<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOตัดเมียนมาพ้นการประชุมสมัชชาอนามัยโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เลือกไม่ถูก องค์การอนามัยโลกไม่เชิญเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกประจำปีนี้ เนื่องจากตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกผู้แทนของเมียนมาจากฝ่ายใด เพราะทั้งรัฐบาลทหารและรัฐบาลเงาต่างขอส่งตัวแทนมาร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม กล่าวว่า ข้อเสนองดการเชิญผู้แทนเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 74 ได้รับความเห็นชอบจากชาติสมาชิกโดยไม่มีการลงคะแนนเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ หลังจากประสบปัญหาที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ตัดสินใจไม่ได้ว่า ฝ่ายใดควรเป็นผู้แทนอย่างเป็นทางการของเมียนมา เนื่องจากทั้งรัฐบาลทหารที่มาจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติที่ตั้งโดยอดีตรัฐบาลพลเรือนที่โดนยึดอำนาจ ต่างขอเป็นตัวแทนของประเทศเข้าร่วมการประชุมประจำปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมัชชาอนามัยโลกปีนี้ ซึ่งเริ่มเปิดฉากเมื่อวันจันทร์และจะสิ้นสุดในวันที่ 1 มิถุนายน ถูกมองว่าเป็นการประชุมครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง สืบเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วมากกว่า 168.5 ล้านคน และเสียชีวิตเกิน 3.5 ล้านคน โดยมีเสียงเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงองค์การระหว่างประเทศแห่งนี้ ตลอดจนวิธีการดำเนินการด้านอนามัยทั่วทั้งโลกเพื่อหลีกเลี่งหายนภัยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการของดับเบิลยูเอชโอ ที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อมูลเพื่อรับรองตัวแทนของแต่ละประเทศ เสนอให้เลื่อนการตัดสินใจว่าใครควรเป็นผู้แทนของเมียนมาในการประชุมสำคัญครั้งนี้ &amp;quot;ในระหว่างรอคำแนะนำจากสมัชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ&amp;quot; ว่าระบบของยูเอ็นโดยรวมควรมีมุมมองอย่างไรในเรื่องนี้ สำหรับเวลานี้ ตามข้อเสนอซึ่งผ่านความเห็นชอบเมื่อเช้าวันพุธ จึงหมายความว่า &amp;quot;ไม่มีใครเป็นตัวแทนของเมียนมาในสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 74&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104284</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, สมัชชาอนามัยโลก, สมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 74, องค์การอนามัยโลก, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae3e1429841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;ซัดอนามัยโลก&#039;หุ่นเชิดจีน&#039; ขู่นำสหรัฐถอนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาอีกแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะนำสหรัฐถอนตัวจากองค์การอนามัยโลกที่เขาระบุว่าเป็น &amp;quot;หุ่นเชิดของจีน&amp;quot; ด้านจีนตอกกลับทรัมป์ &amp;quot;ใส่ร้ายป้ายสี&amp;quot; หาข้ออ้างปัดความรับผิดชอบ อียูหนุนหลังดับเบิลยูเอชโอ ชี้ไม่ใช่เวลามาชี้นิ้วกล่าวโทษกัน ขณะยอดติดไวรัสทั่วโลกทะลุ 4.8 ล้าน บราซิลขึ้นอันดับ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กำลังจัดการประชุมสมัชชาอนามัยโลกผ่านระบบทางไกลนาน 2 วันในวันจันทร์และอังคาร โดยเน้นการหารือวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วมากกว่า 4,822,000 คน และเสียชีวิตกว่า 318,800 คน และหาฉันทมติเรื่องการไต่สวนอย่างอิสระ เป็นกลางและครอบคลุมเรื่องการรับมือระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมเมื่อวันจันทร์ ผู้นำและรัฐมนตรีชาติสมาชิกส่วนมากยกย่องความพยายามของดับเบิลยูเอชโอ แต่อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐ โจมตีองค์กรนี้ว่า &amp;quot;ความล้มเหลว&amp;quot; ในการได้มาและจัดเตรียมข้อมูลทำให้ต้องสูญเสียชีวิตจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ทำหนังสือถึงทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอ โจมตีองค์กรนี้ว่าเป็น &amp;quot;หุ่นเชิดของจีน&amp;quot; และขู่จะระงับเงินช่วยเหลืออย่างถาวร ทั้งจะทบทวนความเป็นสมาชิก หากองค์การอนามัยโลกไม่ทำการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงเมื่อวันอังคาร ตอบโต้ว่าทรัมป์กำลังพยายาม &amp;quot;ใส่ร้ายป้ายสีจีน&amp;quot; และใช้จีนเป็นข้ออ้างปัดความรับผิดชอบและพันธะระหว่างประเทศที่มีต่อดับเบิลยูเอชโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพยุโรป (อียู) ก็แสดงท่าทีหนุนหลังดับเบิลยูเอชโอดับเบิลยูเอชโอและความพยายามของนานาชาติในการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ โดยโฆษกของฝ่ายกิจการต่างประเทศอียูกล่าวว่า นี่เป็นช่วงเวลาของความสามัคคี ไม่ใช่เวลาที่จะมาชี้นิ้วกล่าวโทษหรือบั่นทอนความร่วมมือพหุภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงค่ำวันอังคารของไทย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 1,508,957 ราย แต่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 24 ชั่วโมงมีเพียง 759 รายเมื่อวันจันทร์&amp;nbsp; รัสเซียมากเป็นอันดับสองที่ 299,941 ราย แต่อันดับสาม บราซิลแซงสหราชอาณาจักรแล้ว ที่ 255,368 ราย ส่วนสหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อ 247,709 ราย, สเปน 231,606 ราย, อิตาลี 225,886 ราย, ฝรั่งเศส 180,051 ราย, เยอรมนี 177,289 ราย, ตุรกี 150,593 ราย, อิหร่าน 122,492 ราย และอินเดียเป็นชาติล่าสุดที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 1 แสนราย โดยยอดสะสมเมื่อวันอังคารอยู่ที่ 101,261 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้เสียชีวิต 10 อันดับแรก สหรัฐมากเป็นอันดับหนึ่ง 90,369 ราย, สหราชอาณาจักร 34,876 ราย, อิตาลี 32,007 ราย, ฝรั่งเศส 28,242 ราย, สเปน 27,709 ราย, บราซิล 16,853 ราย, เบลเยียม 9,108 ราย, เยอรมนี 8,041 ราย, อิหร่าน 7,057 ราย และแคนาดา 5,960 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 541 คนเมื่อวันอังคาร ทำให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 28,794 คน มากที่สุดในอาเซียน เสียชีวิตเท่าเดิม 22 คน, อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้ออีก 486 คน ยอดติดเชื้อสะสม 18,496 คน เสียชีวิต 30 คน ยอดรวม 1,221 ศพ มากที่สุดในภูมิภาคนี้, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 224 คน ยอดสะสม 12,942 คน เสียชีวิตเพิ่ม 6 คน ยอดรวมเป็น 837 ศพ, มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 37 คน ยอดสะสม 6,978 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน รวมเป็น 114 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ทางการเมียนมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8 คนในกลุ่มแรงงานราว 120 คนที่เดินทางกลับจากมาเลเซียในเดือนนี้ ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างกักกันโรค และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในเมียนมาเป็น 191 ราย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนตัวจากดับเบิลยูเอชโอ, สมัชชาอนามัยโลก, หุ่นเชิดจีน, องค์การอนามัยโลก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3cef76d134.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัชชาอนามัยโลกถกโควิด &#039;สี จิ้นผิง&#039;หนุนสอบหลังจบวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมัชชาอนามัยโลกประชุมทางไกลครั้งแรกเมื่อวันจันทร์หารือวิกฤติโควิด-19 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ลั่นสนับสนุนการไต่สวนทั่วโลกแต่ต้องเป็นหลังจากควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ขณะยอดติดเชื้อทะลุ 4.7 ล้านคน สังเวยเกิน 315,000 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการข่าวของจีนเผยแพร่ภาพประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน 188 ประเทศและดินแดน สะสมทั้งสิ้น 4,737,299 ราย เสียชีวิตแล้ว 315,622 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุด ที่ 1,486,742 ราย และ 89,564 ราย ตามลำดับ โดยเมื่อวันอาทิตย์ สหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 820 รายใน 24 ชั่วโมง ต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 10 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ เจอโรม เพาเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เพิ่งกล่าวเตือนว่า เศรษฐกิจของอเมริกาซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังจะประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และเศรษฐกิจสหรัฐอาจไม่ฟื้นตัวเต็มที่หากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้นำชาติสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงรัฐมนตรีสาธารณสุข และผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้อง นัดประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลเป็นครั้งแรก โดยร่นเวลาจากปกติ 3 สัปดาห์เหลือเพียง 2 วัน เริ่มตั้งแต่เที่ยงของวันจันทร์หรือ 17.00 น.