<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักข่าวเทวดา&#039; ชี้รัฐบาลพลาดแล้วจับ &#039;ลูกศิษย์ ส.ศิวรักษ์ - แกนนำกลุ่ม24มิถุนา&#039; โหมกระพือม็อบลุกพรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักเคลื่อนไหว&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวสดอิงลิช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับแกนนำม็อบปลดแอก ว่าเป็นการเรียกแขกเพิ่ม โดยเฉพาะนายบารมี ชัยรัตน์ ที่โดนจับพร้อมแกนนำเยาวชนปลดเเอก คือศิษย์คนสำคัญคนหนึ่งของ ส.ศิวรักษ์ เป็นเลขาธิการสมัชชาคนจน เครือข่ายชาวไร่ชาวนาและคนจนเมืองที่มีองค์กรแบบเป็นประชาธิปไตยรากหญ้ามีส่วนร่วม ต่อสู้ตั้งแต่ต้านเขื่อนปากมูล งานนี้เท่ากับเป็นการเรียกแขกปลุกคนต้านเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนที่ถูกจับพร้อมแกนนำเมื่อคืนชื่อ สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม #24มิถุนา เพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหวเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเรื่องวันอภิวัฒน์ 24 มิถุนา 2475 มากว่าทศวรรษก่อนกระแสจะขยายสู่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เธอเป็นคนสนิทของอดีตนักโทษมาตรา 112 #สมยศ พฤกษาเกษมสุข&amp;nbsp;
ลูกตาลเยี่ยมนักโทษทางการเมืองและนักโทษมาตรา&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ในคุกมาโดยตลอด พวกที่ออกมาแล้วคงไม่นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม24มิถุนาฯ, บารมี ชัยรัตน์, ประวิตร โรจนพฤกษ์, สมัชชาคนจน, สุวรรณา ตาลเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3de662a62f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมัชชาคนจน&#039; ขู่ชุมนุมยืดเยื้อหากไม่ปล่อยตัว &#039;บารมี ชัยรัตน์&#039; หนุนข้อเรียกร้องม็อบปลดแอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - สมัชชาคนจน ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 สนับสนุนข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก และ เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อนายบารมี ชัยรัตน์ และแกนนำนักเรียนนักศึกษาทุกคน มีเนื้อหาระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง เมื่อรัฐบาลสืบทอดอำนาจ คสช. ได้ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามปิดปากคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ผู้นำแรงงาน นักกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงผู้นำของคนจน และสมัชชาคนจนเห็นว่า ไม่อาจจะยอมรับการคุกคามประชาชนได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กดขี่ข่มเหงพี่น้องคนจนมาโดยตลอด เช่น ไล่รื้ออพยพคนจนออกจากที่ทำกิน แย่งชิงทรัพยากรดิน-น้ำ-ป่า เพื่อสร้างเขื่อน เพื่อทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ และอื่นๆ ไม่เคยแก้ไขปัญหาของคนจนอย่างจริงใจ ผู้นำของเราถูกเจ้าหน้าที่รัฐติดตาม คุกคาม ข่มขู่ สกัดกั้นไม่ให้เรียกร้องความเป็นธรรม รวมถึงถูกกลั่นแกล้งทางกฎหมายต่างๆ นานา เพื่อสร้างภาระ และกีดกันการเข้าถึงความยุติธรรม ดังปรากฎการณ์การจับตัวในยามวิกาลเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีผลบังคับใช้แล้ว นักศึกษา คนงาน เกษตรกร และคนจนอื่นๆ ซึ่งตระหนักในสิทธิและเสรีภาพทางเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานาน จนกระทั่งเกิดการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษาที่นำโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ซึ่งนายบารมี ชัยรัตน์ เลขาธิการของสมัชชาคนจน ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม และได้มีโอกาสปราศรัยในเวทีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัชชาคนจนเห็นว่า ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของกลุ่มเยาวชนปลดแอก สอดคล้องกับจุดยืนของสมัชชาคนจน เพราะพี่น้องคนจนถูกผู้มีอำนาจในนามของรัฐข่มขู่คุกคามเสมอมา เราสนับสนุนให้ยุบสภาเพื่อให้มีผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่มาจากประชาชน