<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทีโดรส ’ ผอ.WHO ยกย่องสมัชชาสุขภาพไทย ผลงานเด่นได้รับการบันทึก ลงในคู่มือ องค์การอนามัยโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ธ.ค.63- คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย ได้จัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ประจำปี 2563 เป็นวันที่สอง ณ หอประชุมใหญ่ สำนักงาน TOT ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ภายใต้ประเด็นหลัก (ธีม) &amp;ldquo;พลังพลเมืองตื่นรู้ ... สู้วิกฤตสุขภาพ&amp;rdquo; โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน จากทั้งที่เดินทางมาเข้าร่วมภายในงาน และประชุมผ่านระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับงานวันที่สองเป็นการดำเนินการต่อจากวันแรก ภายหลังสมาชิกสมัชชาสุขภาพฯ ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง เพื่อถกแถลงและปรับแก้ร่างมติสมัชชาสุขภาพฯ ได้มีการปาฐกถาพิเศษผ่านทางออนไลน์ของนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทิน กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า โควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี โดยทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อกว่า 73 ล้านคน แต่ประเทศไทยพบผู้ป่วยประมาณ 4,200 คนเท่านั้น และหากนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นมา ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพียง 18 คน ขณะที่อีก 1,000 คน ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ แม้ในช่วงแรกประเทศไทยจะถูกจับตามองว่าอาจเป็นศูนย์กลางการระบาดต่อจากประเทศจีน &amp;nbsp; หากแต่ด้วยมาตรการที่จริงจังของรัฐ ศักยภาพของระบบสาธารณสุขและความร่วมมือของคนไทย ทำให้ประเทศยืนหยัดต่อสู้กับโควิด-19 มาได้จนได้รับคำชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ &amp;nbsp;ความสำเร็จนี้เกิดจากความสามารถของแพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างมีเอกภาพ รวดเร็วและมีคุณภาพ ตั้งแต่หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ลงไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. และภาคประชาสังคม อย่างไรก็ตามยังต้องผนึกกำลังกันให้เข้มแข็งมากขึ้น เพราะต่อไปในอนาคตจะมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคหลายประการ เพื่อให้การประกอบธุรกิจและเศรษฐกิจดำเนินไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอเน้นย้ำว่าการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพ และการยับยั้งควบคุมโรคจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบสาธารณสุขนั้น ไม่ใช่ความสูญเสียหรือความสิ้นเปลือง แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญในระยะยาวเพื่อพัฒนาความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และ &amp;lsquo;สงครามโรคครั้งนี้ ยังไม่ยุติ&amp;rsquo; การปรับตัวใช้ชีวิตแบบ New Normal จึงเป็นสิ่งจำเป็น การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) &amp;nbsp; จะเป็นวัคซีนทางสังคมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการระบาดระลอกใหม่ได้ &amp;quot; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สอดคล้องกับ นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ที่ปาฐกถาผ่านระบบออนไลน์ ชื่นชมประเทศไทยที่ผนึกกำลังทั้งภาครัฐ และภาคสังคม รวมทั้งมีมาตรการที่รอบด้าน ทำให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ได้เป็นที่น่ายกย่อง และยังกล่าวถึงสมัชชาสุขภาพของไทย ว่าเป็นตัวอย่างที่ทรงพลัง ทำให้เกิดกลไกการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วมในระดับชาติ ซึ่งนำไปสู่ความเชื่อมั่นและไว้ใจกันระหว่างภาครัฐกับประชาชน ความเชื่อมั่นและความเนื้อเชื่อใจกันนี้เอง