<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศาลอาญา’ออกหมายจับอดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจเจตนาลักทรัพย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;20 ต.ค. 2564 คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ขอแจ้งความคืบหน้าของคดี กรณีสมาคมฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวกุศลิน นามวัฒน์ อดีตรองผู้จัดการและผู้จัดการฝ่ายบัญชีสมาคมฯ ในข้อหาลักทรัพย์ของสมาคมฯ ในฐานะนายจ้าง ซึ่งเป็นการกระทำผิดอาญา&amp;nbsp; ปัจจุบันคดีอาญาดังกล่าวศาลอาญาได้ออกหมายจับ นางสาวกุศลิน &amp;nbsp;นามวัฒน์&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ อยู่ระหว่างการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจับกุมตัวจำเลยนำส่งศาล ภายในกำหนดวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 9.00 น. ปรากฎตามหมายจับตามแนบ&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้ออกหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอลำดวน ให้ช่วยจับกุมตัวจำเลยนำส่งศาลแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกรณีคดีที่พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวกุศลิน นามวัฒน์ อดีตรองผู้จัดการและผู้จัดการฝ่ายบัญชีสมาคมฯ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์​​​​​​​ ในข้อหาคดีปลอมแปลงเอกสารและทุจริตลักทรัพย์ของสมาคมฯ ในฐานะนายจ้างซึ่งเป็นการกระทำผิดอาญาซึ่งหน้ามีหลักฐานแจ้งชัดกรรมการสมาคมฯได้ดำเนินการไล่ นางสาวกุศลิน นามวัฒน์ ออกจากงานและได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันคดีอาญาดังกล่าวพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น แล้วเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1537 / 2563 ความเสียหายประมาณ 17.7 ล้านบาท โดยศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์วันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 2564 เวลา&amp;nbsp; 9.00 - 16.00 น. และสืบพยานจำเลยในวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 9.00 &amp;ndash; 16.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ขอยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจและจะดำเนินคดีแก่จำเลยให้ถึงที่สุด หากคดีมีความคืบหน้าประการใด คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะรายงานให้สมาชิกสมาคมฯ ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุศลิน นามวัฒน์, ลักทรัพย์, ศาลอาญา, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fae02eaaf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.-ซีพี-ซีพีเอฟ-ส.ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ มอบข้าวกล่องครัวปันอิ่ม 2 ล้านกล่อง ช่วยชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร ร่วมรับมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมรับประทานและหน้ากากอนามัย จาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และพันธมิตร สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; เพื่อส่งมอบแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยมี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ และ นางสาวพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมส่งมอบ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีแดงซึ่งมีผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงผู้ติดเชื้อที่ทำ Home Isolation อยู่ที่บ้าน แต่ยังมีคนตกงาน ผู้ขาดรายได้ และกลุ่มเปราะบาง ที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณภาคเอกชนอย่างเครือซีพี-ซีพีเอฟที่นำโครงการครัวปันอิ่มมาแบ่งปันอาหารให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่ประชาชนได้อย่างมาก รวมถึงร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้ในช่วงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่าการระบาดในระลอกที่ 3 ค่อนข้างรุนแรง เครือซีพีและซีพีเอฟ จึงดำเนินโครงการครัวปันอิ่ม พร้อมได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลายหน่วยงาน ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึง ศูนย์พักคอย รพ.สนาม รวมถึง สำนักงานเขตหลายแห่ง อาทิ เขตพระนคร หนองจอก มีนบุรี สวนหลวง บางกอกน้อย และ ประเวศ ที่ช่วยกระจายอาหารจากครัวปันอิ่มให้ถึงมือประชาชนในชุมชนต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้รับประทานอาหารอร่อย สะอาด ปรุงสุกใหม่ทุกเช้า เป็นกำลังใจและเติมกำลังกายให้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางกรรณิการ์ หยกเล็ก ประธานชุมชนราชบพิธพัฒนากล่าวขอบคุณ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเครือซีพีและซีพีเอฟที่นำอาหารมามอบแก่คนในชุมชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ทั้งตกงานและรายได้ลดลง โดยเฉพาะในระลอก 3 ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในชุมชนมีผู้กักตัว ตลอดจนกลุ่มเสี่ยงอยู่เป็นจำนวนมาก อาหารเหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าอาหารในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19&amp;Prime; เป็นการผนึกกำลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับพันธมิตรกว่า 100 องค์กร ส่งมอบข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมรับประทาน จำนวน 2 ล้านกล่อง ประกอบด้วย 