เข้ามาแก้ไขปัญหาของคนจน และเราต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็น &amp;ldquo;ประชาธิปไตยที่กินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน&amp;rdquo; อย่างที่เราเรียกร้องเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขณะนี้ นายบารมี ชัยรัตน์ เลขาธิการของสมัชชาคนจน ถูกจับกุมดำเนินคดีเพียงเพราะต้องการใช้สิทธิและเสรีภาพตามกฎหมายในการเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบดังกล่าว ซึ่งการกระทำของรัฐเป็นการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอันเป็นหลักการของระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัชชาคนจนขอสนับสนุนข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายบารมี ชัยรัตน์ และแกนนำที่ถูกจับกุมในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมทั้งยุติการคุกคามดำเนินคดีแกนนำทุกคน สมัชชาคนจนพร้อมที่จะเคลื่อนไหว และปักหลักชุมนุมยืดเยื้อที่กรุงเทพมหานคร หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทันที ต่อข้อเรียกร้องของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัชชาคนจน, 20 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74988</URL_LINK>
                <HASHTAG>บารมี ชัยรัตน์, ม็อบปลดแอก, สมัชชาคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3dd57ed7d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;หัวโต๊ะสางปัญหาสมัชชาคนจน เร่งเลิกเขื่อนแก่งเสือเต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนครั้งที่1/ 2563 มีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ม.ร.ว.จตุมงคล โสภณกุล รมว.แรงงาน เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวในที่ประชุมว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยได้มอบหมายนโยบายให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงติดตามและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างบูรณาการร่วมกัน และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนด้วย การแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนในวันนี้ซึ่งมีตัวแทนสมัชชาคนจนร่วมเป็นกรรมการด้วย จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐและภาคเอกชนและประชาชนเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความรวดเร็วและเป็นธรรมตรงตามเป้าหมายความต้องการ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญ รวมทั้งต้องยึดกฎหมายด้วย ไม่ใช่ยึดประโยชน์อย่างเดียว ต้องถือว่ากฎหมายเป็นส่วนสำคัญที่เราจะต้องยึดเป็นหลักในการที่จะทำอะไร ซึ่งความเห็นอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาร่วมกับทางสมัชชาคนจนจำนวน 15 คณะ ซึ่งทางฝ่ายสมัชชาคนจนกับรัฐบาลได้ร่วมมือกันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี จากนี้จะได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา เร่งรัดการดำเนินการของแต่ละกระทรวงที่ได้รับมอบหมายไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พูดถึงปัญหาอื่น เรื่องที่ผ่านมาก็ทำต่อเนื่องเพื่อช่วยให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน โดยจะต้องให้ดำเนินการกันโดยรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดขับเคลื่อนการแก้ปัญหาต่อไป และเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการพิจารณาการขอยกเลิกโครงการก่อสร้าง เขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร และเขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ รวมถึงเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการพิจารณาออกโฉนดที่ดินในเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน อ.ปากน้ำโพ, อ.พยุหะคีรี และ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ พ.ศ. 2479&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.