<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำอีกครั้ง สรรพากรเตือนยื่นแบบภาษีเงินได้ทางออนไลน์วันนี้วันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 2564 สรรพากรแจ้งให้ผู้มีรายได้ในปีภาษี ๒๕๖๓ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.๙๐ หรือ ภ.ง.ด.๙๑ ออนไลน์ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ขอให้ยื่นแบบแต่อาจไม่ต้องเสียภาษี เพราะทุกคนมีสิทธิ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หักค่าใช้จ่ายจากการประกอบกิจการ และหักค่าลดหย่อนได้อีกหลายรายการ ส่วนการส่งจดหมายเตือนเป็นอีกหนึ่งบริการที่แจ้งให้ผู้เสียภาษีทราบ จะได้มีเวลาเพียงพอในการจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนนำมาใช้ยื่นแบบได้ทันเวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กรมสรรพากรได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ชำระภาษีที่ยังไม่ได้ยื่นแบบทราบถึงระยะเวลาหมดเขตการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.๙๐ และ ภ.ง.ด.๙๑ ทางออนไลน์ ที่ได้มีการขยายเวลาออกไปถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบให้ทัน &amp;nbsp;เนื่องจากหากยื่นแบบล่าช้ากว่าที่กำหนดนั้นจะมีภาระค่าปรับและเงินเพิ่มเกิดขึ้นซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อย กรมสรรพากรจึงได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารต่างๆ แจ้งไปถึงผู้ประกอบการล่วงหน้า (notification letter) โดยไม่ได้มีเป้าหมายในการจัดเก็บภาษีเฉพาะรายใดรายหนึ่งหรือโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษีทุกคนจะได้เตรียมข้อมูลเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน โดยผู้ประกอบการ(คนโสด) ที่มีรายได้ต่อปีถึงเกณฑ์ขั้นต่ำจำนวน ๖๐,๐๐๑ บาท ตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีทุกรายส่วนยื่นแบบฯ แล้วอาจไม่ต้องเสียภาษีเพราะได้สิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าออนไลน์หรือสินค้าทั่วไป มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน ๕๒๕,๐๔๙ บาท มีหน้าที่ยื่นแบบแต่เมื่อคำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องเสีย เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;กรมสรรพากรได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่อยากให้เกิดกรณีที่ประขาชนต้องเสียค่าปรับ เนื่องมาจากยื่นแบบเกินกำหนดเวลา เพราะจะเป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Tax Ambassador ณ สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร RD Intelligence Center ๑๑๖๑&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาษีเงินได้, ยื่นแบบ ภงด., วันสุดท้าย, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbe2a9aa789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทำพิษ!&#039;สรรพากร&#039;รับยอดคืนภาษีดิ่ง การันตีฐานะแกร่งไม่มีปัญหาเรื่องเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 2564 นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้เร่งดำเนินการพิจารณาและอนุมัติคืนภาษีตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91ประจำปีภาษี 2563 ที่เปิดให้ยื่นขอคืนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 โดยมีการยื่นแบบขอคืนภาษีรวม 2.87 ล้านแบบ โดยกรมสรรพากรได้อนุมัติและคืนภาษีไปแล้ว 2.36 ล้านแบบ คิดเป็น 83% หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 22,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมสรรพากรยืนยันว่าการคืนภาษีปี 2563 ยังเป็นไปตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ยื่นขอคืน จะได้รับคืนหมดแล้วภายใน 7 วัน ถ้ามีการยื่นเอกสารถูกต้อง ไม่ได้มีปัญหาการเงินอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินคืนประชาชน เนื่องจากมีปัญหาเก็บภาษีได้น้อย ไม่ต้องกังวล ใครที่ถูกหักไว้และก็ขอยื่นคืน จะได้แน่นอน บางคนอาจได้ล่าช้าบ้าง แต่อาจะเป็นเพราะอยู่ระหว่างการพิจารณา การตรวจสอบเอกสารหรือข้อมูล บางรายอาจต้องมีการขอเอกสารเพิ่มเติมบ้าง&amp;rdquo; นางสมหมาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย กล่าวอีกว่า จากการติดตามข้อมูลผู้ที่ยื่นขอคืนภาษีแล้วยังล่าช้าอยู่ เนื่องจากไม่ได้ยื่นขอคืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ รวมทั้งยื่นรายได้เสียภาษีไม่ตรงกับข้อมูลที่กรมสรรพากรมี มีการยื่นหักค่าลดหย่อนไม่ตรงกับฐานข้อมูล มีการขอข้อมูลเพิ่มเติม โดยกรมสรรพากรขอให้ผู้ที่ต้องการขอคืนภาษี หากต้องการได้รับภาษีคืนเร็ว ให้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ และคืนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ หากตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง ก็จะได้รับเงินภาษีคืนไม่เกิน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่าการคืนภาษีในปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2562 ถ้าพิจารณาในเรื่องของเม็ดเงิน จะมีจำนวนลดลง เนื่องจากเริ่มเห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มส่งผลต่อธุรกิจ ทำให้มีรายได้ลดลง ก็เสียภาษีลดลง การขอคืนภาษีจึงลดลงตามไปด้วย ขณะที่ปีภาษี 2562 ยังไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้&amp;rdquo; นางสมหมาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การยื่นแบบและขอคืนภาษีในปี 2563 ยังไม่สิ้นสุด โดยมีการขยายระยะเวลายื่นแบบและขอคืนไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 จึงคาดว่าจะมีการยื่นและขอคืนภาษีเพิ่มขึ้นอีกในช่วงใกล้ครบกำหนดการยื่นแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-18 เม.