<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไม่มีผมชี้เศรษฐกิจไทยเสื่อถอยอาจถึงยุคไปเป็นจับกังประเทศเพื่อนบ้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดเวทีสภาในประเด็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธีระชัย กล่าวว่า เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นเวทีที่ประชานให้ความสนใจอย่างมาก เพราะมันร้างมานาน ซึ่งประชาชนตั้งความหวังให้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมันครอบคลุมทุกด้าน &amp;nbsp;จากเดิมที่มีการเรียกร้องว่า ควรต้องมีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง จนนำไปสู่การรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามคือ 6 ปีที่ผ่านมา เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ มากพอหรือไม่ และอย่างไร นี่คือสิ่งที่ตนคิดว่าควรนำมาเป็นเรื่องถกแถลงกันในการอภิปรายครั้งนี้ ขณะที่การปฏิรูปที่คืบหน้าจริงๆ อาจเป็นแค่เรื่องการทหารเท่านั้น ทีเราเห็นข่าวที่ผบ.ทบ.ออกมาพูดเรื่องบ้านพัก และธุรกิจของทหาร ทั้งที่หลายธุรกิจ พบว่า ผู้บัญชาการทหารบกนั้นเป็นประธาน โดยตำแหน่งด้วยซ้ำ การทีท่านออกมาชี้เรื่องผลประโยชน์สีเทาที่ต้องมีการรื้อ มีการเซ็น MOU ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนนึกไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เห็น ผบ.ทบ.ผ่านมาหลายคนมาก แต่ไม่เคยมีใครหยิบประเด็นนี้มาพูดเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพบกควรจะได้เครดิต เพราฉะนั้นเราจึงต้องกลับไปถามรัฐบาลว่ามีเรื่องอื่นนอกจากการทหารที่คืบหน้าบ้างหรือไม่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพ และชี้จุดที่ยังขาด โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจสอบด้านทุจริต สำคัญมากกว่ากรตรวจสอบว่าทำงานครบถ้วนหรือไม่ แต่การทุจริตเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เป็นสิ่งที่ปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า สิ่งที่ผมกังวลคือ เศรษฐกิจไทยเสื่อมถอย และจะทุกไปเรื่อยๆ แล้วมันไม่ฟื้นจากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญจีดีพีไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมาโตเพียง 1.6 ต่ำที่สุดในรอบ 21 ปี ทำให้ทั้งปีได้ 2.4 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นี่ขนาดยังไม่มีไวรัส โควิค -19 เนื่องจาก 5 ปีที่ผ่านเศรษฐกิจ พึ่งการท่องเที่ยวและการส่งออก พอมีไวรัสเข้ามา ก็อาจจะเกิดปัญหาเข้าไปอีก ขณะที่การลงทุนช่วงปี 2555 2556 มีงบส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ขณะที่ช่วง 4 ปีผ่านมามีการส่งเสริมการลงทุนเพียงประมาณ 600,000 ล้านบาท แต่ประชาชนรายได้เท่าเดิม มีแต่เจ้าสัวที่รวยขึ้น ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแทนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก็เอามาแจกเงินแบบซี้ซั้ว ขณะที่ ดร.สมคิด เคยพูดอยู่ว่าประเทศเรากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการกระตุ้น กระตุ้นแต่ไม่พัฒนา และทุกวันนี้รัฐบาลก็ยังทำแบบนั้นอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ตอนนี้มันทรุดหนัจริงๆแล้ว แบบไม่เห็นว่าจะกลับมาอย่างไร พอไวรัสผ่านแล้ว กว่านักท่องเที่ยวจะมาก็ต้องใช้เวลา ส่งออกก็แย่ การลงทุนก็ไม่มี แบบที่บอก ขนาดตอนไม่มีไวรัสจีดีพียังเหลือ 1.6% ประเทศไทยอาจเป็นแบบพม่า ในอนาคตลูกจ้างเราต้องไปเป็นกรรมกรในประเทศเพื่อนบ้าน หรือ ต้องไปรับจ้างอุ้มบุญ มันใช่หรือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า รัฐต้องเร่งเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส หากต้องการเร่งปรับอะไรในประเทศ โดยขอเสนอ 1.ดูแลเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย เงินฝากและเงินกู้ 2.การปรับลดราคาพลังงาน 3.การปรับปรุงโครงสร้างภาษี ที่ทุกวันนี้คนจนก็ยิ่งจน คนรวยก็ยิ่งรวยกว่าเดิม &amp;nbsp;4.การลดงบทางการทหารของกองทัพออกมาใช้ทางเศรษฐกิจ 5.รัฐบาลต้องตั้งหน่วยงาน กรณีการยิงกราดที่อาจเกิดการเลียนแบบขึ้น เพราะตอนนี้เศรษฐกิจแย่ คนก็เครียดขึ้นเรื่อยๆ 6.ให้ผู้นำเจรจาของภาคการผลิตที่กำลังจะออกนอกประเทศ 7.