<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟาร์มไก่มีหนาว!ศาลปกครองเพชรบุรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - ศาลปกครองเพชรบุรีมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ส. 5/2562 หมายเลขแดงที่ ส. 6/2564ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน &amp;nbsp;ที่ 1 กับพวกรวม 43 คนผู้ฟ้องคดี ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี &amp;nbsp;ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัวที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี และนายสมควร &amp;nbsp;สลับเขียว &amp;nbsp;ที่ 1 นางสาวกาญจน์วรัท &amp;nbsp;แววทับเทศ &amp;nbsp;ที่ 2 ผู้ร้องสอด คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่สิบสามคนฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่สิบสามคนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
อันเนื่องจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการเลี้ยงไก่ ให้แก่ผู้ร้องสอดทั้งสอง ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 12 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เพื่อทำการเลี้ยงไก่นับแสนตัว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการประกอบกิจการเลี้ยงไก่ดังกล่าวยังก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทเลี้ยงไก่ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองเพชรบุรีวินิจฉัยความสรุปว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีครัวเรือนที่อยู่ในรัศมี 1,500 เมตร จากฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดที่ 1 ที่ให้ความเห็นชอบให้ผู้ร้องสอดที่ 1 ทำการเลี้ยงไก่ได้เพียงร้อยละ 72.83 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีดังกล่าว กรณีจึงเป็นการให้ความเห็นชอบที่ไม่ถึงร้อยละ 75 ของครัวเรือน ตามนัยข้อ 7 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับวรรคสอง ของข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ.2555 การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการเลี้ยงไก่ เล่มที่ 2/2562 เลขที่ 009/2562 ลงวันที่ 11 กันยายน 2562 และคำสั่งอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องสอดที่ 1จึงเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนกรณีฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดที่ 2 ปรากฏว่า มีครัวเรือนที่อยู่ในรัศมี 1,500 เมตร จากฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ให้ความเห็นชอบให้ผู้ร้องสอดที่ 2 ทำการเลี้ยงไก่ได้ร้อยละ 77.53 กรณีจึงเป็นไปตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับวรรคสอง ของข้อบัญญัติดังกล่าว &amp;nbsp;การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการเลี้ยงไก่ และคำสั่งอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องสอดที่ 2 จึงไม่ใช่เป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ละเลยต่อหน้าที่ในการควบคุมการประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดทั้งสองไม่ให้ก่อให้เกิดเหตุรำคาญตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ นั้น เห็นว่า เมื่อผลการตรวจสอบของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญของศาลที่รายงานผลการตรวจสอบเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการประกอบกิจการของฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดทั้งสอง ทั้งในส่วนผลการตรวจสอบระดับเสียงรบกวน การตรวจสอบฝุ่นละอองในบรรยากาศทั่วไป การตรวจสอบเรื่องกลิ่น และการตรวจสอบคุณภาพน้ำจากการประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดทั้งสอง นั้น รับฟังได้ว่ามีค่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ละเลยต่อหน้าที่ในการควบคุมการประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ของผู้ร้องสอดทั้งสองไม่ให้ก่อให้เกิดเหตุรำคาญตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองเพชรบุรีพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการเลี้ยงไก่ เล่มที่ 2/2562 เลขที่ 009/2562 ลงวันที่ 11 กันยายน 2562 และคำสั่งอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกให้แก่ผู้ร้องสอดที่ 1 โดยให้มีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำสั่งออกใบอนุญาตและคำสั่งอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ ให้ยก อนึ่ง มีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา กล่าวคือ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ห้ามมิให้ผู้ร้องสอดที่ 1 ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการเลี้ยงไก่ จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการเลี้ยงไก่ ที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาคมหมู่บ้านหรือแหล่งชุมชนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขประการอื่นที่กฎหมายกำหนดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี, ฟาร์มไก่, ศาลปกครองเพชรบุรี, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153e81632f3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ศาลปกครองสูงสุดนัดชี้ขาด’สนามบินสุวรรณภูมิ’ก่อมลพิษทางเสียงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;ในเวลา 13.