เป็นสิ่งจำเป็นในช่วงวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องราวของสมัชชาสุขภาพของไทยถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผลงานเด่นที่จะบันทึกลงในคู่มือขององค์การอนามัยโลก เราตัดสินใจโดยไม่ลังเลที่จะนำเสนอเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของสังคมเพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจากภาคีเครือข่ายหลากหลาย ผ่านเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะเผยแพร่ไปทั่วโลกในเร็วๆ นี้&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87143</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, WHO, ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส, สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb0b2c7c442.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครสวรรค์บูรณาการขับเคลื่อนสู่ “เมืองอาหารปลอดภัย” ด้วยภูมิปัญญาชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกษตรบ้านดอนตะเคียน จ.นครสวรรค์ ไม่ง้อเคมี พลิกผืนนาใช้สารชีวภาพจาก &amp;ldquo;จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงท้องถิ่น&amp;rdquo; ภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้านที่น้อมนำศาสตร์พระราชา ในหลวง รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เน้นใช้ทุกอย่างในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มาพัฒนาเป็นสารชีวภาพ 32 สูตร ไว้ทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีครบวงจร ช่วยแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ ทั้งทนแล้ง ลดต้นทุน ปลดหนี้ และสร้างสุขภาวะ เตรียมพัฒนาเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ต้นแบบของ จ.นครสวรรค์ ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หน่วยจัดการ สสส. จ.นครสวรรค์ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จ.นครสวรรค์ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 3 นครสวรรค์ ร่วมกับ วิสหกิจชุมชนสตรี-เยาวชนสหกรณ์บ้านดอนตะเคียน และ ทีมสร้างเสริมสุขภาพคนนครสวรรค์ &amp;nbsp;จัดงาน &amp;ldquo;ร้อยเคียวเกี่ยวข้าว เกษตรก้าวไกลด้วยศาสตร์พระราชา&amp;rdquo; ณ บ้านดอนตะเคียน ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พื้นที่ตัวอย่างการทำเกษตรกรรมไร้สารเคมี หวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบสร้างสุขภาวะ จ.นครสวรรค์ สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ในอนาคต ซึ่งมีหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ชาวบ้านทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก เมื่อเร็วๆ นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางสาธิตา ศิลป์อยู่ รองประธานวิสาหกิจชุมชนสตรี-เยาวชนสหกรณ์บ้านดอนตะเคียน กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งที่ยาวนานกว่า 7 ปี และแล้งหนักในช่วง 3 ปีหลังมานี้ ประกอบกับไม่มีชลประทานในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านบ้านดอนตะเคียน 40-50 ครัวเรือน ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่ปลูกข้าวซึ่งมีมากถึงร้อยละ 80-90 เนื่องจากข้าวยืนต้นตาย บางปีหว่านข้าวมากถึง 3 รอบ แต่ก็ตายทุกรอบ ส่งผลให้ทุกครัวเรือนมีหนี้สะสมตั้งแต่ 30,000-1,000,000 บาท ยังกระทบไปถึงอีก 40 ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ด้วย แต่เมื่อมีองค์ความรู้ในเรื่องการทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีตามรอยศาสตร์พระราชา ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งทางแกนนำของชุมชนไปอบรมเรียนรู้ และเชิญนักวิชาการ นักวิจัย และปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาให้ความรู้คนในพื้นที่ตั้งแต่ปีที่ 2561 และมีเกษตรกรประมาณ 10 ครัวเรือน สนใจวิถีดังกล่าวและทดลองปลูกข้าวรวมถึงพืชผักผลไม้อื่นๆ จนเริ่มเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ และกลายเป็นความเชื่อมั่นว่าเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ จะสามารถปลดหนี้สิน และสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนในพื้นที่รวมถึงผู้บริโภคได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางสาธิตา อธิบายเพิ่มเติมว่า การทำเกษตรแบบไร้สารเคมีของบ้านดอนตะเคียนนั้น จะใช้สารชีวภาพที่ผลิตขึ้นเองในพื้นที่ โดยร่วมกับปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นวิทยากรเกษตรทฤษฎีใหม่ และนักวิจัยพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าว จนได้น้ำชีวภาพ 32 สูตร ใช้ทำการเกษตรแบบครบวงจร และเลือกพันธุ์ข้าวที่ทนแล้ง แต่ให้ปริมาณผลผลิตและมีคุณภาพทางโภชนาการสูงอย่างข้าวหอมมะลิแดง &amp;ldquo;โกเมนสุรินทร์&amp;rdquo; ข้าวเจ้าต่างสีพันธุ์พื้นเมืองไวต่อช่วงแสงบริสุทธิ์ ที่สามารถเก็บผลผลิตไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ต่อได้มาปลูก ซึ่งเป็นงานวิจัยของ ดร.รณชัย ช่างศรี หัวหน้ากลุ่มวิชาการ ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนขั้นตอนจะเตรียมดินด้วยการใช้ปุ๋ยหมักผสมกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงท้องถิ่น หรือ &amp;ldquo;อีแดง&amp;rdquo; ร่วมกับสารชีวภาพตัวอื่นที่มีอีแดงเป็นส่วนผสม เช่น ไลลาและเอ็นวัน พอข้าวอายุได้ 3 วัน จะเริ่มฉีดสารชีวภาพคลุมเลนเพื่อยับยั้งการเติบโตของวัชพืช จากนั้นจะใช้สารชีวภาพอย่างเขียวแตกกอและเขียวใบใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนวัคซีนและยังช่วยเพิ่มธาตุอาหาร และสารชีวภาพอื่นๆ จนกระทั่งเก็บเกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;พิธีเกี่ยวข้าวในวันนี้ นับเป็นผลสำเร็จที่ยืนยันว่าการทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีสามารถทำได้จริง ขนาดพื้นที่ภัยแล้งอย่างบ้านดอนตะเคียนเตี้ยยังได้ผล ฝนไม่ตกติดต่อกันเกือบ 60 วัน แต่ต้นข้าวไม่ตาย ทั้งที่ปกติหากต้นข้าวงอก 15 วัน ยังไม่ได้น้ำจะระอุตายหมด และยังให้ผลผลิตดีกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าหญ้า ที่ปกติจะได้ข้าวอยู่ที่ 30-35 ถังต่อไร่ แต่ตอนนี้คาดว่าจะได้ 60-65 ถังต่อไร่ และบางแปลงอาจได้สูงถึง 80 ถังต่อไร่ ทั้งที่ใช้เมล็ดพันธุ์แค่ 5 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ที่สำคัญต้นทุนลดลงกว่าครึ่ง ดังนั้น พื้นที่ชุ่มน้ำมีระบบชลประทานย่อมได้ผลดีมากกว่านี้แน่ๆ จึงอยากชวนให้เกษตรกรยุคใหม่ หันมาทำการเกษตรแบบไร้สารเคมีมากขึ้น เพื่อสร้างสุขภาวะให้ตัวเอง ชุมชน และสังคม&amp;rdquo; รองประธานวิสาหกิจชุมชนสตรี-เยาวชนสหกรณ์บ้านดอนตะเคียน กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ ร.อ.พงศักดิ์ บุตรเมือง วิทยากรเกษตรทฤษฎีใหม่ ปราชญ์ชาวบ้านผู้คิดค้น &amp;ldquo;อีแดง&amp;rdquo; กล่าวว่า ตนเองได้น้อมนำเอาศาสตร์พระราชาของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งก็คือเกษตรทฤษฎีใหม่ มาแนะนำใช้แก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ของเกษตรกร อย่างอีแดงที่จริงคือฮอร์โมนหรือสารตั้งต้นที่ใช้บำรุงพืช ได้จากการเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำสะอาดในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังใช้สมุนไพรและวัสดุในท้องถิ่นในการผลิต ดังนั้น สารชีวภาพที่ได้จึงเป็นจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่เหมาะสมกับการทำการเกษตรในพื้นที่นั้นๆ โดยเฉพาะ ขณะที่การทำงานของสารชีวภาพจะช่วยบำรุงและเคลือบห่อหุ้มไม่ให้พืชคายน้ำ ส่งผลให้ต้นข้าวรอดตายและออกรวงสวยงามได้ผลผลิตดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากผลผลิตจะดีแล้ว ต้นทุนที่ใช้ในการทำการเกษตรแบบไร้สารเคมียังถูกกว่าเกือบครึ่ง เฉลี่ยแล้วต้นทุนการทำเกษตรแบบไร้สารเคมีอยู่ที่ 2,600 บาทต่อไร่ แต่หากเป็นเกษตรเคมีจะอยู่ที่ 5,700-6,500 บาทต่อไร่ ที่สำคัญเมื่อนำไปตรวจหาสารเคมีตกค้างกับแล็ปของมหาวิทยลัยต่างๆ ก็ไม่พบสารตกค้างที่ควรระวัง แม้จะเป็นพื้นที่การเกษตรที่เคยใช้สารเคมีมาก่อนก็ตาม&amp;rdquo; ร.