<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานาธิบดีไบเดน&#039;ลั่นสหรัฐไม่คิดปลุกสงครามเย็นครั้งใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร ยืนยันสหรัฐไม่ได้ต้องการก่อสงครามเย็นครั้งใหม่ หรือทำให้โลกแตกเป็นสองขั้ว ขณะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องชาติมหาอำนาจเคารพซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ถอดหน้ากากอนามัยก่อนกล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่ยูเอ็นครั้งที่ 76 ที่นิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติที่นิวยอร์กเมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ผู้นำและผู้แทนจากประเทศต่างๆ มาร่วมการประชุมได้ด้วยตนเอง แต่ยังมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมและใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการเปลี่ยนไมค์ทุกครั้งหลังการแสดงสุนทรพจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐและจีนกล่าวสุนทรพจน์ในเวลาห่างกันหลายชั่วโมง โดยประธานาธิบดีสีกล่าวสุนทรพจน์ผ่านวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ส่วนไบเดนมาร่วมการประชุมนี้ด้วยตนเอง ผู้นำทั้งสองไม่ได้กล่าวถึงอีกฝ่ายโดยตรงในสุนทรพจน์ของพวกเขา แต่ก็ได้แสดงออกว่าไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในโลก ทั้งยังให้คำมั่นสัญญาใหม่ๆ เรื่องการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้แสวงหาสงครามเย็นครั้งใหม่ หรือโลกที่แบ่งแยกเป็นกลุ่มตายตัว&amp;quot; ไบเดนกล่าว และว่า สหรัฐพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศที่ก้าวขึ้นหรือใช้การแก้ปัญหาอย่างสันติเพื่อร่วมแบ่งปันความท้าทาย ถึงแม้ว่าเราจะมีความขัดแย้งกันที่รุนแรงในด้านอื่นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนไม่ได้เอ่ยถึงจีนโดยตรง นอกเหนือจากการแสดงความกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียง เขายังประกาศด้วยว่าจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกในรอบ 20 ปีที่ไม่ทำสงคราม และการใช้กำลังต้องเป็นหนทางสุดท้าย รัฐบาลของเขากำลังเปิดศักราชใหม่แห่งการทูตที่ไม่ผ่อนผัน พร้อมให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศพันธมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีสี เรียกร้องให้ชาติอำนาจทั้งหลาย &amp;quot;เคารพซึ่งกันและกัน&amp;quot; และว่า &amp;quot;ประชาธิปไตยไม่ใช่สิทธิพิเศษ&amp;quot; ส่วนประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น สีประกาศว่า จีนจะยุติการให้ทุนสนับสนุนโครงการถ่านหินในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้นำจีนมีออกมาหลังจากผู้นำสหรัฐให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านการแก้ปัญหาโลกร้อนแก่ประเทศที่ประสบภัยหนักที่สุด 2 เท่าจากเดิม เป็นปีละ 11,400 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ ประธานาธิบดีไบเดนมีกำหนดร่วมการประชุมทางไกลเกี่ยวกับการเอาชนะโรคระบาดโควิด-19 โดยเขาแย้มถึงพันธสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งสื่อสหรัฐรายงานว่าจะเป็นซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 500 ล้านโดสเพื่อบริจาคให้ประเทศต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสู้ภาวะโลกร้อน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, สมัชชาใหญ่ยูเอ็น, สุนทรพจน์ต่อที่ประชุมยูเอ็น, ไม่ก่อสงครามเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b1395c0964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดันสมัชชายูเอ็นปิดล้อมเมียนมาด้านอาวุธ มิสยูนิเวิร์สพม่าวอนชาวโลกอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ลิกเตนสไตน์เสนอร่างข้อมติที่ไม่มีผลผูกมัดเข้าที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นวันอังคาร