<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ๋ง! คนหาปลาหลายจังหวัดภาคใต้-ประจวบฯ ช่วยหาวัตถุดิบส่ง รพ.สนาม-ครัวกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย เปิดเผยว่าได้ชักชวนคนหาปลาทั้งประมงพื้นบ้านและคนตกปลาในหลายจังหวัดที่ติดทะเล ร่วมกันหาปลาเพื่อนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาล(รพ.)สนามและครัวกลางที่รองรับผู้ติดเชื้อโควิด เนื่องจากได้ยินเสียงบ่นทั้งจากหมอและพยาบาลที่กำลังทำงานหนักติดต่อกันมานานหลายเดือนรวมทั้งผู้ป่วยว่ากินแต่ข้าวกล่อง ขณะเดียวกันปัจจุบันราคาอาหารทะเลกำลังตกเนื่องจากชาวประมงขนาดเล็กไม่มีตลาดขายเพราะในหลายพื้นที่ถูกปิดตามมาตรการป้องกันโควิด ดังนั้นหลายคนจึงอยากหาปลาสดไปช่วย รพ.สนาม และครัวกลาง โดยจังหวัดที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยชาวประมงและนักตกปลาในจังหวัดสงขลา สตูล นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ปริมาณปลาทะเลมีเยอะ ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการต่างๆที่เข้มงวดขึ้น แต่ตลาดปลาก็ปิดเยอะ ทำให้ชาวบ้านต้องตระเวนขายตามหมู่บ้าน หาตลาดไม่ได้ เช่น ที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดชายแดนใต้ จะส่งไปประเทศมาเลเซียก็ไม่ได้ ดังนั้นเราจึงอยากเอาปลาที่หาได้ไปช่วยเหลือในจังหวัดนั้นๆ&amp;rdquo;นายบรรจง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหลายจังหวัดในภาคอื่นๆที่ไม่ได้ติดทะเลมีโอกาสจะได้กินอาหารทะเลส่วนนี้บ้างหรือไม่ นายบรรจงกล่าวว่า จริงๆแล้วชาวประมงก็อยากนำปลาไปช่วยเหลือแต่ติดขัดเรื่องกระบวนการจัดส่งของสดเพราะไม่มีบริษัทรับส่งสินค้าใดรับจ้างส่งให้ แต่หากจะส่งเองก็ต้องใช้ต้นทุนสูงมาก ที่ผ่านมาสมาคมฯก็ได้ส่งปลาแห้งไปช่วยชาวบ้านในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรียง สีแก้ว เครือข่ายประมงพื้นบ้านนครศรีธรรมราชกล่าวว่า วิกฤตโควิดในภาคใต้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เราให้น้ำหนักหนักในการช่วยเหลือกับ รพ.สนาม เนื่องจากเราทำงานด้านประมงจึงได้นัดกันตกเบ็ดและวางอวน เพื่อเอาปลาไปช่วยเหลือ รพ.สนามโดยนัดหมายกันในวันที่ 13 เริ่มรวมตัวกันแต่ละพื้นที่ตั้งแต่เวลา 16.00 น.และจะมีการถ่ายทอดสดจากพื้นที่ต่างๆร่วมกันทางเพจสมาคมรักษ์ทะเลไทย หลังจากนั้นจะตกปลาและหาปลากันทั้งคืน และจะกลับเข้าฝั่งเช้าวันที่ 14 เพื่อส่งปลาไปครัวกลางและ รพ.สนามของจังหวัดนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากชักชวนผู้คนในสังคม สถานการณ์ขณะนี้ใครทำอะไรได้ก็ให้รีบทำ เพื่อช่วยเพื่อน ตามพื้นที่กักตัวต่างๆ เราอยากเห็นสังคมช่วยเหลือกันในยามวิกฤต อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่า การอนุรักษ์ทำให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์และพร้อมรองรับในยามวิกฤต ตอนนี้ทะเลไทยดีขึ้นเยอะโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการอนุรักษ์ เช่น หยุดหาปลาในฤดูวางไข่ การทำบ้านปลา การทำปะการังเทียม รวมถึงการรณรงค์ไม่ให้ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายหรือเครื่องมือทำลายล้าง&amp;rdquo;นายเรียงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรียง กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นงานอาสาสมัครและเป็นการจุดประกายขึ้นก่อนเพื่อให้สังคมได้ตื่นรู้ จริงๆมีบริบทอื่นๆ เช่น ชาวสวนเอาผลไม้มาช่วยเหลือ โดยในใจลึกๆแล้วอยากให้มีเรื่องราวดีๆในสังคมบ้างท่ามกลางสนามย่ำแย่ อยากให้มีการแบ่งปันกัน โดยครั้งหน้าอาจมัการขยับขยายมากขึ้นเป็น 15-16 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113125</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักตกปลา, บรรจง นะแส, ประมงพื้นบ้าน, รพ.สนาม, สมาคมรักษ์ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_61152ce02897c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บรรจง นะแส&#039;ข้องใจรมต.