<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผนึก7กลุ่มศิลปินมากประสบการณ์เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ประจำปีบัญชี 2564 พร้อมด้วย ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบOnline ผ่านโปรแกรมGoogle Meet โดยเป็นการลงนามบันทึกข้อตกลง ระหว่างกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โดยนายปรารพ เหล่าวานิช ประธานกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พร้อมด้วยเครือข่ายศิลปินทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่  สมาคมหอสมุดนิลเซนเฮส์ โดย นางสาวนลิน วนาสิน นายกสมาคม,&amp;nbsp; สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย โดย นางนวลลออ ปิ่นทอง นายกสมาคม,&amp;nbsp; หอศิลป์ Paretas Art Club โดย ผศ. ปริทรรศ หุตางกูร , เฮือนศิลป์ ใจ๋ย๋อง โดย รศ.ลิปิกร มาแก้ว, กลุ่มบ้านศิลปินหัวหิน โดย นายทวี เกษางาม , กลุ่ม Megim Studio โดย นางปณิตา ปุโรทกานท์ และ กลุ่มจิตรกรไทย โดย นางสาวจินตนา เปี่ยมศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิทธิพล กล่าวว่า งานด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ประสบการณ์ และใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน สิ่งที่ทำให้ขับเคลื่อนการดำเนินงานประสบผลสำเร็จที่สำคัญ คือ เครือข่ายพันธมิตรทั้งหลาย ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา สภาวัฒนธรรม กลุ่มศิลปิน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนชุมชนที่ให้ความร่วมมือเป็นกำลังสำคัญในพื้นที่ ตลอดจนประสานงานเพื่อมุ่งเน้นเป้าหมายร่วมกันในการดำเนินงานทางวัฒนธรรม ให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศ และนำศิลปวัฒนธรรมไปสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และขอขอบคุณกลุ่มศิลปินทั้ง 7 หน่วยงานตลอดจนเครือข่าย ที่ให้ความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายปรารพ &amp;nbsp;กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2561 - 2563 กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยไปแล้วจำนวน&amp;nbsp;7 หน่วยงาน สำหรับบันทึกความร่วมมือนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมดำเนินการด้านงานศิลปะร่วมสมัยที่ส่งผลให้ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้รับการดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอยู่เสมอและต่อเนื่อง โดยมีกรอบความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุนและเผยแพร่กิจกรรมสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่อเพิ่มพูนภูมิปัญญาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ตลอดจนร่วมกันดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และประยุกต์ใช้ในสังคม โดยในครั้งนี้เป็นลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ระหว่างกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย กับเครือข่ายพันธมิตร เพิ่มขึ้นจำนวน 7 แห่ง  กำหนดระยะเวลา 3 ปี ในการขยายความร่วมมือระหว่างกองทุนกับเครือข่ายพันธมิตรในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.วิลักษณ์ ชูชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้เพื่อก่อให้เกิดโครงการอันเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลแก่สังคมและประเทศชาติในอนาคต ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่าพลังแห่งความสร้างสรรค์ในงานศิลปะเหล่านี้ มีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างกำลังใจให้เข้มแข็งและส่งต่อไปยังโครงการที่จะเกิดขึ้นทั้งในรูปแบบออนไลน์ และกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114074</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มจิตรกรไทย, กลุ่มบ้านศิลปินหัวหิน, กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย, สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย, สมาคมหอสมุดนิลเซนเฮส์, เฮือนศิลป์ ใจ๋ย๋อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120cc81f2210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศิลปะสร้างและสัมผัสได้จากกลิ่น”   แม้ดวงตามองไม่เห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ชมปิดตาสัมผัสผลงานศิลปะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกของศิลปะ ดวงตาคืออวัยวะที่สำคัญในมองเห็นและรังสรรค์ผลงาน และสีเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสื่อสารความรู้สึกของสิ่งที่เราต้องจะบอกแก่ผู้คน แต่เมื่อวันหนึ่งโลกของเรามืดมิด ดวงตาไม่สามารถมองเห็นได้ การทำงานศิลปะก็กลับกลายเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในทางกลับกัน จมูก ประสาทสัมผัสทางการได้กลิ่นยังทำงาน เมื่อเราได้กลิ่นอะไรสักอย่างจะนึกถึงถึงอะไร บางคนมีความทรงจำหรือจินตนาการบางอย่างเกี่ยวกับกลิ่นที่สามารถนึกเป็นภาพในความคิดได้ต่างๆนานา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ โครงการ &amp;nbsp;The Nose Thailand&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิลปะสร้างและสัมผัสได้จากกลิ่น ได้ร่วมกับ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Givaudan,&amp;nbsp;มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย,&amp;nbsp;สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จัดนิทรรศการ &amp;quot;Everyone can do art&amp;rdquo; &amp;nbsp;ภายใต้ธีมงาน&amp;nbsp;Imperfect&amp;nbsp;ความไม่สมบูรณ์ &amp;nbsp;จากการรังสรรค์ผลงานศิลปะที่ใช้สีมีกลิ่นครั้งแรกของ 20 ศิลปิน 20 ผลงาน ได้แก่ ศิลปินผู้พิการทางสายตา 9 คน และศิลปินตาดี แต่ปิดตาในการสร้างสรรค์ผลงาน &amp;nbsp;11 คน &amp;nbsp;โดยความพิเศษคือผู้เข้าชมผลงานต้องลองปิดตาแล้วสัมผัสหรือดมกลิ่น เพื่อให้เข้าถึงความรู้สึกของผลงานมากยิ่งขึ้น โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21-23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ บริเวณ ชั้น 2&amp;nbsp;Lifestyle&amp;nbsp;Hall&amp;nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารและศิลปินในโครงการ The Nose Thailand
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาริสา ธเนศวงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าคณะผู้จัดตั้งโครงการ&amp;nbsp;The Nose&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;กล่าวว่า จุดประสงค์ของการจัดนิทรรศการครั้งนี้มาจากความตั้งใจอยากจะเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ผู้พิการทางสายตามีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น และได้มองเห็นว่าศิลปะเป็นยังเข้าไม่ถึงกลุ่มผู้พิการทางสายตามากนัก เพราะว่ามีข้อจำกัดเรื่องการใช้สีเป็นหลัก จึงได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั้ง ในเรื่องของกลิ่นของสี การใช้สีบำบัด ในการทำให้สีเกิดกลิ่น แม้ว่าเราอาจจะสามารถทำให้มันง่ายขึ้นโดยการใช้อักษรเบรลล์ระบุสีแต่ละสี แต่การใช้กลิ่นจะสามารถช่วยให้สีมีความรู้สึกและสร้างงานศิลปะที่มีความรู้สึกของเขาอยู่ในนั้น นอกจากภาพวาด ก็ยังมีงานปั้น และหัตถกรรม อื่นๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ในกิจกรรมได้มีผู้เข้าร่วมเวิร์คช็อปทั้งผู้พิการทางสายตา 9 คน และบุคคลสายตาปกติ แต่ปิดตาทำงานศิลปะอีก 11 คน เป็น 20 ศิลปิน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเวิร์คช็อปซึ่งในแต่ละครั้งกว่า 7-8 เดือน ก็จะเห็นได้ถึงพัฒนาการและฝีมือ และการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างคนตาดีและคนตาบอด &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้รายได้จากการจำหน่ายผลงานภายในนิทรรศการเพื่อสบทบทุนมอบอุปกรณ์สีมีกลิ่นและชุดการสอนให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอดในความดูแลของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์&amp;nbsp;และให้ศิลปินสามารถนำรายได้ต่อยอดในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานต่ออย่างไป&amp;rdquo; หัวหน้าคณะผู้จัดตั้งโครงการ&amp;nbsp;The Nose&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรม Zone Auditorium ทำงานศิลปะในความมืด

