<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสม.เหลือเพียง3คน!สมาคมสิทธิเสรีภาพฯจี้เร่งสรรหาแต่งตั้งชุดถาวรโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ส.ค.62-สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ยุติการแต่งตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดชั่วคราว เร่งสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดถาวรโดยเร็ว มีเนื้อหาดังนี้
สืบเนื่องจากกรณีนางเตือนใจ ดีเทศน์ และนางอังคณา นีละไพจิตร ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยก่อนหน้านี้นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรมัย ได้ยื่นหนังสือขอลาออกไปด้วยเหตุผลเดียวกัน ในเรื่องบรรยากาศในการทำงานที่ไม่สร้างสรรค์ประกอบกับเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ นายชาติชาย สุทธิกลม ได้ลาออกเพื่อไปดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) จึงทำให้ปัจจุบันคงเหลือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพียง ๓ คนจากจำนวนทั้งสิ้น ๗ คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แถลงว่า &amp;nbsp;จะทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ร่วมกันแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการทำหน้าที่เป็นการชั่วคราวให้ครบเจ็ดคน นั้น
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) เห็นว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ๑. โดยที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มีเจตนารมณ์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระ โดยการกำหนดให้องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาต้องมีผู้แทนองค์กรสิทธิมนุษยชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสรรหา ทั้งยังกำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งการกำหนดหลักการดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการปารีสว่าด้วยสถานะของสถาบันแห่งชาติเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Paris Principles Relating to the Status of National Institutions for the Promotion and Protection of Human Rights) &amp;nbsp;ดังนั้น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงกำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบันที่ได้มาโดยไม่เป็นตามหลักการปารีสต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อกฎหมายนี้มีผลใช้บังคับ แต่ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งหมายให้คณะกรรมการดังกล่าว ทำหน้าที่เพียงชั่วคราวในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเท่านั้น เพื่อรอให้ให้มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาทำหน้าที่ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ๒. ขณะนี้คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการสรรหาตามลำดับกำลังดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งจะมีการให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์ในระหว่างวันที่ ๒-๓ สิงหาคมนี้ หลังจากนั้นจึงคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมที่เหลืออีกจำนวน ๔ คน เพื่อเสนอต่อวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ และคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน ๒-๓ เดือน อีกทั้งแม้จะเหลือกรรมการอยู่เพียง ๓ คน ไม่ถึง &amp;nbsp; &amp;nbsp;๔ คน ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่เฉพาะการที่จำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา ๒๐ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นใดที่ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดจะร่วมกันแต่งตั้งบุคคลมาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนชั่วคราวเพื่อให้มีจำนวนครบ ๗ คน ตามข้อเสนอของประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุผลตามความเห็นดังกล่าว สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) จึงขอเสนอแนะดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดควรยุติการแต่งตั้งบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนชุดชั่วคราวให้มีจำนวนครบ ๗ คน ตามข้อเสนอของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้การสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์หลักการปารีส รัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยจะต้องพิจารณาคุณสมบัติ ประสบการณ์และผลงานด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ประจักษ์ของบุคคลที่จะได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ควรตระหนักถึงเป้าหมายการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอันเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อวุฒิสภาให้ความเห็นชอบต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42524</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., นางอังคณา นีละไพจิตร, นางเตือนใจ ดีเทศน์, นายวัส ติงสมิตร, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, องค์กรอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca43a12d937b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนปฏิรูปตำรวจเรียกร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งสอบสวนฆาตกรรมอำพราง 20 ศพในจังหวัดกาฬสินธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.61 -&amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) รวมกับสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) แถลงการณ์ เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอให้พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเร่งปฏิรูปงานสอบสวนให้พนักงานอัยการ และฝ่ายปกครองร่วมตรวจที่เกิดเหตุสอบสวนคดีสำคัญ และผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ สืบเนื่องมาจากกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;๒๕๖๑&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยกฟ้องกลุ่มตำรวจฝ่ายสืบสวนจังหวัดกาฬสินธุ์ ๖ คนที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษจับกุมกรณีร่วมกันฆ่าแขวนคออำพรางศพนายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถิตย์บุญครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อปี ๒๕๔๗ และอัยการได้สั่งฟ้องนำสืบพยานจนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาประหารชีวิตและจำคุกจำเลยแต่ละคนตามพฤติการณ์กระทำผิดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจและองค์กรสิทธิมนุษยชนเห็นว่า คำพิพากษายกฟ้องที่สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติพี่น้องของนายเกียรติศักดิ์ฯ และประชาชนผู้รักความยุติธรรมทั่วประเทศดังกล่าว ได้สะท้อนถึงจุดอ่อนของระบบตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอาญาไทยที่ต้องได้รับการปฏิรูปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตามที่มีเสียงเรียกร้องตลอดมาอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง ๖ คนนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการยืนยันว่า คดีมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าตำรวจกลุ่มดังกล่าวได้ร่วมกันฆ่าและอำพรางศพนายเกียรติศักดิ์ฯ จริงอย่างปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องด้วยเหตุผลว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีมีพยานเพียงปากเดียวและไม่น่าเชื่อถือ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเหตุอันควรสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทุกคนนั้น แม้จะเป็นการให้เหตุผลตามหลักกระบวนการยุติธรรมสากลในเรื่องที่จำเลยจะไม่ถูกลงโทษโดยปราศจากข้อสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษโดยยึดมาตรฐานการพิจารณาเช่นเดียวกับศาลฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ย่อมหมายความว่า ทั้งสองศาลแน่ใจว่าจำเลยทั้ง ๖ คนกระทำความผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากแต่ศาลฎีกามีความเห็นแตกต่างว่ายังไม่มีความชัดเจนเพียงพอโดยปราศจากข้อสงสัย
&amp;nbsp;
แม้คำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งถือว่าถึงที่สุดแล้วจะทำให้จำเลยซึ่งเป็นตำรวจทั้ง ๖&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ต้องรับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ไปทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถรับราชการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รักษากฎหมายได้ตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่รัฐบาลก็ต้องมีคำตอบต่อผู้เสียหายและครอบครัวรวมทั้งประชาชนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใครเป็นคนฆ่านายเกียรติศักดิ์ฯ และนำไปแขวนคออำพรางศพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะมีกระบวนการใดในการสืบสวนสอบสวนนำตัวกลุ่มคนร้ายผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไปอย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งเร่งสอบสวนคดีฆาตกรรมอำพรางกว่า ๒๐ ศพในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งบางศพเป็นการฆ่าแขวนคอลักษณะเดียวและช่วงเวลาเดียวกันอีก ๒ - ๓ ศพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งคดีฆาตกรรมอำพราง ๒,๕๐๐ ศพ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วงเวลาการปราบยาเสพติดปี ๒๕๔๗ และยังอยู่ในอายุความด้วย ปัญหาการฆาตกรรมอำพรางดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้สะท้อนถึงปัญหาตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไทยที่มีจุดอ่อนสร้างความเดือดร้อนร้ายแรงต่อประชาชนอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐไม่สามารถควบคุมตำรวจจำนวนมากมิให้กลายเป็นผู้ร้ายก่ออาชญากรรมเสียเองตามที่ปรากฏเป็นข่าวมากมายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อเกิดการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นการประทุษร้ายต่อชีวิตและสิทธิเสรีภาพของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็เป็นเรื่องยากที่ผู้เสียหายหรือแม้แต่รัฐจะสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปพิสูจน์ให้ศาลลงโทษอย่างปราศจากข้อสงสัยได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุ ก็ไม่มีหน่วยราชการอื่นแม้แต่อัยการผู้มีหน้าที่ฟ้องคดีสามารถเข้าไปตรวจสอบรวมรวมพยานหลักฐานได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็มีอำนาจสอบสวนหลังจากเกิดเหตุนานหลายปี
&amp;nbsp;
จุดอ่อนในระบบงานสอบสวนที่ถูกผูกขาดและขาดการตรวจสอบจากภายนอกดังกล่าว ทำให้คนไทยต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาจากการใช้อำนาจโดยมิชอบของตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการจับกุม ควบคุมตัว และการสอบสวนที่ถูกบิดเบือนทำลายพยานหลักฐานได้ ผู้คนไม่มีความเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะสามารถเป็นหลักประกันคุ้มครองความปลอดภัยในสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนทุกคนได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
จึงขอเรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาตำรวจและกระบวนการยุติธรรมอย่างเร่งด่วนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับการสอบสวน
๑.๑ ให้พนักงานอัยการ นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้ได้รับมอบหมายมีอำนาจตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีสำคัญหรือเมื่อได้รับการร้องเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รายงานให้พนักงานอัยการและนายอำเภอทราบทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ
๑.๒&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแจ้งข้อหาหรือเสนอศาลออกหมายจับต้องให้พนักงานอัยการตรวจพยานหลักฐานและให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมั่นใจว่า เมื่อแจ้งข้อหาแล้ว จะสามารถสั่งฟ้องพิสูจน์ให้ศาลพิพากษาลงโทษได้เท่านั้น&amp;nbsp;