เกษตรฯละเว้นหน้าที่ ยันม.57หยุดการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายๆท่านถามมาเรื่องม.57ว่าจะหยุดการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนได้อย่างไร???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรก.ประมง2558 ที่จะหยุดการทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อนได้ระดับหนึ่ง แต่ทำไม7ปีกว่าที่ออกมา ท่านรัฐมนตรีเกษตรฯถึงไม่ทำอะไร??? เอาม.57ของจริงมาให้ท่านๆได้อ่านกันและข้อสังเกตของผมมีดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในขั้นต้นต้องให้เครดิตท่านผู้ยกร่างมาตรานี้ว่ามองเห็นปัญหาว่าสาเหตุของความเสื่อมลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในประเทศไทย เพราะมีการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนมีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ระยะเวลา7ปีกว่ามีคำถามว่าทำไมท่านรัฐมนตรีเกษตรฯถึงไม่ออกข้อกำหนดออกมาบังคับใช้ทั้งๆที่พรก.ให้อำนาจไว้ชัดเจน..อาจจะเป็นเพราะ
-เครื่องมือทำการประมงในประเทศเรามีหลากหลาย ทุกเครื่องมือมักมีสัตว์น้ำขนาดเล็กติดมาด้วย คือถ้าตีความแบบ&amp;quot;เถรตรง&amp;quot;ติดมาตัวเดียวก็ผิด
-สัตว์น้ำขนาดเล็กหรือสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ขึ้นมาบนฝั่งคงไม่ได้ใส่เครื่องบินมา ลูกปลาทูหรือปลาเล็กๆชนิดต่างถูกจับนำขึ้นเรือมาทั้งนั้น(พรก.นี้ห้ามไว้ชัดเจน) และยังถูกนำขึ้นเรือมาทุกวัน อย่างนี้ถือว่ารัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้าราชการกรมประมงที่มีความรู้ความสามารถมีมากมาย ที่จบมาจากต่างประเทศก็เยอะแยะ(รวมถึงท่านอธิบดี)ทำไมไม่ศึกษาบทเรียนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลที่ดีๆที่ไปพบเห็นไปร่ำเรียนกันมาปรับใช้ มัวแต่กลัวความขัดแย้งจนไร้หลักการ ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังจนพ้นตำแหน่งหน้าที่ตัวเองไปแค่นั้นหรือ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทางออกน่าจะมีเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมตามเจตนาของพรก.เช่น
-แจงเครื่องมือทำการประมงแต่ละชนิดเช่นอวนปลาทู อวนปู อวนกุ้ง อวนล้อม
&amp;nbsp;เรือปั่นไฟรวมไปถึงอวนลากเดี่ยวลากคู่ฯลฯ แล้วเก็บข้อมูลว่าเครื่องมือแต่ละชนิดติดสัตว์น้ำวัยอ่อนมากี่ชนิดกี่เปอร์เซ็น อยู่ในวิสัยที่ทางวิชาการมองว่าทำลายรุนแรงมากน้อยแค่ไหน
-ทำบัญชีสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนที่มีคุณค่าจากมากไปหาน้อยในทะเลไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันเช่นกุ้ง ปู ปลา หอย หมึกชนิดต่างๆ แล้วมาดูว่าเครื่องมือทำการประมงชนิดใดทำลายในสัดส่วนที่สูงมากๆ ก็ออกมาตรการเช่นให้หยุดทำ(อย่างกรณีอวนรุน โพงพาง ไซพับฯลฯ)หรือขยายตาอวน กำหนดเขตในการทำประมงเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สิ่งที่สังคมเห็นชัดๆจะจะ ว่ามีการทำการประมงแบบทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนขนาดเล็กมากๆ บรรทุกลูกกุ้งหอยปูปลาเล็กๆมาเป็นลำๆเรือเช่นอวนลาก เรือปั่นไฟที่ทำลายลูกปลาทูเป็นตันๆนี่แทบจะไม่ต้องทำวิจัยแค่ไปดูด้วยสายตาท่านก็จะตกใจและเห็นว่าควรใช้ม57ออกมาบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เมื่อท่านอธิบดีกรมประมงและรัฐมนตรีเกษตรฯต่างคิดไม่ออกว่าจะนำวิธีการใดมาให้ม.57มีผลบังคับใช้ ผมขอเสนอให้เรียกประชุมกรรมาธิการหรือผู้ที่มีส่วนร่วมในการออกพรก.ประมงฉบับนี้มาประชุมกัน เพื่อเสนอแนะเพราะจะได้รู้เหตุผลและเจตนารมย์จริงๆของคณะผู้ร่าง จะได้ทราบกันเสียทีว่าพวกท่านร่างมาแต่ฝ่ายปฏิบัติไม่ดำเนินการหรือคิดวิธีไม่ออกพวกท่านจะได้ร่วมคิดทางออกให้เขา
