<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! &#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อร้อง ป.ป.ช.เอาผิด 7 กกต.หนีเที่ยวเมืองนอก เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62 -&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญต่างๆ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เพราะ กกต.ทั้ง 7 คนอ้างว่าติดภารกิจเดินทางไปดูงานการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ หรือการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-10 มี.ค.นี้ โดยที่การจัดการเลือกตั้งภายในประเทศซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ กกต. ต้องเร่งตรวจสอบ และวินิจฉัยคงค้างอีกมากมาย อาทิ กรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการผิดกฎหมายเลือกตั้ง ผิดกฎหมายพรรคการเมืองมากมายในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้ออ้างที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กกต.แถลงไม่มีน้ำหนักเหตุผลและฟังไม่ขึ้น เนื่องจากอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง ณ ประเทศต่างๆ เป็นหน้าที่ของสถานทูตในแต่ละประเทศสามารถทำได้ตามที่ กกต.มอบอำนาจให้ได้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอย่างใด ที่ กกต.ต้องไปติดตาม ตรวจสอบ ไม่เช่นนั้น กกต.ก็ต้องเดินทางไปทั้ง 60 กว่าประเทศทั่วโลก เพื่อไปติดตามตรวจสอบการเลือกตั้งของแต่ละประเทศกระนั้นหรือ และเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ให้พนังานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ไปทำหน้าที่แทนจะไม่ดีกว่าหรือ และเหตุใดต้องไปกันแบบแพ็คคู่ในประเทศที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เช่น อังกฤษ อเมริกา เยอรมัน สวิตเวอร์แลนด์ และสิงค์โปร์ ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น ลาว กัมพูชา ซูดาน ฯลฯ ที่ไม่ไปเพราะไม่มีความสำคัญหรืออย่างไรและที่สำคัญทำไมต้องใช้งบประมาณแผ่นดินจากภาษีของประชาชนมากถึง 12 ล้านบาท จนถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของ 7 กกต.ดังกล่าวอาจเข้าข่าย &amp;ldquo;การทุจริตต่อหน้าที่&amp;rdquo; ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมหลายข้อ อาทิ ข้อ 7 ข้อ 11 และข้อ 17 ของมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่กระทําการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไม่อาจนิ่งดูดายหรือปล่อยให้ กกต.กระทำการดังกล่าวอย่างย่ามใจได้ จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและเอาผิดตามมาตรา 28(1) ประกอบมาตรา 48 มาตรา 76 และมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 8 มี.ค. 2561 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30703</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.), นายศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72abda61880.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้านขึ้นเงินเดือนนายพล&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ชี้สนช.ประโยชน์ทับซ้อน โหวตผ่านร้องป.ป.ช.แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16พ.ย.61-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;คัดค้านการขึ้นเงินเดือนทหารชั้นนายพล&amp;rdquo; ระบุว่า ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังจะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่...) พ.ศ... ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยกฎหมายดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกอัตราเงินเดือนข้าราชการทหารของนายทหารสัญญาบัตรยศจอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ หรือพลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอก ที่ครองยศอัตราจอมพล แก้ไขเป็นให้นายทหารสัญญาบัตรยศ พลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอก อัตราเงินเดือนพลเอกพิเศษ พลเรือเอกพิเศษ และพลอากาศเอกพิเศษ ให้ได้รับเงินเดือนในระดับ น.9 แทน โดยอ้างว่าเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างและการบริหารจัดการกองกำลังพลของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเท่ากับว่า นายทหารสัญญาบัตรยศพลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอก จะได้รับเงินเดือนสูงสุด 76,604 บาท (จากเดิมที่เคยปรับขึ้นมาเมื่อปี 2558 ในระดับสูงสุดที่ 72,965 บาท) ซึ่งขณะนี้ประเทศเรามีอัตรานายพลล้นกองทัพมากเกินไป ควรที่จะยุบลงเสียกว่าครึ่งหรือมากกว่า 50% ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;
