<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลัก 10ประการ ช่วยให้นอนหลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5มี.ค.64-นพ. บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลกได้กำหนดให้วันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งในปี 2564 นี้ กำหนดคำขวัญ &amp;ldquo;Regular Sleep Healthy Future&amp;rdquo; เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการนอนหลับ และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนอน และเป็นโอกาสที่จะเผยแพร่ความรู้และพยายามส่งเสริมสุขภาพด้วยการนอน โดยปีนี้สมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทยร่วมมือกับกรมอนามัยจัดงานวันนอนหลับโลกในประเทศไทย ภายใต้คำขวัญที่ว่า &amp;ldquo;หลับตื่นให้เป็นเวลา สุขภาพดีกว่าในอนาคต&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงการนอนหลับที่เพียงพอและสุขอนามัยการนอนที่ดีทุกช่วงวัย เนื่องจากการนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ โรคประจำตัว ภาวะภูมิต้านทานต่ำ และเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งพบว่าคนไทยร้อยละ 30 มีปัญหานอนไม่หลับช่วงกลางคืนหรือหลับไม่เพียงพอแบบไม่มีคุณภาพ และร้อยละ 10 &amp;nbsp;ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรัง โดยร่วมกันจัดทำคู่มือการนอนหลับเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย ส่งเสริมให้มีสุขอนามัยการนอนหลับที่ดี มีระยะเวลาในการนอนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ได้แก่ เด็กก่อนวัยเรียนอายุ 3&amp;ndash;5 ปี ควรมีระยะเวลาในการนอน 11-13 ชั่วโมง เด็กวัยเรียนอายุ 5-10 ปี ควรมีระยะเวลาในการนอน 10-11 ชั่วโมง วัยรุ่นอายุ 10&amp;ndash;17 ปี ควรมีระยะเวลาในการนอน 8.5-9.5 ชั่วโมง วัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรมีระยะเวลาในการนอน 7-9 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับวิธีการที่ช่วยให้หลับเพียงพอและสุขอนามัยที่ดีในการนอนหลับ (Sleep hygiene) สามารถปฏิบัติได้ตามหลัก 10 ประการ ดังนี้ 1) รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้าอย่างน้อย 30 นาที 2) นอนงีบในเวลากลางวัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ควรเกิน 30 นาที 3) ออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ 4) หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรืออาหารมื้อหนักอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน 5) หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6) เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน 7) ห้องนอนมีอุณหภูมิที่เหมาะสม เตียงที่นอนต้องสบาย 8) ผ่อนคลาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่วิตกกังวลก่อนนอน 9) ใช้ห้องนอนเพื่อนอนเท่านั้น และ 10) หากนอนไม่หลับภายใน 30 นาที ให้อ่านหนังสือหรือฟังเพลงเบา ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ กรมอนามัยและสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทยจะร่วมมือกันส่งเสริมให้คนไทย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกกลุ่มวัยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องการนอนหลับ ปฏิบัติตามสุขอนามัยการนอนหลับที่ดี 10 ประการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อแก้ปัญหาการนอนไม่เพียงพอและนอนไม่มีคุณภาพของคนไทย ให้มีสุขภาพที่ดีทุกกลุ่มวัยต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95110</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.บัญชา ค้าของ, นอนหลับ, สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041f96313564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