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลิดา&amp;nbsp;คุณาลัย&amp;nbsp;Scent Designer&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกลิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศิลปะคือโลกของการใช้ตาเห็น ทุกอย่างใช้ทฤษฎีสี สีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน สีขาว สีดำ&amp;nbsp;แต่หลังจากที่คุยกับนักศิลปะบำบัดว่าสีแต่ละสีในทางศิลปะบำบัดหมายถึงอะไร อารมณ์ความรู้สึกอะไร แล้วออกแบบกลิ่นให้ตอบโจทย์นั้น โดยใช้การดมกลิ่น ซึ่งคือส่วนหนึ่งของลมหายใจ &amp;nbsp;มีการใช้ในทุกวัน ดังนั้นการดมกลิ่นจึงไม่ได้เป็นอันตราย เพราะกลิ่นที่ใช้ได้มีการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำเกี่ยวกับการสร้างสรรค์น้ำหอม อย่างจิวาดอง ประเทศฝรั่งเศส &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกลิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อเราได้ทำการเปลี่ยนสีให้กลิ่นเป็นตัวนำ บทบาทของกลิ่นก็จะทำให้เกิดความรู้สึกจากข้างใน และบทบาทของสีก็จะเป็นตัวรอง อย่าง สีขาว ให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ ความสบาย มีกลิ่นของแป้งเด็ก สีแดงก็อาจจะยากขึ้นมาหน่อย เพราะสามารถทำให้รู้สึกได้หลากหลายทั้งโรแมนติก ก็อาจจะเป็นกลิ่นกุหลาบ เพราะกลิ่นที่ใช้ตีความหมายไปในแต่ละสีนั้นมีความหลากหลาย&amp;nbsp;
ในการเวิร์คช็อป ผู้พิการทางสายตาสามารถสร้างงานศิลปะออกมาได้ดี&amp;nbsp;ในการใช้ประสาทสัมผัสที่ทรงพลังมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ไม่ใช่การมองเห็น แต่คือการได้กลิ่น เพราะกลิ่นlk,ki5บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ มากมายและนี่คือเหตุผลว่าทำไมกลิ่น จึงเป็นสื่อกลางที่ทำให้ผู้ที่มองไม่เห็นมีโอกาสทำงานศิลปะอย่างที่ใจของพวกเขาต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นราทิพย์&amp;nbsp;รัตตประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานปฎิบัติการบริษัท&amp;nbsp;สยามพิวรรธน์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการให้การสนับสนุนพื้นที่จัดนิทรรศการและกิจกรรมส่งเสริมงานศิลปะ รวมทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับคนพิการทางสายตาในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้กับพวกเขาได้ตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของตนเอง&amp;nbsp;ผ่านการเติมเต็มจินตนาการ&amp;nbsp;และการเรียนรู้ศิลปะร่วมกันระหว่างผู้พิการทางสายตาและผู้ที่มีสายตาดี&amp;nbsp;เป็นพลังใจในการผลักดันให้พัฒนาสร้างผลงานศิลปะออกสู่สังคมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อมีนา ทรงศิริ &amp;nbsp;ศิลปินผู้พิการทางสายตา&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศิลปินผู้พิการทางสายตา &amp;nbsp;อมีนา ทรงศิริ &amp;nbsp;เจ้าของผลงาน A little part of my mine ได้เล่าให้ฟังว่า งานศิลปะเป็นเหมือนงานอดิเรกที่ทำให้ตนมีเพื่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนและไม่สามารถโต้ตอบกับเราได้ แต่พอตนได้ทำงานศิลปะ อย่างงานปั้น ตนรู้สึกว่าได้ถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะบอกออกมา ทุกอย่างที่ปั้นขึ้นเกิดจากจินตนาการที่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้น