ย.2564 มีผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2563 แล้ว รวมจำนวน 7,428,132 ฉบับ แยกเป็นการยื่นผ่านอินเตอร์เน็ตจำนวน 6,707,208 ฉบับ คิดเป็น 90.29% และยื่นด้วยแบบกระดาษจำนวน 720,924 ฉบับ คิดเป็น 9.71%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101695</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ยอดขอคืนภาษี, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090c05400139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ครม.เคาะยกเว้นภาษีเงินได้จากมาตรการเยียวยาโควิดของภาครัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.2564 &amp;nbsp;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนและประโยชน์อื่นใดที่ประชาชนได้รับในปีภาษี 2563 จากมาตรการหรือโครงการที่ประชาชนได้รับจากรัฐบาลรวม 4 มาตรการ ประกอบด้วย โครงการ&amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ชดเชยรายได้ให้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) &amp;ldquo;โครงการเราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการกำลังใจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในครั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเห็นชอบมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพื่อเป็นการกระตุ้นให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัว เป็นผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งเป็นการช่วยบรรเทาภาระภาษีให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข อาสาสมัครกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และภาคธุรกิจอื่น &amp;nbsp; ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเว้นภาษีเงินได้, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, เราไม่ทิ้งกัน, โครงการกำลังใจ, โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe073f1c16a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรประกาศปิดสำนักงานสมุทรสาครชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 63 - นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพรร่ระบาดของไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ในท้องที่จังหวัดสมุทรสาครในขณะนี้ กรมสรรพากรจึงได้มีคำสั่งปิดสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองสมุทรสาคร 2 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2563 ถึง วันที่ 3 ม.ค. 2564 เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ประกอบการ ผู้เสียภาษี และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งผู้ประกอบการและผู้เสียภาษีสามารถทำธุรกรรมทางภาษี (TAX from Home) ได้ที่ www.rd.go.th หรือใช้บริการที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเมืองสมุทรสาคร 1 หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่สะดวกแทน ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันไวรัส COVID - 19 และแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87589</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ปิดให้บริการชั่วคราว, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe073f1c16a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรจี้พ่อค้า - แม่ค้าออนไลน์รีบยื่นแบบภาษีขีดเส้นไม่เกิน 8 ต.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2563 นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;30 กันยายน 2563 เป็นวันที่สิ้นสุดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ปี 2563 ซึ่งพ่อค้า - แม่ค้าออนไลน์ เป็นผู้มีรายได้ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้นำรายได้จากการขายสินค้าบนระบบออนไลน์ที่ได้รับระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ &amp;nbsp; 30 มิถุนายน 2563 มารวมคำนวณยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) หากใช้ช่องทางการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th ได้ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2563 และชำระภาษี (ถ้ามี) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรักษามาตรฐานการเว้นระยะห่างทางสังคม ร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของ &amp;nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19)&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;สำหรับผู้เสียภาษีที่มีภาษีต้องชำระ ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป สามารถแบ่งผ่อนชำระได้ 3 งวดๆ ละเท่าๆ กัน โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มใดๆ และติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือทางอินเทอร์เน็ตที่ www.rd.go.th ทั้งนี้ การยื่นแบบฯ เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp; จะทำให้ผู้เสียภาษีมีภาระต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากมีภาษีที่ต้องชำระ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78970</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ่อค้า, รีดภาษี, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, แม่ค้าออนไลน์, โฆษกกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f092f5f485e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรรพากรยืดเวลาแจ้งข้อมูลใช้สิทธิหักรายจ่าย 2เท่าจ้างผู้สูงอายุทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤตจากการแพร่ระบาดโควิด- 19 ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาในการดำเนินกิจการต่อผู้ประกอบการ กรมสรรพากรจึงได้มีมาตรการ ขยายระยะเวลาการบันทึกแจ้งข้อมูลการใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า จากการจ้างงานผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งต้องมีการแจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีภายใน 150 วัน ที่มีวันสุดท้ายของการแจ้งข้อมูลจ้างงานผู้สูงอายุภายในหรือหลังวันที่ 1 เม.