พัชร์ศักดิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้กล่าวขอบคุณผู้แทนสมัชชาคนจนที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้เพื่อรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาตามที่ได้ร้องขอ ตลอดจนขอบคุณสมัชชาคนจนทุกคนที่ให้ความร่วมมือด้วยดียิ่งกับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้กำชับสั่งการหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และรายงานผลให้คณะกรรมการทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้ผลอย่างจริงจัง โดยจะไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่เป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ยั่งยืน และขอให้ทุกหน่วยงานจะต้องมีการสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดินทำกิน, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมัชชาคนจน, เขื่อนท่าแซะ, แก่งเสือเต้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15661009b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบป่วนนายกฯเยือนราษีไศล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ราษีไศล ป่วน! เจอม็อบสมัชชาคนจนดักทวงสัญญา ตำรวจสกัดเจรจาไม่สำเร็จเกิดปะทะจนต้องเปลี่ยนจุดลง ฮ. นายกฯ วอนลดความขัดแย้ง ช่วยกันทำงานในนามพรรคประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางไปยังกองบิน 21 อ.เมืองฯ จ.อุบลราชธานี ก่อนเดินทางต่อไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ต.คู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนคณะนายกฯ เดินทางไปถึง ที่บริเวณหน้าโรงเรียนราษีไศล อ.ราษีไศล ซึ่งเป็นสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มสมัชชาคนจนประมาณ 300 คนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นานประมาณ 30 นาที แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยกลุ่มสมัชชาคนจนเดินทางมาชุมนุมเพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากผลกระทบการก่อสร้างเขื่อนหัวนา, เขื่อนราษีไศล, เขื่อนปากมูล และเขื่อนสิรินทร เพื่อทวงสัญญาจากนายกฯ ตามที่มีข้อตกลงกันไว้ โดยขู่ว่าหากไม่ได้คำตอบที่พอใจจะปิดสนามเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นกลุ่มสมัชชาคนจนได้ปักหลักรอพบนายกฯ ที่บริเวณหน้าโรงเรียนราษีไศล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตั้งแถวคุมเข้มอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้มาพบกับกลุ่มสมัชชาคนจนเพื่อรับทราบปัญหาและข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เดิมคณะนายกฯ จะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากอุบลราชธานีมาลงที่โรงเรียนราษีไศล แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่สามารถเจรจากับกลุ่มสมัชชาคนจนที่ดักรอนายกฯ ได้ จึงเปลี่ยนจุดลงเฮลิคอปเตอร์ไปที่โรงเรียนหวายคำวิทยาแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.00 น. นายกฯ เดินทางด้วยรถยนต์หมายเลขทะเบียน กฉ 1111 ศรีสะเกษ มาถึงพื้นที่จัดงาน โดยมีคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา รวมถึงนายลักษณ์ วจนานวัช ส.ว. และอดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคม ในสมัยรัฐบาล คสช., นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมต้อนรับด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องชาวอีสานที่มาต้อนรับ ตนมาในนามลูกอีสาน พอรู้ว่าพวกเรามีความสุขตนก็มีความสุข ส่วนความทุกข์พยายามแก้อยู่ในรัฐบาลใหม่นี้ ทุกอย่างต้องสืบสานต่อไป ซึ่งหลายอย่างดีขึ้น หลายอย่างต้องปรับโครงสร้าง ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาการเงินระดับมหภาค เราเป็นประเทศที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งมากที่สุดในอาเซียน ทุกคนไว้วางใจในระบบการเงินของเรา ซึ่งกองทุนสำรองระหว่างประเทศ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าสูงระดับต้นของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากไม่หารายได้ใหม่ขึ้นมาอีกทาง แล้วเราต้องมาดูเรื่อง ข้าว ยาง อ้อย ปาล์ม จะเอาเงินจากที่ไหน เพราะทุกอย่างเราต้องมีงบประมาณทั้งสิ้น ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม สังคม ต้องมีงบในการลงทุน วันนี้เราปรับการลงทุน รัฐลงทุนมากอย่างเดียวไม่พอ ภาคเอกชนต้องมาร่วมด้วย ถึงมีรูปแบบใหม่คือ PPP ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครทั้งสิ้น ขอให้เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ ส.