1 ล้านกล่องแรกมาจากร้านอาหารรายย่อยในกทม. และปริมณฑล และอีก 1 ล้านกล่องมาจากซีพีเอฟ เป็นอาหารที่ปรุงใหม่ สุก สะอาด ถูกสุขอนามัย มีเมนูอาหารที่หลากหลาย โดยเครือข่ายจิตอาสา มูลนิธิ และหน่วยงานพันธมิตร จะรับอาหารไปกระจายสู่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ขาดรายได้ ว่างงาน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่กักตัวดูอาการ และผู้ที่รักษาตัวที่บ้านหรือ Home Isolation ในชุมชนต่างๆ ตลอดจนช่วยอุดหนุนธุรกิจร้านอาหารรายย่อยในกรุงเทพให้มีรายได้ในสถานการณ์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19, ซีพี, ซีพีเอฟ, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612359c197305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าคาดเลือกตั้ง 62 เงินสะพัด 80,000 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2562 - นางเสาวณีย์ &amp;nbsp;ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาลัยหอการค้าไทยกล่าวในงานสัมมนา&amp;rdquo;เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง &amp;rdquo; &amp;nbsp;จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ปี 2562 จะมีจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยก็คือมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเพื่อให้นโยบายและแผนงานต่างๆเดินหน้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย &amp;nbsp;ซึ่งหากดูภาวะเศรษฐกิจไทยทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ หอการค้าไทยได้ประเมินไว้ว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 4% โดยในช่วงไตรมาสแรกอาจชะลอตัวเล็กน้อยแต่ยังเขื่อว่า หากการเลือกตั้งออกมาอย่างไร โดยการลงทุนของภาครัฐ และเอกชนเป็นตัวจักรสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางศูนย์ประเมินว่าจะมีเงินสะพัดจากการเลือกตั้งทั้งเลือกตั้งในระดับประเทศและเลือกตั้งท่องถิ่นได้มากกว่า 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสะพัดที่นำไปใช้ในการเลือกตั้งใหญ่กว่า 50,000 ล้านบาท ที่จะแบ่งเป็นการนำไปใช้ผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ ผ่านกระตุ้นยอดค้าปลีก และอื่นๆโดยอีก 30,000 ล้านบาทจะเป็นเงินสะพัดจากการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น โดยเงินสะพัดในการเลือกตั้งครั้งนี้จะดันยอดจีดีพีของไทยได้ถึง0.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับอานิสงค์จากการเลือกตั้ง ได้แก่ ธุรกิจการพิมพ์และการโฆษณา,การค้าส่งค้าปลีก,การจำหน่ายน้ำมัน,การผลิตกระดาษ,ภัตตาคารและร้านอาหาร,การผลิตน้ำมันปิโตเลียม,การบริการทางด้านธุรกิจ,โรงแรมและที่พัก,การผลิตไฟฟ้าและการผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์&amp;quot; นางเสาวณีย์ &amp;nbsp; กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองนั้นต้องไปดูว่าหลังการเลือกตั้งแล้วการเมืองจะมีเสถียรภาพมากน้อยแค่ไหนซึ่งหากเป็นไปในทิศทางที่ดีก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยในปี 2562 ขยายตัวได้ที่ 4.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ กล่าวว่า การเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้ถือว่าสำคัญอย่างมาก มีความคาดหวังในภาคธุรกิจอย่างสูงที่อยากจะเห็นให้มีการเลือกตั้ง และทุกฝ่ายรับทราบว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาจะเป็นรัฐบาลผสมและอยากเห็นแผนหรือนโยบายต่างๆให้เป็นนโยบายที่ต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ ความคาดหวังต่อระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ที่แผนการลงทุนของภาคเอกชนแบบระยะยาวที่จะสร้างความมั่นใจและพร้อมที่จะจัดทำแผนลงทุนได้ ดังนั้น หากไม่มีการเลือกตั้งยิ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังมีเรื่องของปัจจัยภายนอกเนื่องจากในช่วงสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีการพึ่งพาเศรษฐกิจจากนอกประเทศเยอะอย่างไรก็ตาม ปีนี้ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังไม่เข้าสู่ภาวะทดถอยดูได้จากตัวเลขการว่างงาน ที่อยู่ในระดับต่ำ การบริโภคที่ยังเติบโตได้ดี ขณะที่เศรษฐกิจจีนเชื่อว่าในปีนี้จะขยายตัวได้ ไม่น้อยกว่า 6% ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจจีนและสหรัฐยังเติบโตได้ดีก็เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโลกก็จะยังไม่เข้าสู่ภาวพถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกทางเรือแห่งประเทศไทย ( สรท.)กล่าวว่า ภาคการส่งออกคาดหวังว่าไทยจะมีการเลือกตั้ง แต่เมื่อมีรัฐบาลแล้วภาคเอกชนอยากเห็นรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะอยากให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อภาคการส่งออกที่ยังมีหลายฉบับที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่มีการปรับแก้ไข รวมถึงกฎระเบียบของไทยที่อยากให้มีการปรับเปลี่ยนด้วย และอยากให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในกรอบการเจรจา FTA ด้วยที่ต้องฝากรัฐบาลชุดใหม่ และสิ่งที่ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคการส่งออกอยากฝากให้ดูแลค่าเงินบาทไม่ควรที่จะแข็งค่ากว่ากลุ่มอาเซียนด้วยกัน ซึ่งไทยค่าเงินบาทแข็งกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าร้อย 10 ถือว่าแข็งค่ามากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยกล่าวว่า