้ยคนจนคนที่เป็นหนี้เป็นสินเลย การที่นายกฯกำลังจะแก้ไขปัญหาให้คนเป็นหนี้ทั้งหลาย โปรดอย่าทำลายความตั้งใจของนายกฯที่มีความหวังตั้งใจจริง ต้องการให้คนไทยหมดหนี้หมดสินโดยเร็วจะสำเร็จมากน้อยดีกว่ายืนดูบนหอคอยงาช้าง และยืนหัวเราะเยาะเย้ยแบบไม่ใยดีของนายสมหมาย พี่น้องประชาชนคนยากจนคนเป็นหนี้เป็นสิน จะสาปแช่งนายสมหมายให้ไปตกนรกตอนแก่ได้ ให้พึงระวังคำพูดคำจาไว้ด้วย&amp;quot; นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107184</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สมหมาย ภาษี, เสกสกล อัตถาวงศ์, แก้ปัญหาหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d14eaab943a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