เรียกร้องให้ระงับการส่งผ่านอาวุธแก่รัฐบาลทหารเมียนมาทันที อีกด้านมิสยูนิเวิร์สเมียนมาส่งสารผ่านเวทีประกวดเมื่อเช้าวันจันทร์ วอนชาวโลกว่าชาวเมียนมากำลังจะตายและโดนทหารยิงทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติแตกต่างจากข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคง เพราะไม่มีผลผูกมัด แต่ก็มีนัยสำคัญที่หนักแน่นในทางการเมือง รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติรายหนึ่งว่า ร่างนี้เสนอโดยลิกเตนสไตน์ ด้วยความสนับสนุนจากสหภาพยุโรป, อังกฤษ และสหรัฐ มีกำหนดพิจารณาในที่ประชุมสมัชชาใหญ่วันอังคารตามเวลานิวยอร์ก หรือตรงกับ 02.00 น.วันพุธของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างข้อมติฉบับนี้เรียกร้องให้ระงับการจัดส่ง, ซื้อ หรือส่งผ่านอาวุธ, กระสุนและยุทโธปกรณ์ทุกชนิดแก่เมียนมา ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทันที และยังเรียกร้องให้กองทัพ &amp;quot;ยุติภาวะฉุกเฉิน&amp;quot; และหยุดการใช้ความรุนแรงทั้งหมดกับผู้ชุมนุมโดยสงบทันที รวมถึงให้ปล่อยตัวประธานาธิบดีวิน มยิน, นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ และทุกคนที่โดนคุมขัง, ตั้งข้อหา หรือจับกุมตามอำเภอใจ นับแต่รัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ร่างนี้ซึ่งผ่านการเจรจาต่อรองมานานหลายสัปดาห์ ได้รับการสนับสนุนจาก 48 ประเทศ โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศจากเอเชียประเทศเดียวที่สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างฉบับนี้ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการทันทีตามฉันทติ 5 ข้อที่ผู้นำกลุ่มอาเซียนซึ่งรวมถึงเมียนมา เห็นพ้องกันเมื่อวันที่ 24 เมษายน, ให้อำนวยความสะดวกแก่การเดินทางเยือนของผู้แทนพิเศษยูเอ็นประจำเมียนมา และจัดให้มีการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมอย่างปลอดภัยและไม่ถูกขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรเอกชนหลายกลุ่มเคยเรียกร้องมายาวนานให้ปิดล้อมด้านอาวุธกับเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่วันรัฐประหาร คณะมนตรีความมั่นคงลงมติยอมรับแถลงการณ์เกี่ยวกับเมียนมาอย่างเป็นเอกฉันท์แล้ว 4 ฉบับ แต่ทุกครั้งแถลงการณ์เหล่านี้ผ่านการเจรจาต่อรอง โดยเฉพาะจากจีน เพื่อปรับแก้ถ้อยคำให้เบาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ทูซาร์ วิน ลวิน มิสยูนิเวิร์สเมียนมา ผู้เคยชูป้ายเรียกร้องชาวโลก &amp;quot;อธิษฐานเผื่อเมียนมา&amp;quot; ระหว่างการประกวดชุดประจำชาติเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ส่งสารอีกครั้งผ่านวิดีโอที่แพร่ภาพระหว่างการประกวดมิสยูนิเวิร์สรอบสุดท้ายที่เซมิโนลฮาร์ดร็อกโฮเทลแอนด์กาสิโน ที่เมืองฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนของเรากำลังจะตายและกำลังโดนทหารยิงทุกวัน&amp;quot; เธอกล่าว &amp;quot;ดิฉันอยากเรียกร้องให้ทุกคนพูดถึงเมียนมา นับแต่รัฐประหาร ในฐานะมิสยูนิเวิร์สเมียนมา ดิฉันพูดถึงเมียนมามากเท่าที่ทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางงามเมียนมาผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้มีชื่อเสียงหลายสิบคนที่คัดค้านการรัฐประหารอย่างเปิดเผย ซึ่งรวมถึงมิสแกรนด์เมียนมาที่มาประกวดในไทยด้วย ในการประกวดชุดประจำชาติ ทูซาร์ วิน ลวิน ต้องใช้ชุดสำรองแทนชุดที่เตรียมไว้ซึ่งจัดส่งมาไม่ทัน แต่ชุดลูกปัดแบบชุดพื้นเมืองของชาวชินที่เธอสวมประกวดได้รับการโหวตให้เป็นชุดประจำชาติยอดเยี่ยมในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนระบุว่า นับแต่รัฐบาลทหารใช้กำลังปราบปราม มีชาวเมียนมาเสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า 