ส. ส.ว.ก็ต้องช่วยกัน รัฐบาลก็ต้องช่วยกัน นักการเมืองไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม พรรคนี้คือพรรคประเทศไทย ทุกคนต้องร่วมมือกันตรงนี้ในการขับเคลื่อนทุกมิติไปให้ได้ เรื่องทางการเมืองก็เป็นเรื่องทางการเมืองก็ว่ากันไป เป็นประชาธิปไตยก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขอพวกเราคือเราต้องลดความขัดแย้ง ลดปัญหาที่มีระหว่างกันให้ได้ ไม่ว่าจะรัก จะชอบ จะเกลียด ก็หยุดๆ กันไว้ก่อนบ้าง มันจะได้มีเวลาได้คิดอะไรใหม่ๆ เพื่อคนไทย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การทำเกษตรสมัยใหม่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เปิดดูในโทรศัพท์ได้ มีข้อมูลทั้งหมด ถ้าเราดูแต่เรื่องความขัดแย้ง จะปวดหัวจะขัดกับเขาไปด้วย ร่วมโพสต์กับเขาไปด้วย ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ฝากไว้ด้วยแล้วกัน ตนห้ามใครไม่ได้อยู่แล้ว และเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ได้คุยกับ รมว.มหาดไทยบนเครื่องบิน เห็นที่นาใน จ.อุบลราชธานียังไม่ได้ทำเลย อาจมีปัญหาเรื่องน้ำหรือไม่ กลัวจะหมดหน้าทำนา ให้ไปดูปัญหาอยู่ที่ไหน ตนห่วงตรงนี้ ถ้าทำนาไม่ได้จะทำอย่างไร แต่ในพื้นที่ศรีสะเกษมีการทำนามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอยู่ในระบบชลประทาน ใกล้เขื่อนราษีไศลส่งน้ำมา ซึ่งทั้งประเทศมีพื้นที่ในเขตชลประทานเพียง 30% นอกนั้นไม่มีแหล่งน้ำหรือเขื่อนที่ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พร้อมจะทำแต่ทำไม่ได้ เพราะประชาชนยังไม่เห็นชอบ นั่นคือประชาธิปไตยของเรา แล้วใครบอกวันนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ผมนึกอยากจะทำอะไรก็ทำ ผมก็ต้องถามท่าน ถ้าท่านไม่เห็นชอบ ก็ทำไม่ได้ หลายคนก็หาว่าผมไม่ใช่ประชาธิปไตย ก็ฟังมาตลอดทุกเรื่อง สิ่งสำคัญคือดูแลพี่น้องเราได้อย่างไร เรื่องอื่นอย่าเพิ่งมาทะเลาะกันเลย&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในเรื่องน้ำทุกคนต้องปรับตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ เราบังคับธรรมชาติไม่ได้ ธรรมชาติเป็นคนบังคับเรา แต่เราต้องเรียนรู้จะอยู่กับธรรมชาติได้อย่างไร นั่นคือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รัชกาลที่ 10 ทรงให้สืบสานต่อเนื่องกันมา ขอให้ทำสิ่งที่รัชกาลที่ 9 ได้ทำไว้ อะไรที่ทำยังไม่ครบ ทำเสียให้ครบ อันไหนทำได้ทำ อันไหนไม่ได้ก็เปลี่ยนแปลงได้ นั่นแหละคือสิ่งที่พระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณกับพวกเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้ดีใจ มีคนมาตั้งกว่า 3,000 คน ดีใจที่มาจากทุกจังหวัด อยากให้สิ่งที่ตนพูดมาแล้วให้ทุกคนนำไปพูดกับคนอื่นด้วย แล้วให้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลเท่านั้น ตนบังคับให้ใครมารักมาชอบตนหมดไม่ได้อยู่แล้ว แต่ต้องดูความตั้งใจของตนของรัฐบาลเป็นอย่างไร สิ่งไม่ดีต้องมีอยู่ทุกแห่งในโลก อะไรไม่ดีมันก็มีอยู่ ถ้าเราไปจ้องแต่ตรงนั้นมันก็ลืมไปว่า ต้องมาทำอะไรตรงนี้ เพราะเสียเวลาโพสต์กันไปมา บางทีไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย อย่าไปอ่านมากนัก เจ็บตา ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา จะไปเกลียดไปรักเขาทำไมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ขออย่างเดียวคือความร่วมมือเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมในพลังรักสามัคคีเช่นวันนี้ตลอดไป ก่อนจะถามชาวบ้านว่าขอได้หรือไม่ โดยชาวบ้านตอบว่าได้ พร้อมเสียงปรบมือ ก่อนที่นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ มันทำให้นายกฯ มีกำลังใจ รัฐมนตรีก็มีกำลังใจ ข้าราชการก็มีกำลังใจ ถ้าทุกคนว่ากันไปมา ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ ได้เปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและทดสอบระบบการคัดคุณภาพข้าว และเยี่ยมชมกิจกรรมการดำเนินงานต่างๆ ได้แก่ การส่งสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิทรรศการ Fair Trade ของผู้ค้าที่ไม่หวังผลกำไรตอบแทน ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กิจกรรมการส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือก ของศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กิจกรรมการดำเนินงานของ Young Smart Farmer จังหวัดศรีสะเกษ กิจกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางกลับ ได้แวะทักทายครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนหวายคำวิทยา พร้อมกับกล่าวว่า เราเป็นคนไทยต้องรักกัน และต้องซื่อสัตย์ ขยัน อดทน รวมถึงครูประจำชั้นต้องสอนแนวทางใหม่ สอนหลักคิดไปด้วย เพราะการสอนแล้วสอบใช้ไม่ได้ เราต้องสอนเด็กว่าสิ่งที่เรียนไปนั้นเอาไปใช้ประโยชน์หรือเอามาใช้ทำงานในชีวิตได้อย่างไร ก่อนจะร่วมถ่ายภาพหมู่และเซลฟีอย่างเป็นกันเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49789</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงพื้นที่ราษีไศล, สมัชชาคนจน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc42290a063f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านชุมพรผนึกกำลัง 4 พรรคการเมืองเตะโด่งเขื่อนท่าแซะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62 - สมัชชาคนจน &amp;nbsp;จัดกิจกรรมเวทีสัญจร พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน&amp;rdquo; ครั้งที่ 3 &amp;nbsp;ตอน &amp;ldquo;การแย่งชิงทรัพยากรจากคนจน กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ &amp;nbsp;ณ ศูนย์กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ &amp;nbsp;บ้านร้านตัดผม &amp;nbsp;ต.สองพี่น้อง &amp;nbsp;อ.ท่าแซะ &amp;nbsp;จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;เพื่อให้ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมรับฟังปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพรโดยมีผู้แทนพรรคการเมือง 4 พรรค &amp;nbsp;จากรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหา &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และนายสามารถ &amp;nbsp;ศักดิ์แก้ว &amp;nbsp;ผู้ช่วย ส.ส. ธีระ &amp;nbsp;วงค์สมุทร ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;คุณสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรค &amp;nbsp;คุณมนตรี &amp;nbsp;นายบุญจรัส &amp;nbsp;รองโฆษก และนางอนงค์ ล่อใจ กรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย &amp;nbsp;จันทร์ช่วง &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ ได้นำเสนอปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ โดยระบุว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ เป็นโครงการที่มีมายาวนานนับตั้งแต่มีพายุเกย์ เมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยเป็นแผนงานป้องกันอุทกภัยจังหวัดชุมพร โครงการดังกล่าวไม่ได้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ หากมีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยทรายขาว บ้านห้วยใหญ่ และบ้านร้านตัดผม มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะอยู่ในแผนการก่อสร้างของกรมชลประทาน &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดผวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ &amp;nbsp;ชูกลาง &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ เล่าว่าปี 2551 มีมติคณะรัฐมนตรีห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเขื่อนท่าแซะ จนกว่าจะมีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการแบบบูรณาการ ตามข้อตกลงของสมัชชาคนจนและกระทรวงเกษตรและสหการณ์ในขณะนั้น แต่เมื่อปี 2561 