๑.๓&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีที่มีปัญหาตำรวจไม่รับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ผู้เสียหายหรือผู้กล่าวโทษสามารถแจ้งให้พนักงานอัยการดำเนินการสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย รักษากฎหมายและปกครองตำรวจในจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายหัวหน้าสถานีและสั่งเลื่อนเงินเดือนตำรวจในจังหวัดเมื่อได้รับความเห็นของ กต.ตร.จังหวัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;คณะกรรมการกิจการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายกรัฐมนตรีจะให้ความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาในกระบวนการยุติธรรมอันสำคัญ ปฏิรูปตำรวจ และการสอบสวนนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและหลักสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19762</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน, คป.ตร., ฆ่าตัดตอน, ปฏิรูปตำรวจ, ปราปปรามยาเสพติด, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9898b5ca373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงเสวนาซัด&#039;ปฎิรูปตร.&#039;หมกเม็ดเขียนกม.แบบซ่อนกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.-เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ(คป.ตร.) Police Watch และสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน จัดเสวนา หัวข้อ &amp;quot;ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา จะแก้ปัญหาความอยุติธรรมในสังคมไทยได้แค่ไหน?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ยังไม่เห็นในร่างพ.ร.บ. การสอบสวนคดีอาญา คือ 1.ไม่มีหลักความอิสระของพนักงานสอบสวนทั้งในร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ. การสอบสวนคดีอาญา 2. เขียนกฎหมายแบบซ่อนกล ไม่เปิดโอกาสให้พนักงานอัยการเข้าร่วมสอบสวนคดีตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อกำหนดทิศทางแสวงหาข้อเท็จจริง &amp;nbsp;เพราะกฎหมายเขียนว่าให้อัยการเข้ามาร่วมต่อเมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น ดังนั้นหากไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา อัยการก็ไม่มีสิทธิเข้ามาถ่วงดุล จะทำให้กระบวนการยุติธรรมหายไป 3.คดีอาญาเชื่อมโยงประชาชน โดยให้ตั้งคณะกรรมการจริยธรรมการสอบสวนอย่างในต่างประเทศ เพราะหากพบว่ามีการสอบสวนที่ไม่ชอบก็สามารถร้องเรียนไปยังคณะกรรมการดังกล่าวนี้ได้ เพราะจากเดิมตำรวจมีช่องทางร้องเรียนเฉพาะเรื่องทั่วไปเท่านั้น จึงอยากเสนอให้มีช่องทางร้องเรียนเฉพาะเรื่องการสอบสวน โดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ 4. สร้างหลักประกันให้ผู้เสียหาย กำหนดให้มีการฟ้องร้องสามารถมอบสำนวนให้ผู้เสียหายไปฟ้องร้องเองได้ &amp;nbsp; 5. เรื่องอายุความ ควรให้มีการแสดงความรับผิดชอบของภาครัฐ เพราะที่ผ่านมาเมื่อใกล้หมดายุความ จะโยนภาระให้ศาลซึ่งบางครั้งสำนวนอาจจะยังไม่สมบูรณ์ จึงถือว่ากระทบต่อการตัดสินคดีของประชาชน 6. อัยการสามารถเข้ามาสอบสวนร่วมกับตำรวจได้ หาผู้เสียหายร้องขอเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการสอบสวน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรเจิด กล่าวว่า การจัดโครงสร้างตำรวจไปรวมกับโครงสร้างราชการจังหวัด &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด ควรมีอำนาจสั่งการสั่งการตำรวจในจังหวัดในพื้นที่ได้ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายที่มีอำนาจสั่งการ กรณี 13 หมูป่า ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ไม่มีการแยกแยะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจที่จะเข้าไปบริหารความยุติธรรมให้กับประชาชนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า สิ่งที่กฎหมายไม่มีคือ ตำรวจกลัวที่สุดคือให้อัยการเข้ามาเห็นพยานหลักฐานตั้งแต่แรก เนื่องจากเกรงว่าจะเห็นเรื่องหวยใต้ดิน ยาเสพติด โสเภณี อาวุธสงคราม เพราะจะทำให้ตำรวจไม่อาจจะสามารถบิดเบือนคดีได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถใช้เงินและตำรวจในท้องที่นั้นก็จะไม่มีความหมาย ไม่มีการซื้อตำแหน่ง และระบบผลประโยชน์หายไป ดังนั้นจึงเป็นเหตุไม่อยากให้หน่วยงานอื่นๆ เข้ามาร่วมในการสอบสวนด้วยตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ การปฏิรูปตำรวจสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งที่ไม่ได้เห็นใน &amp;nbsp;พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ คือ การโอนตำรวจไปให้หน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบ โดยในร่างกฎหมายดังกล่าวมีการโอนแค่ผิวเผิน เช่น ยุบตำรวจรถไฟ ตำรวจป่าไม้ ขณะที่ตำรวจจราจร กทม. และเทศบาลนคร จะโอนภายใน 5 ปี ตนไม่เข้าใจว่าตำรวจชอบอ้างว่างานเยอะ แต่เหตุใดไม่ยอมโอนภารกิจ &amp;nbsp;ดังนั้นหากมีการโอนตำรวจก็จะทำให้ภารกิจและงานต่างๆ ของตำรวจลดลง รวมทั้งยังไม่มีการประกันความอิสระของตำรวจ &amp;nbsp;มีแต่คำว่าอิสระที่เป็นเพียงคำพูดที่สวยหรูเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญานั้น &amp;nbsp;ไม่เปิดช่องให้อัยการเข้ามาสอบสวนได้ แต่มีการเขียนที่อยากนิยามว่า ไร้เดียงสา ขี้หมูราขี้หมาแห้ง และหมกเม็ดเพราะแม้ให้อัยการเข้ามาร่วมสอบสวนก็ต่อเมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น &amp;nbsp;เช่น คดีการฆ่าตัดตอนคดียาเสพติดกว่า 3,000 ศพ อัยการก็ไม่เคยเข้ามาร่วมสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้ตนเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวมีการปฏิรูปแค่30%เท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15286</URL_LINK>
                <HASHTAG>Police Watch, ตำรวจ, นักวิชาการ, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฎิรูปตำรวจ, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ(คป.ตร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b711a2d36b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