ย. 2563 ถึง 31 ส.ค. 2563 โดยขยายเวลาให้บันทึกแจ้งข้อมูลการจ้างงานถึงวันที่ 31 ส.ค. 2563 ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย กล่าวว่า กรมสรรพากรได้ออกมาตรการส่งเสริมและสนับสนุน การจ้างงานผู้สูงอายุที่ให้สิทธิบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าจ้างที่จ่ายให้แก่ลูกจ้าง &amp;nbsp;ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งนายจ้างสามารถจ้างผู้สูงอายุได้ไม่เกิน 10% ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด ซึ่งในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2561 ที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดการจ้างงานผู้สูงอายุ และก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้สูงอายุสูงถึงกว่า 287 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ประกอบการที่จ้างงานผู้สูงอายุนอกจากจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีงานทำแล้วยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการใช้สิทธิหักรายจ่ายได้ 2 เท่าอีกด้วย&amp;rdquo; นางสมหมาย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายระยะเวลาการบันทึกแจ้งข้อมูลการใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า จากการจ้างงานผู้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, โฆษกกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f092f5f485e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพากร&#039;คาดรีดภาษี Facebook, YouTube, Google, Line, Netflix ต้นปี64 ดึงรายได้เข้าหลวง3 พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ค.2563 นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีแพลตฟอร์มดิจิตอลต่างชาติ หรือ พ.ร.บ.ภาษี e-Service ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบไปแล้วเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หากเห็นชอบก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และหลังจากนั้น 6 เดือน จึงจะเริ่มจัดเก็บได้ ดังนั้นคาดว่าจะเริ่มจัดเก็บภาษีดังกล่าวได้ในปีภาษี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาษี e-Service ผู้ให้บริการต่างประเทศ ทั้งแพลตฟอร์มดูหนัง เล่นเกมส์ นายหน้า สื่อโฆษณา ตลาดกลางที่จับผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน รวมถึงบริการอีคอมเมิร์ซ เช่น Facebook, YouTube, Google, Line, Netflix, Lazada ที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท ที่ให้บริการในประเทศไทย จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม นำส่งให้กับกรมสรรพากร โดยไม่มีภาษีซื้อ เช่น ถ้าให้บริการ 100 บาท จะต้องนำส่งทันที 7 บาท หรือ 7% ของค่าบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป้าหมายการจัดเก็บภาษี e-Service ปีแรกซึ่งหากดูฐานจากปี 2562 คาดว่าจะได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่จากการระบาดของโควิด-19 จะเห็นว่าคนใช้ออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ก็คาดว่าจะจัดเก็บได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกิดความเป็นธรรมสำหรับผู้ให้บริการในประเทศไทยที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เพราะในแต่ละปีผู้ให้บริการต่างประเทศได้รายรับปีละ 40,000 กว่าล้านบาท แต่ไม่เคยเสียภาษี โดยยืนยันว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ ๆ ก็พร้อมที่จะเสียภาษีดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่กรมสรรพากรติดหมายเรียกเก็บภาษีอดีตข้าราชการ นางสมหมาย ชี้แจงว่า เป็นไปตามข้อระเบียบ โดยที่ผ่านมาสรรพากรในพื้นที่ได้รับเรื่องให้ตรวจสอบ จึงได้ขออนุมัติออกตรวจสภาพกิจการของบริษัทดังกล่าว แต่จากการออกตรวจพบว่าสถานประกอบการปิด และจากการขอคัดหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าบริษัทฯได้แจ้งเลิกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องมีการส่งหนังสือเชิญพบตามที่อยู่ของผู้ชำระบัญชีที่แจ้งไว้ต่อทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และได้ขออนุมัติสรรพากรพื้นที่ส่งหนังสือเชิญพบด้วยตนเอง หากไม่สามารถส่งได้หรือไม่มีผู้รับ จึงได้ปิดหนังสือเชิญพบดังกล่าว และในการปิดหนังสือเชิญพบเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความตำรวจ เพื่อเป็นพยานว่ามิได้ทำให้เกิดความเสียหายใดๆ อย่างไรก็ตามทางอดีตข้าราชการสามารถดำเนินการชี้แจง หรือ ร้องทุกข์ได้อยู่แล้ว ซึ่งกระบวนการถัดไปจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวนในการตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71109</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ภาษี e-Service, ภาษีแพลตฟอร์มดิจิตอลต่างชาติ, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, โฆษกกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f092f5f485e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