แก้ปัญหาฝุ่นควัน 8.แก้ปัญหาเงินบาทอ่อนตัว 9.หารายได้โดยการพิจารณาพื้นที่ดินแดนไทย-กัมพูชา มาใช้ ซึ่งการเจรจากับกัมพูชาแล้วเอาแก๊สมาแบ่งกัน แต่ไม่ได้หมายถึงการแบ่งแยกดินแดน 10.สนับสนุนและปรับปรุงสิทธิประโยชน์ขงบริษัทเทคโนโลยีของประเทศไทย &amp;nbsp;11.สังคายนาปัญหาการใช้อำนาจรัฐและที่ดินของรัฐ &amp;nbsp;และ 12.การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน ไม่ใช่การเอาเงินไปแจกฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศรีสุววรณ กล่าวว่า &amp;nbsp;ผมผิดหวังฝ่ายค้านชุดนี้กล้าเปิดอภิปรายฯ เพราะเห็นว่าฝ่ายค้านคิดว่าตัวเองเป็นเทวดา และไม่สนใจการเชื่อมโยงข้อมูลกับภาคประชาชน คิดว่า ส.ส.มีข้อมูลที่จะเอาไปอภิปรายผู้มีอำนาจ ที่สำคัญคือ ข้อมูลเหล่านี้มีเยอะ แต่ว่ามันไม่ได้อยู่ในมือของฝ่ายค้านทั้งหมด รวมทั้งหน่วยงานราชการกันเอง &amp;nbsp;อย่าลืมว่าบวกก็มีลบ ที่พร้อมจะสนอบตอบข้อมูลให้ ตนก็ยังเงียบรอฟังว่า เมื่อไรจะมีฝ่ายค้านเปิดตู้ ปณ.รับเรื่อง ซึ่งก็เห็นแต่เขานั่งแถลงโวว่า จะล้มอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ก็ไม่เห็นว่าเขาจะล้มอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรณกล่าวอีกว่า การบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวมากมายไปหมด อย่างเรื่องเมเกะโปรเจกต์ ก็เป็นเรื่องที่ควรถูกนำมาตีแผ่ให้สังคมรับทราบ ล่าสุดเห็นว่ามี ส.ส.ท่านหนึ่งเปิดเผยเรื่องการให้เช่าศูนย์ประชมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากเห็นและคิดว่าเป็นข้อมูลที่น็อครัฐบาลได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57606</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, พรรคไทยรักษาชาติ, พิชัย นริพทะพันธุ์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4cbd3f9ea9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดรายงานสถานการณ์สื่อมวลชน2562ปีแห่งการ&#039;ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

30ธ.ค.62-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยแพร่รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2562สถานการณ์ด้านสื่อมวลชนไทยในรอบปี พ.ศ. 2562 เป็นปีแห่งการ &amp;ldquo;ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่&amp;rdquo; เพราะ เทคโนโลยีได้เข้ามาทำให้ข่าวสารมีปริมาณมากและนำเสนอฉับไว้ ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมุ่งหน้าเสพข่าวสารผ่าน ออนไลน์มากขึ้น อุตสาหกรรมสื่อตกอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี สื่อทุกแขนงเร่งปรับตัวขนานใหญ่ โดยยึดหลักระหว่างปัจจัยทางเศรษฐกิจกับมาตรฐานคุณภาพ เรียกความน่าเชื่อถือของวิชาชีพกลับมาอย่างยั่งยืน แม้กฎหมายพิเศษของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของสื่อยกเลิก มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี2560 และได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ5ปี แต่การแทรกแซงมีความซับซ้อนขึ้น ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศได้จึงสรุปสถานการณ์สื่อ 2 กรณี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เกาะติดกฎหมายกระทบเสรีภาพ
รัฐธรรมนูญฉบับปี2560รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ในมาตรา34 และมาตรา35 บัญญัติให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรม แห่งวิชาชีพ พร้อมได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพของสื่อมวลชน ประเทศไทยเข้าสู่บรรยากาศแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตย หลังมีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่24 มีนาคม2562 มีการแทรกแซงสื่อได้พลิกแพลงมากขึ้น จากเดิมมีการกดดันโดยโทรศัพท์ไปถึงผู้บริหารสื่อแขนงนั้นที่เสนอข่าวกระทบต่อผู้มีอำนาจ และได้เพิ่มช่องทางโทรศัพท์หรือประสานไปที่นักข่าวภาคสนามโดยตรง ท่ามกลางมีข่าวปลอมระบาด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างมีการเลือกตั้ง องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ ร่วมกันขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงต้องใช้เสรีภาพบนความร่วมผิดชอบร่วมสกัดกั้นข่าวปลอม