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร มีการเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จากสภาหอการค้า&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านกลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัชรี &amp;nbsp;จันทร์ช่วง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ กล่าวว่า &amp;nbsp;กว่าชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ ชาวบ้านเริ่มต้นจากศูนย์หลังพายุเกย์ จนตอนนี้ส่งลูกหลานเรียนหนังสือจบปริญญา โครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะไม่เป็นประโยชน์ของใคร &amp;nbsp;แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ หรือต้องการนำน้ำไปใช้ในอุตสาหกรรม &amp;nbsp;แม้มีมติ ค.ร.ม. ให้ชะลอโครงการเพื่อให้ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน แต่ก็ยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ สร้างความหวั่นวิตกให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากได้รับฟังสถานการณ์ปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร &amp;nbsp;จากตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะแล้ว &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคการเมืองพรรคต่างๆ ได้แสดงความเห็นภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ในฐานะพรรคการเมืองของท่านที่มี ส.ส. ในสภาผุ้แทนราษฎร และเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะแก้ไขปัญหาชาวบ้าน อย่างไร&amp;rdquo; นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส. จังหวัดชุมพร ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาความไม่แน่ชัดในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ทำให้ชาวบ้านด้านบนและด้านล่างทะเลาะกัน พอน้ำท่วมชาวบ้านด้านล่างก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดให้สร้างเขื่อน ทำให้คนด้านบนเดือดร้อนก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดว่าไม่เอาเขื่อน เมื่อตนสอบถามชลประทานก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนสักครั้งว่าจำเป็นจริงหรือไม่ในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ดังนั้น เมื่อข้อมูลไม่ชัดเจนก็ไม่ควรสร้าง ในความเห็นซึ่งจะนำเสนอข้อมูลไปยังหัวหน้าพรรคเพื่อแก้ปัญหานี้คือ 1.เสนอให้ยกเลิกโครงการเพราะยังไม่มีเหตุผลความจำเป็น 2. ต้องมีการเจรจากันระหว่างคนด้านบน และคนด้านล่างโดยมีตัวแทนรัฐบาลมาเป็นคนกลาง เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่เขื่อนท่าแซะกลับมาอีกครั้ง คือ การเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนในการประชุม ค.ร.ม.สัญจรที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2561 เป็นข้อเรียกร้องจากกลุ่มธุรกิจ คือสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นการแย่งชิงทรัพยากร กลุ่มธุรกิจพยายามจะทำระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และต้องหาแหล่งน้ำรองรับ เช่นนี้ คือ การไม่สนใจคนจน ไม่สนใจพี่น้อง มองไม่เห็นคนจน &amp;nbsp;การต่อสู้ของพี่น้องต้องร่วมกันระหว่างประชาชนและพรรคการเมืองในสภา ตนเองในฐานะผู้แทนราษฎร ก็จะนำเสนอการแก้ไขปัญหาในระบบสภา การทำงานในสภา คือ การรับความเดือดร้อนของพี่น้องไปหาวิธีแก้ไข การสร้างเขื่อนไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาภัยแล้ง พี่น้องต้องร่วมมือกันกับฝ่ายการเมืองเพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;พี่น้องในพื้นที่ยังรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากร เพราะไม่เช่นนั้นคงย้ายถิ่นตั้งแต่มีพายุเกย์ แต่ตอนนี้ได้สร้างฐานะ ความเป็นอยู่ในชุมชน มีโรงเรียน มีวัด มีต้นทุนในการพัฒนา การแก้ปัญหา 30 ปีที่ผ่านมา การสร้างเขื่อนท่าแซะ ไม่ใช่คำตอบของพี่น้องท่าแซะและชุมพร &amp;nbsp;ตนเองในฐานะตัวแทนพรรครับข้อมูลตรงนี้ และนำเสนอเพื่อให้มีการดำเนินงานโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์ อาวาส &amp;nbsp;โฆษกพรรคประชาชาติ ผู้แทนพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านจะนำเรื่องเข้าสภาเมื่อมีการเปิดประชุมในวาระแรก และจะขอให้มีตัวแทนพื้นที่ไปยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค ในวันพฤหัสบดีแรกของการเปิดประชุม โดยพรรคฝ่ายค้านจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง การประสานงานทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาของชาวบ้านจะได้รับการแก้ไข และถ้าในเวลาที่เหมาะสมจะเชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้านมาลงพื้นที่ที่ท่าแซะอย่างเพื่อพบกับพี่น้องประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46417</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคการเมือง, กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ, ชุมพร&#039;, สมัชชาคนจน, เขื่อนท่าแซะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8879fc8a567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมัชชาคนจน&#039;ออกแถลงการณ์สอนมวย&#039;ธนาธร&#039;ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนเคลื่อนไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.61- &amp;nbsp; สมัชชาคนจน ออกแถลงการณ์ กรณีการเดินทางมายังพื้นที่ปากมูนของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมานั้น ซึ่งในขณะนี้ได้กลายเป็นประเด็นทางสาธารณะที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ นั้น สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล มีความเห็น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล พวกเราเรียกร้องความเป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร โดยมีเป้าหมายคือการแก้ไขปัญหาปากท้องของชาวบ้าน อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล มีจุดยืนชัดเจนว่า พวกเราไม่ฝักใฝ่การเมือง ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกเราก็ไม่เคยยอมจำนนท์ พวกเราผลักดันเรียกร้องตลอด ตราบใดที่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะที่พวกเราก็ดำรงสถานะการรักษาระยะห่างกับพรรคการเมือง มาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. พวกเรายืนยันว่า ในบรรยากาศที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และประเทศเป็นประชาธิปไตย การผลักดันการแก้ไขปัญหาสามารถทำได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนมีความคืบหน้ามากกว่ารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.พวกเราได้ติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นไปอย่างน่าชื่นชม และน่าจะเป็นความหวังที่จะเติบโตเพื่อทำหน้าที่พัฒนาประเทศไทยได้ดีในอนาคต หากแต่บุคคลกรของพรรคอนาคตใหม่ ควรจะต้องระมัดระวังการขับเคลื่อน ตรวจสอบข้อมูลให้ดี ซึ่งจากกรณีเหตุการณ์ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ย่อมเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับปรุงพัฒนาการขับเคลื่อนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ไม่คิดจะตอบโตใด ใด ในทางการเมือง เพราะพวกเราไม่ใช่นักการเมือง ภารกิจที่สำคัญของพวกเราที่จะต้องเดินหน้าในขณะนี้ คือ การผลักดันข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้กับรัฐบาล ให้เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.๑ การเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายค่าเยียวยาความเสียหายจากการเขื่อนปากมูล ครอบครัวละ ๓๑๐,๐๐๐ บาท
