<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัชชายูเอ็นประณามรัฐยิว  ใช้กำลังเกินกว่าเหตุถล่มกาซา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นตบหน้าสหรัฐ ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 120 ประเทศ สนับสนุนข้อมติประณามอิสราเอลใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุในฉนวนกาซาตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์สังเวยชีวิต 129 คน แต่ไม่รับข้อมติของสหรัฐที่กล่าวโทษฮามาสยุยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวปาเลสไตน์วิ่งหนีแก๊สน้ำตาของกองทัพอิสราเอล ระหว่างประท้วงใกล้พรมแดนฉนวนกาซากับอิสราเอล เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 กล่าวว่า ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครนิวยอร์กเมื่อวันพุธ ให้ความเห็นชอบร่างข้อมตินี้ด้วยเสียงสนับสนุน 120 ประเทศ คัดค้าน 8 ประเทศ และงดออกเสียง 45 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอลจีเรียและตุรกีเสนอร่างข้อมตินี้ต่อสมัชชาใหญ่ ในนามตัวแทนกลุ่มประเทศอาหรับและมุสลิม ภายหลังสหรัฐใช้สิทธิ์สมาชิกถาวร ยับยั้งร่างข้อมติคล้ายกันนี้ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน อย่างไรก็ดี ข้อมติจากที่ประชุมสมัชชาจะไม่มีผลผูกมัดเหมือนกับข้อมติของคณะมนตรีฯ และไม่มีการวีโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมตินี้กล่าวประณามอิสราเอลใช้กำลังเกินความจำเป็น, ไม่สมควรแก่เหตุ และไม่จำแนกแยกแยะ กับพลเรือนชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องให้มีมาตรการปกป้องชาวปาเลสไตน์ในเขตกาซาและเขตยึดครองเวสต์แบงก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาของข้อมติกล่าวถึงการยิงจรวดจากกาซามายังพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือนอิสราเอลด้วย แต่ไม่ได้กล่าวถึงกลุ่มอิสลามิสต์ ฮามาส ในกาซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชาวปาเลสไตน์ถูกฆ่าตายอย่างน้อย 129 คน ในเหตุการณ์ที่อิสราเอลยิงใส่ผู้ประท้วงใกล้พรมแดนกาซา ที่เริ่มปะทุมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ไม่มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสและ 11 ชาติอียูเห็นชอบด้วย แต่อังกฤษ, อิตาลี, โปแลนด์ และอีก 13 ชาติอียูงดออกเสียง ขณะที่จีนและรัสเซียเห็นชอบ ส่วนออสเตรเลีย, หมู่เกาะมาร์แชล, ไมโครนีเซีย, หมู่เกาะโซโลมอน และโตโก คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวต่อที่ประชุมก่อนการลงคะแนนว่า ข้อมตินี้เป็นการลำเอียงเข้าข้างฝ่ายเดียว โดยไม่ได้กล่าวถึงผู้ก่อการร้ายฮามาสที่มักจะเป็นผู้ริเริ่มความรุนแรงในกาซา เธอยังกล่าวโจมตีกลุ่มประเทศอาหรับว่าพยายามทำคะแนนทางการเมืองในประเทศของตนด้วยการประณามอิสราเอลกลางที่ประชุมยูเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิกกี เฮลีย์  เอกอัครราชทูตสหรัฐ  ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐได้เสนอร่างแก้ไขที่มีเนื้อหาประณามกลุ่มฮามาส &amp;quot;ยุยงปลุกปั่นความรุนแรง&amp;quot; แต่ข้อเสนอของสหรัฐไม่ได้รับคะแนนสนับสนุนมากพอถึง 2 ใน 3 โดยมีชาติที่สนับสนุนเพียง 62 ประเทศ, คัดค้าน 58 ประเทศ และงดออกเสียง 42 ประเทศ สหรัฐยังพยายามท้าทายกฎของเสียงข้างมาก 2 ใน 3 สำหรับความเห็นชอบร่างของตน แต่ข้อเสนอนี้ก็ถูกโหวตตกไปเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาซา, ประณามอิสราเอล, ปาเลสไตน์, ยูเอ็น, รัฐยิว, สมัชชาใหญ่, สหรัฐ, องค์การสหประชาชาติ, อิสราเอล, ฮามาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b227d207fd91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