โดยคำนึงถึงมาตรฐานวิชาชีพที่ บัญญัติไว้ในข้อบังคับจริยธรรมของสภาวิชาชีพ โดยสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูล ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ก่อนนำเสนอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในระดับสากล หลังได้รัฐบาลใหม่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ได้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบข่าวปลอม บนความหวาดระแวงของประชาชนและองค์กรสื่อ ที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังต้องเกาะติดการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.2562และพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562มีหลายประเด็นที่อาจจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ กฤษฏีกาคณะพิเศษไปแล้ว รอเข้าคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อให้สภา
ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยองค์กรสื่อยืนยันหลักการในการกำกับดูแลกันเอง อันเป็นหลักสากลที่นานาประเทศใช้กำกับดูแลเรื่องจริยธรรม ไม่มีตัวแทน ฝ่ายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ธุรกิจสื่อเจอศึกหนักยิ่งทรุดฮวบ-เร่งปรับโมเดลธุรกิจสู่โอกาสใหม่
คลื่นสึนามิดิจิทัลดิสรัปชั่น กระหน่ำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวีดิจิทัล เป็นระลอก สำนักงานคณะกรรมการกสทช. จ่ายค่าชดเชยและยุติการออกอากาศ 7ช่องทีวีดิจิทัล ประกอบด้วย ช่อง26 บริษัทสปริง26 จำกัด ช่อง19 บริษัทสปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ช่อง20 บริษัทไบรท์ ทีวี จำกัด ช่อง 21 บริษัทวอยซ์ ทีวี จำกัด ช่อง 14 บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) ช่อง28 บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัดและช่อง13บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ที่เหลืออีก15ช่องต้องแข่งขันปั๊มเรตติ้ง เพื่อชิงงบโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่ถูกพิษดิจิทัลดิสรัปชันหนักที่สุด โดยผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปออนไลน์แทน ใน ที่สุดหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวเขียว &amp;ldquo;ไทยรัฐ&amp;rdquo; เปิดโครงการลาออกด้วยความสมัครใจอีกครั้งในช่วงต้นปี รวมถึงหนังสือพิมพ์ ภาษาอังกฤษ THE NATION หนังสือพิมพ์&amp;ldquo;M2F&amp;rdquo;แท็บลอยด์จากฟรี หนังสือพิมพ์&amp;ldquo;โพสต์ทูเดย์&amp;rdquo; ยุติการตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ นำเสนอเนื้อหาเข้าสู่เว็บไซต์เต็มตัว พร้อมเลิกจ้างพนักงานบางส่วน หนังสือพิมพ์&amp;ldquo;สยามกีฬา&amp;rdquo; ควบรวมหนังสือพิมพ์และนิตยสารในค่ายสยามสปอร์ต ไว้ในฉบับฟุตบอลสยาม มวยสยามและสยามดารา โดยน าเนื้อหาบางส่วนของ ฟุตบอลสยามและมวยสยามน าเสนอผ่านเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ภาคเหนือไทยนิวส์ทิ้งท้ายเดือนธ.ค.62 ลดจำนวน หน้าจาก16หน้าเหลือ12หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายสุดในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่นสื่อมวลชนแขนงต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ กองบรรณาธิการ นักข่าว ต่างเร่ง ปรับตัวในช่วงวิกฤติให้เป็นความท้าทาย โดยเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มสู่กลุ่มเป้าหมาย พันธมิตรทางธุรกิจ สู่โมเดลธุรกิจสื่อใหม่ เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
30 ธันวาคม 2562
www.tja.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจสื่อ, ปีแห่งการทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่, รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนปี2562, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, เทคโนโลยีข่าวสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c288b4fa6027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3สมาคมข่าวออกแถลงการณ์แจง3เหตุผลไม่เห็นด้วยปิดวอยซ์ทีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดลิดรอนเสรีภาพสื่อและประชาชนและทบทวนคำสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดระบุว่าเนื่องจากกรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เป็นเวลา 