<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3สมาคมข่าวออกแถลงการณ์แจง3เหตุผลไม่เห็นด้วยปิดวอยซ์ทีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดลิดรอนเสรีภาพสื่อและประชาชนและทบทวนคำสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดระบุว่าเนื่องจากกรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เป็นเวลา 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป &amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นการพิจารณาภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 37 ซึ่งหากยังไม่ปรับปรุงจะเพิ่มโทษอีก หรือถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต โดยรายการที่กสทช. อ้างเป็นเหตุพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี 2 รายการ คือรายการ Tonight Thailand ออกอากาศวันที่ 16 ธันวาคม 2561 และรายการ WAKE UP THAILAND &amp;nbsp;ออกอากาศวันที่ 21,28,29 มกราคม และ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เนื่องจากเป็นการนำเสนอรายงานข่าวที่มีลักษณะส่อให้เกิดความสับสน &amp;nbsp;ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งตามความทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย &amp;nbsp;และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ &amp;nbsp;ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนดังกล่าว &amp;nbsp;ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การใช้ดุลพินิจพักการใช้ใบอนุญาต สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีครั้งนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบสถานีในฐานะเป็นองค์กรธุรกิจและองค์กรสื่อมวลชน ที่มีคนทำงานอยู่ในหลายส่วน ซึ่งบางส่วนอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของรายการ หรือมีส่วนรับรู้ในการกระทำของพิธีกรบางรายการ แต่ได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น การที่ กสทช.ใช้การใช้อำนาจสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ทั้งสถานีย่อมก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายที่รุนแรงยิ่งกว่า โดย กสทช. ที่เป็นองค์กรผู้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการสื่อ และทำหน้าที่กำกับดูแลจะต้องใช้อำนาจด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อและองค์กรธุรกิจเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี นั้นหากพบว่า รายการใดมีปัญหาควรพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ใช้อำนาจพักใบอนุญาตทั้งสถานี หรือหากการนำเสนอเนื้อหาของสถานีมีผลกระทบหรือละเมิดสิทธิบุคคล ด้วยการหมิ่นประมาทบุคคลอื่น ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสีย ย่อมใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีหรือฟ้องร้องตามกฎหมายปกติได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คำสั่งของกสทช.ดังกล่าว ขัดแย้งกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ระบุว่า การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำมิได้ ดังนั้น การใช้อำนาจของกสทช.ออกคำสั่งครั้งนี้ จึงขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานในการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน และกระทบต่อการรับรู้ข่าวสารของประชาชน โดยขณะนี้บรรยากาศช่วงรณรงค์หาเสียงควรเอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อและประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอเรียกร้องสื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่รายงานข่าวสารอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตย สื่อต้องระมัดระวังในการรายงานข่าวเลือกตั้ง ไม่ให้มีลักษณะว่าเข้าข้างหรือเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวด้วยการใช้วาทกรรมที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงดังที่เคยเกิดมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุผลดังกล่าว องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งสามขอเรียกร้องให้กสทช.ได้ทำหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระอย่างแท้จริง โดยใช้อำนาจด้วยระมัดระวังด้วยการเร่งทบทวนคำสั่งพักใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี เพื่อให้สังคมไทยได้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งด้วยบรรยากาศที่เกื้อหนุนและเปิดกว้างในการแสดงความคิดความเห็นของสื่อมวลชนและประชาชน ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29055</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ปิดวอยซ์ทีวี, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP), แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63f6d8173fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สมาคมสื่อจี้กสทช.ทบทวนคำสั่งปิดPeace TVชี้ลิดรอนเสรีภาพ-ขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61- สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรื่อง ยกเลิกคำสั่งพักใบอนุญาต Peace TV ลิดรอนเสรีภาพสื่อ &amp;ndash; ขัดแย้งรัฐธรรมนูญ ระบุว่า จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติให้พักใช้ใบอนุญาต Peace TV โดยอ้างอำนาจตามประกาศ กสทช. ข้อ 19 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2555 เป็นเวลา 30 วัน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2561 &amp;nbsp;เพราะเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร จากการออกอากาศ 4 รายการ คือ 1.