790 คน และอีกราว 4,000 คนจาก 5,000 คนที่โดนจับกุมตัวนั้น ยังถูกคุมขังไว้ รวมถึงคนดังหลายราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดประจำชาติ, ปิดล้อมด้านอาวุธ, มิสยูนิเวิร์สเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, สมัชชาใหญ่ยูเอ็น, องค์การสหประชาชาติ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a25de715fc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ครองเวทียูเอ็น นั่งประธานคณะมนตรีฯ ไล่บี้โดดเดี่ยวอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐนั่งเป็นประธานการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นเป็นครั้งแรกในวันพุธ เดินหน้าแผนการโดดเดี่ยวอิหร่านที่อาจสร้างความแตกแยกกับพันธมิตรของสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งเป็นประธานการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 25 กันยายน 2561 ผู้นำสหรัฐรายนี้เพิ่งขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวโจมตีพวกผู้นำของอิหร่านว่าบ่มเพาะความโกลาหลวุ่นวาย ความตาย และการทำลายล้าง รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกร่วมกันโดดเดี่ยวอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์มีโอกาสต่อยอดแคมเปญนี้ของเขาอีกครั้งในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯ ที่สหรัฐเป็นประธานประจำเดือนนี้ เมื่อเขานั่งเป็นประธานการประชุมในวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเพียงครั้งที่ 3 ที่ผู้นำสหรัฐได้นั่งเป็นประธานการประชุมนี้ ต่อจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2552 และ 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ได้กล่าวตอบโต้ทรัมป์บนเวทียูเอ็น โจมตีผู้นำประเทศที่มีความโน้มเอียงเกลียดชาวต่างชาติคล้ายกับนิสัยของนาซี และประณามแผนการเป็นประธานการประชุมคณะมนตรีฯ ของทรัมป์ว่าเป็นพฤติการณ์ที่แปลกพิกลและไม่ปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 73 เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะมนตรีฯ ซึ่งมีรูปแบบที่เป็นพิธีการ อาจเกิดสิ่งที่สร้างความประหลาดใจขึ้นได้หากคำนึงว่าผู้นำสหรัฐรายนี้มักออกนอกบท และทำสิ่งที่อยู่นอกระเบียบพิธีการบ่อยครั้ง การประชุมวันนี้ยังอาจจะเปิดแผลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับชาติพันธมิตรจากยุโรป ในประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ที่ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมและรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ มหาอำนาจ 5 ชาติที่ร่วมลงนามข้อตกลงนี้ ได้แก่ อังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี&amp;nbsp; และรัสเซีย ประกาศอย่างท้าทายว่าพวกเขาจะสร้างระบบการจ่ายเงินแบบพิเศษ เพื่อให้ทำการค้าและติดต่อธุรกิจกับอิหร่านได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นรัฐบาลสหรัฐกล่าวไว้ว่า การประชุมคณะมนตรีฯ วันพุธทรัมป์จะเน้นเรื่องอิหร่าน แต่ต่อมาพวกเขาได้เปลี่ยนวาระให้กว้างขึ้น ภายใต้หัวข้อของการต่อต้านการแพร่กระจายนิวเคลียร์และอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทรัมป์ได้ว่ากล่าวเรื่องการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย, การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการใช้สารพิษทำลายประสาทโจมตีในอังกฤษ อันเป็นประเด็นที่สหรัฐและยุโรปมีจุดยืนร่วมกันได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18519</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, สมัชชาใหญ่ยูเอ็น, อิหร่าน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5baba0d855bb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
