<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.กางแผนปี 65 เล็งกำหนดมาตรฐานสินค้ามากกว่า 240 เรื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยภายหลังแถลงผลการดำเนินงานของ สมอ. รอบปีงบประมาณ 2564 ว่า สมอ.ได้ตั้งเป้าหมายการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) ภายในปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 240 เรื่องตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมา ทั้งนี้มั่นใจว่าเครื่องมือหรือกลไกการผ่อนปรนต่าง ๆ จะทำให้เกิดมาตรฐานที่มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยยืนยันว่าจะเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล และประชาชนได้รับผลประโยชน์ ทั้งด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าตามงบประมาณจะสามารถทำได้เพียง 240 เรื่องเท่านั้น แต่เรามั่นใจว่าจะทำได้มากกว่านั้น ดูได้จากผลการดำเนินงานของ สมอ. ในปี 2564 นี้ก็ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกด้านเช่นกัน โดยเฉพาะด้านการกำหนดมาตรฐานปีนี้ปีเดียวกำหนดมาตรฐานไปแล้วถึง 450 เรื่อง และกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับ 48 เรื่อง &amp;nbsp;ออกใบอนุญาตไปแล้ว 18,526 ฉบับ ทำลายสถิติเดิมทุกรายการและนับว่ามากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง สมอ.&amp;rdquo;นายวันชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การออกใบอนุญาต มอก. ปีนี้ สมอ. ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการไปแล้ว 18,526 ฉบับ ซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตที่มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;โดยใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการออกใบอนุญาตเพียงแค่ 6 วันทำการเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน เพื่อแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่แสดงบนตัวสินค้า ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้โดยสแกน QR Code รวมทั้งเป็นข้อมูลในการร้องเรียนกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ระบุไว้ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สมอ. ได้ตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาดอย่างเข้มงวด ทั้งการลงพื้นที่ตรวจสอบ การเฝ้าระวังการนำเข้าผ่านระบบ NSW และการตรวจติดตามการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) โดยในปีนี้ สมอ. สามารถตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มูลค่ากว่า 2,040 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบ่งเป็นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน มูลค่า 1,834 ล้านบาท &amp;nbsp;รองลงมาคือกลุ่มสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 106 ล้านบาท &amp;nbsp;กลุ่มสินค้าเหล็ก มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท &amp;nbsp;กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท &amp;nbsp;และเป็นสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จําหน่ายออนไลน์ มูลค่ากว่า 128 ล้านบาท &amp;nbsp; ซึ่งจากตัวเลขการดำเนินคดีดังกล่าว ทำให้ปีนี้ สมอ.ปรับผู้กระทำความผิดทุกราย รวมมูลค่ากว่า 55 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบฯ แห่งแรกในอาเซียน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% และเปิดให้บริการทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 (มอก.2721) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เหลืออีกราว 1,600 ล้านบาท ในปี 2566 คาดว่าสนามจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบปลายปี 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118397</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันชัย พนมชัย, สมอ., เป้าหมายปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eba6c101d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.ชวนอุตฯ เครื่องมือแพทย์ เร่งใช้ประโยชน์มาตรฐานเกี่ยวกับโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ. ได้รับเลือกจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยมาตรฐานเทคนิคทางไฟฟ้าระหว่างประเทศ(บอร์ด กมฟท.) ที่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้เป็นตัวแทนการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ International Electrotechnical Commission &amp;ndash; IEC เพื่อร่วมดำเนินงานด้านการมาตรฐานในสาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการเสนอข้อคิดเห็นในการกำหนดมาตรฐาน การออกเสียงลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่ประเทศไทยโดย สมอ. ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก IEC นอกจากจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศแล้ว ยังได้รับทราบความก้าวหน้าทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนางานมาตรฐานของประเทศไทยให้ก้าวทันสถานการณ์โลกอีกด้วย โดยที่ผ่านมา ได้มีการนำมาตรฐานของ IEC มาประกาศใช้แล้วกว่า 800 มาตรฐาน ถือเป็นการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกในปีที่ผ่านมากว่า 1.8 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ล่าสุด IEC ได้อนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถเข้าถึงเอกสารมาตรฐานเกี่ยวกับบริภัณฑ์ไฟฟ้าทางการแพทย์ (Medical electrical equipment) จำนวน 5 เรื่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนี้ 1. IEC 60601-1:2005+AMD1:2012 CSV , &amp;nbsp;2.IEC 60601-1-2:2014 , 3. IEC 60601-1-6:2010+AMD1:2013 CSV , &amp;nbsp;4.EC 60601-1-8:2006+AMD1:2012 CSV , &amp;nbsp;และ 5. IEC 60601-1-11:2015, Medical electrical equipment - Part 1-11:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการส่งผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ได้มีมติเห็นชอบให้ สมอ. โหวตออกเสียงเลือกตั้งผู้ดำรงตำแหน่งบริหารของ IEC ตลอดจนรับรองงบประมาณและรับรองธรรมนูญและระเบียบวิธีปฏิบัติของ IEC ฉบับใหม่ ซึ่งการโหวตออกเสียงดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. 2564 นี้ ในการประชุมสามัญประจำปีของ IEC ระหว่างวันที่ 1 - 8 ต.ค. 2564 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศในอาเซียน และหนึ่งใน 26 ประเทศทั่วโลกที่สามารถโหวตออกเสียงได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116240</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐานโควิด, สมอ., เครื่องมือแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eba6c101d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ. ไฟเขียวให้ทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย. 2564 นายวันชัย &amp;nbsp;พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยถึงการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบในการทุบ ทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐานของผู้ประกอบการจำนวน 12 ราย ที่คดีถึงที่สุดแล้ว เป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องทำความสะอาดผิวหน้า , เครื่องเล่นแผ่นดิสก์ , บัลลาสต์สำหรับหลอดฟลูออเรสเซนต์ , ชุดสายพ่วง , หม้อต้มแว็กซ์ , กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี , ของเล่น , หมวกกันน็อค และกระจกนิรภัยรถยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ สมอ. ได้ส่งให้ผู้รับกำจัดซากที่ได้รับอนุญาตตาม พรบ.โรงงานฯ ดำเนินการทำลายสินค้าดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังมีมติเห็นชอบให้ สมอ. ควบคุมสินค้า 2 รายการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และคุ้มครองเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างเครื่องจักรกล และเตารีดไฟฟ้าสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย เนื่องจาก สมอ. ได้มีการทบทวนแก้ไขมาตรฐานให้มีความทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับในรอบปี 2561-2563 มีการนำเข้าเหล็กชนิดนี้เข้ามาในประเทศไทยเป็นมูลค่ากว่า 87,000 ล้านบาท และนำเข้าเตารีดไฟฟ้าเป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้มีการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศ สมอ. จึงขอความเห็นชอบบอร์ดควบคุมสินค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เห็นชอบให้จัดทำมาตรฐาน ทั้งที่เป็นมาตรฐานใหม่ และมาตรฐานเดิมที่นำมาทบทวนแก้ไขปรับปรุง รวมทั้งสิ้น 34 มาตรฐาน ได้แก่ คอนกรีตแห้งสำเร็จรูป , คอนกรีตแห้งสำหรับสภาพแวดล้อมทางทะเล , เสื้อชูชีพ , เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับทำความสะอาดพื้นผิว , กระทะไฟฟ้าที่ใช้ในร้านอาหาร , หม้อทอดไฟฟ้า , เครื่องเลเซอร์กำจัดขน , เครื่องตัดผม (ปัตตาเลี่ยน) , ดวงโคมไฟฟ้า , ภาชนะเหล็กหล้าไร้สนิมสำหรับอาหาร , เลื่อยไฟฟ้า และเคเบิลเส้นใยนำแสงโทรคมนาคม เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายสินค้า, สมอ., สินค้าไม่ได้มาตรฐาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b76672d179f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ. เตรียมเชือดผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ล่าสุด สมอ. ได้รับข้อร้องเรียนว่า บนแอปพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Shopee มีการจำหน่ายเครื่องหรี่ไฟ (Dimmer) รุ่น Suntec STD-1600 โดยไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ซึ่งสินค้าดังกล่าวอยู่ในข่ายสินค้าควบคุมตาม มอก. 1955-2551 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ พบว่า มีผู้จำหน่าย 6 ราย ที่จำหน่ายเครื่องหรี่ไฟที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ได้แก่ 1.