การที่ สนช.จะพิจารณาผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวในวันนี้วันที่ 16 พ.ย. 2561 นี้ จะเป็นการแสดงออกที่ไม่ละอายต่อประชาชนคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ที่ต้องระทมทุกข์กับปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ ทั้งการทำมาค้าขายก็ซบเซา ถูกแย่งอาชีพจากนายทุนใหญ่ ทั้งปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอย่างรุนแรงทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ฯลฯ การจะพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้ทหารในช่วงนี้จึงเป็นการผิดกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งควรรอให้สภาฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาพิจารณาจะสง่างามมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนั้นสมาชิก สนช.กว่าครึ่งเป็นนายทหารระดับสูง ซึ่งการพิจารณาผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ย่อมเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นการใช้อำนาจทางนิติบัญญัติแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองกับพรรคพวกอย่างโจ่งแจ้ง ขัดต่อมาตรา 185 ประกอบมาตรา 219 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2560 และขัดต่อข้อ 11 ของมาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;ไม่กระทําการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น หาก สนช. ท่านใดยกมือให้ความเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ก็จะครบองค์ประกอบความผิดทันที ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำความร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวนและสอบสวนลงโทษตามครรลองของกฎหมายต่อไปแน่นอน&amp;quot;แถลงการณ์ฯระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นเงินเงินเดือนนายพล, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.ร.บ.ข้าราชการทหาร, มาตรฐานทางจริยธรรม, สมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57158e30f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกหน้ากทม.ไม่มีอำนาจเก็บเงินค่าจอดรถบนถนน&quot;พี่ศรี&quot;จี้ผู้ว่าฯยกเลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;28ก.ย.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้ กทม.และสภา กทม.ยกเลิก กม.เก็บเงินค่าจอดรถบนถนนทั่วกรุง&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;ldquo;อย่าเอาถนนสาธารณะมาแสวงหาผลประโยชน์ของหน่วยงาน&amp;rdquo; ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องกำหนดที่จอดยานยนต์และอัตราค่าธรรมเนียมยานยนต์ ลงนามโดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเนื้อหาระบุว่า เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการกำหนดที่จอดยานยนต์ และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 และข้อ 11 แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการจัดระเบียบ การจอดยานยนต์ พ.ศ. 2536 จึงกำหนดที่จอดยานยนต์และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ไว้ ซึ่งประกาศดังกล่าวได้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2561 เป็นต้นไป โดยมีการระบุรายละเอียดเก็บค่าทำเนียมจอดรถในถนน 66 สายทั่วกรุงเทพฯ นั้น
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 89 ไม่มีอนุมาตราใดที่ให้อำนาจ กทม.ในการดำเนินกิจการเพื่อการเก็บเงินค่าจอดรถบนถนนทั่วกรุงเทพฯได้ อีกทั้งเป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.การจาจรทางบก 2522 ประกอบประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 11 มกราคม 2502 อีกด้วย แต่เนื่องจากสภา กทม.ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบการจอดยานยนตร์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พ.ศ. 2503 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.จัดระเบียบการจอด ยานยนตร์เขตเทศบาลและสุขาภิบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ในการออกเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ พ.ศ.2536 ทำให้ศักดิ์ของกฎหมายเท่าเทียมกัน ทำเกิดความลักลั่นในการบังคับใช้กฎหมาย
&amp;nbsp;