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป &amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นการพิจารณาภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 37 ซึ่งหากยังไม่ปรับปรุงจะเพิ่มโทษอีก หรือถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต โดยรายการที่กสทช. อ้างเป็นเหตุพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี 2 รายการ คือรายการ Tonight Thailand ออกอากาศวันที่ 16 ธันวาคม 2561 และรายการ WAKE UP THAILAND &amp;nbsp;ออกอากาศวันที่ 21,28,29 มกราคม และ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เนื่องจากเป็นการนำเสนอรายงานข่าวที่มีลักษณะส่อให้เกิดความสับสน &amp;nbsp;ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งตามความทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย &amp;nbsp;และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ &amp;nbsp;ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนดังกล่าว &amp;nbsp;ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การใช้ดุลพินิจพักการใช้ใบอนุญาต สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีครั้งนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบสถานีในฐานะเป็นองค์กรธุรกิจและองค์กรสื่อมวลชน ที่มีคนทำงานอยู่ในหลายส่วน ซึ่งบางส่วนอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของรายการ หรือมีส่วนรับรู้ในการกระทำของพิธีกรบางรายการ แต่ได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น การที่ กสทช.ใช้การใช้อำนาจสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ทั้งสถานีย่อมก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายที่รุนแรงยิ่งกว่า โดย กสทช. ที่เป็นองค์กรผู้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการสื่อ และทำหน้าที่กำกับดูแลจะต้องใช้อำนาจด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อและองค์กรธุรกิจเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี นั้นหากพบว่า รายการใดมีปัญหาควรพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ใช้อำนาจพักใบอนุญาตทั้งสถานี หรือหากการนำเสนอเนื้อหาของสถานีมีผลกระทบหรือละเมิดสิทธิบุคคล ด้วยการหมิ่นประมาทบุคคลอื่น ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสีย ย่อมใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีหรือฟ้องร้องตามกฎหมายปกติได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คำสั่งของกสทช.ดังกล่าว ขัดแย้งกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ระบุว่า การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำมิได้ ดังนั้น การใช้อำนาจของกสทช.ออกคำสั่งครั้งนี้ จึงขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานในการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน และกระทบต่อการรับรู้ข่าวสารของประชาชน โดยขณะนี้บรรยากาศช่วงรณรงค์หาเสียงควรเอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อและประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอเรียกร้องสื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่รายงานข่าวสารอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย สื่อต้องระมัดระวังในการรายงานข่าวเลือกตั้ง ไม่ให้มีลักษณะว่าเข้าข้างหรือเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวด้วยการใช้วาทกรรมที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงดังที่เคยเกิดมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุผลดังกล่าว องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งสามขอเรียกร้องให้กสทช.