อุบลแสงฟ้าอิเล็คโทรนิค จังหวัดอุบลราชธานี 2.Messi99 จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp;3.Little_boy_889 &amp;nbsp;กรุงเทพฯ &amp;nbsp;4. Beeshop กรุงเทพฯ 5.Starcomshop กรุงเทพฯ และ 6.Bon lighting จังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมอ. จึงได้แจ้งให้บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่น Shopee ลบข้อความที่มีการโพสต์จำหน่ายเครื่องหรี่ไฟของผู้จำหน่ายทั้ง 6 ราย ออกจากแอปพลิเคชั่นทันที พร้อมทั้งให้จัดส่งภาพถ่ายฉลากสินค้าทุกด้าน และให้แสดงหลักฐานแหล่งที่มาของสินค้าภายใน 15 วัน หากตรวจสอบแล้วพบว่าได้รับอนุญาตตามมาตรฐาน มอก. 1955-2551 จาก สมอ. อย่างถูกต้อง จึงจะขายสินค้าบนแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้ แต่หากพบว่าเป็นการลักลอบจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;สมอ. จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จำหน่ายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมไปถึงผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวด้วย หากพบว่านำเข้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;ทั้งนี้ เตรียมเอาผิด Shopee ด้วยฐานโฆษณาจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103158</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำหน่ายเครื่องหรี่ไฟ (Dimmer), วันชัย พนมชัย, สมอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5bac4063d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.คุมเข้มมาตรฐานอะแดปเตอร์ชาร์ตไฟมือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 &amp;nbsp;นายวันชัย &amp;nbsp;พนมชัย &amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ผลการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้ สมอ. ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง วีดิทัศน์ และการสื่อสาร ที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 600 โวลต์ อาทิ เครื่องรับวิทยุ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องขยายสัญญาณ เครื่องเล่นแผ่นดิสก์ เครื่องเล่นวีดีโอเกมส์ เครื่องรับสัญญาณไมโครโฟนไร้สาย เครื่องรับสัญญาณวิทยุ เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม &amp;nbsp;เครื่องปรับแต่งสัญญาณ เครื่องผสมสัญญาณเสียง เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต &amp;nbsp; (อะแดปเตอร์) เครื่องเล่นเสียงและภาพ เป็นต้น
&amp;nbsp;
รวม 20 รายการ ให้เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน มอก. 62368-2563 หลังมีผู้ใช้อะแดปเตอร์ไม่ได้มาตรฐานชาร์จโทรศัพท์มือถือ ถูกไฟดูดเสียชีวิต โดยจะเร่งดำเนินการประกาศบังคับใช้มาตรฐานภายในกลางปีนี้ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนจากอันตรายที่เกิดจากไฟฟ้า โดยข้อกำหนดในมาตรฐานจะควบคุมด้านความปลอดภัย &amp;nbsp;มีการทดสอบเกี่ยวกับการบาดเจ็บที่เกิดจากไฟฟ้า การทดสอบเกี่ยวกับไฟไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้า การทดสอบความร้อน การทดสอบการแผ่รังสี และการทดสอบเกี่ยวกับสารอันตราย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชุมบอร์ด สมอ. ในครั้งนี้ นอกจากจะเห็นชอบให้ สมอ. ควบคุมอะแดปเตอร์สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังได้เห็นชอบในเรื่องสำคัญๆ ดังนี้ 1) ให้ สมอ. จัดทำมาตรฐาน ทั้งที่เป็นมาตรฐานใหม่ และมาตรฐานเดิมที่นำมาทบทวนรวม 9 มาตรฐาน ได้แก่ สีอิมัลชันใช้งานทั่วไป สีอิมัลชันทนสภาวะอากาศ &amp;nbsp;สีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ และเครื่องทำน้ำร้อนแบบฮีตปั๊ม เป็นต้น 2) ให้ สมอ. ควบคุมสินค้าอีก 5 รายการ ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน ได้แก่ ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร และถุงพลาสติกบรรจุอาหารสำหรับอุ่นในไมโครเวฟ เป็นต้น 3) ให้ สมอ. ทำลายผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานของผู้ประกอบการจำนวน 4 ราย ที่คดีถึงที่สุดแล้ว ได้แก่ ของเล่น เหล็กเส้นกลม หมวกนิรภัย และสับปะรดกระป๋อง มูลค่ารวมกว่า 1,050,000 บาท อีกด้วย&amp;quot;นายวันชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า, วันชัย  พนมชัย, สมอ., สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5bac4063d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;สุริยะ&#039;จี้สมอ.