ภาคธุรกิจค้าปลีกไทยอยากเห็นให้มีการเลือกตั้ง เพราะหลายประเทศกำลังจับตาประเทศไทยอยู่โดยเฉพาะภาคธุรกิจค้าปลีกที่หลายประเทศอยากเข้ามาลงทุนค้าปลีกในประเทศไทย และสิ่งสำคัญอยากให้รัฐบาลใหม่ท่ามีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของโครงสร้างภาษีต่างๆที่ไทยยังมีอัตราสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน หากโครงสร้างภาษีไทยมีการปรับลดลงเชื่อว่าจะอำนวยความสะดวกให้หลายประเทศเข้ามาลงทุนและเป็นการกระตุ้นการค้าและการท่องเที่ยวของไทยสูงขึ้นเม็ดเงินจะไหลเข้าประเทศได้อีกจำนวนมหาศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26834</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, เงินสะพัด, เลือกตั้งปี 62, เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง, เสาวณีย์  ไทยรุ่งโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c404f5ae2364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เชิญร่วมฟังสัมมนา &#039;เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง&#039; ในวันที่ 17 ม.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจเชิญผู้สื่อข่าวและบุคคลทั่วไปเข้าร่วมฟังสัมมนาใหญ่ประจำปีโดยได้รับเกียรติจาก ดร.คณิศ แสงสุพรรณ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยกับการลงทุนในอีอีซี&amp;rdquo;พร้อมร่วมฟังสัมมนาในหัวข้อ&amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง&amp;rdquo; วิทยากรโดย &amp;nbsp;คุณไพบูลย์ &amp;nbsp;นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุน &amp;nbsp;นายกสมาคมนักวิเคราะห์และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คุณกัณญภัค &amp;nbsp;ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) รศ.ดร.เสาวณีย์ &amp;nbsp; ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณวรวุฒิ &amp;nbsp; อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ดำเนินรายการโดย คุณโศภณ &amp;nbsp;นวรัตนาพงษ์ &amp;nbsp;
&amp;emsp;&amp;emsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพฤหัสบดีที่ &amp;nbsp;17 มกราคม 2562 &amp;nbsp;เวลา 08.00 - 12.00 น. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม AB โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ สำรองที่นั่งฟรี โทร.02-937-3294-5&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25918</URL_LINK>
                <HASHTAG>econmass, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, สัมมนาใหญ่, เศรษฐกิจไทยกับการลงทุนในอีอีซี, เศรษฐกิจไทยกับการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32cb26a7265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.ชี้ธุรกิจปิโตรฯยังคุ้มทุนแม้น้ำมันผันผวนหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.สผ.ลั่นน้ำมันผันผวน แต่ยืนยันขุดเจาะปิโตรฯยังอยู่ในจุดคุ้มทุน เผยแผนปี 62 ลุยสำรวจ 9 แหล่งปิโตรฯต่างประเทศ หวังได้ผลผลิต 200 ล้านบาร์เรลใน 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 2561 - นายกนก อินทรวิจิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานธรณีศาสตร์และการสำรวจ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยภายหลังการต้อนรับคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมศูนย์วิจัยตัวอย่างหิน ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่าจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการสำรวจและผลิตเนื่องจากการลงทุนแท่นขุดเจาะจะต้องอ้างอิงกับราคาน้ำมัน ถ้าราคาน้ำมันลงต่ำสุดก็อาจจะเกิดความไม่คุ้มทุน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอยู่ที่ระดับเกิน 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็ยังถือว่าอยู่ในจุดที่คุ้มทุนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเคยประสบปัญหาในช่วงที่ราคาน้ำมันลดต่ำลดมากว่า 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลมาแล้ว แต่ก็ยังดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งในปัจจุบันที่ราคาเพิ่มขึ้นสูงก็เป็นเรื่องที่ดี โดยจุดที่คุ้มทุนของการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจะอยู่ที่ 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งคนทำธุรกิจนี้ไม่ค่อยกังวลว่าน้ำมันจะลงต่ำ แต่ต้องการเพียบให้ไม่สวิงแบบสุด ๆ อยากให้ราคานิ่งไปนาน ๆ เพราะจะได้มีการประเมินการดำเนินธุรกิจได้ถูกต้อง&amp;quot;นายกนก กล่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แผนการดำเนินงานด้านสำรวจและผลิตในช่วงปี 2562 นี้ ปตท.สผ.ตั้งเป้าที่จะดำเนินการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ๆ อีก 9 แห่ง ในต่างประเทศ แบ่งเป็นในประเทศเมียนมาแหล่งบนบก 4 หลุม และแหล่งในทะเล 2 หลุม ประเทศมาเลเซีย 2 หลุม และประเทศออสเตรเลีย 1 หลุม โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถสำรวจและขุดเจาะน้ำมันได้ประมาณ 200 ล้านบาร์เรล ภายใน 2-3 ปี ก่อนที่จะมีการวางแผนขยายแหล่งสำรวจเพิ่มเติมในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นของโลก และในประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดเจาะปิโตรฯยังอยู่ในจุดคุ้มทุน, น้ำมันผันผวน, ปตท.สผ., สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee89c1a4a40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