...แต่การที่ท่านรัฐมนตรีไม่คิดทำอะไรเลยเนี่ยหมายความว่ายังไง???...ช่วยตอบสังคมให้เข้าใจหน่อยสิครับท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107823</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจง นะแส, พ.ร.ก.ประมง 2558, พันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน, สมาคมรักษ์ทะเลไทย, อวนรุน, เครื่องมือทำประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d8659343bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมรักษ์ทะเลไทยแนะวิธีง่ายที่สุดในการแก้ปัญหาการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22 มิ.ย.62 - นายบรรจง นะแส &amp;nbsp;นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;quot;มีหลายท่านถามว่าจะแก้ปัญหาการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนได้อย่างไร???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ง่ายสุดคือออกประกาศตามพรก.ประมง2558มาตรา57ที่ห้ามนำสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนขึ้นเรือ พรก.ออกมา4ปี แต่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบไม่ยอมออกประกาศตามอำนาจที่ให้ไว้ตามกฎหมาย...การทำลายจึงยังมีอยู่ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามที่ผมอยากรู้ก็คือ ทำไมเวลาผ่านมา4ปี ทำไมไม่ประกาศ???&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39183</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจง นะแส, ประมงพาณิชย์, พันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ, ลูกปลาทู, สมาคมรักษ์ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee1c78b9d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ที่ปรึกษากป.อพช.ใต้เตือนอนาคตใหม่ยืนให้ถูกทาง&#039;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Somboon Khamhang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somboon Khamhang&amp;nbsp; หัวข้อ อนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจปัญหาทะเลไทยให้ชัดเจน จึงจะแก้ไขได้ถูกจุด (เพราะรัก จึงตักเตือน 2)&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำเป็นต้องขยายความเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพราะมีเพื่อนพี่น้องพลพรรคอนาคตใหม่เข้ามาแลกเปลี่ยน ให้ข้อมูล ทักท้วง ติติงผมกันหลายคน ในโพสเรื่องนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในท่าทีที่เป็นมิตรต่อกันผมไม่ติดใจครับ เพราะเจตนาที่ชัดเจนของผมที่ต้องการตักเตือน หรือแนะนำเพื่อให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับรู้และเข้าใจถึงข้อผิดพลาดต่อเรื่องนี้ ด้วยเพราะยอมรับว่าพรรคมีความตั้งใจดีที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ให้ดีขึ้นจริง แต่อาจจะด้วยเพราะจังหวะจะโคนที่อาจจะผิดพลั้งไปบ้าง จึงทำให้หลายคนมองไม่เห็นความตั้งใจนั้นได้ชัดเจนนัก และผมยังยืนยันว่าการตักเตือนจากผมยังตั้งอยู่บนความรักและห่วงใย ด้วย เพราะพรรคนี้คือพรรคแรกที่ทำให้ผมเสียความบริสุทธิ์ทางการเมือง (ฮ่าๆๆๆ) ผมจึงน่าจะได้รับสิทธิ์นี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียบเรียงความคิดเพื่อบอกกับพรรคอนาคตใหม่ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเข้าใจเนื้อแท้ หรือรากเหง้าของปัญหาทะเลไทยเสียก่อน คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจแบบคลาดเคลื่อน หรือรับรู้ข้อมูลเพียงบางท่อน บางตอน ก็อาจจะส่งผลผิดพลาดต่อเจตนาได้ (อย่างน่าเสียดาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องแยกแยะว่าข้อเท็จจริงที่รับฟังนั้นได้จากใคร อย่างไร รู้จริงเรื่องปัญหานี้แค่ไหนหรือจะรู้จริงมีระสบการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลมาบ้าง แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ให้ข้อมูลนั้นว่าบิดเบือนหรือไม่ อย่างไร และเพื่อผลประโยชน์ของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องใช้วิธีการรับรู้ หรือเข้าใจปัญหาที่หลากหลาย ที่ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ต้องเข้าไปสังเกต หรือเข้าไปขลุกอยู่กับปัญหาอย่างตั้งใจ อย่างเช่นการเข้าไปสัมผัสชีวิต หรือเข้าไปร่วมใช้ชีวิตในวิถีของกลุ่มปัญหานั้นๆ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลอีกระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หัวใจของปัญหาทะเลไทย