รายการเดินหน้าต่อไป ออกอากาศเมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และ 5 เม.ย. 2.รายการหยิบข่าวมาคุย ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 มี.ค. และ 9 เม.ย. 3.รายการ เหลียวหลังแลไปข้างหน้า ออกอากาศเมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และ 9 เม.ย. และ 4.รายการเข้าใจตรงกันนะ ออกอากาศเมื่อวันที่ 27 มี.ค. รวมทั้งเนื้อหารายการยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 97/2557 และฉบับที่ 103/2557 ซึ่งพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำซากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอคัดค้านมติของ กสทช. ดังกล่าว ซึ่งเป็นมติอันเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชน และขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ให้การรับรองเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน อีกทั้งบทบัญญัติที่กำหนดว่าการสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่น เพื่อลิดรอนเสรีภาพจะกระทำมิได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การสั่งพักใบอนุญาต Peace TV เป็นเวลา 30 วัน ได้ก่อให้เกิดผลกระทบกับ Peace TV ซึ่งมีคนทำงานอยู่ในหลายส่วนและอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของรายการ หรือมีส่วนรับรู้เนื้อหารายการแต่ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะการใช้อำนาจสั่งพักรายการบางรายการของ Peace TV ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงยิ่งกว่า กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ให้ใบอนุญาตกับผู้ประกอบการและกำกับผู้ได้รับใบอนุญาต หากไม่ระมัดระวังในการใช้อำนาจ อาจเป็นองค์กรที่ทำลายเสรีภาพสื่อและองค์กรธุรกิจสื่อเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กสทช. เป็นองค์กรอิสระมีอำนาจและมีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันไม่ให้อำนาจฝ่ายอื่นเข้ามาแทรกแซงความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรสื่อที่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการ กรณีที่ กสทช. อ้างถึงประกาศ คสช. ที่ 97/2557 และฉบับที่ 103/2557 ครั้งนี้เท่ากับ กสทช. ยอมและเปิดทางให้อำนาจอื่นเข้ามาทำลายความเป็นอิสระของ กสทช. โดยตรงเสียเอง และมีผลกระทบต่อองค์กรสื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. รวมทั้งทำลายความน่าเชื่อถือของ &amp;nbsp;กสทช. อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรสื่อมวลชนภายใต้การกำกับของ กสทช. ให้เลวร้ายลงไปอีก รวมถึงความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนไทยก็ลดลงไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น มติ กสทช. ครั้งนี้ จึงเป็นการใช้อำนาจที่ขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานในการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ &amp;nbsp;กำหนดไว้ว่า &amp;quot;การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นจะกระทำไม่ได้&amp;quot; &amp;nbsp;ก็เพื่อให้องค์กรสื่อในส่วนที่ไม่ได้สร้างปัญหายังคงทำหน้าที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีของ Peace TV หากรายการใดมีปัญหาก็ควรพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ควรใช้อำนาจพักใบอนุญาตทั้งสถานี หากการเสนอเนื้อหาของรายการใน Peace TV หรือทีวีช่องใดมีผลกระทบต่อความมั่นคง หรือละเมิดสิทธิบุคคล หมิ่นประมาทบุคคลอื่น ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถที่จะแจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องร้องตามกฎหมายปกติได้อยู่แล้ว และในแง่ของผู้บริโภคข่าวสาร หากสื่อใดนำเสนอรายการที่ไม่มีความรับผิดชอบ กลไกตลาดผู้บริโภคข่าวสารจะเป็นคนตัดสินสื่อนั้นได้เองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงขับเคลื่อนตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ รวมถึงแผนปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน และเข้าสู่ห้วงเวลาเดินตามโรดแมปการเลือกตั้ง สื่อมวลชนจะต้องมีเสรีภาพเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวาง แต่ประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ขัดแย้งต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยเสรีภาพ (มาตรา 35) อีกทั้งเป็นเครื่องมือในการลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชน ซึ่งใน &amp;quot;วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก&amp;quot; (World Press Freedom Day) เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ได้รณรงค์ให้ &amp;ldquo;ปลดล็อกคำสั่ง คสช. ทวงคืนเสรีภาพประชาชน&amp;rdquo; ดังนั้น คสช. จะต้องให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมนักข่าวฯ ทั้งสอง ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ทบทวนคำสั่งดังกล่าวโดยพลัน เพื่อให้สื่อมวลชนได้ทำหน้าที่ในการเสนอข้อมูล ข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9004</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คสช., วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af54decab6aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