ได้ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระอย่างแท้จริง โดยใช้อำนาจด้วยระมัดระวังด้วยการเร่งทบทวนคำสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เพื่อให้สังคมไทยได้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งด้วยบรรยากาศที่เกื้อหนุนและเปิดกว้างในการแสดงความคิดความเห็นของสื่อมวลชนและประชาชน ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29055</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ปิดวอยซ์ทีวี, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP), แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63f6d8173fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์สื่อปี61ยังถูกซึมแทรก-ธุรกิจระส่ำทำซึมทรุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ธ.ค.61-สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยรายงานสถานการณ์ด้านสื่อมวลชนไทยในรอบปี พ.ศ. 2561 เป็นปีแห่งการ &amp;ldquo;ซึมแทรก &amp;nbsp;ซึมทรุด&amp;rdquo; เพราะยังคงเผชิญความเสี่ยงและท้าทายหลายประเด็น โดยเฉพาะ การไม่มีสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่ ภายใต้กฎหมายพิเศษของคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในห้วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ อุตสาหกรรมสื่อทั้งระบบยังอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผล กระทบด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมการเสพข้อมูลข่าวสารที่มุ่งไปสู่ทิศทาง ทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงสรุปสถานการณ์สื่อฯใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ถูกควบคุมด้วยกฎหมายพิเศษ : แม้ว่าปี 2560 มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ ในมาตรา 34 และ มาตรา35บัญญัติ ให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการ เสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ทว่ายังคง มีการบังคับใช้ ประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช.4ฉบับ เกี่ยวข้องกับสื่อ มวลชนที่ยังไม่มียกเลิก สวนทางกับบรรยากาศของการปลดล็อคทางการเมือง เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ที่ประชาชนต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างครบ ถ้วนรอบด้าน แม้ว่าองค์กรสื่อจะร่วมกันรณรงค์ เรียกร้องและออกแถลงการณ์ มาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่การยกเลิกประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. ทั้ง &amp;nbsp;4 ฉบับก็ไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ประกาศคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. ประกอบด้วย 1.ประกาศ คสช.ฉบับที่ &amp;nbsp;97/2557 เรื่อง การขอความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคสช.และการเผย แพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ 2.ประกาศคสช.ที่103 /2557 แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศคสช.ฉบับที่ 97 /2557 โดยห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช.โดยเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคสช.ด้วยข้อมูลอัน เป็นเท็จ 3.คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่3/2558 (ข้อ5)ให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษา ความสงบเรียบร้อยมีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำ ให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่41/2559 เรื่อง การกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารต่อสาธารณะ โดยมีเจตนาในการขยายอำนาจ ตามมาตรา 37 แห่ง พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 &amp;nbsp;ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ครอบคลุมไปถึงประกาศของคสช. ฉบับที่ &amp;nbsp;97/2557 และฉบับที่103/2557 รวมทั้งคุ้มครองการใช้อำนาจของ กสทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จับตากฎหมายกระทบเสรีภาพ : ประเทศไทยอยู่ในช่วงขับเคลื่อนตามแผน การปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยี สารสนเทศ หนึ่งในนั้นคือการจัดทำ พระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและ มาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน. พ.