คือ &amp;quot;ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ที่ถูกใช้อย่างเกินกำลัง &amp;quot; มานานนับหลายปี ในขณะที่รัฐไทยไม่เคยสนใจเรื่องนี้ แต่กลับภาคภูมิใจว่าเราเป็นที่หนึ่งในการทำประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำได้มากเป็นอันดับต้นของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;ldquo;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&amp;rdquo; ต้องอ่านให้ออก แม้คำถามเช่นนี้จะมีภาพของการแบ่งแยก แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะคิดว่านี่คือการแย่งชิงทรัพยากร แต่คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน และเมื่อเราอ่านออกก็จะทำให้ยืนอย่างถูกที่ถูกทางของปัญหา อันจะไม่ทำให้เราตกเป็นเครื่องมือของใครบางกลุ่มบางฝ่ายโดยรู้ไม่เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นเรื่องการใช้แรงงานประมงที่สหภาพยุโรปนำมาอ้างในการให้ใบเหลืองประเทศไทย ซึ่งมีมูลความจริงต่อเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิต่อเรื่องนี้อย่างหนักของการประมงไทย และเป็นที่รับรู้ว่าแรงงานต่างด้าวคือเหยื่อส่วนใหญ่ต่อเรื่องนี้ และล้วนเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรือประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปัญหาทะเลไทยที่ชาวประมงพื้นบ้านพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาแก้ไขอย่างเป็นระบบ และอย่างจริงจัง ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการวางตัวของรัฐ(ทั้งนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ราชการ)มักเอนเอียงไปข้างกลุ่มประมงพาณิชย์ ที่มีกำลังต่อรองทางการเมืองสูงกว่าชาวประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การเข้ามาใช้มาตรการบังคับของสหภาพยุโรปต่างได้รับผลกระทบกับชาวประมงทั้งหมดทุกระดับ ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพยายามนำเสนอ เรียกร้อง และหาทางเข้าไปแก้ไขช่องว่างของปัญหาดังกล่าวบนพื้นฐานของเหตุผล และเชื่อว่าจะยังต้องมีการกดดันให้รัฐแก้ไขต่อไป ซึ่งฝ่ายของนักอนุรักษ์ยืนยันว่าหลักการใหญ่ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องตั้งอยู่บนฐานคิดเรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรประมงเป็นที่ตั้ง หาใช่สร้างอำนาจการต่อรองเพียงเพื่อขอทำประมงอย่างไม่รับผิดชอบได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอาสาของพรรคอนาคตใหม่จึงต้องยืนให้ถูกจุด ถูกทิศถูกทางอย่างเข้าใจไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นเครื่องมือของบางฝ่ายที่ไม่เคยรู้สำนึกผิดชอบต่อทรัพยากรส่วนรวมอย่างแท้จริง ดังเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่เขาต้องขึ้นศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ราขการยึดหละกกฎหมายการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่อาจจะไล่เรียงรายละเอียดของปัญหานี้ได้หมด ซึ่งเรื่องนี้วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยคนปัจจุบันได้นำเสนอผ่านเฟสบุ๊คของตนไว้แล้วอย่างน่าสนใจ ซึ่งผมคิดว่าพรรคคงได้รับข้อมูลชุดนั้นไปแล้ว หากแต่ที่ผมนำเสนอในลักษณะนี้ก็เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีคิดต่อเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่สับสนตนเองว่าพรรคผิดพลาดอะไรต่อเรื่องนี้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกตีโต้จากข้าราชการกรมประมง หรือจากสังคมจำนวนหนึ่งอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเปิดใจรับฟัง พรรคจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช.ใต้, กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ปัญหาทะเลไทย, สมบูรณ์ คำแหง, สมาคมรักษ์ทะเลไทย, อนาคตใหม่-ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0ca22da3aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