อ.พงศักดิ์ ยืนยันพร้อมกล่าวต่ออีกว่า เมื่อต้นทุนลด ได้ผลผลิตดี ได้ผลผลิตปลอดภัย ก็อยากให้เกษตรกรทำการเกษตรในลักษณะตัวเองพอกินแล้วจึงแบ่งปันให้ชุมชน และหากมีเหลือจึงค่อยขาย และไม่นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต รองผู้อำนวยการ สปสช. เขต 3 นครสวรรค์ กล่าวว่า เครือข่ายสมัชชาสุขภาพ จ.นครสวรรค์ มีความเห็นร่วมกันให้ขับเคลื่อน จ.นครสวรรค์ ก้าวสู่การเป็นเมืองผลิตอาหารปลอดภัยตั้งแต่ปี 2558 ที่ผ่านมาจึงทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว&amp;nbsp; โดยในปี 2561 ได้ร่วมกับหน่วยจัดการ สสส. จ.นครสวรรค์ เข้าหนุนเสริม 6 พื้นที่ รวมถึงที่ชุมชนบ้านดอนตะเคียน ซึ่งจากการขับเคลื่อนงานโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ในระยะ 10 เดือน พิสูจน์ให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้สามารถปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากการใช้สารเคมีมาสู่วิถีไร้สารเคมี โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานในการดำเนินงานได้สำเร็จ ขณะที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมภายนอก คอยหนุนเสริมเพิ่มศักยภาพด้านการวิเคราะห์และวางแผนแก้ไขปัญหา จนนำไปสู่การเป็นชุมชนเข้มแข็งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เราหวังว่าพื้นที่บ้านดอนตะเคียน จะกลายพื้นที่ต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ ในเรื่องเกษตรปลอดภัย โดยเตรียมต่อยอดความสำเร็จนี้ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัด ผ่านการเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จังหวัดนครสวรรค์ หน่วยงานของรัฐที่ส่งเสริมการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัย เพื่อเกษตรกรในพื้นที่ปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย อันส่งผลต่อการมีสุขภาพดีในที่สุด และการผลักดันให้จังหวัดนครสวรรค์เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ก็จะเป็นไปได้จริงในไม่ช้า&amp;rdquo; นายวิสุทธิ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นครสวรรค์, สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df06d201291c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจัยชี้ครอบครัวไทย“สุข”ที่สุดช่วงข้าวใหม่ปลามัน/ไม่มีลูก รายได้สูงไม่ได้หมายความว่า &quot;สุข&quot; กว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาการพยาบาลจัดกิจกรรมเวทีเสวนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา วิทยากรพิเศษ ศ.ดร.รุจา ภู่ไพบูลย์ คณะพยาบาลศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ณัฐยา บุญภักดี ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส. พิทักษ์ บำรุงชาติ ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกสงขลา พญ.ตรีธันว์ ศรีวิเชียร ผู้ช่วย ผอ.รพ.พระนครศรีอยุธยาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขจากประสบการณ์จริงทดแทนสังคมไร้ที่พึ่ง งานวิจัยครอบครัวช่วงฮันนีมูน 22-24 ปี ยังไม่มีลูกมีความสุขที่สุด ใช้เงินคล่อง ครอบครัวอยู่ดีมีสุขมากกว่าเมื่อมีการศึกษาดีรายได้ดี แปลกแต่จริง บางครอบครัวแม้กัดก้อนเกลือกินก็เฉลี่ยสุขได้ ประสบการณ์จริงพ่อแม่มีลูกเป็นออติสติกสร้างสุขภาวะในครอบครัวอยู่ร่วมกับชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาการพยาบาลจัดเสวนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม &amp;ldquo;ชุมชนและรัฐร่วมสร้างครอบครัวสุขภาวะได้อย่างไร&amp;rdquo; ที่ห้อง BB205 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เปิดการเสวนาโดย รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล รศ.ดร.สุจินดา เหลืองอมรเลิศ ที่ปรึกษาประจำสภาการพยาบาล และอดีตอุปนายกสภาการพยาบาล กล่าวรายงานถึงผลงาน มีวิทยากร 4 ท่าน ศ.ดร.