<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จับมือ 14 ห้างใหญ่ ลดราคาสินค้า 80% หวังเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์&amp;rdquo;จับมือสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ 14 ราย มีสาขารวมกันทั่วประเทศกว่า 1.5 หมื่นสาขา ร่วมจัดงาน &amp;ldquo;วันพาณิชย์&amp;rdquo; นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาลดราคาสูงสุดถึง 80% ระยะเวลา 7 วัน คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน ลดค่าครองชีพได้ 6 พันล้าน

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ จำนวน 14 ราย มีสาขารวมกันมากกว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ จัดงานลดราคาสินค้า &amp;ldquo;วันพาณิชย์&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ครบรอบ 98 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงเดือนส.ค. โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 17&amp;ndash;23 ส.ค.2561 รวม 7 วัน ซึ่งจะมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันมาลดราคาสูงสุดถึง 80% ภายในสาขาของห้างค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วมโครงการ

&amp;ldquo;คาดว่าการจัดงานครั้งนี้ จะมียอดจำหน่ายสินค้าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้เฉลี่ย 30% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท ทำให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินเท่าเดิม แต่ได้สินค้าเพิ่มมากขึ้น และสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;นายบุณยฤทธิ์กล่าว

สำหรับสินค้าที่จะนำมาลดราคา ได้แก่ หมวดสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช นม UHTหมวดสินค้าของใช้ประจำวัน เช่น ยาสีฟัน สบู่ ผงซักฟอก หมวดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หม้อหุงข้าว ตู้เย็น ไมโครเวฟ หมวดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เช่น รองเท้า ชุดชั้นใน และหมวดสินค้าอื่นๆ เช่น ชุดเครื่องนอน เครื่องครัว เครื่องใช้ภายในบ้าน เป็นต้น

ส่วน 14 รายที่ร่วมมือในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (ท๊อปส์) บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือเซเว่น อีเลฟเว่น บริษัท สรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง จำกัด บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (จอยมาร์ทและเจซีช็อป) บริษัทเซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด (แฟมิลี่มาร์ท) บริษัทสหลอว์สัน จำกัด (ลอว์สัน 108 และ108 ช็อป) และบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด (แม็กซ์แวลู)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15640</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ค้าปลีก, ลดราคาสินค้า, สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5b41a13410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้อนรัฐติดเครื่องรูดบัตรบนรถพุ่มพวง หวังสู้รายใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมค้าปลีก-ส่งไทย จี้รัฐเร่งติดตั้งเครื่องอีดีซีรถเร่ ช่วยรับมือการแข่งขันจากรายใหญ่ หลังพบว่าตอนนี้ร้านโชห่วยที่ไม่ได้รับบัตรคนจน ยอดขายลดวูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า อยากเสนอให้รัฐบาลเข้าไปติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรืออีดีซี &amp;nbsp;ให้กับทางผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคบนรถยนต์ ซึ่งเคลื่อนที่ไปยังตามซอยต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาให้รถเร่ในไทยที่มีอยู่เกือบ 1 แสนคัน มีความทันสมัยสามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น พร้อมทั้งเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยหาทางรอดในการรับมือการแข่งขันของตลาด จากผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งลูกค้าได้ทุกรูปแบบ อาทิ การเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกตามแหล่งชุมชน รวมทั้งส่งหน่วยรถเข้าไปขายเช่นเดียวกับรถเร่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวคิดดังกล่าวบ้างแล้ว แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการแต่อย่างใด จึงอยากให้ช่วยผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพราะจำนวนรถเร่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากร้านโชห่วยที่ปิดตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากการเข้าไปขยายสาขาของร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ จากสถิติพบว่าหากร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม.เข้าไปเปิดทำเลใด ร้านโชห่วยในละแวกนั้นขายสินค้าไม่ได้จนต้องปิดตัวลงประมาณ 10-15 ร้านค้า ดังนั้น บางรายจึงปรับตัวด้วยการนำสินค้าในร้านไปขายตามตลาดนัด หรือใส่รถยนต์เร่ขายเพื่อหาลูกค้าถึงหน้าบ้านแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ร้านโชห่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างบอกกันว่าลูกค้าเข้ามาซื้อของน้อยลง อาทิ จากเดิมมีลูกค้าวันละ 10 คน ลดเหลือ 3-4 คน โดยแห่ไปซื้อร้านที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร ส่วนลูกค้าที่ไม่มีบัตรคนจน ก็นิยมซื้อผ่านออนไลน์จัดส่งถึงบ้านเพิ่มมากขึ้นจนกระทบร้านโชห่วย ทำให้บางรายต้องปิดตัวลง และบางรายเปลี่ยนไปขายแบบเคลื่อนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ควรให้รถเร่ของไทยทั่วประเทศเข้ามาตีทะเบียนรถเช่นเดียวกับวินมอเตอร์ไซต์และแท็กซี่ให้ถูกต้อง เพื่อเข้าสู่ระบบและง่ายในการตรวจสอบจำนวนรถ รวมถึงวางแผนติดตั้งเครื่องอีดีซีได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดค้าปลีกไทยต้นปีที่ผ่านมา มองว่ายังติดลบแม้ทางรัฐบัตรจะเข้ามาช่วยโดยให้เงินคนจนผ่านโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ แต่รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากส่งออกที่บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยแล้วส่งออกไปขายมากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6252</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรคนจน, รถพุ่มพวง, รถเร่, สมชาย พรรัตนเจริญ, สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย, เครื่องรูดบัตรคนจน, เครื่องอีดีซี, โชห่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac195f9c1a21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