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 1807/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 386/2558 ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน (ผู้ฟ้องคดี) กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติและการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 545 คน ฟ้องว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน ไม่ได้กำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ฟ้องคดีกับพวกรวม 545 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบต่อโดยตรงจากมลภาวะทางเสียงของเครื่องบิน อันเนื่องมาจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมิได้เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมในการศึกษาหรือประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีกับพวกรวม 545 คน ได้ร้องเรียนกรณีดังกล่าวไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจาก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม ซึ่งผู้ฟ้องคดีและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดดำเนินการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในขั้นตอนของการดำเนินงานหรือภายหลังจากที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5) ได้ให้ความเห็นชอบ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่จำต้องนำโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;ไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแต่อย่างใด ทั้งโครงการสนามบินสุวรรณภูมิตามข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ที่ปรากฏ ยังไม่ถึงขั้นมีมลพิษร้ายแรงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ปรับปรุงแก้ไขได้&amp;nbsp;การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 ไม่ประกาศให้สนามบินเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ จึงมิได้เป็นการละเลยต่อหน้าที่ ซึ่งหากการกำหนดห้ามบินในเวลากลางคืนอาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนในวงกว้าง ซึ่งมีผลเสียมากกว่าเมื่อเทียบกับการคุ้มครองสิทธิในการพักผ่อนของประชาชนโดยรอบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเสียงมีค่าเกินมาตรฐานเพียงเล็กน้อยบางช่วงเวลาจึงไม่มีเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีต้องระงับการให้บริการขึ้นลงของเครื่องบินทุกประเภทในช่วงเวลา 12 นาฬิกาจนถึงเวลา 5 นาฬิกาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94055</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด, มลพิษ, ศาลปกครองกลาง, ศาลปกครองสูงสุด, สนามบินสุวรรณภูมิ, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035b1f211e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>18ก.พ.ศาลปกครองไต่สวนคดีสมาคมโลกร้อนฯฟ้องเขตราชเทวีดอดอนุมัติโครงการไม่ผ่านEIA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;มีรายงานว่าในวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ศาลปกครองกลางนัดไต่สวน ในคดีหมายเลขดำที่ ส.3/2564 ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ฟ้องว่า ผู้อำนวยการเขตราชเทวี ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารโครงการเอ็กซ์ที พญาไท ของบริษัท สิริ สมาร์ท ทรี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ข้างซอยศรีอยุธยา 8 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยโครงการดังกล่าวยังมิได้มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเสนอให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน กรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นชอบก่อนที่จะขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93303</URL_LINK>
                <HASHTAG>รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ศาลปกครองกลางนัดไต่สวน, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, เขตราชเทวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสามชุกระทึก!ศาลปกครองกลางอ่านชี้ขาดคดีฟ้องอนุญาตสร้างโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ในเวลา 10.30 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ส.4/2559 ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ที่ 1 กับพวกรวม 26 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับนายกเทศมนตรีตำบลสามชุก ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ฟ้องคดี ฟ้องว่า นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ออกใบอนุญาตการประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลของบริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลสุพรรณบุรี จำกัด และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ทิพย์สุพรรณบุรี ไอโอเอนเนอยี่ จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดมลพิษแก่ผู้ฟ้องคดีที่อาศัยอยู่รอบบริเวณโรงงาน ณ ห้องพิจารณาคดี 7 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79044</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก, ศาลปกครองกลาง, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, โรงงานน้ำตาล, โรงงานไฟฟ้าชีวมวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีฯโวยแหลกกองทัพอากาศ-สน.ดอนเมืองปล่อยให้รถบรรทุกดินทำถนนพัง ขู่ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดฐานละเว้นหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.63&amp;nbsp;- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยผ่านโพสต์เฟซบุ๊กว่า สมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณ ถ.เดชะตุงคะ แขวงทุ่งสีกัน เขตดอนเมืองว่า ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเคยใช้ถนนที่ราบเรียบปูด้วยแอสฟัสต์อย่างดี กลับกลายเป็นถนนที่หลุมบ่อขนาดใหญ่ แตกและยุบตัวเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาเหตุที่ถนนดังกล่าวชำรุดเป็นหลุมบ่อเสียหาย สืบเนื่องมาจากมีรถบรรทุกพ่วง 6 เพลา 22 ล้อ ซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกมากกว่า 50,500 กิโลกรม ขนดินเข้าออกมากกว่า 20 คัน ทยอยนำดินจากบริเวณศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ มาถมบริเวณพื้นที่ด้านข้างสนามบินเล็กทุ่งสีกันและเรือนจำทหารอากาศ ซึ่งเป็นการแบกน้ำหนักบรรทุกเกิน 21 ตัน มากกว่ามาตรฐานถนนจะร้องรับได้ อีกทั้งการบรรทุกไม่มีผ้าใบปิดคลุมให้มิดชิด ทำให้ดินล่วงหล่นตลอดเส้นทาง และบริเวณหน้าถนนทางเข้าพื้นที่ถมดินไม่มีการคอยกวาดฝุ่นดินหรือล้างถนนแต่อย่างใด ทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจายตลอดเวลา และปล่อยให้รถขนดินจำนวนมากมาจอดเข้าคิวรอถมดินบนถนนกีดขวางทางสัญจรของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้ง พ.