รุจา ภู่ไพบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พิทักษ์ บำรุงชาติ ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดสงขลา ณัฐยา บุญภักดี ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พญ.ตรีธันว์ ศรีวิเชียร ผู้ช่วยผอ.ภารกิจด้านการบริการปฐมภูมิ รพ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินรายการโดย สำเริง เสนอใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล กล่าวเปิดงานว่า มีภาคีช่วยคิดแบ่งปันประสบการณ์กว่า 30 เครือข่าย การดูแลสุขภาพประชาชนเป็นความยาก โรงพยาบาลมีเตียงไม่เพียงพอเพื่อคนป่วยรับการรักษา ผู้สูงอายุมีเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นปัญหาผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบและมากขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนาสุขภาพอนามัยการรักษาสุขภาพทำได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน บางโรคสมัยก่อนรักษาไม่หายถึงกับเสียชีวิต แต่ปัจจุบันรักษาหายมีอายุยืนยาว บางครั้งการมีชีวิตอยู่หายจากโรคภัย แต่ยังมีปัญหาค้างคาต้องการผู้ช่วยดูแล การดูแลในชุมชนเป็นเรื่องใหญ่มาก ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลเป็นกลุ่มใน รพ. 2 แสนคนกระจายทั่วทุกระบบบริการสุขภาพของประชาชน สภาการพยาบาลทำงานร่วมกับชุมชนหารูปแบบทำให้การดูแลสุขภาพในชุมชนเป็นไปอย่างจริงจังเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในสังคม การขยับจากที่บ้านไปสู่ชุมชนเป็นเรื่องใหญ่ สุขภาวะเป็นเรื่องของครอบครัวต้องช่วยกันคิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้แนวคิดเป็นนโยบายสาธารณะดำเนินการต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศ.ดร.รุจา ภู่ไพบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สุขภาวะครอบครัวไม่จำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัว ครอบครัวมีหลายรูปแบบ บางครั้งลูกๆ อยู่กันเอง พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วย เพศเดียวกันอยู่เป็นครอบครัว ความสุขของครอบครัววัดได้จากการมีกินมีใช้ อบอุ่น เรียนรู้ มีปัญญาส่งลูกเรียน ผลจากงานวิจัยเชิงคุณภาพ 300 ครอบครัวทั่วประเทศ ครอบครัวภาคใต้ยะลา, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี อยู่ดีมีสุขมากเป็นอันดับ 1 ครอบครัวภาคอีสานเป็นอันดับ 2 ครอบครัวภาคเหนือเป็นอันดับ 3 ส่วน กทม.ได้คะแนนต่ำสุดของประเทศ ถ้าเปรียบเทียบรายได้คน กทม.บางครอบครัวมีรายได้ 5 หมื่นบาท แต่มีความสุขน้อยกว่าคนอีสานที่มีรายได้ 1.5 หมื่นบาท อยู่ดีมีสุข สุขภาวะสร้างได้ที่บ้านขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะนี้สังคมไทยแต่ละครอบครัวมีลูกน้อยลง ครอบครัวจะดูแลกันอย่างไร คนหนุ่มสาวแต่งงานไม่มีลูกหรือมีลูกน้อยลงย่อมประสบปัญหาความอบอุ่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราคงไม่ปล่อยปละละเลยปัญหานี้ ทำอย่างไรสุขภาวะครอบครัวจะอยู่ได้ จากการสำรวจ 6,000 ครอบครัวที่นครปฐม กาญจนบุรี โคราช สุโขทัย เชียงใหม่ ลำปาง ครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวขยาย ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวเครือญาติ ครอบครัวบุญธรรม อยู่คนเดียว อยู่กับเพื่อน ส่วนใหญ่แล้วครอบครัวไทยจะให้ลูกสาวคนเล็กอยู่ในบ้านและรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ในสารานุกรมราชบัณฑิตจะระบุว่าครอบครัวไทยเป็นครอบครัวเกษตรกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ครอบครัวขยายจะรับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงมาอยู่ด้วย มาช่วยเลี้ยงหลาน บางครั้งก็เป็นครอบครัวของฝ่ายชายมาช่วยเลี้ยงหลาน หรือบางครั้งพี่สาวก็ช่วยเลี้ยงหลาน ครอบครัวเล็กๆมักจะพึ่งพาพ่อแม่ของตัวเอง ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นครอบครัวในวัย 22-23 ปี ช่วงฮันนีมูน 22-24 ปียังไม่มีลูก จะเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดของการใช้ชีวิตครอบครัว ใช้เงินสบายๆ เป็นช่วงที่เรียกว่าข้าวใหม่ปลามัน ช่วงที่ความสุขตกต่ำที่สุด