&amp;quot;แต่เนื่องจากการที่ผู้ว่า กทม.ได้ออกประกาศกำหนดที่จอดรถและเก็บค่าธรรมเนียม จึงเป็นการใช้อำนาจที่ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรตามมา และเข้าข่ายการแสวงหาผลประโยชน์จากทางสาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งควรที่ประชาชนทุกคนควรที่จะมีสิทธิในการใช้เส้นทางการจราจรทั้ง 66 เส้นทาง เพื่อการสัญจรมากกว่าที่จะใช้เพื่อหาผลประโยชน์ของ กทม. อีกทั้งเป็นการขัดต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการจราจรของ กทม.ด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงขอเรียกร้องมายังผู้ว่า กทม.และสภา กทม. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ควรที่จะให้ความใส่ใจต่อความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาวิกฤตจราจร โดยการเพิกถอนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดระเบียบการจอดยานยนตร์ พ.ศ.2536 เสียเพื่อไม่ให้เป็นช่องทางให้ กทม. ใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยจริยธรรม มาแสวงหาผลประโยชน์เก็บเงินค่าจอดรถบนถนนสาธารณะที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันเสียจึงจะชอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18612</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เก็บเงินค่าจอดรถบนถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57158e30f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อัดกรรมการสรรหากสทช.ไร้กึ๋น &#039;ศรีสุวรรณ&#039; จี้เปลี่ยนใหม่พร้อมลงโทษคนเก่าด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;ขอให้ลงโทษกรรมการสรรหา กสทช.เดิมและขอให้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด&amp;rdquo; ระบุว่า ตามที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติไม่พิจารณาผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่คณะกรรมการสรรหาได้เสนอรายชื่อมา 14 คน เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ถูกเสนอชื่อเกินกว่าครึ่งที่มีปัญหาด้านคุณสมบัติและความประพฤติและมีลักษณะต้องห้ามนั้น ชี้ให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิผลของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ชุดที่ผ่านมาว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครแต่ละท่านตามที่มาตรา 6 ประกอบมาตรา 7 แห่งพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 บัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น เมื่อจะได้มีการสรรหาผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช.ชุดใหม่ เพื่อเสนอให้ สนช.พิจารณาเลือกอีกครั้ง กรรมการสรรหาฯ 6 ใน 7 คนไม่ควรเป็นกรรมการคนเดิม เพราะตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.กสทช.2553 จำนวน 6 คนที่มาจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น กฎหมายกำหนดให้แต่ละหน่วยงานคัดเลือกกันเองใหม่ได้ ส่วนกรรมการสรรหาฯ ลำดับที่ 7 เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นโดยตำแหน่งจึงต้องละเว้นไว้ แม้ว่าในการประชุมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร กสทช.รอบที่ผ่านมา ผู้ว่า ธปท.มักจะขอตัวออกมาจากที่ประชุมการรับฟังวิสัยทัศน์ ซึ่งอาจผิดระเบียบก็ตาม&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แถลงการณ์ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า ขอเรียกร้องมายังต้นสังกัดหน่วยงานที่จะส่งตัวแทนทั้ง 6 หน่วยงาน/องค์กรมาเป็นกรรมการสรรหา กสทช.รอบใหม่ ได้โปรดพิจารณาคัดเลือกตัวแทนคนใหม่ที่มีความตั้งใจในการทำงานอย่างมีประสิทธิผลตามเจตนารมณ์ของมาตรา 6 ประกอบมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.กสทช.2553 เพื่อมาดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกสทช. ชุดใหม่ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายแทนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประเทศชาติขาดโอกาสในการพัฒนาและบริหารกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมในยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยกรรมการฯ เดิมควรแสดงสปิริตไม่กลับมาทำหน้าที่อีก และควรพิจารณาลงโทษบุคลากรของตนที่เคยไปเป็นกรรมการสรรหา กสทช. ชุดที่ทำให้ สนช.คว่ำทั้งกระดานนั้นด้วย จึงจะชอบในยุคของการปฏิรูปประเทศนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนบุคลากรที่ทำงานในกสทช.ชุดรักษาการนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา อนุกรรมการ คณะทำงาน รวมทั้งฝ่ายบริหารสำนักงาน ไม่ควรที่จะมาสมัครหรือส่งนอมินีมาสมัครเพื่อเข้ารับการคัดเลือกอีกในรอบใหม่นี้ เพราะจะขาดคุณสมบัติทั้งหมดตั้งแต่ต้นแล้ว หากยังดื้อที่จะสมัครใหม่ สมาคมฯก็จะทำหน้าที่ร้องเรียนหรือสอยในเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามต่อไป&amp;rdquo;แถลงการณ์ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7478</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสรรหากสทช., กสทช., ศรีสุวรรณ จรรยา, สนช., สมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad96807d845d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