ของไทย คาดกันว่า แม้จะมีความตึงเครียดในหมู่ชาติสมาชิก โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐกับจีน แต่ที่ประชุมน่าจะให้ความเห็นชอบข้อมติที่เรียกร้องให้ทั่วโลกตอบสนองต่อโรคระบาดครั้งนี้ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างข้อมติที่เสนอโดยสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้มีการประเมินที่เป็นกลาง, อิสระและครอบคลุมของการตอบสนองระหว่างประเทศต่อวิกฤติโควิดครั้งนี้ และยังเรียกร้องให้มีการเข้าถึงการวินิจฉัยที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ, ยารักษาและวัคซีน อย่างเท่าเทียมและทันการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวสุนทรพจน์ทางไกลต่อที่ประชุมผ่านระบบวิดีโอว่า จีนสนับสนุน &amp;quot;การประเมินอย่างครอบคลุม&amp;quot; เกี่ยวกับตอบสนองทั่วโลกต่อโรคระบาดนี้ พร้อมกับย้ำว่าจีนมีทัศนคติที่เปิดกว้าง, โปร่งใส และรับผิดชอบ และได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาในเวลาอันควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำจีนยังย้ำด้วยว่า ภายหลังการค้นคว้าและพัฒนาวัคซีนของจีนเสร็จสมบูรณ์ จีนจะนำวัคซีนนี้ออกใช้เพื่อผลประโยชน์ของสาธารณชนทั่วโลก และว่า จีนจะมอบทุน 2,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผลกระทบจากโควิด-19 ทั่วโลกในเวลา 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สถานการณ์ในหลายประเทศยุโรปทุเลาลงแล้ว โดยในวันจันทร์ อิตาลีซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 225,435 คน และเสียชีวิต 31,908 คน เริ่มอนุญาตให้โบสถ์และธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร, บาร์, ร้านตัดผมและร้านขายของ เปิดได้ครั้งแรกหลังจากล็อกดาวน์นาน 2 เดือน แต่โรงยิม, สระว่ายน้ำ, โรงละครและโรงภาพยนตร์ต้องรอถึงวันที่ 25 พ.ค. ชาวอิตาลีรวมถึงพลเมืองของหลายชาติ อาทิ สเปน, เยอรมนี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และกรีซ ได้รับอนุญาตให้ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านกันได้แล้วเมื่อสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลาตินอเมริกา บราซิลมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 4 ของโลกแล้วที่ 241,080 ราย เสียชีวิต 16,122 ราย ส่วนเอกวาดอร์ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 33,182 ราย เสียชีวิต 2,736 ราย ก็พบผู้ติดเชื้อในชนเผ่าพื้นเมืองป่าแอมะซอนรายแรก ขณะที่นิการากัว รัฐบาลกำลังถูกวิจารณ์ว่าปิดบังจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยการรีบฝั่งศพ ประเทศนี้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย จากผู้ติดเชื้อ 25 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ แอฟริกาใต้รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 1,160 คน มากที่สุดนับแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเมื่อเดือนมีนาคม โดยยอดสะสมเป็น 15,515 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันจันทร์ รอยเตอร์รายงานว่า สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 305 ราย น้อยที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 28,343 คน เสียชีวิต 22 คนเท่าเดิม, อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 496 คน เสียชีวิตเพิ่ม 43 คน ยอดติดเชื้อสะสม 18,010 คน เสียชีวิต 1,191 คน, ฟิลิปปินส์ติดเชื้อเพิ่มอีก 205 คน เสียชีวิตอีก 7 คน ยอดติดเชื้อสะสม 12,718 คน เสียชีวิตรวม 831 คน และมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 47 คน ยอดสะสมเป็น 6,941 คน เสียชีวิตคงเดิม 113 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเวียดนาม เมื่อคืนวันอาทิตย์มีรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 2 คน เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งคู่ ทำให้ยอดสะสมในประเทศเป็น 320 คน ยังไม่มีผู้เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง, สมัชชาอนามัยโลก, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec28fd232e50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