ศ. . ซึ่งก่อนหน้านี้องค์กรสื่อได้รวมพลังคัด ค้านในหลายประเด็น แต่ในที่สุดร่างกฎหมายดังกล่าวก็ได้รับความเห็นชอบใน หลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 โดยมีข้อสังเกตบาง ประการ และคณะรัฐมนตรีได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฏีกาพิจารณาก่อน เสนอกลับคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ในชั้นนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจึงไม่น่าจะทัน การพิจารณาของสภานิติบัญญัติชุดนี้ ถึงกระนั้น องค์กรสื่อก็ยังยืนยันหลักการ ในการกำกับดูแลกันเอง อันเป็นหลักการสากลที่นานาประเทศใช้กำกับดูแล เรื่องจริยธรรม อีกทั้งจะต้องไม่มีตัวแทนฝ่ายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับเสรีภาพบนโลกออนไลน์ ได้แก่ พระราช บัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่ผ่านความ เห็นชอบจากครม.แล้วเช่นกัน แต่หลายประเด็นอาจจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ &amp;nbsp;รวมทั้งติดตาม ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.... ร่างพระ ราชบัญญัติการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล พ.ศ... การแก้ไข พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ ว่าจะมีส่วนใดริดรอนเสรีภาพของประชาชนและ สื่อมวลชนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ธุรกิจสื่อยังระส่ำ : การใช้อำนาจพิเศษของคสช. ในการออกมาตรการ บรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ด้วยการพักชำระหนี้ค่า สัมปทานเป็นเวลา 3 ปี ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ เป็นสัญญาณที่การแสดง ให้เห็นถึงสถานการณ์ของธุรกิจสื่อได้อย่างชัดเจนตลอดทั้งปีที่ผ่านมาต่อ เนื่องมาตั้งแต่ปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งของสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เปิดโครงการลาออกด้วยความสมัครใจ ในช่วงสิ้นปี ด้านนสพ.ยักษ์ภาคเหนือ &amp;ldquo;เชียงใหม่นิวส์&amp;rdquo; หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ ตีพิมพ์ข่าวสารในพื้นที่ภาคเหนือมานานกว่า 27 ปี อำลาแผงเมื่อ 5 มี.ค.2561 &amp;nbsp;ผันตัวสู่ออนไลน์ และวันที่ 4 มกราคม 2562 นิตยสารวิเคราะห์ข่าวการเมือง รายสัปดาห์&amp;rsquo;สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์&amp;rsquo;ที่จะอำลาแผงเช่นกันหลังยืนหยัดมาได้ถึง &amp;nbsp;66 ปี ตามหลัง &amp;lsquo;เนชั่นสุดสัปดาห์&amp;rsquo; ที่อำลาแผงไปก่อนหน้านี้ นิตยสารส ตาร์พิคส์รายเดือน ที่อยู่คู่แผงหนังสือไทยมากว่า 52 ปี ประกาศปิดตัว ตีพิมพ์ &amp;nbsp;ฉบับที่ 888 เดือนเม.ย. 2018 เป็นฉบับ &amp;#39;รายเดือน&amp;#39; เล่มสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิตยสาร Secret เครืออมรินทร์ ประกาศเลิกผลิต เดือนมิ.ย. วางแผงฉบับสุด ท้าย ปรับรูปแบบการนำเสนอผ่านช่องทางออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมี เดียต่างๆ รวมทั้ง Student Weekly ในเครือ Bangkok Post ได้ประกาศวาง แผงเป็นฉบับสุดท้าย ฉบับวันที่ 30 ก.ย. ถือเป็นการปิดตำนานนิตยสารภาษา อังกฤษที่อยู่คู่นักเรียนไทยมากว่า 50 ปu นิตยสารแพรวก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 &amp;nbsp;ประกาศปรับจากรายปักษ์ เป็นรายเดือนฉบับแรก เริ่มเดือนต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟากฝั่งของสื่อทีวี เริ่มตั้งแต่ &amp;ldquo;นิวทีวีช่อง18&amp;rdquo; เป็นช่องแรกของปี ที่ปรับโครง สร้างโดยมีคำสั่งลดพนักงาน 30 % ตามติดด้วยสปริงนิวส์ช่อง19 เลิกจ้าง พนักงาน 80 พร้อมกับการต่อลมหายใจด้วยการขายหุ้นให้กับทีวีไดเร็ค และ ให้บางรายการไปออกอากาศทางช่อง NOW26 ในเครือเนชั่น ซึ่งเป็นจังหวะ เดียวกับที่เนชั่นเปิดตัวทีมผู้บริหารชุดใหม่ได้ไม่นาน ปลายปีสถานีโทรทัศน์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;Money Channel &amp;rsquo; แจ้งยุติออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 และจะรุก ตลาดผลิตคอนเทน สร้างความเข้มแข็งในโลกออนไลน์ แม้กระทั่งสื่อยักษ์ ใหญ่ อย่างสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 ก็ยอมเปิดโครงการเกษียณอายุให้ แก่พนักงานอายุ 60 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภาวะธุรกิจเช่นนี้ สื่อระดับโลกอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์เอง มีแผนลด พนักงาน 3,200 ตำแหน่ง ปิดสำนักงาน 133 แห่งทั่วโลก ภายใน 2 ปีข้างหน้า &amp;nbsp;ตามแผนปรับโครงสร้างบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. บทเรียนถ้ำหลวง : เป็นเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้กับเหตุการณ์ที่สื่อมวลชน ทั่วโลกมากกว่าพันชีวิต ปักหลักทำข่าวต่อเนื่องยาวนาน 17 วัน ในภารกิจช่วย &amp;nbsp;13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย &amp;nbsp;เป็นสถานการณ์ที่ยากทั้งการช่วยเหลือ และยากต่อการรายงานข่าวบนเนื้อที่ ปากถ้ำที่มีหลากหลายอุปสรรค เงื่อนไข ข้อจำกัดที่ต้องแข่งกับเวลา และการ ช่วงชิงยอดผู้ชมและเรตติ้งของข่าวให้ได้มากที่สุด นำมาซึ่งคำชื่นชม ตำหนิ &amp;nbsp;และบทเรียนให้กับสื่อมวลชนนำกลับไปเป็นการบ้านเพื่อยกระดับมาตรฐาน วิชาชีพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายพิเศษ, คำสั่งหัวหน้าคสช., ถอดบทเรียนถ้ำหลวง, ธุรกิจสื่อ, สถานการณ์สื่อ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c288b4fa6027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศผลตัดสิน &quot;เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม&quot; ระดับอุดมศึกษา ปี 2561</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ประกาศผลการประกวดรางวัลและโล่เกียรติยศ &amp;quot;เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม&amp;quot; ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาได้จัดทำเว็บไซต์ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณและมีแผนการประชาสัมพันธ์และการตลาดสำหรับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยทางสมาคมได้รับการสนับสนุนในการจัดงานและรางวัลหลักจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยในปีนี้มีการส่งผลงานเข้าประกวด 7 มหาวิทยาลัย 8 เว็บไซต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับรายชื่อผลการตัดสิน ประกวดรางวัลและโล่เกียรติยศ &amp;quot;เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม&amp;quot; ระดับอุดมศึกษา ประจำปี 2561 มีดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;รางวัลที่ 1 รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา http://www.SunandhaNews.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;รางวัลชมเชย 2 รางวัล รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท ได้แก่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย http://www.genzee.co และมหาวิทยาลัยบูรพา http://www.coconews.in.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการตัดสิน &amp;quot;เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม&amp;quot; ระดับอุดมศึกษา ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบไปด้วย 1.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี 2.นายก้าวโรจน์ สุตาภัคดี 3.อาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ 4.นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล 5.นายระวี ตะวันธรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24775</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP), เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1cdc2e89adc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระตุกต่อมจริยธรรมสื่อเสนอข่าว&#039;โอ-วรุฒ&#039;ควรเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์ อย่าคิดขายข่าวจนละทิ้งความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-&amp;nbsp; นายจักร์กฤษ เพิ่มพูน กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ Self censorship และการเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์:-จากรณีการเสียชีวิตของ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวลักษณะซ้ำเติมผู้เสียชีวิตจนสร้างความไม่พอใจแก่ญาติและเพื่อนๆ
&amp;nbsp;
โดยนายจักรกฤษ ระบุว่า เมื่อผมทดลองให้หัวข่าวเป็นตัวอย่าง ในห้องเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ โดยเป็นหัวข่าวที่ให้น้ำหนักกับบางเรื่องราวในชีวิต ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่ราบรื่นมากนัก น่ายินดี ที่เด็กรุ่นใหม่ ทักท้วง และตั้งคำถามว่าหัวข่าวเช่นนั้น เป็นละเมิดจริยธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนสอนหนังสือ ที่รู้ว่า เราพอจะมีความหวังได้ว่า นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่จะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ ไม่เห็นความทุกข์ ของคนอื่นเป็นข่าวที่ขายได้ ไม่ซ้ำเติมชะตากรรมของผู้สูญเสีย และเมื่อเขาเข้าสู่การงาน เขาจะรู้จัก Self censorship โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงความทุกข์โศกของคนอื่น ระมัดระวังและคิดได้ว่า หากคุณโอ เป็นลูก เป็นหลานเรา เราคงไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตของเขามาทำซ้ำอีก การให้เกียรติผู้ที่ยังอยู่ และการให้ความเคารพในสิทธิของผู้วายชนม์ คือคุณลักษณะของสื่อที่ดี และอาจไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องจริยธรรมก็ได้ เพราะมันคือความรู้สึกพื้นฐานความเป็นมนุษย์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในภาวะแห่งการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่หากสื่อคิดแต่จะขายข่าว ละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่ควรให้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น เราจะเป็นสื่อที่มีเกียรติและเป็นสื่อที่สังคมให้การยอมรับได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17542</URL_LINK>
                <HASHTAG>Self censorship, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b0fcb1f9d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระตุกต่อมจริยธรรมสื่อเสนอข่าว&#039;โอ-วรุฒ&#039;ควรเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์ อย่าคิดขายข่าวจนละทิ้งความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-&amp;nbsp; นายจักร์กฤษ เพิ่มพูน กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ Self censorship และการเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์:-จากรณีการเสียชีวิตของ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวลักษณะซ้ำเติมผู้เสียชีวิตจนสร้างความไม่พอใจแก่ญาติและเพื่อนๆ
&amp;nbsp;
โดยนายจักรกฤษ ระบุว่า เมื่อผมทดลองให้หัวข่าวเป็นตัวอย่าง ในห้องเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ โดยเป็นหัวข่าวที่ให้น้ำหนักกับบางเรื่องราวในชีวิต ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่ราบรื่นมากนัก น่ายินดี ที่เด็กรุ่นใหม่ ทักท้วง และตั้งคำถามว่าหัวข่าวเช่นนั้น เป็นละเมิดจริยธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนสอนหนังสือ ที่รู้ว่า เราพอจะมีความหวังได้ว่า นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่จะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ ไม่เห็นความทุกข์ ของคนอื่นเป็นข่าวที่ขายได้ ไม่ซ้ำเติมชะตากรรมของผู้สูญเสีย และเมื่อเขาเข้าสู่การงาน เขาจะรู้จัก Self censorship โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงความทุกข์โศกของคนอื่น ระมัดระวังและคิดได้ว่า หากคุณโอ เป็นลูก เป็นหลานเรา เราคงไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตของเขามาทำซ้ำอีก การให้เกียรติผู้ที่ยังอยู่ และการให้ความเคารพในสิทธิของผู้วายชนม์ คือคุณลักษณะของสื่อที่ดี และอาจไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องจริยธรรมก็ได้ เพราะมันคือความรู้สึกพื้นฐานความเป็นมนุษย์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในภาวะแห่งการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่หากสื่อคิดแต่จะขายข่าว ละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่ควรให้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น เราจะเป็นสื่อที่มีเกียรติและเป็นสื่อที่สังคมให้การยอมรับได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17541</URL_LINK>
                <HASHTAG>Self censorship, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b0fcb1f9d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