ช่วงที่มีลูกเล็กก่อนจะเข้าโรงเรียน นอนไม่พอ ต้องหาเงินตัวเป็นเกลียวและยังต้องดูแลลูก พ่อแม่หนักหนาสาหัสไหน จะต้องดูแลพ่อแม่และดูแลลูกด้วย เมื่อลูกเริ่มโต คะแนนความสุขก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีก ช่วงทำงานมีเงินใช้มีรายได้สุขภาพดี แต่เมื่อเริ่มเข้าวัยสูงอายุก็จะมีปัญหาสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สิ่งที่ได้ข้อสรุปจากงานวิจัยคือครอบครัวที่เรียนมาสูงๆ จบปริญญาโท ปริญญาเอก ครอบครัวจะอยู่ดีมีสุขมากกว่า เมื่อมีรายได้ดีก็ย่อมมีความสุขสูง แต่ก็ไม่แน่บางครอบครัวรายได้ต่ำ แต่อยู่ดีมีสุขสูงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาด้วย สมัยก่อนครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 1-9 คน ครอบครัวมีลูกเยอะมีความสุข ครอบครัวที่มีลูก 4 คนจะมีความสุขมากกว่าครอบครัวที่มีลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นข้อสรุปการมีลูก 3 คนดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;คนที่บริหารจัดการ Work Life Balance ด้วยการรักษาความสมดุลระหว่างเวลาและครอบครัวได้ดีจะทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข หน่วยงานสำนักงาน ก.พ.ที่ดูแลข้าราชการทั่วประเทศจะสนับสนุนอย่างไร ความอยู่ดีมีสุขในครอบครัวที่มีคนพิการ ส่วนหนึ่งที่คน กทม.มีความสุขน้อยลง เพราะชีวิตต้องขวนขวายทำงานเยอะ ส่งผลให้ Work Life Balance หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;พิทักษ์ บำรุงชาติ ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ในฐานะผู้ทำงานกับผู้เปราะบางคือผู้พิการโดยส่วนตัวแล้วมีลูกเป็นออทิสติก ครอบครัวเป็นหน่วยเล็กที่สุดในชุมชน การทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดสุขภาวะ การเลี้ยงลูกที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้นำครอบครัวไม่มีความรู้เรื่องออติสติก ต้องตระเวนหาความรู้ ทำอย่างไรให้ครอบครัวเกิดความสุข ช่วยเหลือลูกได้ สร้างความตระหนักรู้ ต้องขวนขวายหาองค์ความรู้ ปรับสิ่งที่เราได้มาเพื่อให้ลูกเราดีขึ้น ครอบครัวไม่วิตกกังวล บางครั้งปู่ย่าตายายมีความกังวล ไม่เข้าใจ สร้างภาวะพึ่งพิง ต้องอาศัยผู้อื่นฝากลูกไว้ให้เลี้ยง ต้องทำให้ลูกฉลาดรู้เพื่อใช้ชีวิตให้อยู่รอดท่ามกลางสภาพแวดล้อม คนจะมีสุขภาวะที่ดีต้องปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากันได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมแต่งงานแยกครอบครัวออกมา เมื่อมีลูกเป็นออติสติกดูแลตลอดทุกวัน ถ้าเราไม่สร้างครอบครัว เพื่อนบ้าน ลูกจะอยู่ไม่ได้ เพราะเขาต้องอยู่บ้านทุกวัน คุณยายที่อยู่ข้างบ้านก็แปลกใจว่าลูกผมพูดเหมือนมนุษย์ต่างดาว คุณยายช่วยเก็บสุนัขด้วยเวลาลูกผมออกมา และยังช่วยดูแลให้ขนมปัง น้ำกับลูกผมในช่วงเย็นก่อนที่พ่อแม่จะกลับจากทำงาน ผมกำชับคิวมอเตอร์ไซค์ว่าถ้าลูกผมเดินออกมานอกบ้านให้ช่วยชะลอรถด้วย ผมบอกกับพนักงานร้านสะดวกซื้อว่าถ้าลูกผมซื้อของไม่เกิน 20 บาทก็ให้เขา เป็นการให้ความรู้กับเพื่อนบ้านว่าลูกเราไม่ได้ทำอันตรายกับใคร ลูกผมอายุ 6 ขวบซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนเองได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เมื่อเข้าไปอยู่ในระบบโรงเรียนก็ต้องเจรจาต่อรองกับครูด้วยว่า เด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้ทั้งวันเหมือนเพื่อนๆ คนอื่น เพราะเป็นออติสติก ขอเรียนวันละ 2 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 3 วัน เมื่อบริหารจัดการลูกของตัวเองได้ก็คิดที่จะช่วยเหลือลูกคนอื่นให้ได้รับสิทธิที่ดีด้วย มีการพูดคุยกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผลักดัน กม.ให้เป็นนโยบายมี พ.ร.บ.การศึกษาเฉพาะคนพิการ มีห้องเรียนร่วมด้วย เราอยากให้ลูกอยู่กับครอบครัว มีความสัมพันธ์กับชุมชนด้วย มีความยั่งยืนด้วย. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c65215f022a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