๕.๒ การผลักดันให้มีการทดลองเปิดประตูเขื่อนปากมูล ๕ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖.ขณะนี้ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำห้วยสะคาม ซึ่งมีระดับเกิน ๙๕ ม.รทก. มาตั้งแต่วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ การไฟฟ้า ฯ และ จังหวัดอุบลราชธานี จะต้องทำการเปิดประตูเขื่อนปากมูล เพื่อให้ปลาจากแม่น้ำโขงสามารถเดินทางข้ามเขื่อนปากมูล เข้ามาสู่แม่น้ำมูนได้ ในวันพรุ่งนี้ (๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑) เวลา ๑๑.๐๐ น. พวกเราจะเดินทางไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเรียกร้องให้เร่งเปิดประตูเขื่อนปากมูล โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะเข้าใจบทบาท และการเคลื่อนไหวของพวกเรา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากกรณี&amp;nbsp;นายกฤษกร ศิลารักษ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปากมูล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก &amp;quot;ป้าย บูรพาไม่แพ้&amp;quot; ระบุว่า อย่าค้าความจนเลยครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 &amp;nbsp;ขณะที่กำลังลงเครื่องที่ดอนเมือง ก็มีหลายคนโทรมาถามกรณี &amp;ldquo;คุณธราธร&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปที่ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน ผมบอกไปว่า ผมไม่รู้เรื่อง และมีงานที่กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางเข้าไปใช้สถานที่นั้น ผมไม่ว่าอะไรหากจะแจ้งกันหน่อย เพราะว่าผมเป็น &amp;ldquo;ผู้จัดการ&amp;rdquo; อยู่ นอกจากที่ไม่แจ้งและไม่ขออนุญาตแล้ว ผมจำได้ว่าเมื่อเช้านี้ผมปิดประตูไว้ ดังนั้นการที่คุณธนาธร จะเข้าไปได้ก็คงต้องทุบกุญแจ แน่ ผมจึงไม่สบายใจต้องการกระทำแบบนี่ของคุณธนาธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, สมัชชาคนจน, สอนมวยการเมือง, แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b6ad63fab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำชาวบ้านปากมูลฉะ&#039;ธนาธร&#039;ค้าความจน หลังเสียมารยาทดอดใช้สถานที่โดยไม่ขออนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.61 - นายกฤษกร ศิลารักษ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปากมูล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก &amp;quot;ป้าย บูรพาไม่แพ้&amp;quot; ระบุว่า อย่าค้าความจนเลยครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (2 กรกฎาคม 2561) ขณะที่กำลังลงเครื่องที่ดอนเมือง ก็มีหลายคนโทรมาถามกรณี &amp;ldquo;คุณธราธร&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปที่ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้านปากมูน ผมบอกไปว่า ผมไม่รู้เรื่อง และมีงานที่กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางเข้าไปใช้สถานที่นั้น ผมไม่ว่าอะไรหากจะแจ้งกันหน่อย เพราะว่าผมเป็น &amp;ldquo;ผู้จัดการ&amp;rdquo; อยู่ นอกจากที่ไม่แจ้งและไม่ขออนุญาตแล้ว ผมจำได้ว่าเมื่อเช้านี้ผมปิดประตูไว้ ดังนั้นการที่คุณธนาธร จะเข้าไปได้ก็คงต้องทุบกุญแจ แน่ ผมจึงไม่สบายใจต้องการกระทำแบบนี่ของคุณธนาธร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญที่ผมรู้สึกไม่ดีต่อการกระทำของคุณธนาธร ในครั้งนี้นั้น คือ พื้นที่ปากมูน ได้ดำรงบทบาทที่จะไม่เลือกข้างทางการเมือง พวกเราหลีกเลี่ยงที่จะถูกผลักให้ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง การที่คุณธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กระทำในวันนี้นั้น แน่นอนว่าคุณสามารถสร้างภาพลักษณ์สวยหรูได้ แต่ในทางกลับกันคุณได้ทำลายชื่อเสียงของสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ลงแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงจำเป็นต้องแจ้งให้ทุกท่านได้รับทราบว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนด ร่วมกัน และไม่อาจยอมรับได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทวิตข้อความว่า &amp;quot;20 ปีที่แล้ว ผมได้ร่วมต่อสู้กับพี่น้องชาวปากมูล วันนี้กลับมาเยือนอีกครั้ง ยังอบอุ่นไม่เปลี่ยน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
กฤษกร ศิลารักษ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12565</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษกร ศิลารักษ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปากมูล, พรรคอนาคตใหม่, สมัชชาคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b39e15fa13dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
