<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุรีรัมย์&#039;ประเดิมให้คนอายุเกิน18ปี!ลงชื่อรับวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.64 - ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องการป้องกันระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เพื่อขอความร่วมมือให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิลำเนาหรือบุคคลที่มาปฏิบัติงานในจังหวัดบุรีรัมย์ และหรือพักอาศัยในจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ทำการประเมินตนเอง และแสดงความจำนงต่อการรับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งสำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีช่องทางการดำเนินงาน ได้แก่ &amp;nbsp;1.ติดต่ออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชน หมู่บ้าน ที่ท่านพักอาศัย โดยกระบวนการ อสม.เคาะประตูบ้าน 2.ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ QR code BURIRAM IC &amp;nbsp;และ 3.แสดงความจำนงผ่านศูนย์ประสานงานรับบริการวัคซีนโควิด-19 ในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน ซึ่งเป็นระบบที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการเพื่อปรับให้เหมาะสมกับการลงทะเบียนและการให้บริการวัคซีนของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการให้ อสม.เคาะประตูบ้านเพื่อสอบถามข้อมูลความต้องการที่เป็นจริง แล้วเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะนำเข้าในฐานข้อมูลระบบ BURIRAM IC เพื่อจัดกลุ่มให้บริการตามนโยบาย ลดติดเชื้อลดตายในกลุ่มเสี่ยงให้เหมาะสมกับการป้องกันการระบาดและเสียชีวิตให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังดำเนินการได้มีประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ มีข้อมูลผู้ลงทะเบียนในระบบ BURIRAM IC ณ วันที่ 11 พ.ค.2564 แล้วทั้งสิ้น 360,174 ราย ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลนำเข้าระบบ MOPH IC ของกระทรวงสาธารณสุข ในการวางแผนการฉีดวัคซีนของจังหวัดบุรีรัมย์ในลำดับถัดไป จึงขอให้ประชาชนทุกคนในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประเมินตนเอง และแสดงความจำนงต่อการรับวัคซีนโควิด-19 ตามช่องทางที่กำหนดไว้ภายในวันที่ 21 พ.ค.2564 ตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 6 พ.ค.2564 ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102630</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ลงทะเบียน, วัคซีน, สมัครใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b53c683181.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 46%สมัครใจไม่ต้องเกณฑ์! &#039;บิ๊กป้อม&#039;ย้ำฝึกทหารใหม่ห้ามใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย. 61 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้รับทราบรายงาน ผลการตรวจเลือกทหารกองเกินทั่วประเทศ ประจำปี 61 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสรุป ยอดทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกทั่วประเทศ &amp;nbsp; 525,621 คน ยอดที่กองทัพต้องการ 104,734 คน &amp;nbsp;หรือ ร้อยละ 20 ของยอดเข้ารับการตรวจเลือก (กองทัพบก 80,011 : กองทัพอากาศ16,000 : &amp;nbsp;กองทัพเรือ 8,723 ) &amp;nbsp;มีผู้สมัครใจเป็นทหาร &amp;nbsp;44,797 คน หรือ ร้อยละ 43 ของยอดที่ต้องการ เป็นผลให้มีผู้จับสลากจำนวน 214,519 คน เข้าประจำการ 58,739 คน หรือ ร้อยละ 27 ของยอดจับสลาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลดังกล่าว จำแนกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มียอดทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือก &amp;nbsp;10,662 คน ยอดที่กองทัพต้องการ 2,446 คน &amp;nbsp;หรือ ร้อยละ 20 ของยอดเข้ารับการตรวจเลือก มีผู้สมัครใจเป็นทหาร 1,679 คน หรือ ร้อยละ 69 ของยอดที่ต้องการ &amp;nbsp;เป็นผลให้มีผู้จับสลากจำนวน 6,779 คน เข้าประจำการ 700 คน หรือ ร้อยละ 10 ของยอดจับสลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมของการตรวจเลือกทหารกองเกินทั่วประเทศที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 54 - 57 &amp;nbsp;มีผู้สมัครใจเข้าเป็นทหาร โดยเฉลี่ย ร้อยละ 31 ต่อปี จากยอดที่กองทัพต้องการในแต่ละปี &amp;nbsp;สำหรับปี 58 - 61 มีผู้สมัครใจเข้าเป็นทหาร โดยเฉลี่ย ร้อยละ 46 ต่อปี จากยอดที่กองทัพต้องการในแต่ละปี ซึ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กำชับหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ให้ความสำคัญในการกำกับดูแล และปฏิบัติกับทหารทุกคนอย่างสมเกียรติ &amp;nbsp;การฝึกปรับสภาพทหารใหม่ทุกคน ให้ดำเนินการตามแบบฝึก โดยพิจารณาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ให้มีอันตราย &amp;nbsp;สำหรับการลงโทษ ให้ยึดแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่มีการใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ระลึกว่า ทหารทุกคนเปรียบเสมือนลูกหลาน หรือ น้องๆ ที่หมุนเวียนเข้ามารับใช้ชาติและช่วยเหลือประชาชน &amp;nbsp;กองทัพต้องเป็นสถาบันหลัก ที่ต้องเป็นที่เชื่อมั่นกับประชาชน &amp;nbsp;พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้ ในการช่วยเสริมสร้างทหารทุกคนให้มีวินัย ช่วยเหลือพัฒนาการศึกษาและทักษะอาชีพทหารทุกคน ให้พร้อมที่จะเป็นหลักให้กับครอบครัวเมื่อปลดประจำการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21359</URL_LINK>
                <HASHTAG>46%สมัครเอง, กลาโหม, ทหารเกณฑ์, บิ๊กป้อม, ฝึกทหารใหม่, สมัครใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfb35dae517.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
