<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดงาน ‘สมัชชาสภาองค์กรชุมชน 2563’  ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / สภาองค์กรชุมชนร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่ายจัดงาน &amp;ldquo;สมัชชาสภาองค์กรชุมชน 2563 ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทย&amp;nbsp; เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยมีการจัดเวทีวิชาการเพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; การส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่ 9 -10 กันยายนนี้&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;ldquo;สมัชชาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทย&amp;nbsp; เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ประจำปี&amp;nbsp; 2562 &amp;nbsp;ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; และภาคประชาสังคม&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 450 คน&amp;nbsp; ภายในงานมีการปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp; การจัดเวทีวิชาการเพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขในประเด็นต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การก้าวข้ามกับดักความยากจน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เดชรัต&amp;nbsp; สุขกำเนิด&amp;nbsp; หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp; เรื่อง &amp;ldquo;สถานการณ์สังคมไทยกับความท้าทายสภาองค์กรชุมชนต่อการขับเคลื่อนหลังสถานการณ์ COVID-19&amp;rdquo;&amp;nbsp; มีใจความโดยสรุปตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp; สถานการณ์สำคัญด้านภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยก่อนเกิดโควิด-19 &amp;nbsp;ในช่วงต้นปี 2563 &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; 1.กับดักความยากจน&amp;nbsp; 2.กันชนทางการเงินต่ำลง&amp;nbsp; 3.ความเหลื่อมล้ำข้ามรุ่น&amp;nbsp; ซึ่งเกิดจากปัจจัยต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รายได้ครัวเรือนลดลงสวนทางกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดร.เดชรัต&amp;nbsp; สุขกำเนิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยที่กระทบต่อรายได้ครัวเรือน&amp;nbsp; เกิดจากปัจจัยทางวัฏจักร&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เศรษฐกิจชะลอตัว&amp;nbsp; ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง&amp;nbsp; และปัจจัยเชิงโครงสร้าง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (การใช้แรงงานลดน้อยลง)&amp;nbsp; การเข้าสู่สังคมสูงวัย (ทำให้มีวัยแรงงานลดน้อยลง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)&amp;nbsp; ในปี 2563 ไตรมาสที่ 2&amp;nbsp; ติดลบ 12.2 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวลงตามการลดลงของฐานรายได้จากการท่องเที่ยวและการส่งออก&amp;nbsp; รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค&amp;nbsp; และมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 (การปิดห้างร้าน สถานบริการ &amp;nbsp;แหล่งชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ) เช่น&amp;nbsp; ปริมาณการซื้อขายยานยนต์ทุกประเภทลดลงร้อยละ 43.0 &amp;nbsp;การใช้จ่ายเกี่ยวกับเสื้อผ้าและรองเท้าลดลงร้อยละ 21.4&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.เดชรัต&amp;nbsp; ได้เสนอแนวทางการก้าวข้ามกับดักความยากจน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านการผลิต ต้องเน้นรายได้ก่อนปริมาณ&amp;nbsp; (การผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาหนี้สิน (ให้เกษตรกรมีทางเลือกแท้จริง)&amp;nbsp; ด้านกลไกการตลาด&amp;nbsp; เศรษฐกิจท้องถิ่น (เน้นตลาดใกล้กันให้มากขึ้น)&amp;nbsp; กำกับกลไกการตลาด (ลดอำนาจเหนือตลาดลง)&amp;nbsp; ด้านการบริโภค-การตลาด&amp;nbsp; สร้างมาตรฐานคุณภาพ (เพิ่มความยินดีที่จะจ่าย)&amp;nbsp; การสื่อสารการตลาด (สร้างอุปสงค์สินค้าเกษตรไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ดร.เดชรัตยังเสนอตัวอย่างรูปธรรมการก้าวข้ามกับดักความยากจน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การปลูกพืชต่างๆ เพื่อทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จังหวัดน่าน&amp;nbsp; (เพราะทำลายป่า&amp;nbsp; ใช้สารเคมี&amp;nbsp; ต้นทุนการผลิตสูง)&amp;nbsp; การปลูกผักโดยผู้สูงอายุ&amp;nbsp; เพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; ลดรายจ่าย&amp;nbsp; ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp; การตลาดผักแบบบอกรับสมาชิก&amp;nbsp; การสร้างตลาดนัดชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตลาดใต้เคี่ยม&amp;nbsp; จังหวัดชุมพร&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; ให้คนในชุมชนเอาสินค้ามาขาย&amp;nbsp; การพัฒนาสินค้าเกษตร&amp;nbsp; สินค้าชุมชนให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; มีมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังต้องระวังปัจจัยด้านเศรษฐกิจจากภายนอก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp; สินค้าทางเกษตรจากออสเตรเลียจำนวน 17 รายการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์จากวัว&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จะไม่มีการจัดเก็บภาษี&amp;nbsp; และไม่จำกัดปริมาณนำเข้าอีกต่อไป&amp;nbsp; เกษตรกรไทยจะต้องปรับตัว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เลี้ยงวัวเนื้อ&amp;nbsp; วัวนมให้มีคุณภาพมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางเลือกหรือทางตันกับ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรมชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุมวิชาการ&amp;nbsp; เรื่อง &amp;ldquo;ทางเลือกหรือทางตันกับ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทรัพยากรธรรมชาติ&amp;rdquo; เนื่องจากประชาชนในชนบทส่วนใหญ่ของประเทศอยู่อาศัยในที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือทับซ้อนกับที่ดินป่าอนุรักษ์&amp;nbsp; ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp; เขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; ทำให้ถูกจับกุมดำเนินคดี&amp;nbsp; โดยเฉพาะนับตั้งแต่มีนโยบายทวงคืนผืนป่าในปี 2557&amp;nbsp; ทำให้มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีจนถึงปัจจุบันประมาณ&amp;nbsp; 50,000 คดีทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประทีป&amp;nbsp; มีคติธรรม&amp;nbsp; นักกฎหมาย&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;เรื่องที่ดินถือเป็นปัญหาที่สำคัญ&amp;nbsp; เพราะเป็นปัจจัยการผลิต&amp;nbsp; เมื่อประชาชนไม่มีที่ดินจึงนำไปสู่ปัญหาความยากจน&amp;nbsp; โดยมีประเด็นปัญหาที่สำคัญ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.การถือครองที่ดินมีความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; คนจนไม่มีที่ดินทำกิน &amp;nbsp;คนรวยครอบครองที่ดินนับแสนไร่ &amp;nbsp;2.เกิดความขัดแย้งเรื่องที่ดินระหว่างประชาชนกับที่ดินป่าไม้&amp;nbsp; ที่ดินของรัฐประเภทอื่น&amp;nbsp; ที่ดินทหาร ฯลฯ&amp;nbsp; 3.ภาคประชาชนพยายามผลักดันเรื่องการเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินจำนวนมากยอมคายที่ดินออกมา&amp;nbsp; แต่เมื่อมีกฎหมายออกมากลับแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร&amp;nbsp; ศรียากูล&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ &amp;nbsp;มาตรา 64 กำหนดให้กรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; สัตว์ป่า&amp;nbsp; และพันธุ์พืช&amp;nbsp; สำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน&amp;nbsp; นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ &amp;nbsp;หรือภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2563&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายธนพร&amp;nbsp; ศรียากูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อจัดทำแนวเขตการทำกินและอยู่อาศัยของประชาชน&amp;nbsp; และเพื่อให้ได้รายชื่อของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในแนวเขต&amp;nbsp; ก่อนที่จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินที่ได้อยู่อาศัยในอุทยานมาก่อน&amp;nbsp; ตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 &amp;nbsp;หรือตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 66/2557 (17 มิถุนายน 2557)&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ แล้วตราเป็นพระราชกฤษฎีกาออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่หากประชาชนคนใดตกสำรวจ&amp;nbsp; หรือมีเหตุธุระจำเป็นไม่ได้รับการสำรวจการถือครองที่ดินภายในวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 นี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้รีบไปแจ้งกับหัวหน้าอุทยานฯ ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่&amp;nbsp; ก่อนที่จะมีการออกพระราชกฤษฎีกาภายใน 2 เดือนนี้&amp;nbsp; ซึ่งตามแผนงานจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 52 แห่งทั่วประเทศภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายธนพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 64 &amp;nbsp;การตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง&amp;nbsp; จะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินและอยู่อาศัยในอุทยานมาก่อนตามระยะเวลาที่กำหนด&amp;nbsp; โดยจะอนุญาตคราวละ 20 ปี&amp;nbsp; และประชาชนที่ได้รับอนุญาตจะต้องมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ &amp;nbsp;ฟื้นฟู &amp;nbsp;ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;ระบบนิเวศด้วย&amp;nbsp; ซึ่งตามแผนงานประชาชนจะได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าภายในวันที่ 31 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการประชุมวิชาการดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ยังมีเวทีวิชาการ เรื่อง &amp;ldquo;การผลักดัน พ.ร.บ.ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และการขับเคลื่อนพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ&amp;rdquo;, &amp;ldquo;การกระจายอำนาจท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ชุมชนเข้มแข็งด้วยเศรษฐกิจฐานราก&amp;rdquo; &amp;nbsp;และ &amp;ldquo;เหลียวหลังแลหน้า 12 ปีสภาองค์กรชุมชนกับอนาคตประเทศไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อเสนอจากเวทีวิชาการต่างๆ จะมีการรวบรวมและจัดทำเป็นข้อเสนอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอในที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ประจำปี 2563 ที่จะมีการประชุมในวันที่ 10 กันยายน ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเดินทางมาร่วมงาน&amp;nbsp; และรับมอบข้อเสนอเชิงนโยบายจากที่ประชุม&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;การประชุมในห้องย่อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76960</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., สมัชชาสภาองค์กรชุมชน 2563’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58c60d0c241.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
