<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย แถลงนโยบายเดินหน้าเพื่อพัฒนาระบบการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นำโดย กฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมฯ เเถลงเเผนการดำเนินงานของสมาคม เเละทิศทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าใน ประเทศไทย พร้อมด้วย รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, นายสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ อุปนายกฯ ฝ่ายอุตสาหกรรม, ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ&amp;nbsp; อุปนายกฯ ฝ่ายวิชาการ เเละนายฉันทกร เดวิชญ์ จำศิลป์ อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการใช้ โดยคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะมีวาระการทำงานในระหว่างปี พ.ศ. 2563 ถึง 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้ เเบ่งการทำงานออกเป็น 5 ฝ่าย ได้เเก่ ฝ่ายเลขานุการ, ฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, ฝ่ายวิชาการ, ฝ่ายอุตสาหกรรมและฝ่ายส่งเสริมการใช้ ทุกฝ่ายล้วนมีการทำงาน ด้วยวิสัยทัศน์เดียวกันคือ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่จะช่วยลดปัญหามลพิษ ในท้องถนนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทำให้เกิดการใช้พลังงานในภาคขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรม การผลิต พัฒนาและวิจัยยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้มีความเข้มแข็งและสามารถ แข่งขันในตลาดสากลได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของผลงานในปีที่ผ่านมาไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 นี้ ทางสมาคมได้ดำเนินการเเบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้เเก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผลงานในความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งทางสมาคมได้จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศต่างๆ เช่นAsian Federation of Electric Vehicle Association (AFEVA) ที่มีสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย เป็นพันธมิตรในโครงการความร่วมมือต่างๆระหว่างสมาคมฯ นอกจากนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังได้ลงนามข้อ ตกลงความร่วมมือ ด้านข้อมูล เทคโนโลยี เเละ พัฒนายานยนต์ไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยเเละเกาหลีใต้, และในด้านความร่วมมือทางวิชาการนั้น สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมบรรยายและสัมมนาในหัวข้อยานยนต์ไฟฟ้าบนเวที นานาชาติในประเทศฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย เเละเกาหลีใต้ เป็นต้น 2. ผลงานในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ เมื่อปี 2562 ทางสมาคมได้เข้าชี้แจงข้อเสนอแนวทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้ากับคณะเลขาธิการ ณ กระทรวงพลังงาน, ดร.ยศพงศ์ ลออนวล นายกสมาคม กิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1-1/2563 ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ , ทางสมาคมยังได้เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลเรื่องการจัดซื้อรถยนต์ xEV ในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับทางสำนักงบฯ อีกหนึ่งโครงการความร่วมมือที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ 11 องค์กรพันธมิตรผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบ เชื่อมต่อการใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย ร่วมกับทางภาครัฐเเละภาคเอกชน หรือที่เรียกชื่อโครงการนี้ ว่า Charging Consortium เพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ รวมไปถึงการพัฒนาระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ทางสมาคมยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Alliance: TESTA)&amp;nbsp; ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&amp;nbsp; (สวทช), มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ) เพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานในการ พัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทยตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านการกักเก็บ พลังงาน จากนักวิจัยของประเทศเอง เเละจะสามารถสร้างสรรค์ เทคโนโลยีต่างๆ ที่เอื้อต่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อีกด้วย 3. ผลงานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนด้านวิชาการและความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป&amp;nbsp; ทางสมาคมได้มีการจัดทำรถสามล้อไฟฟ้า ต้นเเบบ เปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปเป็นไฟฟ้า เพื่อเป็นเเนวทางในการผลิตสำหรับ ผู้ประกอบการ อีกทั้งทางสมาคมได้จัดทำ EVAT Directory 2020 ที่รวบรวมข้อมูลสมาชิก ยานยนต์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายในไทย เเละให้บุคคลทั่วไป สามารถดาวน์โหลด ข้อมูลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เเละที่ผ่านมาล่าสุด สมาคมฯ ร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้จัดการประชุมด้านยานยนต์ไฟฟ้านานาชาติ (iEVTech 2020) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ประจำปี 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Scaling-up Electric Mobility &amp;amp; Beyond&amp;rdquo; ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถยนต์ชั้นนำ 7 บริษัท มาแสดงวิสัยทัศน์ในการยกระดับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้แถลงตัวเลขผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งเเต่ปี 2558 ถึง 2563 ทั้งในส่วนของรถยนต์ประเภทปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV)&amp;nbsp;ที่มีเเนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV)&amp;nbsp; ก็มีสถิติการจดทะเบียนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สูงกว่ายอดจดทะเบียนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในปี 2562 ทั้งปี นอกจากนี้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้จัดทำผ้าใบใสสำหรับกั้นที่นั่งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ และได้นำไปแจกให้เเก่ผู้ขับขี่รถสามล้อรับจ้างในเขตกรุงเทพมหานครฯและเชียงใหม่ จำนวนกว่า 150 ชุด โดยดำเนินโครงการร่วมกับ การไฟฟ้า นครหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bd15eec657.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สนพ.เลิกหนุนลงทุนปั๊มชาร์จรถอีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนพ.ประกาศปิดรับสมัครเอกชนร่วมโครงการหนุนลงทุนปั๊มชาร์จรถอีวี จากกองทุนอนุรักษ์ฯ หลังเปิดให้ยื่นมา 6 รอบ ได้เพียง 80 หัวจ่าย จากที่ตั้งเป้า &amp;nbsp;150 หัวจ่าย ชี้เหตุมีจำนวนมากพอพร้อมประชาชนไม่จำเป็นต้องรับอุดหนุนจากกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค. 2562 - นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยภายหลังแถลงจัด จัดงาน ASEAN Sustainable Energy 2019 ครั้งที่ 29 ว่าคืบหน้าโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า(ชาร์จจิ้ง สเตชั่น) สำหรับหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชนรองรับยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ภายใต้การดำเนินงานโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ว่า ตั้งแต่เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าโครงการเมื่อเดือน ต.ค.2559 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนสถานีมากพอแล้ว จึงเตรียมจะปิดรับสมัครเร็วๆ นี้ เพราะเอกชนสามารถลงทุนติดตั้งสถานีได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องของบสนับสนุนจากรัฐ หรือขอรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่เปิดรับสมัครเข้าโครงการ 6 รอบมีผู้สนใจยื่นขอรับเงินสนับสนุนประมาณ 80 -81 หัวจ่าย แม้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 หัวจ่ายในปีนี้ ซึ่งปรับลดลงจากเป้าหมายเริ่มต้นโครงการตั้งไว้ที่ 150 หัวจ่าย แต่เมื่อจบการเปิดยื่นให้รอบที่ 6 ในปีนี้ ก็จะไม่เปิดโครงการรอบใหม่ ดังนั้นงบประมาณส่วนที่เหลือคงจะต้องส่งคืนกองทุนฯ&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยหรือพีดีพี 2018 (ปี 2561-80) มีแผนจัดหาไฟฟ้ารองรับรถยนต์อีวีที่คาดจะมี 1.2 ล้านคันตลอดแผน ซึ่ง สนพ.ยังคงติดตามจำนวนรถอีวีอย่างใกล้ชิดว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใดในแต่ละปี เพื่อให้การจัดหาไฟฟ้ารองรับได้ทัน รวมทั้งจะมีการทบทวนแผนพีดีพีทุก 3-5 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน, ชาร์จจิ้ง สเตชั่น, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สนพ., สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย, สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdbda03c004b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