เพิ่มสินค้าควบคุม 43 รายการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เมษายน 2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าได้เร่งรัดให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ดำเนินการกำหนดมาตรฐานเพื่อให้ทันกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า โดยเร่งประกาศให้เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานใหม่ 43 รายการ เช่น ยางหล่อดอกซ้ำ เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนเคลือบสังกะสี หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียว ถุงมือสำหรับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ชนิดใช้ครั้งเดียว กระดาษสัมผัสอาหาร ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำบริโภค เครื่องฟอกอากาศ และเครื่องเล่นสนาม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนำมาตรฐานเดิมมาทบทวนและเสนอบังคับต่อเนื่องอีกจำนวน 21 รายการ เช่น มาตรฐานในกลุ่มสีย้อมสังเคราะห์ เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างเครื่องจักรกล เตารีดไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เตาไมโครเวฟ ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ เครื่องดับเพลิง และแบตเตอรี่มือถือ เป็นต้น โดยทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ได้ขออนุมัติบอร์ด สมอ. กำหนดมาตรฐานสินค้าทั้งสิ้นจำนวน 361 เรื่อง ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอส-เคิร์ฟ) จำนวน 117 เรื่อง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมนิว เอส-เคิร์ฟ &amp;nbsp;จำนวน 60 เรื่อง เช่น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิตอล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเชิงนโยบายและอื่นๆ จำนวน 113 เรื่อง ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ เกษตรแปรรูป พลาสติก ยาง สมุนไพร นวัตกรรม เป็นต้น และกลุ่มผลิตภัณฑ์พื้นฐานตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จำนวน 71 เรื่อง ได้แก่ เครื่องกล เหล็ก คอนกรีต วัสดุก่อสร้าง และโภคภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งก็เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ไตรมาส 2 สมอ. กำหนดมาตรฐานแล้วทั้งสิ้นกว่า 250 เรื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด ภายในไตรมาสที่ 4 อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98528</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมอ., สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c3f5e35187.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;เยียวยาเอกชนกระทบโควิดเว้นค่าธรรมเนียมมอก.10,000ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ สมอ. เสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก. และค่าธรรมเนียมใบรับรองระบบงาน ISO เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 10,000 ราย รวมมูลค่ากว่า 110 ล้านบาท ซึ่ง ครม. ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2563 นี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 &amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด 19 และการชะลอตัวของภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;สมอ. จะดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการยกเว้นจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2564 &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการให้มาติดต่อขอรับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาต มอก. ทางออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ www.tisi.go.th &amp;nbsp;ทั้งการยื่นขอใบอนุญาต มอก. ผ่านระบบ e-License ที่ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอได้ทุกมาตรฐาน ซึ่งผลทดสอบผลิตภัณฑ์และผลตรวจโรงงานจะถูกส่งตรงจากห้อง LAB และหน่วยงาน Outsource ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยผู้ประกอบการไม่ต้องมีภาระเรื่องเอกสารดังกล่าวอีกต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สมอ. ยังอํานวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด โดยสามารถชําระค่าบริการและค่าธรรมเนียมงานบริการด้านอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment สําหรับการตรวจติดตามผลผู้ได้รับใบอนุญาต มอก. เป็นการตรวจติดตามผ่านระบบ e-Surveillance เพื่ออํานวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ สมอ. ให้มากยิ่งขึ้น ด้านการรับรองระบบงาน ISO สมอ. ได้นําระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Accreditation มาใช้ตั้งแต่การยื่นคําขอ การประสานงาน การตรวจประเมินทางไกล (Remote assessment) และการรับรองตนเอง (Self declaration) แทนการออกไปตรวจประเมินสถานที่จริง โดยผู้ตรวจประเมินจะประสานงานการตรวจประเมินทางออนไลน์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และแอปพลิเคชั่นต่างๆ บนเว็บไซต์ และสมาร์ทโฟน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลตามมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19&amp;rdquo; เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79653</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต มอก., วันชัย พนมชัย, สมอ., สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43ca2b68f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