ร.บ.การจราจร 2522 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ 2535 พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน 2543 โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ทางหลวง 2535 ม.45 ม.61 ประกอบ ม.72 ม.73/2 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5980/2560 ศาลสั่งจำคุก โดยไม่รอการลงโทษมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ อยู่ในเขตอำนาจการดูแลของสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง ซึ่ง สน.ดอนเมืองก็ตั้งอยู่บน ถ.เดชะตุงคะ ห่างจากสถานที่เกิดเหตุประมาณ 500 กว่าเมตรเท่านั้น แต่กลับมองไม่เห็นการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายหรืออย่างไร ที่สำคัญถนนเดชะตุงคะ สร้างมาจากเงินภาษีของประชาชน แต่กลับปล่อยให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกหรือผู้รับเหมามาย่ำยี จนถนนชำรุดแตกร้าว ยุบตัวเป็นหลุมบ่อพังเสียหาย เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อยานยนต์และการจราจร หรือคิดว่าเป็นพื้นที่ของทหารแล้ว จะทำอะไรก็ได้ ไม่ผิดกฎหมายหรือย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมฯ จะให้เวลา สน.ดอนเมือง กองทัพอากาศ และ ผอ.เขตดอนเมือง ไม่เกิน 5 วันนับแต่วันนี้ ในการดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการรถบรรทุก และเจ้าของที่ดินผู้ว่าจ้าง ฐานละเมิดกฎหมายข้างต้น รวมทั้งเป็นตัวการร่วมในการทำลายทรัพย์สินของทางราชการดังกล่าว และต้องสั่งให้ผู้ประกอบการมาบูรณะซ่อมแซมถนนดังกล่าวให้กลับสู่สภาพเดิมภายใน 5 วัน โดยเงินของผู้ประกอบการเอง หากล่าช้าเกินไปกว่านี้ สมาคมฯจะนำความไปยื่นร้อง ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนชำรุด, ร้องเรียน, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200627/image_big_5ef6a10f430f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อนำชาวราชบุรีฟ้องศาลปกครองระงับฟาร์มเลี้ยงไก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 11 หมู่ 12 ต.รางบัว และหมู่ 10 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่าได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว ได้อนุญาตให้อดีตกำนัน ตำบลรางบัว และนายทุนเข้ามาหลอกกว๊านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน โดยอ้างว่าจะเข้ามาทำรีสอร์ท แต่ปรากฎว่ากลายเป็นการเข้ามาทำฟาร์มเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ โดยเริ่มปล่อยเลี้ยงแล้วกว่า 5 แสนตัว ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนจากกล่นเหม็น นำเสีย และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคไข้หวัดนก หรือเชื้อ H5N1 และเชื้อ H5N8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลรางบัว เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์ พ.ศ.2555 และข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตําบลรางบัว เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2552 ประกอบพรบ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 กำหนดไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;สถานที่เลี้ยงสัตวต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาคมหมู่บ้านหรือแหล่งชุมชนในรัศมี 1,500 เมตร เป็นจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของครัวเรือน และต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุรําคาญต่อประชาชน หรือแหล่งชุมชนใกล้เคียง&amp;rdquo; แต่ปรากฏว่าฟาร์มเลี้ยงไก่ทั้ง 2 รายมีการจัดทำประชาคมแต่ชาวบ้านไม่เห็นชอบให้ดำเนินการได้ แต่ทว่านายก อบต.รางบัวกลับให้ใบอนุญาตให้เลี้ยงได้ จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯและชาวบ้าน รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดังกล่าวนับร้อยคน จึงรวมตัวกันเดินทางไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเพชรบุรี เพื่อยื่นฟ้องนายก อบต.รางบัว ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ศาลสั่งระงับและเพิกถอนฟาร์มเลี้ยงไก่ดังกล่าวต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นฟ้องในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.2562 เวลา 10.30 น. ณ ศาลปกครองเพชรบุรี ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ เพชรบุรี&amp;quot;&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟาร์มเลี้ยงไก่ราชบุรี, ฟ้องศาลปกครอง, ระงับฟาร์มเลี้ยงไก่, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf28dfb8441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!คำพิพากษาชี้คดีก่อสร้างโครงการมหาดเล็กหลวง2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ส.89/2559 ระหว่างสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนที่ 1 กับพวกรวม 49 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยขอให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างและผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ ณ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวกรวม 49 คน ฟ้องว่าผู้อำนวยการเขตปทุมวันกับพวกกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ โดยอนุมัติ อนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ชื่อโครงการมหาดเล็กหลวง 2 เรสซิเดนเซส ของสำนักงานพระคลังข้างที่โดยบริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นโครงการที่กระทำผิดต่อกฎหมาย และไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทำให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46322</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, ศาลปกครองกลาง, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, สำนักงานพระคลังข้างที่, โครงการมหาดเล็กหลวง 2 เรสซิเดนเซส, ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