ทั้งตัวจริงหรือตุ๊กตา อย่างตัวแรกที่ปั้นคือ แมว ที่เลี้ยง ชื่อ ปาล์มมี่ เป็นชิ้นแรกที่ทำขึ้นด้วย แต่ความยากก็อยู่ที่การทำให้มันสมดุล ถูกหลักของเซรามิก แต่เรารู้สึกดีที่สามารถทำออกมาได้ และคิดว่าจะทำและพัฒนาไปเรื่อยๆ สำหรับคนตาบอดงานศิลปะอาจจะเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่งานที่เราทำขึ้นในนิทรรศการไม่ได้อยากให้คนตาดีที่มาชมงานมองว่าคนตาบอดทำงานเก่ง แล้วจบแค่นั้น แต่อยากให้มองว่าคนตาบอดก็คือคนที่ทำงานได้เหมือนคนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วุฒิชัย อิ่มมา&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งศิลปิน วุฒิชัย อิ่มมา เจ้าของผลงาน Impossible is nothings บอกว่า เมื่อก่อนที่ตนมองเห็นได้ปกติไม่ได้ชื่นชอบงานศิลปะหรืองานฝีมือเท่าไหร่ แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องสูญเสียการมองเห็น มากกว่า 10 ปี ได้ประกอบอาชีพทำงานเย็บกระเป๋าหนังอยู่ด้วย พอได้เห็นโครงการนี้ทำให้เรามีความสนใจว่าคนตาบอดก็วาดรูป จึงได้มาเข้ามาร่วมโครงการนี้เพื่อพัฒนางาน และเข้าใจกลิ่นสี มาเชื่อมเข้ากับจินตนาการถึงสิ่งต่างๆ แม้ว่าจะดมกลิ่นเดียวกันแต่การตีความหมายอาจจะต่างกัน หรือนึกถึงสิ่งต่างที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต การดมกลิ่นตรงนี้ทำให้ตนได้เกิดไอเดียพัฒนางานกระเป๋าตังให้มี 5 ช่อง เพื่อให้สะดวกต่อคนตาบอดและคนทั่วไปก็ยังสามารถใช้ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของศิลปินที่ตาปกติ สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน เจ้าของผลงาน untitled ได้บอกถึงความรู้สึกในการร่วมโครงการศิลปะสร้างและสัมผัสได้จากกลิ่น ว่า หลังจากที่ได้ทำการเวิร์คช็อปที่ต้องปิดตาตลอด เพื่อเรียนรู้การมองไม่เห็น ซึ่งทำให้เราเข้าใจความลำบากและความกลัวในการเดิน หรือจะทำอะไรต่างๆ แต่พี่ๆเพื่อนๆคนตาบอดก็ได้สอนในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน &amp;nbsp;ทำให้ตนเข้าใจคนอื่นมากขึ้น ไม่ตัดสินคนเพียงแค่การใช้ตามอง ในส่วนการทำงานศิลปะ ที่คนปกติทั่วไปจะใช้ตามองและง่ายในการทำงาน แต่พอได้ลองปิดตาทุกอย่างก็ยากขึ้น เพราะเราไม่สามารถดมกลิ่นแล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่าคือสีอะไร &amp;nbsp;งานของตนจึงใช้สีขาวและดำ ในการถ่ายทอดออกมา เพื่อให้คนที่ตาดีที่มาชมงานรู้สึกถึงความไม่แตกต่างกับคนตาบอด และที่สำคัญคือการที่เราได้เปิดใจ เข้าใจ และไม่ตัดสินคนง่ายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพวาดจากศิลปินปลดปล่อยจินตนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานนิทรรศการก็จะมีการจัด&amp;nbsp;Zone Workshop&amp;nbsp;ที่จะชวนมาปลดปล่อยจินตนาการผ่านพลังของกลิ่น ที่จะปลดล็อกศักยภาพศิลปะของทุกคนกันตลอดทั้งวัน&amp;nbsp;Zone Exhibition&amp;nbsp;เสพงานศิลป์กว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ผลงาน หลากหลายรูปแบบทั้งงานวาด งานเพ้นท์&amp;nbsp;งานปั้น และอื่นๆ โดยไม่ใช้สายตาและ&amp;nbsp;Zone Auditorium&amp;nbsp;พบกับ&amp;nbsp;Talk&amp;nbsp;จากศิลปินที่จะเล่าประสบการณ์การทำงานศิลปะในความมืด และกิจกรรมอื่นๆ ที่จะชวนมาสัมผัสความสวยงามที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา ผ่านหนังสั้น ผ่านการเต้น และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25135</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Nose Thailand, กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, นิทรรศการ &quot;Everyone can do art”, มาริสา ธเนศวงศ์, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย, สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c2337c9afa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
